“ตอนนี้ผมหิวแล้วคุณจะออกไปไหม”
คริสตัลถามออกไปแต่ก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร แต่กลับซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของลูคัสแทนก่อนที่เสียงท้องของเขาจะร้องประท้วงขึ้นมาท่ามกลางความเงียบระหว่างเรา
โครก~~~
ซึ่งมันเป็อะไรที่น่าอายมากๆจนลูคัสหัวเราะขำออกมาและนั่นนับว่าเป็ครั้งแรกที่ได้เห็นร่างสูงหัวเราะมีความสุขขนาดนั้น คริสตัลอายจนหน้าแดงก่อนจะลุกขึ้นหนี
“ถ้าคุณไม่ออกไปงั้นคุณก็พักผ่อนเถอะ!”คริสตัลพูดเสียงดังด้วยความเขินอายพลางเปิดประตูออกไปแต่ลูคัสก็ตามมาก่อนจะคว้าเอวเอาไว้แล้วดึงให้หันหน้าไปหา ก่อนจะแนบจูบลงมา
“ไปสิใครจะกล้าปล่อยให้ว่าที่ภรรยาออกมาในตอนนี้กัน”
แล้วเราก็พากันเดินไปที่ห้องอาหารที่ตอนนี้ลาเฟ่กับซีเรียพากันยกของกินออกมาโดยมีเอ็ดวินกับเดฟจัดโต๊ะ พอทุกคนเห็นเราออกมาทุกอย่างก็ชะงักไปนิดหนึ่ง
“ขอโทษทีไม่คิดว่านายจะมีเ้าของดุ” เอ็ดวินพูดออกมาบรรยากาศที่เริ่มจะอึดอัดก่อนหน้านี้จึงคลายตัวลงไป
“ไม่เป็ไรแต่ฉันจะนั่งเฝ้าคนของฉันไว้เพราะกลัวเหลือเกินที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้วฆ่าคนแถวนี้ซะก่อน”
คริสตัลถึงกับส่ายหัวพลางสบตากับคุณลาเฟ่ ที่ส่ายหัวไปมา เพราะคุณลาเฟ่เองก็เริ่มที่จะชินแล้วเหมือนกัน
พวกเราจัดการมื้อเช้าไปพลางฟังรายงานข่าวจากโทรทัศน์ไปพลาง
“รายงานข่าววันนี้ค่ะเนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบใน่นี้เริ่มดีขึ้นทางมหาวิทยาลัยหลายๆแห่งจึงเริ่มที่จะประกาศเปิดการเรียนการสอนตามปกติแล้วค่ะ”
พวกเรานั่งดูข่าวกันหลังจัดการมื้อเช้าเสร็จไม่นานพวกของเอ็ดวินก็ขอตัวกลับไปก่อนที่บ้านในตอนนี้จึงเหลือแค่พวกเราสามคน
….
วันเวลาที่หมุนเวียนและผันเปลี่ยนกันไปตามกาลเวลาในที่สุดมหาวิทยาลัยก็เปิดการเรียนการสอนตามปกติ
ตอนเช้าคุณลาเฟ่ก็เป็คนที่มาส่งคริสตัลที่มหาวิทยาลัยก่อนจะขอตัวไปจัดการงานที่สมาคมต่อ
“ขอบคุณนะครับที่มาส่ง”
“ไม่เป็ไรยังไงนายก็สำคัญต่อสองเผ่าพันธุ์”
“พูดแบบนี้ผมเหนื่อยเลยครับ”แสร้งถอนหายใจ ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออก “คุณลาเฟ่ครับถ้าหากว่าเราเอาผ้ามาคุมตัวพวกแวมไพร์ไม่ให้โดนแดดเนี่ย มันจะได้ผลไหมครับ”
“ทำไมถึงถามเื่นี้ล่ะ”
“เปล่าครับผมแค่อยากรู้” คริสตัลขอตัวก่อนที่จะเดินเข้าประตูมหาวิทยาลัยไปพลางคิดถึงคนที่เฝ้าอยู่บ้านแล้วเกิดสงสารขึ้นมาทันทีว่าอีกฝ่ายจะเหงาแค่ไหนถ้าอยู่บ้านเพียงตนเดียว
หลังจากที่คุณลาเฟ่จากไปคริสตัลก็ก้าวเข้าสู่เขตพื้นที่มหาวิทยาลัยพอดี ที่ตรงนั้นเขาสังเกตเห็นพวกเอ็ดวินยืนรออยู่
“เฮ้ ทางนี้!!”ซีเรียะโเรียกเมื่อเธอเห็นว่าคนที่รอมาถึงแล้ว
คริสตัลยิ้มแล้วก็เดินเข้าไปหาพวกเขาทั้งสามคนทันทีก่อนจะพากันเดินไปเข้าห้องเรียน ตลอดทางที่เดินผ่านก็มีสายตาจ้องมองมาตลอดจนเริ่มที่จะประหม่าเวลาเดินจนเขาััได้ถึงแรงตบที่ไหล่เบาๆ
“อย่าสนใจเลยนิ่งๆไว้” เดฟนั่นเองที่เป็ฝ่ายตบไหล่แล้วเอ่ยปลอบใจ เขาจึงพยักหน้าเบาๆไม่นานเราก็เข้ามาสู่ห้องเรียน
….
การเรียนการสอนเป็ไปอย่างเชื่องช้าคริสตัลสอดส่ายสายตามองดูเพื่อนร่วมชั้นปี จึงเห็นว่ามีน้อยมากที่ทุกคนจะมาเรียน เขาจึงเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อคิดว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนของตัวเองบางคนอาจหายตัวไปเพราะพวกยูเปียร์ไม่ก็อาจจะยังคิดว่าออกมาเรียนใน่เวลานี้มันคงยังไม่ปลอดภัยเลยเลือกที่จะอยู่ที่บ้านแทนก็ได้
แต่ในตอนนั้นเองที่คริสตัลหันไปสบตากับบางกลุ่มที่จ้องมองอยู่พอรู้ว่าเขามองตอบกลับไป จึงหันหน้ากลับไปตั้งใจเรียน ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้จ้องมองมาอย่างนั้นแหละ
‘อะไรกัน’
คริสตัลได้แต่ถามในใจทั้งๆที่รู้สึกแปลกๆกับสายตาของพวกเขาเ่าั้ แต่ก็เลือกที่จะทิ้งมันไปทั้งที่ในใจมันรู้สึกแปลกๆ
หลังเลิกเรียนก็เป็อีกครั้งที่คุณลาเฟ่มารับ คราวนี้พวกเราเข้าไปหาพร้อมกัน
“นายเข้าไปนั่งในรถก่อนฉันจะสั่งงานพวกเขานิดหน่อย” คริสตัลพยักหน้าแล้วทำตามโดยไม่อิดออดอะไร
….
หลังจากที่คริสตัลเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้วลาเฟ่ก็หันมามองทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้าทันทีก่อนจะเอ่ยปากถามออกไป
“วันนี้เป็ยังไงบ้าง”
“หัวหน้าวันนี้พวกนั้นมันแสดงท่าทางแปลกๆั้แ่เห็นคริสตัลเข้าสู่มหาวิทยาลัยเมื่อเช้าหรือแม้แต่ในห้องเรียนเองก็ยังจับจ้องไม่ละสายตา” เอ็ดวินรายงานออกมา
“หรือเป็เพราะว่าคริสตัลมีกลิ่นของแวมไพร์ติดตัวมา พวกมัน ถึงได้แสดงอาการแบบนั้น” คราวนี้เป็ซีเรียที่ออกความเห็น ซึ่งความเป็ไปได้มีมากถึง 80% เลยทีเดียว
“เอาเถอะยังไงเดียวคืนนี้พวกนายมาพบฉันที่ Vem’Café ก็แล้วกันรู้ใช่ไหมว่าตรงไหน ” ว่าพลางหันไปมองยังทิศฝั่งตรงข้ามพอพวกของเอ็ดวินหันไป จึงมองเห็นเป้าหมายได้ไม่ยาก ก็ป้ายร้านออกจะเด่นชัดขนาดนั้น
….
หลังจากที่คุณลาเฟ่ขึ้นรถมาแล้วก็กลับไปที่บ้านของคริสตัลทันทีถึงแม้ว่า่นี้จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆเกิดขึ้น ราวกับว่าชีวิตอันแสนปกติสุขได้หวนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งแล้ว
แต่ภายในใจกลับรู้สึกแปลกๆกับเหตุการณ์ใน่นี้ที่มันเงียบสงบผิดปกติจนสังหรณ์ใจไม่ดี กลับไปคงต้องพูดกับลูคัสซะหน่อยแล้ว
การใช้ชีวิตแบบกลางวันเรียนกลางคืนทำงาน จึงเริ่มขึ้นั้แ่วันนี้ เมื่อกลับมาถึงบ้าน คริสตัลก็เห็นลูคัสนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ฉันไปอาบน้ำก่อนละกัน”
“ครับ” คริสตัลรับคำก่อนจะเดินนำลูคัสเข้าห้องไป ส่วนร่างสูงก็เดินตามเข้ามา เขาหันหน้าไปหาลูคัสก่อนที่จะคิดว่าควรพูดถึงความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นภายในจิตใจดีหรือไม่
“เป็อะไรไป”
“คือว่า..”กัดริมฝีปากก่อนตัดสินใจ แล้วพูดมันออกไป “ผมรู้สึกแปลกๆราวกับว่าจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นหลังจากนี้” หลังพูดจบ ทุกอย่างก็พลันเงียบลงไปจนจิตใจของเขาว้าวุ่นแต่แล้วก็รับรู้ได้ถึงอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะปกป้องนายเอง”
คริสตัลพยักหน้ารับก่อนจะไปอาบน้ำเนื่องจากเริ่มเย็นมากแล้วเดียวพวกเราต้องไปที่ร้านกันอีก พอเขาอาบน้ำเสร็จ ลูคัสก็อาบต่อ ไม่นานพวกเราก็ออกเดินทางไปที่ร้านทันที
คริสตัลเหลือบตามองลูคัสอย่างตัดสินใจเพราะตอนนี้นอกจากเื่ความรู้สึกแปลกๆแล้วยังมีเื่ที่ลองถามคุณลาเฟ่ไป
“ไม่ลองถามเ้าตัวดูล่ะ”เสียงของคุณลาเฟ่เอ่ยขึ้นมา จนคริสตัลสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆไปให้แล้วหันไปมองลูคัสด้วยสายตาที่จริงจัง ก่อนจะกล่าวมันออกไป
“พรุ่งนี้คุณสนใจทดลองเอาผ้ามาคลุมตัวเองแล้วไปส่งผมเรียนที่มหาลัยไหม?”
เกิดความเงียบขึ้นทันทีคริสตัลได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากคุณลาเฟ่ ส่วนลูคัสนี่ทำหน้านิ่งไปแล้วกับคำถามของเขา
“นายจะฆ่าว่าที่สามีหรือไงกัน”
“ผมแค่อยากให้คุณลองเผื่อมันจะโอเค”
“ไม่มีทาง”ปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะหันหน้าหนีไป
ส่วนลาเฟ่เองก็หัวเราะลั่นกับสิ่งที่เห็นก่อนจะได้รับสายตาแข็งกร้าวจ้องตอบกลับไป แต่ลาเฟ่ก็ไม่ได้สนใจกลับะเิหัวเราะออกมาอีกจนกระทั่งถึงร้าน
ส่วนคริสตัลก็ได้แต่ก้มหน้าก่อนจะถอนหายใจแล้วรีบเดินหนีลงไป เมื่อโดนปฏิเสธ
….
ตอนนี้เป็เวลาที่ทุกคนกำลังเตรียมอุปกรณ์เพื่อจัดเตรียมที่จะเปิดร้านชุดที่พนักงานของร้านที่ทุกคนใส่ต่างเป็เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์สีดำไม่ก็สีน้ำเงินกันมีผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล โลโก้ชื่อร้าน Vem’Café สีขาวและมีรูปค้างคาวตัวเล็กบินอยู่ที่มุมบนด้านซ้าย
คริสตัลเหลือบตามองปฏิทินที่ติดไว้ที่ร้านในตอนที่กำลังจัดเตรียมโต๊ะให้พร้อมบริการก่อนจะชะงักไปเพราะเหลืออีกแค่สองวันเท่านั้นก็จะถึงวันเกิดของตัวเองแล้ว
….
ยอมรับว่าอึ้งมากกับคำถามก่อนหน้านี้ของคริสตัลที่บอกว่าจะให้คลุมผ้าแล้วออกไปส่งตัวเองตอนไปเรียนด้วยกันทั้งๆที่รู้อยู่ว่าแสงแดดจากพระอาทิตย์ มันคือยาพิษสำหรับพวกเาาวแวมไพร์ถ้าโดนเมื่อไหร่ร่างกายก็จะไหม้เป็จุณในทันที
ลูคัสเฝ้ามองคริสตัลที่เช็ดและจัดโต๊ะด้วยใบหน้าที่ติดจะเศร้าหมองจนเขารู้สึกผิดคิดจะเข้าไปบอกว่าตกลงที่จะทดลองมันดูเผื่ออีกฝ่ายจะมีสีหน้าที่ดีขึ้น แต่ทว่าเ้าตัวกลับนิ่งไปตอนที่เหลือบตาไปมองดูที่ปฏิทิน ก่อนที่จะชะงักตามไปเมื่อเสียงสนทนาตอนที่อยู่แดนมืดดังขึ้นแทรกความคิดเข้ามา
“นายเกิดวันไหน เดือนอะไร” ยังคงถามต่อไป
“ก็ใกล้แล้วละครับ สิ้นเดือนนี้แหละ ที่ผมจะอายุ จริงสิ! เื่เล่านั้นบอกว่าพลังจะตื่นเต็มตัวตอนอายุ 20 ปีเต็มนี่น่า!”
ลูคัสถึงกับเบิกตาโตทันทีที่เห็นจำนวนวันที่ที่ใกล้จะสิ้นสุดเดือนนี้เข้าไปทุกที
“ท่านพี่ท่านเป็อะไรไป เห็นยืนเหม่อตามคริสมาสักพักแล้วนะ” ลูคัสหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองทันทีแล้วดูเหมือนเสียงนั้นจะทำให้ร่างเล็กรู้ตัวด้วยเช่นกัน เขาหันไปหาผู้เป็น้องชายก่อนจะถอนหายใจออกมา เมื่อมีเื่หนักใจเพิ่มเข้ามาอีกอย่างหนึ่ง พลางเหลือบสายตามองไปทางคริสตัลก่อนที่อีกฝ่ายจะหลบสายตาหันหนีไป
“เดียวก่อนร้านเปิดมีเื่ที่ต้องคุยกันนิดหน่อย ได้ยินไหมทุกคน”
“พ่ะย่ะค่ะ!!”
….
ส่วนลาเฟ่ที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์รอร้านเปิดก็หันไปมองทางเสียงที่ได้ยินทันทีเพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นรัชทายาทอันดับหนึ่งจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนี้ยกเว้นตอนประชุมเื่พวกยูเปียร์เมื่อคราวก่อนนั้น
หลังจากจัดเตรียมก่อนเปิดร้านเสร็จคริสตัลที่ยืนถอนหายใจก็โดนใครบางคนลากแขนเข้ามาอยู่ด้านหน้าของทุกคน โดยมีลูคัสยืนอยู่ด้านข้างเขาขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยปากถาม น้ำเสียงที่ดูเคร่งเครียดก็ดังขึ้นมาทันทีจนต้องหุบปากลงไป
“เื่ที่จะพูดในตอนนี้ถือว่าจริงจังระดับหนึ่ง เราจะปิดร้านกันสามวัน วินเซนต์เ้าจัดการแจ้งเื่นี้ให้ลูกค้าทราบด้วย”
“เอ๋ปิดทำไมกันท่านพี่ นี่เราเพิ่งจะเปิดได้ไม่เท่าไหร่เองนะ!!”
“มันใกล้เข้ามาแล้วเวลาที่พลังของ นัสเจสนิค ซานดร้า จะตื่นขึ้นมา เวลาเหลืออีกแค่สองวัน สิ้นเดือนนี้ก็เป็วันเกิดครบรอบอายุ 20 ปีของคริสตัลด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องตั้งรับเื่ที่เราไม่รู้ก่อน ว่าพลังจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ และเวลาใดหวังว่าพวกเ้าจะเข้าใจ”
สิ้นคำพูดของลูคัสทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบทันที นั่นรวมถึงคริสตัลเองด้วย ที่พูดอะไรไม่ออกไม่คิดว่าร่างสูงจะใส่ใจขนาดนี้
ตึก ตัก
เสียงหัวใจที่เริ่มเต้นอย่างรัวเร็วเมื่อสิ้นคำพูดของลูคัสดังขึ้นมาจนแวมไพร์ทุกตนล้วนหันมองมาจนคริสตัลสะดุ้งและลนลานทำอะไรไม่ถูกหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างเขินอาย จนต้องหลบสายตาไปทางอื่น
บ้าจริงมาเขินอะไรตอนนี้เนี่ย!ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังน้อยใจที่โดนปฏิเสธคำขออยู่เลยไม่ใช่หรือไงกัน>_< !!
หลังจากทุกอย่างกลับเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ และได้ร้านเปิดแล้วลูกค้าก็เริ่มมากัน คริสตัลก็เห็นว่าพวกของเอ็ดวินมาที่ร้านนี้ด้วยแต่ก็ไม่ได้เข้าไปทักทายอะไร เพราะตอนนี้งานเต็มมือจะแย่อยู่แล้วพวกของเอ็ดวินเองก็คงจะเข้าใจและไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะเดินเข้าไปหาคุณลาเฟ่ที่นั่งรออยู่ก่อนจะหันมองดูรอบร้านไปด้วยความสนใจ
….
ลาเฟ่ที่ได้รับรู้เื่สำคัญอย่างไม่ทันตั้งตัวก็รีบเอ่ยพูดกับคนของตัวเองทันทีที่พวกเขานั่งลงกับที่แล้วสั่งเครื่องดื่มและของกินเล่นกับรัทโคไป
“สิ้นเดือนนี้เป็วันเกิดของคริสตัล”ลาเฟ่กล่าวออกไปเรียกความสนใจของทุกคนให้หันมาหาตัวเอง
“ก็ใกล้แล้วนะสิ!นี่พวกนาย เดียวพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนเราไปหาซื้อของขวัญกัน!”ซีเรียเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น จนทุกคนเห็นด้วยลาเฟ่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะชวนคุยเื่อื่นๆต่อว่าจะไปลาดตระเวนกันแถวไหนพอถึงเวลาพวกเขากับวินเซนต์จึงออกไปลาดตระเวนทันที
หลังจากฟ้ามืดคริสตัลก็ยืนมองพวกของวินเซนต์กับลาเฟ่ที่ออกไปลาดตระเวนกันพลางภาวนาให้พวกเขาปลอดภัยกันทุกคน