ณ มณฑลเสฉวน เมืองเฉิงตู หมู่บ้านหลงเหมิน
เสียงไอแห้ง ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของขุนเขา "เกิดอะไรขึ้น ทำไม..." หลินชิงชิงสำลักอย่างรุนแรงจนหน้าแดงก่ำ เธอเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ภาพตรงหน้าทำให้เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง นี่มันไม่ใช่สถานที่ที่เธอคุ้นเคย
เบื้องหน้าของเธอคือลำธารใสสะอาดที่ทอดตัวคดเคี้ยว ผืนป่าเขียวขจีปกคลุมูเาสูงเสียดฟ้าราวกับภาพวาดพู่กันจีน หลินชิงชิงก้มมองตัวเองด้วยความสับสน เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบเนื้อบ่งบอกว่าเธอเพิ่งผ่านเื่เลวร้ายมา
"ฉันควรจะตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" เสียงของเธอแ่เบา ความสับสนและความกลัวเกาะกุมหัวใจ หลินชิงชิงพยายามรวบรวมสติ
หญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ พลางปัดเศษหญ้าและฝุ่นดินออกจากชุดกระโปรงสีซีดที่เธอสวมใส่อยู่ เธอจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในลำธารเบื้องหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"เจ็บ ซี้ด... อะไรเนี่ย อีก! อ้า.... ปวดหัว" หลินชิงชิงเอามือกุมศีรษะของตัวเองและเกลือกกลิ้งไปมาบนพื้นหญ้าริมลำธาร เธอร้องโอดโอยจากความเ็ปที่เกิดขึ้นกะทันหัน
ภาพความทรงจำของใครบางคนกำลังฉายซ้ำๆ อยู่ในหัวของเธอ มันทำให้เธอกลัวและเ็ปมากจนเผลอกัดปากตัวเองจนเืซิบ
หลินชิงชิงลุกขึ้นและเริ่มสำรวจร่างกายตัวเอง เธอก็ต้องตาโตเมื่อพบว่าร่างกายนี้เป็ของเด็กสาวคนหนึ่ง ไม่ใช่ร่างกายเดิมของตัวเธอเอง
"นี่มัน... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?" หลินชิงชิงร้องออกมาอย่างใ เธอเอามือลูบใบหน้าเรียวเล็กของเด็กสาวในเงาน้ำเธอเห็นดวงตากลมโตเป็ประกาย ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ ผิวขาวผ่องราวกับหยกชั้นดี อายุประมาณ 15 – 16 ปีแม้จะยังเด็ก แต่ก็มองออกว่าในอนาคตต้องเป็หญิงงามอย่างแน่นอน แต่... นี่มันไม่ใช่ร่างของเธอ
"ฉันมาอยู่ในร่างของใครกัน?" หลินชิงชิงบ่นพึมพำกับตัวเอง ความสับสนและความใถาโถมเข้ามาในจิตใจ เธอพยายามตั้งสติและเริ่มนึกทบทวนความทรงจำของเ้าของร่างนี้
ยิ่งนึก เธอก็ยิ่งใ ความทรงจำที่พรั่งพรูเข้ามาในหัวทำให้เธอเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
“หลินผิงผิง! แกกล้าดียังไงมาผลักฉัน!” เสียงกรีดร้องของเด็กสาวดังก้องอยู่ในห้วงความคิด
เธอถูกหลินผิงผิง พี่สาวของเธอ ที่เป็ลูกของลุงใหญ่ ผลักไปกระแทกหินข้างลำธาร หัวของเธอกระแทกเข้ากับหินก้อนใหญ่เข้าอย่างแรง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ฉายชัดขึ้นในมโนสำนึก เธอเห็นภาพของหลินชิงชิง เ้าของร่างเดิม เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความลำเอียง คุณย่าของเธอเอ็นดูครอบครัวของลุงใหญ่ และลุงรอง ส่วนบ้านสามของเธอ พ่อของเธอไม่เป็ที่โปรดปรานของคุณย่า เนื่องจากพ่อของเธอไปตกหลุมรักกับแม่ของเธอที่เป็เพียงหญิงยากจน ครอบครัวของเธอต่างถูกใช้งานอย่างหนัก และหลินชิงชิงถูกบังคับให้ทำงานหนัก เธอถูกดุด่าว่ากล่าว และถูกกลั่นแกล้งจากหลินผิงผิงอยู่เป็ประจำ
ความเ็ป ความคับแค้น และความเกลียดชัง ได้หล่อหลอมให้หลินชิงชิงกลายเป็ 'นางร้าย' ที่เต็มไปด้วยความอาฆาต เธอใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาคืนคนที่เคยทำร้ายเธอ
"นี่ฉันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองอ่านก่อนตายงั้นเหรอ? และดันมาอยู่ในร่างของนางร้ายที่น่ารังเกียจที่สุดในเื่ซะด้วย!"
หลินชิงชิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพลิกคว่ำ เธออยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่ก็ทำได้แค่กัดริมฝีปากแน่น
"นี่มันไม่ยุติธรรมเลย ทำไมต้องเป็นางร้ายด้วย?" หลินชิงชิงคร่ำครวญในใจ นางร้ายที่ไร้สมองวันๆ ทำแต่เื่ร้ายกาจฉันคนนี้ของบายแล้วกัน
แต่ไม่ว่าจะคร่ำครวญยังไง ความจริงก็ยังคงเป็ความจริง ว่าเธอตอนนี้ได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหลินชิงชิง นางร้ายในนิยายที่เธออ่านยังไม่จบ
"เอาล่ะ หลินชิงชิง ตั้งสติหน่อย" เธอพยายามบอกตัวเอง "อย่างน้อยเธอก็รู้เนื้อเื่บางส่วน นั่นหมายความว่าเธอสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนางร้ายคนนี้ได้"
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปยังเงาของตัวเองในแม่น้ำ
"ไม่ต้องห่วงนะ หลินชิงชิง เจ่เจ้จะไม่ยอมให้เธอต้องตายอย่างน่าอนาถเหมือนในนิยายอย่างแน่นอน เดี๋ยวเจ่เจ้คนนี้จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอเอง และฉันจะทำให้ทุกคนรู้ว่า นางร้ายคนนี้ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พวกเขาคิด"
ในขณะหลินชิงชิง กำลังก้าวเท้ากลับไปบ้านตามความทรงจำเลือนรางของเ้าของร่างเดิม ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงผู้คนส่งเสียงดังออกมาจากริมป่า
"ทุกคนมาช่วยพี่สาวผมด้วย! ผมเห็นพี่ชิงชิงนอนสลบอยู่ที่ริมธาร"
หัวใจของหลินชิงชิงเต้นระรัว นี่ต้องเป็เสียงของน้องชายเ้าของร่างนี้แน่ๆ เขาคงกำลังตามคนมาช่วยพี่สาวของเขา ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวของหลินชิงชิง
เธอตัดสินใจแกล้งสลบเพื่อให้ทุกอย่างดูสมจริง เธอทรุดตัวลงไปนอนแน่นิ่งที่ริมธาร จุดเดียวกับที่เธอฟื้นขึ้นมา
ไม่นานนัก ชาวบ้าน 3-4 คนก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่ริมธาร พวกเขารีบเข้ามาดูอาการของหลินชิงชิง เธอแอบหรี่ตาขึ้นเล็กน้อย มองเห็นเด็กน้อยหน้าตาตื่นตระหนกในกลุ่มพวกชาวบ้าน เขาคงเป็น้องชายของเธอ
หลินเสี่ยวหลง เด็กชายวัยสิบขวบ เมื่อเขาเห็นพี่สาวที่รักหมดสติอยู่ข้างก้อนหินใหญ่ เขาวิ่งเข้ามาหาคนเป็พี่สาวทันที หัวใจดวงน้อยแทบแหลกสลาย เขาไม่เคยเห็นพี่สาวในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้มาก่อน
"พี่ชิงชิง ผมพาคนมาช่วยแล้ว พี่จะต้องไม่เป็อะไรนะ" เสียงเล็กๆ ะโเรียกพี่สาวที่นอนแน่นิ่ง หวังว่าเธอจะลืมตาขึ้นมาตอบเขา
ทันใดนั้นเอง พวกชาวบ้านที่เดินตามหลังมาก็กล่าว "นี่มันนังหนูชิงชิงจริงด้วย อาการหนักน่าดูเลย?"
หญิงวัยกลางคนอีกคนรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ "ใช่แล้ว น่าสงสารจริงๆ ไปทำยังไงให้หัวไปกระแทกก้อนหินได้ สงสัยจะเป็ลมแดด"
หลินเสี่ยวหลงเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ไหลลงอาบแก้มผอมตอบ"ทุกคนช่วยพี่สาวผมด้วย ได้โปรดช่วยพี่สาวผมที"
หลินเสี่ยวหลงร้องไห้โฮ พลางเขย่าตัวหลินชิงชิงเบาๆ "พี่สาว ตื่นขึ้นมาสิ"
"ใจเย็นๆ เสี่ยวหลง" ชายวัยกลางคนพูดปลอบ "พวกเราต้องรีบพาเธอไปหาหมอ"
"ไป ไปเร็วๆ เข้า" หญิงวัยกลางคนเอ่ยเร่ง
ชาวบ้านช่วยกันอุ้มหลินชิงชิงขึ้นจากพื้นอย่างระมัดระวัง หลินชิงชิงแอบลืมตามองหลินเสี่ยวหลง เธอเห็นแววตาแดงก่ำของน้องชายแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ
'ขอโทษนะเสี่ยวหลง พี่ต้องทำแบบนี้เพื่อให้ทุกอย่างดูสมจริง เพื่อที่พี่จะเอาคืนยัยผิงผิงให้แสบถึงทรวงจนยัยนั้นไม่กล้ามารังแกครอบครัวเราอีก' หลินชิงชิงคิดแผนการอยู่ในใจ
เธอแกล้งหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้ตัวเองถูกพาไปตามกระแสของเหตุการณ์
"พี่สาว พี่ต้องไม่เป็อะไรนะ อดทนไว้นะครับ" เด็กชายพึมพำ
หลินชิงชิงรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด แม้จะเป็เพียงการแสดง แต่เธอก็ััได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์ของเด็กน้อยคนนี้
'ดูเหมือนว่าชีวิตใหม่ของฉันจะไม่โดดเดี่ยวอย่างที่คิด' หลินชิงชิงคิดในใจ ขณะที่ถูกอุ้มไปตามทางเดินเล็กๆ ในหมู่บ้าน
ทันทีที่พวกชาวบ้านวางหลินชิงชิงลงที่แคร่หน้าบ้าน เด็กชายตัวเล็กๆ ก็วิ่งพรวดพราดเข้าไปในบ้าน ก่อนจะะโเรียกคนเป็แม่ทันที
"แม่ แม่มาดูพี่สาวเร็ว" หลินเสี่ยวหลงะโเรียกคนเป็แม่เสียงดังนั้นลั่น
สตรีวัยกลางคนรีบร้อนออกมาจากห้องครัวมา เธอทรุดตัวลงข้างแคร่ น้ำตาไหลอาบแก้มทันทีที่เห็นสภาพของลูกสาว
"ชิงชิง...ลูกแม่" หวังจื้อเหยาโอบกอดร่างนั้นไว้แนบอก
พวกชาวบ้านต่างพากันถอนหายใจด้วยความสงสาร หลินชิงชิงเด็กคนนี้เป็เด็กดี ขยันขันแข็งเอาการเอางาน ไม่น่าต้องมาพบเจอเื่ร้ายๆ เช่นนี้เลย
"รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า" เสียงใครบางคนะโลั่น
ไม่นานนัก หมอหลี่หมอเดินเท้าประจำหมู่บ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบมาถึง เขาคุกเข่าลงข้างหลินชิงชิงและตรวจดูาแอย่างละเอียด
"เร็วเข้า ต้องรีบห้ามเืให้ยัยหนูชิงชิงก่อนที่จะเสียเืมากไปกว่านี้" หมอชราร้องบอกอย่างร้อนรน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
"ใครก็ได้! ช่วยไปต้มน้ำร้อนมาที!" หมอหลี่ร้องบอกอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเร่งเร้าอย่างเห็นได้ชัด ทุกวินาทีมีค่า ชีวิตของเด็กสาวแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ไม่นานนัก หวังจื้อเหยาผู้เป็แม่ของหลินชิงชิงก็วิ่งกลับมาพร้อมกับหม้อน้ำร้อนที่ส่งควันกรุ่น
"หมอหลี่ น้ำร้อนค่ะ" หวังจื้อเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย
"ดีมาก เดี๋ยวฉันจะรักษาแม่หนูชิงชิงเอง" หมอชรากล่าว ก่อนจะเริ่มทำการรักษาาแอย่างคล่องแคล่ว แม้ว่ามือของเขาจะไม่คล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อน แต่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดหลายสิบปีทำให้เขายังคงสามารถรักษาาแได้อย่างเชี่ยวชาญ
เขาเริ่มทำความสะอาดาแอย่างเบามือด้วยน้ำร้อน ก่อนจะใส่สมุนไพรห้ามเืลงไปอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้น หมอชราก็พันผ้าพันแผลรอบาแอย่างแ่า แต่ไม่แน่นจนเกินไป
"เรียบร้อยแล้ว" หมอชรากล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งอก
"หมอหลี่" เธอเอ่ยเรียกหมอชราที่เพิ่งรักษาอาการของลูกสาวเสร็จ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความกังวล "ลูกสาวของฉันจะเป็อะไรไหมคะ"
หมอหลี่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน รอยย่นบนใบหน้าของเขาลึกขึ้นเมื่อเขายิ้ม "สะใภ้สามไม่ต้องห่วงหรอก" เขาพูดเสียงแ่ "ตอนนี้าแของแม่หนูชิงชิงไม่น่ากังวลมากนัก ตอนนี้เืหยุดไหลแล้ว นอนรักษาตัวสักพักก็น่าจะหายดี"
หวังจื้อเหยายังคงขมวดคิ้วด้วยความกังวล แม้จะได้รับคำปลอบโยนจากหมอชราแล้วก็ตาม เธอเอื้อมมือไปลูบผมของหลินชิงชิงอย่างแ่เบา
"ขอบคุณค่ะหมอหลี่" เธอกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
ส่วนตัวต้นเหตุอย่างหลินชิงชิงก็ได้แต่แอบดูทุกทุกคน "โอ๊ย..หวังว่าจะไม่มีใครจับได้นะว่าเธอแกล้งสลบอยู่"