ลมหายใจสุดท้ายของชลธีหนักอึ้งและติดขัด มันเป็เสียงกรีดร้องอันทรมานของปอดที่กำลังจะดับลง เขาพยายามขยับมือที่ซีดเผือดไปคว้าผ้าห่มผืนบางที่กองอยู่ข้างเตียง แต่นิ้วมือที่แห้งกร้านกลับไร้เรี่ยวแรงเสียจนทำได้เพียงกระตุกเบา ๆ เท่านั้น
ความมืดเริ่มกลืนกินการมองเห็น แสงสลัวจากหลอดไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ บนเพดานห้องเช่าโทรมๆ กลายเป็เพียงจุดจางๆ ในม่านตาของเขา กลิ่นอับชื้นของห้องเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งหน้าต่าง เสียงทีวีจากห้องข้างๆ ที่เปิดทิ้งไว้กระท่อนกระแท่น ล้วนเป็ฉากสุดท้ายของชีวิตที่น่าสมเพชนี้
ชีวิตของชลธี...จบลงแล้วสินะ
ในวัย 40 ปี เขาล้มเหลวทุกด้านอย่างสมบูรณ์แบบ ชื่อเสียงที่เคยมีในฐานะลูกชายคนโตของตระกูล 'ธีรโชติ' อดีตเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลนั้นมลายหายไปนานแล้ว ทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีใครเหลียวแล แม้แต่บิดาที่เคยเข้มงวด มารดาที่เคยตามใจ หรือน้องชายที่เคยแก่งแย่งชิงดี ต่างก็หมางเมินเขาไปนานแล้ว
นึกย้อนไปในอดีต ชลธีเคยเป็คนอ่อนโยน ใจดี เชื่อคนง่าย และมองโลกในแง่ดีเกินไป นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมด เขามอบความไว้วางใจให้เพื่อนสนิทแต่กลับถูกแทงข้างหลังไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ถูกยักยอกเงินลงทุนไปจนหมดตัว เขามอบความรักให้คนรักจนหมดใจ แต่เธอกลับหักหลังด้วยการไปคบกับเพื่อนสนิทของเขาเอง นั่นไม่ใช่แค่การหักหลัง แต่เป็การตอกย้ำว่าเขาโง่เง่าแค่ไหน
ความผิดพลาดสะสมทับถมกันมานานหลายสิบปี จากลูกเศรษฐีที่เคยมีอนาคตสดใส เขากลายเป็คนล้มเหลว ไร้บ้าน ไร้เงิน ไร้ครอบครัว ไร้คนรัก ทุกอย่างหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
"ฮึ..." เสียงหัวเราะที่แหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอ ชลธีรู้สึกเ็ปไปทั้งตัว ไม่ใช่แค่ร่างกายที่อ่อนแอ แต่เป็หัวใจที่แตกสลาย สิ่งเดียวที่เขารู้สึกได้ตอนนี้คือความว่างเปล่า มันเป็ความว่างเปล่าที่หนักอึ้งกว่าความตายเสียอีก
ถ้าหาก...ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในห้วงสุดท้ายของสติ ชลธีเคยได้ยินเื่เล่าเกี่ยวกับคนที่ได้โอกาสครั้งที่สอง เขาเองก็เคยอยากมีโอกาสนั้น...โอกาสที่จะแก้ไขทุกอย่าง โอกาสที่จะไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอย โอกาสที่จะไม่ถูกดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไป
แต่แล้ว...ความมืดก็เข้าครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง ชลธีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่าที่เย็นะเื ร่างกายเบาหวิวคล้ายไร้น้ำหนัก ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกดูดกลืนลงไปในห้วงลึกไร้ก้นบึ้ง
"ระบบกำลังประมวลผล..."
เสียงอิเล็กทรอนิกส์เ็าแต่คมชัดดังก้องอยู่ในโสตประสาทของชลธี
"การเชื่อมต่อสำเร็จ... ตรวจพบสิ่งมีชีวิต: ชลธี (ID: TH-1985-0421-1)"
ชลธีลืมตาพรึ่บ!
เขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนอนที่คุ้นเคย กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มลอยแตะจมูก แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง เผยให้เห็นเฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊คสีเข้มและผนังห้องสีครีมที่คุ้นตา
นี่มัน...ห้องนอนของเขา! ห้องนอนในบ้านเก่าของตระกูลธีรโชติ!
ชลธีลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เขาััใบหน้าเรียบลื่นของตัวเอง นิ้วมือที่เคยเหี่ยวย่นกลับเนียนนุ่มและมีชีวิตชีวา เขาขยับแขนขาอย่างแรง ความเ็ปจากการป่วยไข้ที่เคยรุมเร้าหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง ร่างกายของเขารู้สึกแข็งแรงและกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็มานานแสนนาน
เขารีบวิ่งไปที่กระจกบานใหญ่ในห้องนอน ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
ใบหน้าของชายหนุ่มวัย 20 ปีปรากฏอยู่ในกระจก! ดวงตาคมกริบที่เคยหม่นหมองบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายสดใส ผิวพรรณเต่งตึงและมีเืฝาด ผมเผ้าดกดำเป็เงางาม
นี่มัน...ฉันในวัยยี่สิบ! ชลธีแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาจำวันนี้ได้...มันเป็วันแรกที่เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยปี 2 เพื่อไปตามความฝัน (ที่แสนจะผิดพลาด) ในการทำธุรกิจกับ 'เพื่อนสนิท' จอมปลอมคนนั้น
ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพความทรงจำจากอนาคตก็ถาโถมเข้าใส่สมองของเขาเหมือนเขื่อนแตก เหตุการณ์ในอีก 20 ปีข้างหน้าฉายชัดราวกับภาพยนตร์ ทั้งความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่นำไปสู่หายนะใหญ่ การลงทุนที่ผิดพลาด การถูกหลอกลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า การถูกครอบครัวทอดทิ้ง และจุดจบที่น่าอนาถ
"การเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานสำเร็จ ระบบบริหารชีวิตกำลังเปิดใช้งาน..."
จู่ๆ หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอมม่วงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าชลธี มันลอยอยู่กลางอากาศ ไม่มีใครนอกจากเขาที่มองเห็นได้ ้ามีคำว่า 'ระบบบริหารชีวิต (Life Management System)' พร้อมแถบสถานะต่างๆ คล้ายกับในเกมที่เขาเคยเล่น
"นี่มัน...อะไรกัน?" ชลธีพึมพำ
"ยินดีต้อนรับสู่ระบบบริหารชีวิต ผู้ใช้งานชลธี" เสียงอิเล็กทรอนิกส์เดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูเป็มิตรขึ้นเล็กน้อย "ระบบถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้งานในการแก้ไขความผิดพลาดในอดีต พัฒนาศักยภาพ และสร้างชีวิตที่ดีขึ้น"
ชลธีจ้องมองหน้าต่างระบบอย่างตะลึงงัน นี่ไม่ใช่ความฝัน นี่คือเื่จริง! เขาย้อนเวลากลับมา และมาพร้อมกับ 'ระบบ' อย่างที่เขาปรารถนา
ชื่อ: ชลธี ธีรโชติ อายุ: 20 ปี สถานะ: ผู้ถูกทอดทิ้ง (ชั่วคราว) ค่าสถานะหลัก:
ปัญญา (INT): 5/100 (เฉลี่ย)
เสน่ห์ (CHA): 6/100 (พอใช้)
วินัย (DIL): 4/100 (ต่ำ)
ชื่อเสียง (REP): 50/100 (ครอบครัวหนุน)
พละกำลัง (STR): 7/100 (อ่อนแอ)
ความคล่องตัว (DEX): 6/100 (ปานกลาง) ความสามารถพิเศษ: ยังไม่มี ทักษะ: ยังไม่มี เงินทุน: 50,000 บาท (เงินเก็บ)
"ค่าสถานะของฉันมันแย่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ชลธีบ่นอุบ เขารู้สึกท้อแท้เล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลข แต่แล้วประกายตาแห่งความมุ่งมั่นก็ฉายชัดขึ้น "ไม่เป็ไร...ตอนนี้ฉันมีระบบแล้ว!"
"ภารกิจเริ่มต้น: แก้ไขความผิดพลาดแรกเริ่ม" รายละเอียด: "หลีกเลี่ยงการลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปทำธุรกิจผิดกฎหมายกับเพื่อนทรยศของคุณ" เงื่อนไข: ลงทะเบียนเรียนในเทอมถัดไป และปฏิเสธข้อเสนอของนายสมชาย (เพื่อนทรยศ) ภายใน 48 ชั่วโมง รางวัล: +10 INT, +5 DIL, ปลดล็อกทักษะ 'การอ่านความคิดเบื้องต้น' (ระดับต่ำ), เงินรางวัล 10,000 บาท บทลงโทษหากล้มเหลว: -20 INT, -10 DIL, ระบบจะระงับการทำงาน 1 สัปดาห์
ชลธีมองภารกิจแรกด้วยความใ สมชาย! ชื่อที่เขาเกลียดเข้าไส้ คนที่พาเขาไปสู่ความหายนะในชีวิตก่อน!
"ง่ายไปเลยสิ!" เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและเด็ดเดี่ยว "ครั้งนี้ฉันจะไม่โง่อีกแล้ว!"
เขารีบลงจากเตียงและตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เคยสวมใส่ในวัยเด็กยังคงแขวนอยู่เต็มตู้ เขาเลือกชุดที่ทะมัดทะแมงที่สุดแล้วเดินออกจากห้องไป
ข้างล่างบ้าน เสียงดังอึกทึกจากห้องทานอาหารบ่งบอกว่าสมาชิกในครอบครัวกำลังทานอาหารเช้ากันอยู่ ชลธีเดินลงบันไดไปช้าๆ หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าความสัมพันธ์กับครอบครัวของเขาในอดีตนั้นเลวร้ายแค่ไหน
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้องทานอาหาร บรรยากาศก็เงียบกริบลงทันที
นายธนกร ธีรโชติ ผู้เป็บิดา ใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบมองมาที่เขาด้วยแววผิดหวังเสมอมา เขานั่งอยู่หัวโต๊ะ
คุณหญิงวิภา ธีรโชติ ผู้เป็มารดา ใบหน้าสวยสะพรั่งแต่แฝงไว้ด้วยความวิตกกังวล เธอหันมามองเขาพร้อมรอยยิ้มจืดชืด
และ ธนิน น้องชายคนเล็กของเขา ผู้ที่ฉลาดกว่า มุ่งมั่นกว่า และเป็ลูกรักของบิดามารดา เขานั่งก้มหน้าก้มตากินอาหารราวกับไม่เห็นชลธีอยู่ในสายตา
"มาแล้วเหรอชลธี" ผู้เป็มารดาเอ่ยขึ้นเบาๆ
"ครับแม่" ชลธีตอบ เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็ปกติ
"วันนี้มีเื่อะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาเคร่งเครียด" คุณหญิงวิภาถามด้วยความเป็ห่วงที่เขาไม่ได้ััมานานแสนนาน
ชลธีเม้มปาก เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมอีก
"ไม่มีอะไรครับแม่...แค่คิดเื่เรียน" เขาตอบ "ผมคิดว่าผมจะเรียนต่อให้จบครับ ไม่ลาออกไปไหนแล้ว"
คำพูดของชลธีทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึง นายธนกรเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาประหลาดใจ ส่วนธนินถึงกับสำลักน้ำ
"อะไรนะแก?" นายธนกรถามเสียงเข้ม "เมื่อวานยังบอกว่าอยากออกไปทำธุรกิจของตัวเองไม่ใช่เหรอ?"
ชลธีสูดหายใจลึกๆ "ผมคิดทบทวนดูแล้วครับพ่อ...ว่าการศึกษาสำคัญที่สุด ผมอยากเรียนให้จบก่อน ค่อยออกไปทำธุรกิจครับ"
นายธนกรจ้องมองลูกชายอย่างพิจารณา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ แต่ก็แฝงแววพอใจเล็กน้อยที่ชลธีเปลี่ยนความคิด
"งั้นก็ดี" นายธนกรตอบสั้นๆ "จำไว้ล่ะว่าพูดอะไรออกไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ อย่าเปลี่ยนใจเหมือนเมื่อก่อนอีก"
ชลธีพยักหน้าอย่างมั่นคง "ครับพ่อ ผมจะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว"
บทสนทนาสั้นๆ นี้ทำให้ชลธีรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด อย่างน้อยก็ได้เริ่มต้นแก้ไขความสัมพันธ์กับครอบครัวแล้วหนึ่งก้าว แม้จะยังไม่ได้รับการยอมรับทั้งหมดก็ตาม
หลังจากทานอาหารเช้า ชลธีรีบปลีกตัวออกจากบ้าน เขารู้ดีว่าสมชายจะต้องโทรมาหาเขาในไม่ช้า และเขาต้องเตรียมรับมือ
ไม่นาน โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าของเขาก็ดังขึ้น เป็เบอร์ที่คุ้นเคยดี
"ฮัลโหลชลธี! แกอยู่ไหนวะ?" เสียงของสมชายดังเจื้อยแจ้วมาตามสาย "วันนี้ไม่ไปมหา'ลัยเหรอ? ฉันมีเื่สำคัญจะคุยด้วย"
"สมชาย" ชลธีตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามควบคุมอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ฉันมีเื่จะบอกนายเหมือนกัน"
"อะไรวะ รีบมาหาฉันที่ร้านกาแฟหน้ามหา'ลัยสิ เดี๋ยวเล่าแผนการใหญ่ให้ฟัง!" สมชายพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "รับรองคราวนี้รวยเละ! เราสองคนจะเป็เศรษฐีในพริบตาเลย!"
รวยเละ? เละจริงๆ นั่นแหละ เละจนไม่เหลืออะไรเลยต่างหาก! ชลธีคิดในใจ
"ฉันไม่ไป" ชลธีตอบเสียงหนักแน่น
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่สมชายจะหัวเราะหึๆ "อะไรวะแก ล้อเล่นเหรอวะ? หรือเมื่อคืนนอนไม่พอ?"
"ฉันพูดจริง" ชลธีเน้นย้ำ "ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเรียนต่อให้จบ และฉันจะไม่ทำธุรกิจร่วมกับนายอีก"
เสียงของสมชายเปลี่ยนเป็เ็าทันที "นี่แกเป็อะไรไปวะชลธี? เพิ่งเมื่อวานยังอยากลาออกมาสร้างตัวกับฉันอยู่เลย! หรือว่าแกกลัว?"
"ฉันไม่ได้กลัว" ชลธีตอบอย่างมั่นคง "ฉันแค่รู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง และนาย...ก็ไม่เคยเป็เพื่อนที่ดีสำหรับฉันเลย"
ทันทีที่พูดจบ ชลธีก็กดตัดสายทันที เขามั่นใจว่าสมชายจะต้องโกรธแค้นและอาจจะหาเื่เขาในภายหลัง แต่เขาก็พร้อมจะรับมือ ตอนนี้เขามีระบบแล้ว เขาก็ไม่จำเป็ต้องกลัวอีกต่อไป
"ภารกิจ 'แก้ไขความผิดพลาดแรกเริ่ม' สำเร็จ!"
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมข้อความแสดงความสำเร็จ
รางวัล:
ปัญญา (INT): +10 (ใหม่: 15/100)
วินัย (DIL): +5 (ใหม่: 9/100)
ปลดล็อกทักษะ: 'การอ่านความคิดเบื้องต้น' (ระดับต่ำ)
คำอธิบายทักษะ: สามารถจับกระแสความคิดหรือเจตนาที่รุนแรงของผู้อื่นได้ในระยะใกล้ (ประมาณ 5 เมตร) อาจไม่แม่นยำ 100% แต่ช่วยให้ระวังตัวได้ดีขึ้น
เงินรางวัล: 10,000 บาท (เพิ่มในบัญชีเงินทุน: 60,000 บาท)
"เยี่ยม!" ชลธีพึมพำ เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสมอง คล้ายกับมีอะไรบางอย่างถูกปลดล็อก ความคิดของเขาดูเฉียบคมขึ้นเล็กน้อย และเขาก็รู้สึกถึง 'พลัง' แปลกๆ ที่เพิ่งได้รับมา
การอ่านความคิดเบื้องต้นงั้นเหรอ? ชลธีลองจดจ่อจิตใจ และในเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็รู้สึกถึง 'คลื่น' อารมณ์บางอย่างที่พุ่งเข้ามาจากด้านนอกห้อง เป็ความรู้สึกโกรธเคืองและไม่พอใจอย่างรุนแรง
สมชาย...แน่นอน!
ชลธีมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคนกำลังเดินลับหายไปจากหน้าบ้านด้วยท่าทีโมโหจัด
"แกพลาดแล้วสมชาย...ครั้งนี้ ฉันจะไม่ใช่ชลธีคนเก่าอีกต่อไป" เขากระซิบกับตัวเองอย่างเด็ดขาด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแววตาที่แตกต่างจากชลธีคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
การเดินทางครั้งใหม่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น และชลธีรู้ดีว่ามันจะไม่ใช่เื่ง่าย แต่นี่คือโอกาสของเขา โอกาสที่จะไม่ถูกทอดทิ้ง โอกาสที่จะไม่ถูกดูถูก และโอกาสที่จะสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ ด้วยระบบที่คอยช่วยเหลือ และเป้าหมายที่ชัดเจนในใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป……