บทที่ 5 ผมช่วยคุณได้นะ
เธอตายแล้ว ทุกอย่างมันก็จะจบลง
มือของเธอจับระเบียงเอาไว้ มองลงไปที่พื้นด้านล่างของตึกสูง...
“คุณเยี่ยครับ” จู่ๆ ก็มีเสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอและมือเย็นๆ ของเธอที่จับระเบียงอยู่ จู่ๆ ก็มีมืออุ่นๆ คู่หนึ่งจับไว้
“ถ้าหากคุณมีเื่ไม่สบายใจอะไรล่ะก็ บอกผมได้นะครับผมช่วยคุณได้นะ”
เยี่ยอันอันชักมือกลับทันทีและหันไปมอง
เป็หมอคนนั้นอีกแล้ว เยี่ยอันอันเห็นชื่อที่ปักอยู่ตรงอกเสื้อของเขา“กู้เวินจิ่ง”
แซ่กู้ งั้นหรือ หรือว่าเป็เขาที่อุ้มเธอออกมาจากห้องพักผ่อน
เมื่อคิดว่าร่างตัวเองโดนเขาเห็นจนหมดเยี่ยอันอันก็หน้าซีดเธอเดินถอยหลังไป
กู้เวินจิ่งรีบยกมือขึ้นพร้อมอธิบายให้เธอฟัง“คุณสบายใจได้นะ ตอนที่ผมอุ้มคุณออกมา คุณยังใส่เสื้อผ้าอยู่ ถึงแม้จะใส่แค่กางเกงในบางๆแต่อะไรที่ไม่ควรมอง ผมก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนะ ผมสาบานได้”
“เป็ไปได้ยังไงกัน...” เยี่ยอันอันไม่อยากจะเชื่อ
ลู่ชือิจะใส่เสื้อผ้าให้เธอได้ยังไงกัน...
“จริงๆ นะครับ ตอนนั้นคุณใส่กางเกงในนอนขดตัวอยู่คิดว่า...แฟนของคุณเองก็คงไม่อยากให้ใครเห็นแบบนั้น ก็เลย...”
ใช่ ลู่ชือินั้นมีความอยากถึงขั้นบ้าคลั่งเขาไม่มีทางให้ผู้ชายคนอื่นเห็นเธอเปลือยเปล่าหรอกนะ
พอนึกได้แบบนั้น เยี่ยอันอันก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยกับความขายหน้านั้น
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉัน แถมยังอธิบายให้ฉันฟังอีก...”
“ไม่เป็ไรครับ นี่เป็สิ่งที่หมออย่างผมควรจะทำต่อไปถ้าหากคุณเจอเื่ไม่สบายใจอะไรล่ะก็ มาหาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ” เขาหลุบตามองเยี่ยอันอัน สายตาของเขานั้นทั้งจริงใจทั้งบริสุทธิ์ไม่มีความคิดสกปรกอะไรเลย
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่มีคนเป็ห่วงเธออย่างจริงใจแบบนั้น
เยี่ยอันอันรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ก็รู้สึกเศร้าใจเช่นเดียวกัน
สองสามปีมานี้ ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ก็มีเธอคนเดียวเท่านั้นที่แบกรับ...ไม่เคยมีใครเคยยื่นมือเข้ามาเลย
“ขอบคุณค่ะ...”
เยี่ยอันอันยิ้ม ั์ตาฉ่ำน้ำของเธอเหมือนกับดวงตาของกวางน้อย
ทั้งบริสุทธิ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
กู้เวินจิ่งอึ้งไปสักพัก รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งอ่อนโยนมากขึ้น
ทั้งสองคนสบตากัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
ในตอนนั้นเองลู่ชือิก็ผลักประตูเข้ามาสิ่งที่เขาเห็นก็คือภาพที่ไม่สบอารมณ์แบบนั้น
เยี่ยอันอันยิ้มให้กับผู้ชายคนอื่น รอยยิ้มแบบนั้นเธอไม่เคยให้เขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เสียงเปิดประตูทำให้เยี่ยอันอันใ เธอหันไปเมื่อเห็นว่าเป็ลู่ชือิ เธอก็ใกลัวจนเดินถอยหลังเหมือนเห็นเสือที่น่ากลัวแบบนั้น
เธอสามารถยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นได้ แต่กลับกลัวเขาแบบนั้น
ความคิดนี้เหมือนกับไฟที่แผดเผา ทำให้ลู่ชือิควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ทันที
“เยี่ยอันอัน นี่เธอไม่ฟังคำเตือนของฉันใช่ไหม”
“เปล่านะ...” เยี่ยอันอันส่ายหัวพร้อมรีบอธิบาย
ลู่ชือิยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้น เขามีรังสีความน่ากลัวแผ่ออกมาเขาเดินเข้ามาใกล้
เยี่ยอันอันกลัวว่าตัวเองจะทำให้กู้เวินจิ่งเดือดร้อนไปด้วยจึงรีบดึงแขนเขา “คุณหมอกู้คะ รีบไปเถอะค่ะ”
นางผู้หญิงคนนี้ ปกป้องชู้ตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ
ลู่ชือิยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก สายตาโหดร้ายของเขาเหมือนจะฉีกเยี่ยอันอันเป็ชิ้นๆ
“คุณหมอกู้คะ รีบไปสิ...อ๊ะ”
เธอพูดยังไม่ทันขาดคำ ลู่ชือิก็ชกหน้ากู้เวินจิ่งอย่างแรง
“ลู่ชือิ คุณทำอะไรน่ะ!” เย้อันอันรีบห้ามไว้“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ลู่ชือิจับข้อมือของเธอ กดเธอติดกำแพงจากนั้นก็ยกมือจะตบหน้าซีดขาวของเธอ เขาตวัดมือมา...
เยี่ยอันอันร้องพร้อมหลับตาลงด้วยความกลัว
เธอได้ยินเสียงลมจากการตวัดมือของเขา แต่ความเ็ปที่คิดเอาไว้มันก็ไม่มา
มือของลู่ชือิในตอนที่ใกล้มาถึงหน้าเธอก็หยุดชะงัก
“เธอนี่มันต่ำตมซะจนแม้แต่จะตบเธอ ฉันก็รู้สึกสกปรกมือตัวเอง” เขาปล่อยมือ
เยี่ยอันอันใกลัวเสียจนเข่าอ่อน เธอลงไปนั่งที่พื้น
“คุณลู่ คุณทำกับคุณเยี่ยแบบนั้นมันเหมาะสมแล้วเหรอครับ” กู้เวินจิ่งเช็ดคราบเืตรงมุมปาก ก่อนจะมองตาอันดุร้ายของลู่ชือิแล้วเอ่ยปากถามเขา