6ปีที่แล้ว
00.30น.
กุกกักกุกกัก
เสียงบ้านี่มันคืออะไรมีคนมาขโมยของในบ้านหรอ แล้วทำไมการ์ดไม่ออกมาจับโจรกันนะหรือว่า...อย่าบอกนะว่าการ์ดตายกันหมดแล้วอ่ะ
“เฮือก!!” ฉันที่กำลังหลับอย่างสบายใจบนเตียงของตัวเองดีดตัวออกมาจากเตียงที่แสนนุ่มนั้นเพราะเสียงรื้อข้าวของดังอยู่ข้างนอกประตูห้องฉันโจร..ยังไงก็เป็โจรแน่ๆ ใครมันจะตื่นขึ้นมารื้อข้าวของกลางดึกล่ะและทั้งบ้านตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่นอกจากฉัน แม่ต้องออกไปโรงแรมเพราะที่โรงแรมของบ้านเรา ดันมามีปัญหากลางดึกส่วนพี่ชายและพ่อ ต้องออกไปประชุมกับเหล่าผู้บริหาร ฉันหันซ้ายหันขวามองหาอะไรก็ได้ อะไรซักอย่าง ที่มันพอจะมาเป็อาวุธป้องกันตัวเองได้และฉันก็หันไปเจอไม้เบสบอลของพี่ชายตรงมุมห้อง เขาเอามาอวดฉันเมื่อวันก่อน
ฉันค่อยๆเปิดประตูออกไปอย่างเงียบที่สุดมองไปตามโถงทางเดิน ทางซ้าย...มืดสนิท ทางขวากลับมีแสงลอดออกมาจากช่องประตูห้องพี่ชายฉันเอาไงดี ในนั้นอาจจะเป็โจร หรือพี่ที่กลับมาจากประชุมก็ได้ ฉันยืนคิดอยู่ซักพักและตัดสินใจที่จะเดินไปทางห้องพี่และเห็นว่าประตูมันแง้มไว้อยู่
“เอาว่ะไอ้เปญไม่ตายวันนี้ซักวันก็แก่ตาย งั้นขอตายแบบสวยๆล่ะกัน”ฉันตัดสินใจหลับตาและพุ่งเข้าไปในห้องของพี่ชายใช้ไม้เบสบอลตีไปมั่วๆหวังว่าจะโดนโจรซักคน
“แชมเปญ”บ้าจริง ไอ้โจรนี่รู้ชื่อฉันด้วย ทำการบ้านมาดีนะ แสดงว่าไม่ใช่โจรกระจอกว่าแต่...ทำไมโจรคนนี้เสียงมันดูคุ้นๆจัง
“พี่ไวน์...คุณลุง”ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีล่ะข้าง ก็เจอเข้ากับพี่ชายกับคุณลุงสุดที่รักมองฉันอย่างสงสัยไอ้เราก็เขินไปเลยสิคะทีนี้
“เอ่อ...เปญถามได้ไหมคะว่าพี่ไวน์กับคุณลุงทำอะไรกันอยู่” ฉันถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้ เพราะในมือของคุณลุงเป็กระเป๋าเดินทางส่วนในมือของพี่ชายฉันเป็เสื้อผ้า นี่มันคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดใช่ไหม
“เปญ..หนูรีบไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้องเดี๋ยวนี้”ร่างใหญ่วัยกลางคน พูดขึ้นมาหลังจากที่ฉันถามคำถามออกไปนี่กะจะไม่อธิบายให้ฟังกันเลยหรอ
“แต่..”ขณะที่ฉันอ้าปาก กำลังจะพูดต่อ แต่คุณลุงก็พูดขึ้นเสียงดัง
“เดี๋ยวนี้!!” แล้วทำไมต้องะโใส่ด้วยเล่าพูดดีๆก็ได้ ฉันไม่ได้ถามอะไรต่อ สะบัดก้นหนีเดินไปเก็บเสื้อผ้าตามที่คุณลุงสั่งเราทั้งสามคนออกจากบ้าน ฉันนั่งอยู่ข้างในรถด้วยคำถามมากมายที่อยู่ในหัวอยากจะพูดออกไป ถามออกไปให้มันจบๆเื่ แต่ว่านะ..ดูจากความเงียบภายในรถแล้วเราคงยังไม่ควรถามอะไรออกไปสินะ งั้นก็ของีบซักหน่อยแล้วกันตื่นขึ้นมาคงจะถึงที่พอดี เดี๋ยวค่อยถามลุงกับพี่ไวน์ตอนตื่นก็ได้
“อื้มมม”ฉันพลิกตัวไปมา เพื่อหลบแสงที่มันส่องตาฉันอยู่ นี่เช้าแล้วหรอฉันเปลี่ยนจากพลิกตัวเพื่อหลบแสง เป็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา เพดาน ผ้าม่าน ต้นไม้และนกกระจิบที่เกาะอยู่ตรงระเบียง ฉันเด้งตัวขึ้นมานั่งก็เห็นว่าตัวเองอยู่ในห้องที่มันไม่ใช่ห้องฉันแน่ๆ ฉันตัดสินใจก้าวเท้าลงจากเตียง และเดินสำรวจห้องไปเรื่อยๆจนเปิดประตูออกมา หนุ่มวัยรุ่นกับชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารมีอาหารพร้อมเหมือนกำลังรอเราอยู่เลย ฉันเดินไปนั่งอย่างเงียบๆ แต่ว่า...มันเงียบเกินไปแล้ว
“ที่นี่ที่ไหนคะ?” ฉันเริ่มที่จะพูดก่อนเพราะดูแล้วถ้าไม่ใช่ฉันที่พูดขึ้นมา คงจะเงียบแบบนี้ไปตลอด อึดอัดจังเลย
“คอนโดที่ลุงซื้อไว้น่ะ”ชายวัยกลางคนที่เลี้ยงฉันมาตอบคำถามของฉันท่านคงรู้ว่าตอนนี้ฉันคงมีคำถามที่อยากจะถามมากมาย พอเห็นว่าเขาตอบคำถามฉันฉันเลยถามต่อ
“แล้วเรามาทำอะไรที่นี่คะพ่อกับแม่อยู่ไหนคะ เขาจะตามมาไหม?” ฉันรัวคำถามที่อัดอั้นอยู่ในใจออกไป โล่งใจชะมัดที่ได้ถามออกไปแต่โล่งใจได้แค่แปบเดียวเท่านั้น ก็ต้องกลับมาหนักใจอีก เพราะร่างใหญ่ที่ฉันเคารพไม่ตอบคำถามอะไรฉันเลยหลังจากนั้นไม่ใช่แค่คุณลุงอย่างเดียว หนุ่มวัยรุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็พี่ชายแท้ๆของฉันเองก็เอาแต่เงียบั้แ่ฉันออกมาแล้วหรือเงียบมาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วกันนะ นี่มันอะไรกัน ทำไมทุกคนเงียบกันหมด
“เอาล่ะ..เปญหนูฟังลุงนะ วันนี้เราไปสมัครเรียนกันเถอะ ลุงจะเล่าให้ฟังเมื่อถึงเวลา” อะไรนะสมัครเรียน สมัครทำไม ฉันมีที่เรียนอยู่แล้วนะ
“คุณลุงพูดเื่อะไรคะหนูมีที่เรียนอยู่แล้วนะ คุณลุงจำไม่ได้หรอคะ” นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ยใครก็ได้ ใครซักคนช่วยอธิบายที สับสนไปหมดแล้ว
“ไม่ได้หนูเรียนที่เดิมไม่ได้ ถือว่าลุงขอนะ ทำตามลุงและเก็บความสงสัยไว้ก่อน ลุงสัญญาว่าจะบอกเื่ที่หนูอยากรู้ทุกอย่าง”สีหน้าของชายวัยกลางคนดูเครียดขึ้น ดูจริงจังขึ้น และสีหน้านั้นก็ยังบอกอีกว่านี่ไม่ใช่เื่ตลก เื่โกหกอะไร นี่คือเื่จริงและเขา้าให้เราไปสมัครเรียนใหม่จริงๆ
“ลุงจะเป็ผู้ปกครองให้หนูพาหนูไปสมัครเรียนเอง ทานข้าวซะแล้วไปแต่งตัว ลุงจะรออยู่ล่างคอนโด” พูดจบคุณลุงก็ลุกออกไปเลยและเดินออกไปจากห้องเงียบๆ ไม่แตะข้าวซักคำ
“พี่ไวน์อธิบายให้หนูฟังทีว่าเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น”ในเมื่อคนที่ตอบคำถามฉันไม่อยู่ตอบคำถามฉันแล้ว ฉันเลยหันไปถามร่างสูงกว่าที่นั่งข้างๆฉัน
“กินข้าวซะเดี๋ยวคุณลุงรอนาน” ร่างหนาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ
“เอาจริงดินี่จะปิดปากเงียบกันหมดแบบนี้เลยหรอ โอเคงั้นก็ได้” ฉันตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะและลุกออกมาไปแต่งตัวและไปสมัครเรียนทันที
Tulip part
00.30น.
แกร๊ก
ในขณะที่ผมกำลังเล่นเกมอยู่ที่ห้องนั้นเล่นนั้นคนที่ผมคิดว่าเขาน่าจะหลับไปแล้ว หรือไม่ก็น่าจะทำงานอยู่ที่ห้องทำงานดันโผล่เข้ามาที่ประตูหน้าบ้าน บ้าจริง..ไม่น่าจะเจอ่เวลานี้นี่ผมได้แต่คิดอยู่ในหัว
“ทิวนี่แกยังไม่นอนอีกหรอ” ชายที่มีอายุพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า คนที่พูดด้วยน้ำเสียงที่เ็าแบบนี้คือพ่อผมเอง พ่อเลี้ยงน่ะ เขาไม่เห็นผมเป็ลูกซะด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะใบบุญของแม่ที่เสียไปผมคงเป็เด็กกำพร้าอยู่ที่ไหนซักที่บนโลกใบนี้หรือไม่ก็ถูกส่งไปอยู่กับพ่อแท้ๆที่วันๆเอาแต่กินเหล้าเมายาและทุบตีผมไม่รู้เลยว่าอยู่กับพ่อหรือพ่อแท้ๆของผม อันไหนมันแย่กว่ากัน
“ยังครับพ่อ”ผมตอบกลับไปแบบไม่ได้ใส่ใจอะไร คงแค่จะทักตามมารยาทล่ะมั้ง แต่แล้วผมว่ามันคงไม่ใช่แค่มารยาทแล้วล่ะเมื่อคนอายุมากกว่าเดินมานั่งอยู่โซฟาอีกตัว
“หยุดเล่นเกมซักเดี๋ยวแล้วมาคุยกันได้ไหม”ผมเองยังไม่ละสายตาจากเกมที่เล่น และผมก็ััได้ถึงความเย็นะเืที่กำลังมองมาทางผม
“พ่อพูดมาได้เลยครับผมฟังอยู่” จะตอบว่า ไม่ได้หรือไม่ว่าง ก็ไม่ได้ซะด้วยสิ
“ฉันเพิ่งกลับจากที่ประชุมผู้บริหารมาและก็มีผู้บริหารหลายท่านสนับสนุนเรา” อ๋อ~ก็ดีแล้วนิที่มีคนสนับสนุนพ่อ ปกติเื่ดีๆแบบนี้พ่อไม่เล่าให้ผมฟังแล้วทำไมถึง...
“ฉันอยากให้แกมาช่วยเื่ธุรกิจอย่างเป็จริงเป็จัง”นึกว่าจะเื่อะไรที่แท้ก็เื่นี้นี่เอง
“ครับๆๆผมรู้แล้วครับพ่อ” หลังจากที่ผมตอบรับไป ผมก็ไม่ได้ฟังที่พ่อพูดอีกเลยสนใจแต่เกมตรงหน้า
“และมีอีกอย่างฉันอยากให้...@#$%&”นั่นแหละครับพ่อพูดอะไรต่อผมก็ฟังไม่รู้เื่ เพราะผมได้รับหน้าที่ที่ผมต้องทำแล้วนั่นคือผมต้องเริ่มเข้ามาช่วยพ่อบริหารธุรกิจอย่างจริงจังหลังจากนั้นมันคงไม่มีอะไรที่สำคัญหรอก
“แกเข้าใจไหมทิว”ชายวัยกลางคนถามผมขึ้นมาเสียงดังขึ้นอีกระดับ ทำให้ผมต้องไปสนใจเสียงของพ่ออีกครั้ง
“ครับๆๆเข้าใจแล้วครับ”ผมตอบพ่อแบบขอไปที หางตาผมเหลือบไปเห็นสีหน้าของพ่อที่ไม่พอใจพร้อมกับส่ายหน้าและลุกออกไปอย่างเอือมระอา
วันต่อมา
7.30น.
ครืดดด~ครืดดดด
เช้าอันสดใสบ้าจริง ใครมันขยันโทรหาผมแต่เช้ากันนะ นี่ไม่รู้หรอว่าห้ามรบกวนผมตอน่เช้าเนี่ยผมยังคงไม่สนใจ คิดว่าถ้าผมไม่รับเดี๋ยวก็วางไปเองแต่มันเหมือนทดสอบความอดทนกันเลย ประมาณว่า เอาสิใครทนได้นานกว่าคนนั้นชนะและผมแพ้ครับเื่ความอดทน
“ฮัลโหลใครครับ” ผมลุกขึ้นมาในสภาพที่ยังหลับตาอยู่ และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายพร้อมถามปลายสายด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย
“ซินไงซินเทียเอง” เสียงเล็กพูดขึ้นอย่างสบายๆ ทำให้ผมที่นั่งอยู่ที่เตียงที่ประคองสติตัวเองอยู่ต้องเบิกตาโพลงพอปลายสายพูดชื่อตัวเองออกมา
“ครับอาจารย์มีอะไรรึเปล่าครับ วันนี้วันหยุดนะ โทรหาผมแต่เช้าเชียว”ใช่ครับเธอเป็อาจารย์สอนสังคมอยู่ที่โรงเรียนผมเองแต่ผมกับเธอค่อนข้างจะสนิทกัน...นิดหน่อย ล่ะมั้ง
“แหม่เรียกซะห่างเหินเชียว ฉันว่าฉันสอนวิธีเข้าสังคมให้เธอแล้วนะสงสัยฉันต้องทบทวนบทเรียนให้เธอแล้วล่ะ”ไม่รู้ว่าทุกคนจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผมกับอาจารย์เขาไหมแต่นั่นแหละครับผมกับอาจารย์เขาสนิทกัน
“ซิน ~นี่ยังเช้าอยู่เลยไม่เอาทิวจะนอน” ผมพูดกลับไปและไม่ทันได้รอให้ปลายสายได้หาข้ออ้างมามัดตัวผมผมก็ตัดสายทิ้งไปทันที แต่ว่าอาจารย์เขาทำให้ผมไม่อยากที่จะนอนต่อเลยรู้สึกว่าหลับไม่ลงแล้ว ผมเลยลงไปหาอะไรกินข้างล่าง ผมเห็นร่างใหญ่กำลังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ และก็ดูข่าวอยู่ที่โต๊ะทานข้าว นี่เขาทำสามอย่างพร้อมกันได้ยังไงเนี่ยผมเลยไปนั่งที่โต๊ะ และซักพักป้าแม่บ้านก็เอาข้าวต้มมาให้ผม
“แกอย่าลืมเื่เมื่อคืนนะ”ชายวัยกลางคนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงข้ามผมพูดขึ้นเรียบๆโดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ
“ครับๆเื่ธุรกิจ ผมจะจริงจังกับมันมากขึ้น” ผมตอบร่างใหญ่แล้วก้มกินข้าวต้มที่สุดแสนอร่อยของป้าแม่บ้านต่อ
“แล้วอีกเื่หนึ่งล่ะ?” พ่อหยุดอ่านหนังสือพิมพ์และหันมามองหน้าผมส่วนตัวผมเองก็หยุดกินข้าวต้ม และเงยหน้ามองพ่ออย่างงุนงง
“ครับ?” อีกเื่หนึ่ง เื่อะไรเมื่อคืนไม่ได้มีแค่เื่เดียวหรอกหรอ
“หาวิธีจัดการและโค่นตระกูล อมรสิริโยธิน ทั้งหมดซะและนั่นเมื่อคืนแกก็รับปากฉันแล้ว” อะไรนะ พ่อพูดเื่นี้ด้วยหรอ ทำไมผมรู้สึกเหมือนพ่อไม่ได้เล่าให้ผมฟังเลยล่ะ
“แต่พ่อครับเื่ธุรกิจผมทำตามที่พ่อขอได้นะครับแต่ว่าเื่ของตระกูล อมรสิริโยธิน อะไรนั่นผมทำให้พ่อไม่ได้จริงๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็ใครและผมก็ไม่ได้มีเื่บาดหมางกับคนพวกนั้นเป็การส่วนตัวเลย” ผมอธิบายให้คนเป็พ่อฟังอย่างร้อนลน
“ฉันเข้าใจนะว่าแกไม่อยากทำแต่แกรับปากกับฉันแล้ว แกจะกลืนน้ำลายตัวเองหรอ รักษาคำพูดของแกด้วย”เอาอีกแล้วสินะ แย้งไม่ได้เลย ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ
“โธ่เว้ย!!” ผมลุกออกมาอย่างหัวเสียมีเื่ไม่น่าอภิรมย์แต่เช้าเลยผมยืนหัวเสียอยู่หน้าบ้านซักพัก และก็ตัดสินใจโทรหาซิน
“ฮัลโหลซิน”ผมทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน หลังจากปลายสายรับสายผมแล้ว
“อะไรกันทิวเปลี่ยนใจแล้วหรอ” เสียงเล็กพูดเย้าแหย่ขึ้นอย่างเป็กันเอง
“อยู่ไหนโรงเรียนใช่ไหม เดี๋ยวเข้าไปหา” ผมถามอย่างอารมณ์เสีย
“ใช่อยู่โรงเรียนกำลังขนของจากห้องหมวดไปห้องธุรการอยู่น่ะ” อาจารย์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงเป็ปกติของเธอกลับมาช่างเป็คนที่มอบพลังบวกให้กันจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าการเจอกันครั้งแรกของเราเป็ยังไงและบทบาทของอาจารย์กับนักเรียนมันค้ำคอ ผมคงชอบเธอไปแล้ว
“อืมเดี๋ยวไปหา” ผมกดวางสาย และขี่บิ๊กไบค์ ฉลามขาวลูกรัก s1000rrไปที่โรงเรียน พอผมมาถึงผมเลือกที่จะไปห้องธุรการเป็ที่แรก เพราะซินเองก็ต้องย้ายของจากห้องหมวดมาที่นี้อยู่แล้วเผื่อจะเจอเธอที่นี่ และมันก็ใกล้กว่าห้องหมวดอีก ผมเปิดประตูเข้าไปเจอกับร่างสวยเอวบางผมยาวสีบลอนด์ใส่สูทสีเทาแดงแสดงให้เห็นว่าเธอเป็อาจารย์อยู่โรงเรียนนี้
ด้วยความที่โรงเรียนนี้เป็โรงเรียนนานาชาติพูดง่ายๆคือโรงเรียนเด็กมีตังค์นั่นแหละ ยูนิฟอร์มที่นี่ก็เลยต่างจากโรงเรียนรัฐทั่วไปที่ต้องใส่กระโปรงยาวปิดเข่าสีดำหรือสีกรมส่วนนักเรียนชายก็กางเกงนักเรียนขาสั้นสีดำหรือสีกากี ส่วนเสื้อก็ต้องปักชื่อและชื่อโรงเรียน ที่นี่ไม่ค่อยซีเรียสเื่การแต่งกายของนักเรียนซักเท่าไหร่สิ่งที่แสดงให้รู้ว่าเป็เด็กโรงเรียนนี้ก็คงจะมีแค่เสื้อสูทสีน้ำกรมท่าตัดด้วยสีแดงเืหมูที่ขอบปกสูทตลอด 7 ปีที่ผมเรียนที่นี่ ผมเห็นมีแค่สูทตัวนั้นแหละที่นักเรียนทุกคนใส่เหมือนกัน ส่วนอาจารย์ทั้งหลายจะใส่สูทสีเทาตัดด้วยสีแดงเืหมูแทน
“อ่าวทิวมาแล้วหรอ” ผมเข้าไปจูบร่างบางอย่างดุดันทันทีไม่รอให้เธอได้พูดอะไร ผมค่อยๆเลื่อนลงมาจนถึงซอกคอขาวเนียนผมไม่ลืมที่จะทำรอยเอาไว้ แต่ทว่าครั้งนี้ผมทำแรงไป
“ทิว..ซินเจ็บ”คนตัวเล็กท้วงแต่ผมก็ยังคงทำต่อ ทำเป็ไม่ได้ยิน
“ทิวเป็อะไรรึเปล่า?” ร่างเล็กกว่าถามผมคงเพราะไม่เคยเห็นผมรุนแรงกับเธอแบบนี้มาก่อน ผมไม่ได้ตอบอะไรเธอไป สนใจแค่ซอกคอขาวนั่นอยู่ทีนี้ทุกคนคงรู้แล้วสินะว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับอาจารย์มันสนิทกันแบบไหน
เมื่อปีก่อนผมไปเข้าห้องน้ำครูว่าจะไปดูดบุหรี่บนตึกที่ไม่ค่อยจะมีนักเรียนเรียนแต่พอผมเข้าไป ผมกลับได้ยินเสียงครางเบาๆอยู่ห้องน้ำครูห้องข้างๆ ผมที่คิดว่าไอ้คนในห้องน้ำนั้นคงเป็นักเรียนชายคนหนึ่งที่มีอารมณ์และกำลังจะทำภารกิจพิชิตเขาเอเวอเรสต์อยู่ ผมเลยะโแซวไปว่า เบาหน่อยไอ้หนุ่ม แนะนำเว็บดีๆให้ไหมและซักพักเสียงมันหาย ผมที่นั่งดูดบุหรี่อยู่ไม่ได้ปิดประตูผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่รองเท้าส้นสูงสีดำยืนขวางประตูห้องน้ำผมในใจตอนนั้นผมคิดว่า ซวยแล้วไอ้ทิว มึงได้เข้าไปนั่งเล่นฝ่ายปกครองแน่พอผมเงยหน้าไปคนตรงหน้าผมเป็อาจารย์ท่านหนึ่ง ซินนั่นแหละแต่จุดประสงค์เขาไม่ได้มาเพื่อจะพาผมไปห้องปกครองเพราะจับได้ว่าผมดูดบุหรี่หรอกนะประโยคแรก ที่ซินพูดกับผมคือ แนะนำเว็บดีๆให้หน่อยสิ เราทั้งคู่สบตากันและผมคงไม่ต้องเล่าต่อหรอกนะว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นและมันก็เกิดอะไรแบบนั้นขึ้นตลอดจนถึงปัจจุบัน
แกร๊ก
“คือว่าจะมาสมัครเรียนค่ะต้อง..” ผมหันไปหาผู้มาใหม่ที่หน้าประตู เ้าของเสียงใสนั่น เธอค่อนข้างในิดหนึ่งแหละเอิ่มม ไม่น่าจะนิดเธอช็อกกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันก็น่าอยู่หรอก มีเื่บัดสีบัดเถลิงเกิดขึ้นในโรงเรียน
“เอ่อ..เดี๋ยวออกไปรอข้างนอกก็ได้ค่ะ” สาวแปลกหน้าพูดขึ้น หึ!ออกไปรอหรอ คงทำตัวไม่ถูกสินะ
“ไม่เป็ไรฉันไปเอง”ผมพูดนิ่งๆ และเดินออกไป
ช่องทางการลงนิยายของไรท์
ReadAwrite : Darby.writer
Tunwalai : Darby
Kawebook : Darby
Joylada : Darby
Fictionlog : Darby
Dek-D : Darbywriter
ฝากติดตามผลงานของไรท์ด้วยนะคะ