หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางนึกถึงเหรียญทองคำที่ห้อยอยู่ข้างเอว เป็เพราะถังฮูหยินส่งอาหารมาให้ไม่ขาดบางวันนางจึงไม่จำเป็ต้องใช้เหรียญเพิ่มอาหาร แล้วเปลี่ยนไปเพิ่มจำนวนยาหมื่นเหตุเอาไว้อีกหลายสิบเม็ดเลยทีเดียว
หากในอาหารมีพิษจริง นางก็มีหนทางช่วยเหลือมารดาสามี อีกทั้งยังเป็การขจัดนางร้ายตัวนี้ไม่ให้มายุ่งกับนางในอนาคตได้อีกด้วย!
ดังนั้นนางจึงได้แต่คีบอาหารใส่จานให้ถังลี่จู โดยที่ตนเองไม่หยิบอาหารใส่ปากเลยแม้แต่คำเดียว
อวี้เซียงยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ทำได้เพียงเฝ้ามองถังฮูหยินคีบเอาความตายเข้าปากทีละคำ ๆ เท่านั้น!
……….
ห้องหนังสือของเซียวหลิงเจา
ทหารที่ถูกส่งไปช่วยตัดไม้วิ่งเข้ามารายงานอย่างตื่นตระหนก ว่าฮูหยินใหญ่โกรธจัดที่ต้นไม้ถูกโค่นจนเกือบจะสั่งตัดหัวพวกเขา และตอนนี้ก็กำลังอยู่ในเรือนท้ายจวน
เซียวหลิงเจาฟังคำรายงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ท่านแม่ไปที่เรือนกูหยวน..สตรีนั่นจะทำอะไรกับท่านแม่หรือไม่!
“น่าตายยิ่งนัก!” เขาสบถเบา ๆ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นอย่างฉับพลัน “หยางเหวิน! ตามข้ามา!”
ทั้งสองตรงไปยังเรือนกูหยวนอย่างรวดเร็ว
ภาพแรกที่เซียวหลิงเจาเห็นผ่านกรอบประตูทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวอย่างรุนแรง
มารดากำลังนั่งหัวเราะอย่างมีความสุข โดยมีกวานซูเหยียนยิ้มแย้มและปรนนิบัติอย่างเอาใจใส่อยู่ด้านข้าง บรรยากาศดูราวกับครอบครัวที่อบอุ่น
ไม่รู้ว่านานเท่าใดแล้วที่ตนไม่ได้เห็นท่านแม่เบิกบานใจเช่นนี้
เขาเกือบจะคล้อยตามและก้าวเข้าไปร่วมวงด้วย หากแต่ในเสี้ยววินาทีนั้น..
ถังฮูหยินก็ชะงักค้างไปกลางเสียงหัวเราะ! ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความเ็ป นางยกมือขึ้นกุมลำคอ ใบหน้าเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำอย่างรวดเร็ว และเริ่มไอออกมาอย่างรุนแรง
“ฮูหยิน!” แม่นมหวังกรีดร้องเสียงดังลั่น
“ท่านแม่!” เซียวหลิงเจาคำราม ะโไม่กี่ก้าวก็เข้าไปในเรือนด้วยความตื่นตระหนกและโทสะที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
เซียวหลิงเจาชักดาบคู่กายออกจากฝักอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวเข้าไปประชิดร่างของกวานซูเหยียน ปลายดาบเย็นเฉียบถูกพาดลงบนลำคอระหงของนางทันที!
“หาเื่ตาย!” เขาตะคอกใส่ใบหน้าของนางอย่างเกรี้ยวกราด “ข้าไม่ได้ทำร้ายเ้า แต่เ้ากลับบังอาจทำร้ายมารดาของข้า! เอายาถอนพิษมาเดี๋ยวนี้!”
อวี้เซียง ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้โอกาสทอง นางรีบคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ทัพ! ฮูหยินน้อย..ฮูหยินน้อยต้องวางยาพิษลงไปในอาหารเป็แน่เ้าค่ะ!”
เมิ่งหรูปรี่เข้าไปตบปากอวี้เซียงอย่างแรงจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะหันกลับมาทางกวานซูเหยียน แต่กลับถูกปลายดาบของหยางเหวินขวางเอาไว้อีกเช่นกัน
กวานซูเหยียนถูกคมดาบของเซียวหลิงเจากรีดลึกลงบนผิวจนมีเืซึมออกมา แต่นางไม่ได้แสดงความเ็ปหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของนางยังคงสงบนิ่ง จ้องตาตอบกลับเซียวหลิงเจาอย่างไม่ลดละ
“ถ้าท่านยังมัวแต่ชักช้าและทำเื่โง่เง่าอยู่เช่นนี้ มารดาท่านต้องตายแน่!” กวานซูเหยียนเอ่ยเสียงแข็ง “ข้ามียาถอนพิษ”
ชายหนุ่มยิ่งโกรธจัดขึ้นอีก “เ้าไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง ส่งยาถอนพิษออกมา!” เขากล่าวพลางใช้มืออีกข้างค้นตัวนางอย่างร้อนรน
“มันไม่ได้อยู่ในตัวข้า! ท่านต้องรีบปล่อยข้าจะไปหยิบมันมาเอง” หญิงสาวหน้าแดงก่ำ ถึงแม้ว่าหยางเหวินและบ่าวคนอื่นๆ จะก้มหน้าไม่กล้ามอง แต่ฝ่ามือหยาบของเซียวหลิงเจาก็ลามลึกเข้าไปจนถึงผิวเนื้อใต้ร่มผ้าของนาง!
เซียวหลิงเจาสะบัดมือออก “ข้าจะไว้ใจเ้าได้อย่างไร!”
กวานซูเหยียนหัวเราะเยาะเบา ๆ “หากไม่เชื่อ งั้นก็ปล่อยให้ท่านแม่ขาดใจไปเสียก่อน! แล้วค่อยสังหารข้าตามไปก็ได้! จะได้จบ ๆ เื่ไปเสียที!”
“คุณชาย..ฮูหยินจะไม่ไหวแล้วนะเ้าคะ ให้นางลองดูเถิดเ้าค่ะ” แม่นมหวังรีบร้องขอ “บ่าวเป็คนถือปิ่นโตมาเอง ฮูหยินน้อยไม่ใช่คนร้ายหรอกเ้าค่ะ”
กวานซูเหยียนเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายของเซียวหลิงเจาเต็มสองตา แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาวัดใจกัน ทุกลมหายใจล้วนกำลังถูกต่อรองด้วยชีวิตของถังฮูหยิน!
นางตัดสินใจเลือกที่จะเสี่ยง!
ร่างเล็กเบี่ยงตัวเล็กน้อยจนดาบที่พาดอยู่เฉือนไปที่ลำคอเกลี้ยงเกลาของนางจนมีเืซึมออกมาอีกระลอก แล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้องด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด พอได้ยามาแล้วนางก็รีบส่งยาหมื่นเหตุเข้าไปในปากของถังฮูหยินทันที
“ท่านแม่กลืนลงไปเ้าค่ะ! เมิ่งหรูเอาน้ำมาเร็ว!”
เซียวหลิงเจาตกตะลึงกับการกระทำที่อุกอาจนั้น แต่พอคิดจะขยับดาบ เขากลับถูกรอยแผลที่กำลังมีเืไหลลงมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของนางหยุดการกระทำเอาไว้!
ทั้งๆ ที่นางได้รับาเ็ แต่กลับวิ่งไปเอายาถอนพิษออกมาโดยไม่ห่วงชีวิตตนเอง สมองของแม่ทัพหนุ่มประมวลหาเหตุผลไม่พบในทันใด
“ท่านแม่ทัพ หากนั่นไม่ใช่ยาถอนพิษเล่าขอรับ!” หยางเหวินรีบร้องเตือน เตรียมพุ่งตัวไปห้าม
“ช้าก่อน!” เซียวหลิงเจาขวางทางหยางเหวินเอาไว้ เขารีบเก็บดาบกลับเข้าฝักทันทีอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังถูกไฟลวกมือ
“ท่านแม่ได้รับพิษไปแล้ว นางไม่จำเป็ต้องยาพิษซ้ำมิใช่หรือ?”
หยางเหวินถึงกับอ้าปากค้าง เถียงต่อไม่ออก ได้แต่ถอยหลังกลับไปยืนมองการช่วยเหลือจากฮูหยินน้อยอยู่ห่างๆ
“ใครก็ได้! ไปตามท่านหมอมา!" เซียวหลิงเจาตวาดลั่น
"หากมารดาข้าเป็อะไรไป ข้าไม่ปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอดต่อไปแน่!” เขาหันกลับมาข่มขู่หญิงสาวอีกครั้ง สีหน้าดูไม่ออกว่ากำลังโกรธหรือกังวลกันแน่
เพียงชั่วอึดใจเท่านั้น สีหน้าของถังฮูหยินก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยซีดเขียวกลับคืนเป็ปกติอย่างรวดเร็ว การไออย่างทุรนทุรายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น เซียวหลิงเจารีบก้มลงมาประคองมารดาด้วยความห่วงใย
“ท่านแม่! ท่านเป็อย่างไรบ้าง!”
ถังฮูหยินพยักหน้าอย่างอ่อนแรง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปลูบศีรษะของกวานซูเหยียนอย่างแ่เบา
อวี้เซียงที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่โล่งใจอย่างยิ่งที่ถังฮูหยินไม่เป็อะไร แต่นางก็เสียใจจนแทบกระอักเืที่เซียวหลิงเจาไม่ได้สังหารสตรีผู้นั้น!
นางรีบพุ่งเข้าไปคุกเข่าข้างหน้าเซียวหลิงเจา “คุณชาย! ท่านอย่าได้หลงกลนะเ้าคะ! สตรีผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจนัก! นางวางยาพิษมารดาของท่านเอง จากนั้นก็แสร้งถอนพิษเพื่อจะได้ให้คนอื่นมองว่านางเป็ผู้แสนดีที่ช่วยชีวิตฮูหยินใหญ่!”
เซียวหลิงเจาเงยหน้าขึ้นมองกวานซูเหยียนด้วยสายตาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
หญิงสาวยังคงยืนนิ่ง เืสีแดงสดไหลลงจากลำคอมาไม่หยุด นางมองใบหน้าของอวี้เซียงอย่างเยือกเย็น ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเซียวหลิงเจา
“ท่านเป็ถึงผู้บัญชาการทัพ หากเชื่อคำพูดของสตรีต่ำต้อยโดยไม่มีเหตุผล เพียงเพราะความชิงชังส่วนตัวที่ท่านมีต่อข้า..”
นางเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏที่มุมปาก “ถ้าข้าต้องทนมีสามีที่เชื่อคนง่ายและงี่เง่าเช่นนี้…ให้ข้าตายไปเเสียเลยยังดีกว่า!”
“น่าตายยิ่งนัก!” เซียวหลิงเจาสบถ ตรงเข้าไปกระชากแขนนางจนลอยเข้ามาปะทะตัวอย่างแรง
เขาจ้องมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของกวานซูเหยียนอย่างสับสนวุ่นวาย ปฏิเสธไม่ได้ว่านางช่วยชีวิตมารดาไว้จริง ๆ แต่ภาพที่มารดาเกือบขาดใจก็ยังคงชัดเจนในหัว และคำยุยงของอวี้เซียงก็ฟังดูมีเหตุผลในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความชิงชังนี้
“เ้า…!” เซียวหลิงเจาพูดไม่ออก ความโกรธแค้นที่สั่งสมมากับความรู้สึกขอบคุณที่ถูกสถานการณ์บังคับปะปนกันจนทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกแล้วผลักนางออกจากอก
“แม่นมหวัง!”
“เ้าค่ะ” หญิงชราขยับเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เซียวหลิงเจาจ้องนางอย่างดุดัน “เ้าพูดมา! ใครแตะต้องสำรับอาหารบ้าง!”
แม่นมหวังหน้าซีดเผือด นางไม่เคยถูกคุณชายตะคอกใส่เช่นนี้มาก่อน
“บ่าวเป็คนไปรับอาหารสำรับนี้มาจากมือจากพ่อครัวใหญ่มาเอง นอกจากบ่าวก็ไม่มีใครแตะต้องสำรับนี้เลยเ้าค่ะ แต่บ่าวมิได้เป็คนวางยาพิษนี้นะเ้าคะ”
เซียวหลิงเจาพยักหน้ารับ “ข้ารู้ว่าแม่นมไม่ได้เป็คนลงมืออย่างแน่นอน”
ชายหนุ่มหันกลับไปมองกวานซูเหยียนอีกครั้ง แววตาแข็งกร้าว “ในจวนสกุลเซียวไม่เคยมีเหตุเช่นนี้มาก่อน..จนกระทั่งเ้าก้าวเข้ามา แล้วเ้ายังจะบอกว่าตนเองไม่ควรถูกตั้งข้อสงสัยอีกหรือ?”
ทันใดนั้น เมิ่งหรูก็ตะคอกออกมาอย่างเหลืออด “โกหก! แม่นมหวังเ้าโกหก!”