ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนียะหม่าล่าขาลุย!【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 เรือนไม่ 1

            นางซูพยักหน้าแล้วเอ่ย“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลงมือปลูก เราจึงยังขาดประสบการณ์” ฤดูหนาวนี้ คงต้องปลูกพืชผักเพื่อบำรุงดินไปพลางก่อน

            โดยปกติแล้วเมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวในฤดูนี้เสร็จสิ้น ก็จะปลูกถั่ว มันเทศ หรือพืชชนิดอื่นๆแทน ด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่นทางใต้ทำให้พืชเหล่านี้สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายในฤดูหนาวไม่เป็นอุปสรรคต่อการปลูกข้าวเจ้าต่อในฤดูใบไม้ผลิ

            ข้าวหมื่นชั่งนี้นางซูเก็บไว้เพียงส่วนน้อยสำหรับบริโภคในครัวเรือนที่เหลือทั้งหมดนำไปขายให้แก่ห้างร้านไท่หราน เพราะนอกจากโรงน้ำชาแล้วพวกเขายังมีร้านขายธัญพืช จึงไม่เป็นกังวลว่าจะขายไม่ได้

            ในลานบ้านไร้ยุ้งฉางอีกทั้งยังมีบ่าวไพร่เพิ่มมาสองคน แม้แต่ห้องเก็บของก็ยังไม่พอไหนเลยจะมีที่เก็บข้าวเปลือกมากมายเช่นนี้เมื่อเก็บไว้นานวันเข้าก็จะกลายเป็นข้าวเก่า จึงตัดสินใจขายไปเสียทั้งหมดหากขาดแคลนก็ค่อยซื้อกลับมาใหม่

            เมื่อได้เงินจากการขายข้าวและสาลี่ในน้ำเชื่อมเรื่องการสร้างบ้านจึงถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในที่สุด

            เย่ชิงชิงเท้าคางฟังนางซูขอคำแนะนำจากอวี๋ต้ากุ้ยประเพณีของที่นี่คือ ก่อนจะสร้างบ้านจะต้องเชิญซินแสฮวงจุ้ยมาเลือกฤกษ์ยามดีกำหนดทิศทางและผังบ้าน โดยซินแสจะดูแลควบคุมตลอดการก่อสร้าง

            “ข้าขอพูดอะไรสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ?” เย่ชิงชิงยกมือขึ้น

            อวี๋ต้ากุ้ยยิ้มแล้วเอ่ย“เจ้าว่ามาเถิด”

            “ข้ามิได้ขัดข้องกับการเชิญซินแส แต่เรื่องผังบ้านนั้นขอให้พิจารณาความเห็นของข้าเป็นลำดับแรกได้หรือไม่เจ้าคะ?”

            เย่ชิงชิงมิได้ร่ำเรียนวิชาออกแบบภายในนางจึงไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด แต่นางคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักโดยเฉพาะห้องสุขา!

            ห้องสุขานอกเรือนนั้นไม่สะดวกสบายอีกทั้งการออกแบบห้องสุขาในยุคนี้ยังไม่คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้(ไม่มีระบบชำระล้าง) ส่งผลให้สกปรกโสโครกและมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง นางทนไม่ได้จริงๆ

            “แม่หนูน้อยนี่ช่างมีข้อคิดเห็นมากมายเสียจริง” อวี๋ต้ากุ้ยเลิกคิ้วแล้วอธิบาย“การเชิญซินแสมานั้นก็เพื่อให้เป็นสิริมงคลมิใช่ว่าจะต้องทำตามทุกสิ่ง เจ้าสามารถปรึกษาหารือกับเขาได้”

            นางซูพยักหน้ายอมรับคำสอนเมื่อส่งอวี๋ต้ากุ้ยกลับไปแล้ว นางก็ดึงตัวเย่ชิงชิงเข้ามาใกล้ แล้วกำชับ“เรื่องการสร้างบ้าน เจ้าจะไปรู้เรื่องอะไรกันผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกัน เจ้าเป็นเด็กอย่าได้พูดมาก”

            นางจะแสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างไรโดยไม่ให้ดูแปลกแยก?เย่ชิงชิงยกนิ้วชี้ขึ้นมาไขว้กันบนปากเพื่อบ่งบอกว่านางจะเงียบและเดินกลับห้องไปอย่างเชื่อฟังเป็นการชั่วคราว

            การก่อสร้างบ้านครั้งใหญ่ย่อมใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะสำเร็จลุล่วงในระหว่างนี้ ปัญหาคือครอบครัวของพวกเขาจะพักอาศัยอยู่ที่ใด

            ขณะที่นางซูกำลังกังวลเรื่องนี้เย่ชิงชิงก็หลบไปอยู่ในห้อง เริ่มวาดแบบแปลนเรือนที่ตนจะอาศัยอยู่ต้องสะดวกสบายและใช้งานง่ายแบบแปลนนี้มีชื่อว่า...แบบแปลนห้องสุขา

            จุดสำคัญอยู่ที่บ่อเกรอะที่สามารถบำบัดสิ่งที่ขับถ่ายและกรองแยกกากตะกอนได้รูปทรงปิดผนึกช่วยป้องกันความกระอักกระอ่วนใจขณะใช้สุขาอีกทั้งยังไม่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าหรือดึงดูดแมลงหวี่แมลงวัน

            เมื่อเปรียบเทียบกับส้วมหลุมกลางแจ้งแล้วบ่อเกรอะนี้ดีกว่าหลายเท่า ทั้งยังถูกสุขอนามัยและรักษาสิ่งแวดล้อมเหมาะแก่การใช้งานในครัวเรือนอย่างยิ่ง!

            การขุดบ่อเกรอะนั้นมิใช่เรื่องยากเย็นนักแบบแปลนที่เย่ชิงชิงวาดนั้นเรียบง่ายและเข้าใจได้ เส้นเชื่อมจุดต่างๆ ชัดเจนคาดว่าเมื่อพูดคุยกับช่างก่อสร้าง พวกเขาก็จะเข้าใจความคิดของนางได้ไม่ยาก

            สุขภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเองทำเป็นทางลาดสำหรับสิ่งปฏิกูล เมื่อใช้เสร็จแล้ว เพียงตักน้ำหนึ่งกระบวยราดลงไปก็จะชำระล้างจนสะอาดหมดจด

            ปัญญาของมนุษย์นั้นไร้ขีดจำกัดยุคสมัยนี้ไม่มีปูนซีเมนต์ แต่มีวัสดุมหัศจรรย์ที่เรียกว่าปูนข้าวเหนียวซึ่งทำจากน้ำข้าวเหนียว น้ำปูนขาว และหินปูน นำมาผสมกันจนเป็นเนื้อเดียวแล้วใช้เติมเต็มช่องว่างระหว่างอิฐและหิน มีความแข็งแรงทนทานและกันน้ำได้ดีเยี่ยมเรียกได้ว่าแข็งแกร่งราวกับป้อมปราการก็มิผิด

            เย่ชิงชิงถือแบบแปลนจัดประชุมครอบครัวเล็กๆและอธิบายหลักการทำงานของมันนางซูและเย่จื้อเฟิงต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

            “ห้องสุขานี้ดีเยี่ยมยิ่งนัก!”

            นางซูโอบกอดเย่ชิงชิงแล้วจุมพิตอย่างแรง“เพียงแค่กดน้ำก็จะสะอาดหมดจดได้จริงหรือ?”

            “เป็นความจริงเจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงลูบใบหน้าตนเองด้วยความรู้สึกจำยอมนับตั้งแต่ที่นางเติบโตขึ้น นางซูแทบไม่เคยโอบกอดนางเลย มิหนำซ้ำยังจุมพิตอีก...

            เย่จื้อเฟิงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความเฉลียวฉลาดของน้องสาวอีกครั้งทว่า...“ส่วนบนของบ่อเกรอะนี้จะต้องใช้อะไรปิดกั้นหรือ? หากทำไม่ดีแล้วถล่มลงมาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาก็คงแย่เลย”

            เย่จื้อเฟิงไม่ค่อยสันทัดเรื่องการก่อสร้างนักแต่นางซูรู้เรื่องอยู่บ้าง นางหัวเราะแล้วกล่าว “เมื่อถึงเวลาก็จะเชิญคนมาพวกเขาย่อมแก้ไขปัญหานี้ได้เป็นแน่ การสร้างบ้านทุกหลังล้วนต้องใช้ปูนข้าวเหนียวเจ้าเห็นแล้วก็จะเข้าใจเอง”

            ด้วยเหตุนี้ห้องสุขาของเย่ชิงชิงจึงได้รับความเห็นชอบจากทุกคนและแน่นอนว่ารวมถึงห้องอาบน้ำตามความต้องการของนางด้วย

            เมื่อครั้งที่ทำรั้วรอบลานบ้านก็ได้รวมที่ดินที่ซื้อมาจากพี่น้องช่างตีเหล็กเถี่ยจู้ไว้ด้วยทำให้มีพื้นที่กว้างขวาง เหลือเพียงดูว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไรให้เหมาะสม

            ระยะห่างระหว่างเตาไฟแต่ละเตาการจัดวางฟืน และการจัดเก็บไหเปล่ากับไหที่บรรจุสินค้าสำเร็จรูปล้วนต้องมีการวางแผนอย่างละเอียด ทั้งสามคนปรึกษาหารือกันอย่างละเอียดตลอด

            ระหว่างการก่อสร้างบ้านทุกคนในครอบครัวทั้งหมดย่อมไม่สามารถออกไปเร่ร่อนภายนอกได้อีกทั้งยังมีสาวใช้อีกสองคน การจะจัดที่พักอย่างไรจึงเป็นปัญหาหลังจากการหารือหลายครั้ง พวกเขาก็ตัดสินใจสร้างห้องเก็บของทางด้านซ้ายมือก่อน

            ซินแสไม่ผิดจากที่คาดเดาเขาเป็นชายชราหนวดขาวครึ้ม ท่าทางหรี่ตาสำรวจไม่ชอบพูดจา ดูคล้ายนักพรตทั่วไป

            เขาคำนวณด้วยนิ้วมือแล้วเลือกฤกษ์งามยามดีห้องเก็บของสามห้องเรียงกันจึงเริ่มก่อสร้างเป็นอันดับแรก

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนียะหม่าล่าขาลุย!【จบ】 ที่คุณอ่าน