เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 122 แนะนำ [Re-write]

            

            “มัวมัวท่านทราบหรือไม่ว่าไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงตามตัวข้ามาอย่างเร่งร้อนเช่นนี้มีเรื่องใดกัน?”

            ระหว่างทางหลิงมู่เอ๋อร์มือหนึ่งถือกล่องยา ด้านหนึ่งตามอยู่ด้านหลังมัวมัว พระราชวังอันใหญ่โตกดดันจนผู้คนหายใจไม่ออก

            วังต้องห้ามนางไม่ค่อยชอบสถานที่แห่งนี้นัก

            “เรื่องของเจ้านายจะเป็นเรื่องที่บ่าวระดับข้าสามารถถามไถ่ได้อย่างไรแต่ว่าเหนียงเหนียงรออยู่อย่างร้อนใจ พวกเรายังคงรีบไปหน่อยจะดีกว่าเจ้าค่ะ”มัวมัวชราปิดปากเงียบ ถามอะไรก็ไม่รู้ ไม่ยอมเผยข้อมูลแม้แต่น้อย

            หลิงมู่เอ๋อร์จึงไม่ถามอะไรอีกไม่รู้ว่าเดินผ่านตำหนักไปมากน้อยเท่าใด จึงได้มาถึงตำหนักของไท่จื่อ ครั้งนี้ไท่จื่อเฟยมิได้วางก้ามใส่นาง จงใจให้นางคุกเข่ารออีกแต่ดวงตาที่แหลมคมคู่นั้นหรี่ลงครึ่งหนึ่ง เพียงมองก็รู้ว่ารับมือไม่ง่ายนัก

            “หลิงมู่เอ๋อร์น้อมพบไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงคารวะเหนียงเหนียงเพคะ” ยอบกายลง หลิงมู่เอ๋อร์วางกล่องยาลงบนพื้นมองนางให้คนข้างกายถอยออกไปอย่างสงบ

            “มานั่งเถอะนี่เป็นขนมดอกซิ่งที่ห้องครัวหลวงคิดค้นขึ้นมาใหม่ รสชาติมีเอกลักษณ์นักเจ้าก็ลองชิมดู” ไท่จื่อเฟยตบที่นั่งข้างกายของนาง เป็นสัญญาณให้นางไปนั่ง

            สามารถนั่งได้ย่อมไม่มีทางยืนหลิงมู่เอ๋อร์ก็มิได้เกรงใจนาง ทว่า ขนมนั้นมิได้กินแม้แต่คำเดียว“ร่างกายของเหนียงเหนียงใช่มีที่ใดไม่สบายหรือไม่เพคะที่โรงหมอของหม่อมฉันยังมีผู้ป่วยรออยู่อีกมาก ไม่อาจเสียเวลาอยู่ได้นานนัก ”

            “บังอาจ!ข้าเป็นถึงไท่จื่อเฟย เจ้ากับนำข้าไปเปรียบเทียบกับชาวบ้านที่ต่ำต้อยพวกนั้นหากข้ามีความประสงค์จะรั้งตัวเจ้าไว้ในวัง เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถจากไปได้หรือ?”

            การตำหนิที่มาอย่างไม่กะทันหันทั่วทั้งร่างแผ่รัศมีเย็นเยียบออกมาคิดว่าสามารถข่มขู่ให้หลิงมาเอ๋อร์หวาดกลัวจนถอยไปได้ ใครจะรู้ว่าฝ่ายหลังกับมองนางนิ่งๆกระทั่งยกมุมปากขึ้นมา “หากใต้หล้าไม่มีราษฎรผู้ต่ำต้อยเหล่านี้จะนับเป็นใต้หล้าได้อย่างไร อย่าได้กล่าวถึงว่า ไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงบัดนี้ยังทรงเป็นเพียงชายาขององค์รัชทายาท ต่อให้ภายหน้าขึ้นครองตำแหน่งหวางโฮ่วหากไม่มีราษฎรที่ต้อยต่ำสนับสนุนจะทรงสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งนั้นได้อย่างมั่นคงหรือ?”

            “เจ้ารู้หรือไม่อาศัยเพียงคำพูดเมื่อครู่ของเจ้า ข้าก็สามารถประหารเก้าชั่วโคตรของเจ้าได้?” ไท่จื่อเฟยพิโรธนักดวงตาคมกริบนั้น ราวกับจะสามารถปล่อยกระบี่ที่แหลมคมออกมาได้

            “นอกจากไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงทรงไม่ต้องการสมปรารถนาเต็มใจที่จะเป็นเพียงพระชายาไปชั่วชีวิต”

            ช่างเป็นคำตอบที่เฉียบคมดีเหลือเกินรู้สึกเพียงในลำคอมีกลิ่นเค็มคาว เกือบจะทำให้ไท่จื่อเฟยกระอักเลือดออกมาแล้ว

            ดีเหลือเกินหลิงมู่เอ๋อร์ โอหังเช่นนี้ นางถึงกลับกล้านำจุดอ่อนของนางมาข่มขู่

            “ฮึเจ้าเป็นคนฉลาด เจ้าน่าจะรู้ว่าที่วันนี้ข้าเรียกเจ้ามาเพราะเหตุใดกระมัง?”

            หลิงมู่เอ๋อร์ส่ายหน้าไม่ตอบคำถาม และก็ไม่เดามั่วซั่ว

            “เมื่อวานยามประชุมในท้องพระโรงเรื่องที่ซูเช่อทูลฝ่าบาทอย่างชัดเจนว่า จะไม่มีทางแต่งงานกับบุตรีของอัครมหาเสนาบดีต่อหน้าเหล่าขุนนางทั้งหลายเชื่อว่าเจ้าคงได้ยินแล้ว” ไท่จื่อเฟยจ้องนางคิดมองผ่านทุกรายละเอียดเพื่อจับจุดอ่อนของนาง

            “ในหมู่ชาวบ้านล้วนลือไปทั่วแม้หม่อมฉันจะไม่อยากรู้ก็คงยากเพคะ” หลิงมู่เอ๋อร์ตอบกลับตามจริง

            เมื่อวานข่าวนี้ยังคงถูกปิดไว้ แต่วันนี้ตั้งแต่เช้าเหล่าชาวบ้านที่มาตรวจรักษาโรคต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ยังมีคนเดาว่าหลันเชี่ยนหยิ่งจะถูกดูหมิ่นจนโขกศีรษะตายหรือไม่

            “เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดซูเช่อจึงทำเช่นนี้?” ไท่จื่อเฟยยังคงถามต่อไป มีความตั้งใจที่จะไม่ยอมหยุด

            “จวิ้นอ๋องน้อยมีจิตใจละเอียดลึกซึ้งคนก็เฉลียวฉลาดไม่ว่าจะทำการตัดสินใจใดออกมาเชื่อว่าเป็นผลลัพธ์จากการใคร่ครวญแล้ว มิแน่ว่าเป็นเพียงเพราะไม่พึงใจในตัวคุณหนูหลันเท่านั้นกระมังเพคะ”

            “เช่นนั้นที่เขาชอบเป็นผู้ใดกัน?” ทันทีที่หลิงมู่เอ๋อร์พูดจบไท่จื่อเฟยไล่ถามต่อทันทีอย่างไม่ยอมตัดใจ

            หลิงมู่เอ๋อร์เชิดศีรษะดวงตาแจ่มกระจ่างทั้งคู่สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไอสังหารคุกรุ่นของนาง ครั้งนี้ขอเพียงนางกล่าวคำว่า ‘ข้า’ แค่คำเดียว เชื่อว่านางคงจะสิ้นชีพอยู่ ณ ตรงนี้เลย

            หลิงมู่เอ๋อร์ยิ้มรอยยิ้มที่อ่อนโยนราวกับแสงอาทิตย์อันอบอุ่นในวันที่แดดเจิดจ้าทำให้ผู้ที่มองรู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจ “ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็เป็นคนที่มีคู่หมั้นแล้วจะไปสนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับหม่อมฉันได้อย่างไรเพคะแม้ยามปกติหม่อมฉันจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจวิ้นอ๋องน้อยแต่อย่างไรชายหญิงก็มีความแตกต่าง เรื่องที่ส่วนตัวเช่นนี้หม่อมฉันไม่สะดวกที่จะไต่ถามหรอกเพคะ”

            ไท่จื่อเฟยหัวเราะเสียงเย็น“เจ้ากับกลอกกลิ้งเสียเหลือเกิน จุดนี้กลับมีความคล้ายคลึงกับซูเช่ออยู่บ้าง”นางพูดจบ ไอสังหารในดวงตาก็ค่อยๆ จางหายไป “หลันเชี่ยนหยิ่งคุณหนูใหญ่ของจวนอัครเสนาบดี ไข่มุกในฝ่ามือของอัครเสนาบดีคนปัจจุบันไม่เพียงมากด้วยความรู้ความสามารถ ยิ่งเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงเป็นผู้ที่เหล่าลูกหลานตระกูลใหญ่ไม่รู้เท่าใดอยากแต่งงานด้วย ทว่าการตัดสินใจในเมื่อวานของซูเช่อ ไม่เพียงเป็นการหยามหมิ่นตัวนางยังหยามเกียรติของจวนเสนาบดีทั้งจวน เจ้ารู้หรือไม่นั่นเป็นการเย้ยหยันที่ทำให้คนโมโหยิ่งกว่าหนังสือหย่าเสียอีก?”

            “แม้จะทราบแล้วอย่างไรเพคะหม่อมฉันกับหลันเชี่ยนหยิ่งไม่มีการคบค้าสมาคมกันซูเช่อกับหม่อมฉันก็เป็นเพียงมิตรสหายธรรมดาเท่านั้นหม่อมฉันปราศจากความสนใจในเรื่องของพวกเขาทั้งสองคนเพคะ”

            หากนางรู้ว่าที่วันนี้ไท่จื่อเฟยเรียกนางมา ก็เพื่อพูดเรื่องที่ไร้แก่นสารพวกนี้นางจะไม่มีทางเสียเวลา และเสียน้ำลายอย่างเด็ดขาด

            “ในเมื่อรู้แล้วเช่นนั้นเปิ่นกงยังคงต้องแนะนำสักคำ เรื่องใดควรทำเรื่องใดไม่ควรทำเชื่อว่าในใจของเจ้าเข้าใจดี ซูเช่อจวิ้นอ๋องน้อยผู้นี้ ยิ่งเป็นจวิ้นอ๋องในอนาคตหากเจ้าสามารถโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจได้ เปิ่นกงก็ถือว่าคบเจ้าเป็นมิตรสหายแล้ว”

            แข็งไม่สำเร็จก็ใช้ไม้อ่อน

            แต่นางหลิงมู่เอ๋อร์ดูว่างถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

            “หากหม่อมฉันไม่ทำตามไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงทรงมีแผนให้วันนี้หม่อมฉันไม่อาจก้าวออกจากวังได้?”

            “เป็นตำหนักรัชทายาท!”

            ไท่จื่อเฟยยืนกรานจากนั้นปรบมือให้ด้านนอก เดิมห้องโถงที่เงียบสงัดพลันมีองครักษ์หลวงบุกเข้ามาสิบกว่าคนแต่ละนายคาดกระบี่ไว้ที่เอว สีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง

            “แม่นางหลิงเป็นคนฉลาดและเป็นผู้มีสติปัญญา ราษฎรต้องการเซียนแพทย์เช่นท่านเชื่อว่าเจ้าคงไม่ทิ้งชีวิตของตนเองด้วยความผิดพลาดเพราะเรื่องเช่นนี้กระมัง ”

            ความหมายในคำพูดของไท่จื่อเฟยง่ายมากหากนางไม่รับปาก วันนี้ก็ให้นางสิ้นชีพอยู่ที่นี่หรืออาจเป็นการทรมานที่ทุกข์ยิ่งกว่าตาย

            ตัวนางหลิงมู่เอ๋อร์มิได้เติบโตมากับการข่มขู่

            แต่นางคือผู้ที่เอาชีวิตรอดมาจากปากพยัคฆ์

            “ไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงเป็นญาติผู้พี่ของหลันเชี่ยนหยิ่ง หลันเชี่ยนหยิ่งได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจมากถึงเพียงนั้นมาขอให้ท่านช่วยเหลือก็เป็นเรื่องสมควร ทว่า ไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงขอหม่อมฉันแนะนำพระองค์สักคำอย่าได้สูญเสียสถานการณ์ใหญ่เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเพคะ”น้ำเสียงของหลิงมู่เอ๋อร์เรียบเฉย สายตาไร้ความลนลาน ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่ครึ่งส่วน“พิษหญ้าฝรั่นในพระวรกายของพระองค์ แม้จะถูกหม่อมฉันกำจัดไปจนหมดสิ้นแล้วแต่หากต้องการตั้งครรภ์โดยเร็ว ยังต้องการสูตรยาที่หม่อมฉันเป็นผู้ปรับด้วยตนเองไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงมีหรือจะมิใช่ผู้ปรีชา ในเมื่อทรงเลือกหม่อมฉันก็เพราะทรงทราบว่า เรื่องที่หมอหลวงไม่อาจจัดการได้ มีเพียงหม่อมฉันที่แก้ปัญหาได้ทรงใคร่ครวญดีแล้วหรือว่า เพื่อหลันเชี่ยนหยิ่งเพียงคนเดียวจะทรงสละความพยายามในหลายปีนี้ของพระองค์ไป?”

            มีสตรีนางใดมิต้องการเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุด ไปสาดส่องทุกสรรพสิ่ง?

            สตรีของไท่จื่อมีมากมายเฉิดฉันฉายโฉม คนโปรดเปลี่ยนใหม่ทุกระยะแม้ยามนี้ไท่จื่อเฟยจะมีเรี่ยวแรงไปรับมือกับสตรีพวกนั้นแต่ย่อมมีช่วงเวลาที่รับมือไม่หมด ไม่สู้รีบตั้งครรภ์เชื้อสายมังกรขอเพียงนั่งลงบนบัลลังก์หวางโฮ่วนางยังจะต้องไปสนใจอีกทำไมว่าไท่จื่อจะมีสตรีจำนวนเท่าใด?

            “ในเมื่อพระวรกายของไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงไม่มีที่ใดที่มีปัญหาหม่อมฉันก็ขอทูลลาเพคะ”

            หิ้วกล่องยาขึ้นมาเดินส่ายอาดๆ ออกไปเหล่าองครักษ์วังหลวงที่อยู่หน้าประตูเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบขวางทางของนางหลิงมู่เอ๋อร์กลับไม่พูดอะไร แต่กลับพูดอยู่ในใจนิ่งๆว่า “หนึ่ง สอง …”

            “ส่งแม่นางหลิงออกจากวังอย่างปลอดภัย”

            บ้านสกุลหลิง

            หลิงจื่ออวี้เมื่อเห็นพี่สาวกลับก็รับวิ่งไปจูงมือของนางวิ่งไปยังห้องโถงด้านหน้า

            “พี่สาวท่านรีบมาดู เหล้าองุ่นที่ท่านคิดค้นนี้ ช่างเป็นรสชาติอันเลิศล้ำในโลกมนุษย์จริงๆกลัวว่า หากท่านกลับมาช้ากว่านี้อีกหน่อยก็จะถูกพวกเขากินจนหมดเกลี้ยงเป็นแน่ ”

            ในห้องโถงหลิงต้าจื้อ หยางต้าหนิว หยางซื่อ และท่านยาย ต่างก็นั่งล้อมโต๊ะมองของเหลวสีสันเจิดจ้าในขวดแก้วผลึกนั่นเป็นเหล้าองุ่นที่นางคิดค้นออกมาใหม่ล่าสุด หวานเปรี้ยวรสเลิศสดชื่นจนทำให้คนลุ่มหลง วันนี้ เป็นครั้งแรกที่นำออกมาให้ทุกคนได้ลองชิมแม้แต่จูชี ที่ยามปกติไม่ชอบดื่มสุรา ก็ยังมองจ้องอย่างกระชั้นชิด

            “ดูจากสีหน้าของพวกท่านข้าคาดว่าเหล้าองุ่นนี้ การทดลองคงต้องประสบความสำเร็จนัก วางใจเถอะเจ้าค่ะนี่เป็นเพียงการทดลองก้าวแรกเท่านั้น ในเมื่อทำได้ ข้าก็จะเพิ่มการผลิตพวกนี้ก็มอบให้พวกท่าน คืนนี้ให้ทุกคนได้ดื่มอย่างเพียงพอ ”

            นางรินเหล้าองุ่นลงในจอกของทุกคนจนเต็มเปี่ยมอย่างใจกว้าง“แต่แม้เหล้าจะดี แต่ทุกคนก็อย่าได้ดื่มมากจนเกินไป เหล้านี้แม้ไม่อาจเทียบนารีแดงแต่ก็มีฤทธิ์เต็มเปี่ยม”

            ทุกคนเมื่อได้ยินก็พากันแย่งยกจอกเหล้าขึ้นมาคิดว่าเมื่อดื่มหมดจอกหนึ่งค่อยดื่มอีกจอกหนึ่งใครก็ไม่อยากพลาดความเลิศรสในแดนมนุษย์นี้ แม้แต่หลิงจืออวี้ก็มองตาละห้อยจับชายเสื้อของหลิงมู่เอ๋อร์อย่างระมัดระวัง “ท่านพี่ข้าสามารถดื่มจอกหนึ่งได้หรือไม่?”

            ท่าทางตะกละนั้นราวกับย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อนในยามที่ไม่มีข้าวกิน

            “วันนี้มิใช่วันหยุดหนึ่งครั้งในหนึ่งเดือนของพวกเจ้าหรือท่านอาจารย์จูให้พวกเจ้าหยุดพักแล้ว แน่นอนว่าอยากทำสิ่งใดก็ย่อมได้ ไปเถอะ ทว่าได้เพียงจอกเดียวเท่านั้นนะ”

            เหล้าองุ่นหมักในครั้งนี้หลิงมู่เอ๋อร์หมักถึงห้าไหใหญ่ๆ นำออกมาไหหนึ่งให้ทุกคนแบ่งกันจากนั้นก็นำออกมาอีกไหมอบให้แก่จูชิงเฟิงที่เหลืออีกสามไหนางวางแผนจะนำไปที่ร้านอาหารเพื่อทำการขายแบบกำหนดช่วงเวลาใกล้จะถึงปีใหม่แล้ว ถือว่าเป็นการบริการที่เพิ่มสีสันให้กับทุกคน

            คิดไม่ถึงว่าเหล้าองุ่นเพิ่งจะวางขายได้เพียงวันเดียว ก็ดึงดูดแขกมาจำนวนนับไม่ถ้วนแม้แต่เหล่าองค์ชายที่อยู่ในวังหลวง ก็ล้วนแต่ตามกลิ่นหอมมา

            “ท่านพ่อท่านลุง ห้องรับรองด้านบนเป็นองค์ชายเจ็ดจัดเลี้ยงรับรองเชิญองค์ชายหกและเหล่าองค์ชายเจ้าค่ะ อีกครู่ข้าจะไปด้วยตนเองพวกท่านรั้งอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ดูแลแขกท่านอื่นเถิด ”

            ล้วนแต่เป็นองค์ชายและคุณชายในเมืองหลวงไม่เหมือนบรรดาขุนนางตระกูลใหญ่ทั่วไป หลิงมู่เอ๋อร์กังวลว่า ท่านพ่อและท่านลุงจะรับรองไม่ดีจนชักนำความยุ่งยากมา จึงได้รีบมาจากโรงหมออย่างทันท่วงที

            อย่างที่คิดทันทีที่เปิดประตู ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาสิบคนก็หันศีรษะมองตามกันมาฉากนี้ช่างแสบตาเสียเหลือเกิน

                “
    โอ้เป็นแม่นางเซียนแพทย์นี่นา แม่นางมาต้อนรับพวกเราด้วยตนเองช่างทำให้พวกเราพี่น้องตกตะลึงนัก” องค์ชายเจ็ดส่งเสียงขึ้นมาก่อนแสดงท่าทีราวกับคุ้นเคยกับนางเป็นอย่างดีออกมา

            “ที่แท้นี่ก็คือแม่นางเซียนแพทย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง อย่าว่าไป เมื่อนางมาถึงก็เขี่ยคุณหนูผู้มากความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงหลันเชี่ยนหยิ่งลงไปแล้วข้าว่า แม่นางก็อย่าได้เป็นแพทย์อะไรเลย เข้าวังไปเลยเถอะ”ผู้ที่กล่าววาจาเป็นชายที่นั่งอยู่ข้างกายองค์ชายเจ็ด หน้าตาหล่อเหลาเช่นเดียวกันแต่ดวงตาคู่นั้นกลับดูจิตใจไม่ค่อยซื่อตรงนัก

            “องค์ชายหกจะไปกลั่นแกล้งสตรีนางหนึ่งทำไมกัน”มองออกถึงความสงสัยของหลิงมู่เอ๋อร์ ซูเช่อทางหนึ่งรินชาอีกทางช่วยนางคลี่คลายสถานการณ์ “ได้ยินว่าเหล้าองุ่นนี้เป็นเหล้าที่แม่นางหลิงคิดค้นหมักขึ้นมาใหม่ สมคำร่ำลือจริงๆ ไม่ทราบว่าพอมีเหลือให้ข้านำกลับจวนบ้างหรือไม่”

            เมื่อได้ยินคำนี้เหล่าบุรุษที่ไม่รู้จักนามก็พากันแย่งกล่าวว่า “เหลือให้ข้าไหหนึ่ง”

            หลิงมู่เอ๋อร์มองซูเช่ออย่างขอบคุณทีหนึ่งแต่คำพูดที่กล่าวออกมากับไร้ไมตรีนัก“กล่าวแล้วว่าเป็นการบริการพิเศษสำหรับทุกคนช่วงปลายปี มีจำนวนและช่วงเวลาที่จำกัดเหล้าองุ่นทั้งหมดที่มีอยู่ล้วนอยู่ที่นี่แล้วจวิ้นอ๋องน้อยและองค์ชายทั้งหลายหากชอบ เกรงว่าคงได้แต่นำไหเปล่ากลับบ้านแล้ว”

            “ไหเปล่าพวกเราจะนำกลับไปทำไมไม่สู้พาสาวงามที่หมักเหล้ากลับไปดีกว่า มีหญิงงามและเหล้าดีคอยเคียงข้างทุกวันมิใช่ยอดเยี่ยมยิ่งหรือ?”

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592