มือของนางที่ตบก้นหลานสาวตัวน้อยแ่เบาขึ้นเรื่อย ๆ ในใจรู้สึกมั่นคงและเบาสบายอย่างยิ่ง
เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ครอบครัวหลี่ก็ขึ้นเรือมาได้เจ็ดแปดวันแล้ว
ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ ไม่เคยเกียจคร้านหรือหลบเลี่ยงงาน ทำให้คนในบ้านตระกูลซุนปฏิบัติกับพวกเขาด้วยท่าทีอ่อนโยน ไม่มีการกลั่นแกล้งหรือข่มเหงแม้แต่น้อย
ส่วนหน้าที่ของเจียอินก็คือ การไปอยู่เป็เพื่อนเล่นกับคุณหนูซุนในทุก ๆ วัน
เด็กหญิงตัวน้อยวัยเจ็ดเดือนยังพูดไม่ได้ นางจึงทำได้เพียงส่งเสียงอ้อแอ้เป็เพื่อนเท่านั้น
บางครั้งเพียงแค่พ่นฟองน้ำลาย หรือขยับแขนขาไปมา ก็ทำให้คุณหนูซุนร่าเริงแจ่มใส และทำให้ฮูหยินซุนเผยรอยยิ้มออกมาได้
วันหนึ่ง ฮูหยินซุนสังเกตเห็นหมวกใบเล็กที่จ้าวอวี้หรูเย็บให้เจียอิน ลวดลายของมันคล้ายคลึงกับลวดลายในบ้านเกิดของนางยิ่งนัก
นางเกิดนึกสนุกขึ้นมา จึงฝากเด็กทั้งสองไว้ในห้องด้านในโดยมีแม่นมคอยดูแล จากนั้นจึงพาแม่เฒ่าหลี่ออกไปที่ห้องด้านนอกเพื่อดูสมุดรวมลวดลายที่นางเก็บสะสมไว้
ทว่าทันทีที่ฮูหยินซุนเดินออกไป แม่นมก็เริ่มหาววอด
เมื่อคืนเรือโคลงเคลงอย่างหนัก ทำให้นางแทบไม่ได้นอนทั้งคืน ยามนี้จึงรู้สึกง่วงงุนอย่างรุนแรง
แม่นมตัดสินใจแอบอู้งานโดยการวางคุณหนูลงในเตียงไม้เล็ก ๆ ที่มีรั้วกั้น ส่วนเจียอินยังพลิกตัวไม่ได้ จึงถูกปล่อยให้นอนอยู่บนเตียงเช่นกัน
เจียอินเอียงคอ มองผ่านช่องว่างของรั้วกั้นไปยังคุณหนูซุน
เด็กหญิงตัวน้อยนอนอยู่บนเตียงทารก พลางเล่นนิ้วมือของตนเองด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง
เจียอินกลัวว่านางจะตกลงมา จึงส่งเสียง 'อา อา' สองสามครั้ง เพื่อบอกให้นางนอนลงตามเดิม
แต่เมื่อคุณหนูซุนได้ยินเสียง กลับใช้มือยันรั้วกั้นแล้วลุกขึ้นยืน
จากนั้นสายตาก็ถูกดึงดูดด้วยจานขนมที่วางอยู่บนโต๊ะนอกรั้วกั้น
มันคือขนมเปี๊ยะอบแห้งสีน้ำตาลชิ้นพอดีคำ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นน่ารับประทานยิ่งนัก
เด็กเล็กมักมีความอยากรู้อยากเห็นสูง คุณหนูซุนจึงลืมเจียอินไปเสียสนิท พลางยื่นแขนสั้น ๆ ออกไปเพื่อจะหยิบขนมเปี๊ยะเ่าั้
ขณะนั้นแม่นมได้พิงขอบเตียงหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว
เจียอินเริ่มร้อนรน ทว่ายังไม่ทันที่นางจะหาวิธีเตือนแม่นม คุณหนูซุนก็คว้าขนมเปี๊ยะชิ้นหนึ่งยัดเข้าปากไปแล้ว!
“อื้อ...” ขนมเปี๊ยะนั้นแห้งสนิท ปากเล็ก ๆ ของคุณหนูซุนถูกขนมยัดจนเต็ม ทั้งยังไม่รู้จักวิธีคายออกมา
ในยามที่นางพยายามจะร้องไห้ เศษขนมบางส่วนกลับถูกสูดเข้าไปในหลอดลม ทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำเพราะขาดอากาศหายใจ
เจียอินอยากจะะโขึ้นมาช่วยชีวิตคนใจจะขาด แต่ติดที่ตอนนี้ตนเองเป็เพียงทารกที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก
นางจึงทำได้เพียงแผดเสียงร้องไห้จ้าเพื่อขอความช่วยเหลือ “แง... แงงง!”
“เกิดอะไรขึ้น ฝูหนิ่ว? ย่ามาแล้ว ย่ามาแล้ว!” แม่เฒ่าหลี่เป็คนแรกที่วิ่งพรวดพราดเข้ามา โดยมีฮูหยินซุนตามเข้ามาติด ๆ
เดิมทีนางกังวลว่าลูกสาวจะใ แต่กลับพบว่าใบหน้าของลูกสาวเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงแล้ว
“ลูกแม่!” ฮูหยินซุนใจนขวัญเสีย มือเท้าอ่อนแรงไปหมด
ทว่าแม่เฒ่าหลี่ผู้มีประสบการณ์รีบอุ้มคุณหนูซุนขึ้นมา ใช้นิ้วเขี่ยเอาขนมเปี๊ยะออกจากปาก จากนั้นให้เด็กน้อยนอนคว่ำบนแขนแล้วออกแรงตบหลังอย่างแรง
คุณหนูซุนร้องไห้พลางไอโขลก จนในที่สุดก็คายเศษขนมออกมาได้
ส่วนแม่นมตื่นขึ้นมานานแล้ว นางใจนตัวสั่นงันงกราวกับนกกระทา หดตัวลีบอยู่ที่ปลายเตียง
ฮูหยินซุนกอดลูกสาวไว้แน่น เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกจึงเริ่มได้สติ และระบายโทสะทั้งหมดใส่แม่นม
“เ้าดูแลคุณหนูอย่างไร!”
แม่นมรีบขอขมา “บ่าวไม่ได้ตั้งใจ ฮูหยิน บ่าวเพียงแต่ง่วงมากจริง ๆ จึงคิดจะงีบสักครู่ ไม่นึกเลยว่าคุณหนูจะลุกขึ้นมาทานขนม!”
“เ้าจะบอกว่าต้องโทษคุณหนู และเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้าอย่างนั้นหรือ?!” ฮูหยินซุนตวาดถามด้วยน้ำเสียงกร้าว ใบหน้าแดงก่ำ
หากไม่ใช่เพราะติดเื่ฐานะ นางคงลงมือตบตีไปแล้ว
แม่นมหมอบกราบจนหน้าผากติดพื้น พลางร้องไห้ฟูมฟาย
“ไม่ ไม่... ฮูหยิน ทั้งหมดเป็ความผิดของบ่าว โปรดเมตตาให้อภัยบ่าวสักครั้งด้วยเถิด บ่าวจะไม่ให้มีครั้งที่สองอย่างเด็ดขาด...”
แม่เฒ่าหลี่เห็นนางร้องไห้อย่างน่าเวทนา อีกทั้งขอบตายังคล้ำดำ จึงรู้สึกใจอ่อนและลองเอ่ยขึ้นว่า“ฮูหยิน ข้าเห็นว่าแม่นางหลี่ดูแลคุณหนูอย่างละเอียดรอบคอบยิ่งนัก ได้ยินว่านางกังวลเื่ไม่มีน้ำนมให้คุณหนูจนเครียดจัด ถึงขั้นเป็แผลร้อนในที่ริมฝีปาก ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่หายดี อีกทั้งยามนี้ขอบตาก็ดำคล้ำ คาดว่าเมื่อคืนคงนอนไม่หลับ จึงเกิดความง่วงงุนจนทำผิดพลาดครั้งใหญ่เช่นนี้”
ฮูหยินซุนปรายตามองแม่นม สีหน้าเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย
แม่เฒ่าหลี่ตบตัวเจียอินที่หยุดร้องไห้เบา ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น
“ฮูหยินเดินทางไกล หากท่านโกรธจนอยากเปลี่ยนคน ยามนี้เกรงว่าคงหาคนที่ถูกใจได้ยาก อีกทั้งแม่นมผู้นี้มีความจริงใจต่อคุณหนู และรู้ตัวว่าทำผิดมหันต์ หากท่านมีเมตตาให้อภัยนางในครั้งนี้ นางย่อมจดจำบุญคุณของท่าน และจะยิ่งตั้งใจดูแลคุณหนูให้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าจะดีกว่าหรือ?”
ในใจของแม่นมซาบซึ้งในบุญคุณของแม่เฒ่าหลี่เป็อย่างยิ่ง จึงรีบพยักหน้าเห็นพ้อง
ฮูหยินซุนก็เห็นว่าคำพูดนี้มีเหตุผล เมื่อเห็นลูกสาวเริ่มดึงสร้อยไข่มุกที่ห้อยอยู่ที่สาบเสื้อของนางมาเล่น ก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีอะไรน่ากังวลแล้ว
นางจึงเอ่ยว่า “ช่างเถิด วันนี้โชคดีที่มีฝูหนิ่วอยู่ข้าง ๆ หนานหนานจึงไม่เป็อะไร ถือว่า์คุ้มครอง ไม่เช่นนั้น ต่อให้เ้ามีร้อยชีวิตก็ชดใช้ความผิดนี้ไม่ได้!”
แม่นมได้ยินดังนั้นก็เพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่แล้วก็ได้ยินฮูหยินซุนกล่าวต่อว่า “แต่เื่นี้จะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้ เงินเดือนของเ้าในเดือนนี้จะถูกหัก เพื่อให้เ้าจำบทเรียนนี้ไว้”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ ขอบพระคุณฮูหยินยิ่งนักที่เมตตา ต่อไปบ่าวจะดูแลคุณหนูอย่างสุดความสามารถ จะไม่ให้เกิดเื่เช่นวันนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด”
การที่แม่นมเกือบทำให้คุณหนูเสียชีวิต แต่ไม่ถูกขายทิ้งหรือถูกโบยจนปางตาย ก็นับว่านายท่านเมตตาอย่างยิ่งแล้ว
อย่าว่าแต่หักเงินเดือนหนึ่งเดือนเลย ต่อให้หักมากกว่านี้หลายเดือนนางก็ยินดีน้อมรับ
“ลุกขึ้นเถิด” ฮูหยินซุนยังคงมีความขุ่นเคืองหลงเหลืออยู่ เมื่อพูดจบก็ไม่ชายตามองนางอีก
แม่นมรีบลุกขึ้น แล้วแอบส่งสายตาขอบคุณไปยังแม่เฒ่าหลี่
“ท่านป้าหลี่ วันนี้ต้องขอบคุณฝูหนิ่วจริง ๆ หากไม่มีนาง หนานหนานคงต้องลำบากไม่น้อย...”
ฮูหยินซุนมองเจียอินที่อยู่ในอ้อมกอดของแม่เฒ่าหลี่ซึ่งกำลังสงบเสงี่ยม ในแววตาเปี่ยมไปด้วยความขอบคุณอย่างลึกซึ้ง
แม่เฒ่าหลี่รีบโบกมือ “ฮูหยินกล่าวเกินไปแล้ว เด็กเล็กย่อมมีร้องไห้โยเยเป็ธรรมดา เื่นี้เป็เพียงเื่บังเอิญ คุณหนูต่างหากที่มีบุญ ไม่ว่าจะเกิดเื่ใดก็สามารถผ่านพ้นอันตรายไปได้”
ฮูหยินซุนได้ยินดังนั้นก็พอใจ จึงสั่งสาวใช้เสียงดัง
“เปิดหีบ! นำผ้าไหมชั้นดีที่ข้านำมาจากจวนออกมาหลาย ๆ พับ เพื่อนำไปตัดชุดสวย ๆ ให้ฝูหนิ่ว”
แม่เฒ่าหลี่ได้ยินดังนั้นก็รีบโบกมือปฏิเสธ
“ฮูหยิน ไม่ได้หรอก ไม่ได้จริง ๆ ! เด็กจากครอบครัวยากจนอย่างพวกเรา จะใช้ผ้าไหมตัดเสื้อผ้าได้อย่างไรกัน?”
ฮูหยินซุนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ นางเพียงคิดจะมอบของดี ๆ ให้ฝูหนิ่ว แต่กลับไม่ได้คำนึงว่าสิ่งนั้นเป็สิ่งที่เด็กน้อยจำเป็ต้องใช้หรือไม่
แต่หากไม่ให้ผ้าไหม แล้วจะให้อะไรดี?
ฮูหยินซุนเริ่มลำบากใจ
แม่นมมองดูมือน้อย ๆ ที่โผล่พ้นผ้าอ้อมของเจียอิน จึงเกิดความคิดและกระซิบบอกว่า “ฮูหยิน ครอบครัวท่านป้าหลี่ไม่สามารถสวมผ้าไหมได้ อีกทั้งการตัดเย็บยังยุ่งยาก ไม่สู้หาเสื้อผ้าเก่าที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด ซึ่งสามารถสวมใส่ได้ทันทีและไม่สะดุดตา เมื่อวานบ่าวเห็นแขนเสื้อของพี่สะใภ้หลี่มีรอยปะชุนอยู่ด้วยเ้าค่ะ”
คำพูดนี้ช่วยเตือนสติฮูหยินซุน นางจึงพยักหน้าชมเชยทันที
“ใช่ ความคิดนี้ดีมาก เ้าไปบอกให้ชุนเอ๋อร์หาเสื้อผ้าเก่าในหีบออกมาให้มากหน่อย!”
แม่เฒ่าหลี่ยังคิดจะปฏิเสธ แต่เจียอินกลับยื่นมือน้อย ๆ มาดึงสาบเสื้อของนางไว้
“อี้ ยา...”
แม่เฒ่าหลี่คิดว่าหลานสาวหิวหรือไม่ก็อยากปัสสาวะ ในขณะที่นางก้มลงตรวจสอบ แม่นมก็เดินออกไปแล้ว
ส่วนฮูหยินซุนได้หยิบตั๋วเงินหนึ่งใบและเงินแท่งสองก้อนออกมาจากกล่องเล็ก ๆ ข้างเตียง
“ท่านป้า พวกท่านเดินทางไปพึ่งพิงญาติ มีเงินติดตัวไว้บ้างย่อมดีกว่า ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงนี้ ท่านจงเก็บรักษาไว้ให้ดี ถือเสียว่าข้ามอบให้เป็เงินขวัญถุงสำหรับออกเรือนของฝูหนิ่วในอนาคต”
พูดจบนางก็เลื่อนเงินแท่งส่งให้
“ส่วนสิบตำลึงนี้ ท่านเก็บไว้ใช้สอยยามจำเป็เถิด”