หลังจากที่เหล่าผู้คุมงานทั้ง 6 ออกไปจากซุ้ม เหล่าทโมนทั้งหลายก็เริ่มออกลวดลาย น้ำชาและขนมหวานทั้งหลายถูกเปลี่ยนเป็เหล้าอย่างดี จากเดมอสและไนล์ โดยสองเ้าตัวแสบประจำป้อม เฟรินและครี้ด ที่ออกจะหน้าชื่นบาน เหล้าหลากสีโดนแจกจ่ายให้กลุ่มเพื่อน ๆ จนครบ ซุ้มกิจกรรมโดนปิดตัวโดยการแขวนป้ายไว้ที่ทางเข้าว่า ‘ขนม น้ำชาหมดแล้วคร้าบ’
ในเมื่อห้าสาวงานและท่านหัวหน้าชั้นปีหนุ่มอีกคนไม่อยู่สักอย่าง คนอย่างโร กัสและซีบิลจะมีปัญญาอะไรเล่าที่จะไปต่อกรกับเ้าพวกทโมน ที่ออกมาเฮฮาเต้นแรงเต้นกา ดื่มกินกันอย่างเมามันส์
บรรยากาศคึกครื้นเฮฮาดังมาจากทางซุ้มกิจกรรมของป้อมอัศวินปีหนึ่ง เรียกใบหน้าหงุดหงิดจากท่านนักบวชผู้คุมกฎ ใบหน้าระรื่นจากท่านซาตาน และใบหน้าระอาจากสองเสธ คนสำคัญของป้อมที่เดินมาตรวจความเรียบร้อยบริเวณงาน
“มันน่าจับเฉือดซะให้หมด ไอพวกเด็กเวรนี่” เสียงหงุดหงิดดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ของนักบวชที่ยืนมองอยู่หน้าซุ้ม
“เอาน่า ๆ ลอรี่ เด็ก ๆ กำลังสนุกเชียว” ลูคัสพูดขึ้นพร้อมกับะโหลบมีดบินที่ส่งมาอย่างชำนาญแล้วยิ้มร่า
“เห้อ ช่างเถอะลอเรนซ์ ต้องยกความดีความชอบให้วันหนึ่งล่ะ เราก็ได้เงินเยอะแล้วด้วย” ไธนอสช่วยไกลเกลี่ย ส่วนโรเวนถอนหายใจอย่างระอาไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังร่ายเวทย์ให้บริเวณนี้เงียบเสียงด้วยเพื่อไม่ให้รบกวนซุ้มอื่น ๆ
ทางด้านเฟลิโอน่า
ห้าสาวงามในชุดอารับเป็เป้าสายตาของหนุ่มทั้งหลายได้โดยง่าย ถ้าไม่ติดกับเ้าชายน้ำแข็งที่เดินหน้าเย็นอยู่ข้างหลัง คงได้เกิดศึกชิงนางเป็แน่ ไอเย็นแผ่ไปทั่ว ใช่ว่าทั้งห้าสาวจะไม่รู้ตัวแต่แค่ไม่ใส่ใจ เพราะอย่างน้อยพวกเธอก็ได้เที่ยวอย่างสบายใจโดยไม่มีใครเกาะแกะ
“คาลินดูนี่ดิ สวยจัง”เ้าหญิงจากเดมอสชี้ชวนไปยังสร้อยคอที่มี อัญมณีงามเส้นหนึ่งอย่างร่าเริง เพราะเธอไม่เคยเดินงานเทศกาลของเอเดนเลยสักครั้ง ทำให้คาโลที่เดินตามหลังมาอดยิ้มไม่ได้
“ชอบหรอ?” เสียงสั้น ๆ จากเ้าชายน้ำแข็งเอ่ยถาม
“อือ สวยมากเลย”
สิ้นคำตอบโดยไม่ต้องเอ่ยถามซ้ำสอง มือหนาก็คว้าสร้อยเส้นนั้นมาสวมลงบนลำคอระหงอย่างอ่อนโยนแล้วโยนตังค์ให้กับพ่อค้าที่ยิ้มรับ เรียกใบหน้างามให้แดงนิด ๆ อย่างเขินอาย
“อะไรเนี่ย?”
“ให้” คำตอบสั้นอย่างเคยเรียกรอยยิ้มบาง ๆ จากสาวเ้า โดยมีเสียงหัวเราะเบา ๆ จากสี่สาวด้านหลัง ทำให้ใบหน้างามยิ่งแดงก่ำเข้าไปอีก
“ขอบใจ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบา ๆ เรียกรอยยิ้มกริ่มจากชายหนุ่มได้ดี ก่อนหญิงสาวจะเดินจูงมือน้องสาวเขาไปอย่างเขินอาย
“เฟลิโอน่ากลับกันเถอะ ฉันเริ่มเป็ห่วงเ้าพวกนั้นอย่างไงไม่รู้” เฟลิโอน่าหันไปมองข้างตัว เธอก็รู้สึกห่วงเหมือนกันแต่ก็แกล้งถามอีกอย่างแทน
“เป็ห่วงเฟริน?”
หญิงสาวที่ได้รับคำถามหน้าแดงนิด ๆ แต่ยังรักษามาดได้ดีไม่ตอบอะไร พอสามสาวเห็นก็เลยช่วยแทน
“ใช่เฟลิโอน่ากลับเหอะ ฉันว่าไอพวกนั้นก่อเื่แน่ ๆ” มาทิลน่าเอ่ย
“ใช่ อย่าให้รู้น่ะ ว่าก่อเื่” อีกหนึ่งสาวเอ่ยขึ้น ก็จะควงคฑาไปมาให้เพื่อน ๆ ยิ้มรับ ก่อนเหล่าผู้คุมงานจะเดินไปยังบริเวณที่ตั้งซุ้มกิจกรรมของป้อมอัศวินปีหนึ่งที่เงียบผิดปกติอย่างสงสัย
“ทำไมเงียบกันจังค่ะ” เรนอนเอ่ยถามเป็คนแรก
“นั้นดิ หรือว่าจะเกิดเื่”
มาทิลน่ารีบวิ่งไปยังซุ้มกิจกรรมทันที แต่ก็ต้องใเหมือนกับอีก 4 คนที่เดินตามมา เพราะ.....
ภาพความวุ่นวายภายในซุ้มประจักษ์แก่สายตาเหล่าผู้ควบคุมงาน ร้านคอฟฟี่ช๊อปที่ควรจะเป็กลายเป็ผับขนาดย่อม ๆ ที่มีเหล่าทโมนทั้งหลายเต้นแรงเต้นกากันอย่างเมามันส์ ขวดเหล้าหลากสีกลิ้งเต็มทั่วทั้งซุ้ม หลายคนหน้าแดงก่ำ เดินเซไปเซมา หลายคน น๊อกหลับกับพื้น อีกหลายคนยังคงหน้าดื่มกันอย่างเงียบ ๆ
นัตน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองไปยังสามหนุ่ม ที่เขาเคยฝากความหวังไว้ คิล ซีบิลและ กัสที่เริ่มรู้ตัวหันไปมองเหล่าผู้คุมงานด้วยสายตาประมาณว่า ‘ห้ามไม่ฟังเลยร่วม’
ไอทมิฬและไอเย็นเริ่มแผ่ออกมาทั่วทั้งตัวซุ้ม เรียกให้คนเมาเริ่มมีสติ ส่งยิ้มเจือน ๆ ให้เหล่านางฟ้าที่เริ่มเป็นางมารอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งวุ่นเก็บข้าวของโดยไม่ต้องสั่ง
“ทำไมมันเป็แบบนี้ ห๊ะ” เสียงตะคอกดังมาจากเ้าแม่ของป้อม ที่เริ่มสะกดอารมณ์ไม่อยู่ ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าพวกรุ่นพี่มาเห็นจะเป็ยังไง ดีแค่ไหนแล้วที่พวกเธอกลับมาทัน แล้ว นัตน์ตาสีเขียวก็หันไปทางนักรบตาเดียวที่เขาคาดว่าน่าจะเป็คนต้นคิดทันที
นักรบตาเดียวนั่งหน้าเจือน คอหดวูบหันไปมอง คฑาพิพากษาที่จะร่วงใส่หัวเข้าได้ทุกเมื่ออย่างเกรงใจ
“ไม่ใช่ความผิดฉัน ความผิดไอเฟรินนู่น” เ้าตัวต้นเื่รีบโบ๊ยทันทีหวังหาคนมารับผิดแทน แต่เสียงโวยวายที่น่าจะมีจากคนต้นเื่อีกคนกลับเงียบไปซะอย่างงั้น ทำให้เขาก็หันไปมองเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในซุ้ม
“เฟรินหายไปไหน” เ้าหญิงสองแผ่นดินเอ่ยถาม ความเป็ห่วงฉายชัดใน นัตน์ตาสีน้ำตาลคู่โต เช่นเดียวกับ นัตน์ตาสีฟ้าของเ้าหญิงแห่งคาโนวาลที่หันมามองเพื่อนสาวข้างตัวเช่นเดียวกัน
“เฮ้ย ไอโรก็หาย”เสียงหนึ่งเอ่ยอย่างใเช่นเดียวกัน ทุกคนมองกันอย่างสงสัยว่าเ้าเพื่อนตัวดีทั้งสองหายไปไหน ในเมื่อมันสองคนนั่นก็ดื่มกินกับพวกเขาตลอด
ร่างสูงของเ้าชายคาโลก้าวไปประชิดร่างบางของเ้าหญิงสองแผ่นดิน มือหนากุมมือบางอย่างปลอบใจ และส่งสายตาประมาณว่าไม่เป็ไรให้ ทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวแล้วหันไปสั่งพวกทโมนทั้งหลายให้เก็บของเพื่อกลับไปนอนที่ป้อมก่อนที่เสธซ้าย และเหล่าผู้คุมกฎรุ่นพี่จะมาเห็นซะก่อน
................................................................................