‘เ้ามันคนชั่ว! ใส่ร้ายเสด็จแม่ข้าทำไม’ องค์ชายฝานจิ้งเมื่อพระชนมายุสิบเอ็ดชันษาเสด็จถึงตำหนักผีเสื้อเพื่อตรัสบริภาษพระสนมไป๋ฮวาด้วยความโกรธแค้น
‘คนเลว เ้าอิจฉาที่เสด็จพ่อรักเสด็จแม่ของข้ามากกว่าใช่หรือไม่!’
เด็กหนอเด็ก...ช่างไร้เดียงสานัก เื่ราวผ่านมาหลายปีถึงได้รู้ความจริงพระสนมโฉมสะคราญยิ้มเหยียดสมเพชเวทนาอีกฝ่าย
‘พระมารดาขององค์ชายทำผิดนี่เพคะจำนนด้วยหลักฐานขนาดนั้นแล้วจะมีข้อแก้ตัวอะไรได้อีกเล่า นางโดนลงพระอาญาเช่นนั้นเป็การสมควรแล้วหากฝ่าาทรงรักพระมารดาของพระองค์จริงดั่งทรงเข้าพระทัย ฝ่าาก็คงจะไม่ทรงขับไล่นางให้ไปอยู่ตำหนักฮุ้ยเหรินหรอกนะ เพคะ’
‘เ้ามันโป้ปด...ใจอัปลักษณ์! ทำไมข้าจะไม่รู้ เื่ทั้งหมดมันก็ปั้นมาจากลมปากของเ้า!’ องค์ชายน้อยยังไม่ลดละ
พระสนมซูไม่เคยบอกเื่นี้ให้ทรงทราบแน่แต่หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง มีหรือองค์ชายน้อยจะไม่เคยได้ฟังคนตำหนักในซุบซิบกันอีกทั้งทรงแอบได้ยินพระสนมซูกำลังปรับทุกข์กับจื้อกงกงด้วยเื่นี้จึงยิ่งทรงมั่นพระทัยเพราะเื่ที่ออกจากปากพระสนมซูซือหนี่นั้น เชื่อถือได้เสมอ!
เื่ราวเริ่มบานปลายเมื่อองค์ชายน้อยฉุดกระชากเสื้อพระสนมไป๋ฮวา จนร่างบอบบางหงายล้มไม่เป็ท่านางกำนัลตำหนักผีเสื้อช่วยกันจับพระองค์ให้วุ่นก่อนที่ฝ่ามือพระสนมไป๋ฮวาจะทันได้ฟาดโดนพระพักตร์เล็กๆ นั้นพระสนมจากตำหนักแสงจันทร์ก็ตามมาทันเสียก่อน องค์ชายน้อยถูกพากลับตำหนัก...ในสภาพทรงดิ้นและกรรแสงไม่หยุดจนใจที่มารดาอีกคนจะปลอบประโลมได้
ต่อเมื่อได้เห็นน้ำตามารดาที่อุ้มชูองค์ชายน้อยทรงบังคับพระองค์อย่างยากเย็น...ต่อไปจะไม่ทรงกรรแสงอีก
เื่นี้คงถึงพระกรรณของพระบิดาแน่ แต่พระสนมไป๋ฮวาจะเพ็ดทูลอย่างไรองค์ชายน้อยฝานจิ้งไม่อยากจะทรงรับรู้ ในเมื่อพระบิดาทรงเลือกเชื่อในคำพูดนางั้แ่แรกจนนำมาซึ่งจุดจบอันแสนเลวร้ายของพระมารดาแล้วไซร้จะมีประโยชน์อันใดที่พระองค์จะทรงชี้แจงถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นอีก
นับแต่นั้นมา พระสนมไป๋ฮวาจึงเป็สตรีที่องค์ชายฝานจิ้งทรงเกลียดชังมากที่สุดด้วยความน้อยพระทัยกับเหตุการณ์อันน่าอดสูที่พระมารดาได้รับจึงวางตัวห่างเหินพระบิดามากขึ้นเรื่อยๆ สุดที่พระสนมซูจะผสานรอยร้าวนี้ได้
การมีชีวิตอยู่ของพระสนมเยว่เหลียงที่แย่งชิงความโปรดปรานขององค์จักรพรรดิไปจากนางไม่เคยทำให้พระสนมไป๋ฮวานอนหลับได้เต็มตาเลยสักคืนยิ่งนางสนมต่างเมืองให้กำเนิดพระโอรสก่อนนางด้วยแล้วราชบัลลังก์ต้าฉางแต่ไหนแต่ไรสืบกันตามลำดับฐานะหากสิ้นรัชทายาทขี้โรคก่อนที่จะทันได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ พระโอรสองค์รองนามฝานจิ้งจึงเป็ขวากหนามสำคัญในการก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์ขององค์ชายหนานลี้
เมื่อพบหน้ากันด้วยความบังเอิญหนนี้อีกฝ่ายบอกว่าจะไม่กลับ ทำให้ พระสนมไป๋ฮวารู้สึกร้อนรุมในใจความขุ่นเคืองที่สะสมมาั้แ่ครั้งอดีตทำให้นางสะบัดหน้าเมินหนี แล้วเชื้อเชิญแขกของราชสำนักให้เดินหลบเลี่ยงไปอีกทาง
องค์ชายฝานจิ้งนั้นแต่แรกที่ตัดสินพระทัยขอเวลาพระบิดาคิดสักระยะเื่ประจำการอยู่ในทัพหลวงเป็การชั่วคราวครั้นเห็นถึงความหวาดกลัวในสายตาและท่าทางของสตรีตำหนักในรวมถึงอาการหวั่นระแวงของพระอนุชาความรู้สึกอยากจะยั่วอารมณ์อีกฝ่ายก็เอาชนะการตัดสินพระทัยเดิม
รั้งอยู่ที่เหลิงอานอีกสักระยะเผื่อจะมีเื่น่าสนุกเกิดขึ้นก็เป็ความคิดที่ดีเหมือนกัน!
เวลาเดือนกว่าแล้วที่เศรษฐีถังตาถั่วแวะเวียนมาหอฮวาหงไม่ได้ขาดซ้ำยังเจาะจงเลือกนั่งแถวหน้าใกล้กับจุดที่หยางเสียต้องนั่งดีดฉินอีกด้วยสายตาเ้าชู้กรุ้มกริ่มส่งมายังนักดนตรีของหออย่างสม่ำเสมอ...แม้รู้เต็มอกว่าเขาไม่ใช่สตรี!
อารมณ์บรรเลงเพลงของหยางเสียกระเจิดกระเจิงทุกครั้งที่เงยหน้าแล้วสบเข้ากับสายตาโลมเลียคู่นั้นถ้ารู้ว่าเอาม่านออกแล้วต้องมาเจอคนวิตถารอย่างเศรษฐีถังนางขอเลือกนั่งดีดฉินหลังม่านอย่างเดิมเสียยังดีกว่า
“ท่านเศรษฐีถังสนใจในตัวเ้า...” จ้าวฮั่นหลางบอกเมื่อนางพักออกมาสูดอากาศซึ่งอันที่จริงแล้วนางอยากหนีหน้าเ้าเศรษฐีนั่นมากกว่า
“ว่าอย่างไรนะ!” หยางเสียเกือบสำลักคำร้องตัวเอง “ข้าเป็ผู้ชายนะก็มี...มีอย่างที่ตาแก่นั่นมี!” หญิงสาวในคราบชายหนุ่มดัดเสียงห้าวเป็ชายจนชินนางแทบจะลืมเนื้อเสียงที่แท้จริงตัวเองแล้วว่าเป็อย่างไร
“นี่เ้าไม่รู้เื่ตาแกนั่นบ้างเลยหรือไร”
“รู้!” หยางเสียกระแทกเสียง เื่เศรษฐีถังเลี้ยงดูเด็กหนุ่มควบคู่กับการเที่ยวหอนางโลมดังกระฉ่อนไปทั้งเมืองดูเหมือนเ้าตัวก็ไม่สนใจสายตาใครเสียด้วย...คนมีเงินทำได้ทุกอย่างจริงๆ
ความรักความใคร่อย่างนี้ไม่ผิด แต่ได้โปรดอย่ามายุ่งกับคนซึ่งไม่เต็มใจอย่างนาง นางยังรู้สึกขยะแขยงไม่หาย เมื่อนึกถึงตอนที่ถูกมือสกปรกจับโดนเนื้อตัวคืนวันปีใหม่
“ผู้หญิงมีเต็มหอ ไปสนใจพวกนางไม่ดีกว่ารึ!”
“เขาคงติดใจในรสหมัดเ้ากระมัง”
เศรษฐีถังวิปริตของแท้! หญิงสาวร้องะโในใจ นี่เป็ครั้งแรกที่นางกับจ้าวฮั่นหลางคุยกันได้นานกว่าปรกติแต่เื่ที่คุยไม่ใช่เื่น่ายินดีเลย
“ไปบอกเขาได้เลย ข้าไม่้าความสนใจจากเขาขืนมายุ่มย่ามกับข้าอีก คราวนี้จะไม่ใช่แค่หมัด ข้าไม่รับประกันนะว่าเขาจะโดนข้าทุ่มฉินใส่หัวเมื่อไร”
บทสนทนายุติเพียงแค่นั้นจ้าวฮั่นหลางโกรธนางป็นฟืนเป็ไฟ คงย่นระยะเวลาที่นางจะได้อยู่ในหอฮวาหงลงไปอีกหลายวันพรุ่งนี้นางจะลองออกไปหางานทำ หยางเสียระบายลมหายใจยาวเหยียด รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ทนให้จ้าวฮั่นหลางโขกสับได้เป็นานสองนาน
ผ่านไปหลายวัน จ้าวฮั่นหลางส่งคนมาบอกนางที่บ้านว่าคืนนี้ไม่ต้องขึ้นไปทำงานบนหอบอกเพียงให้เตรียมตัวออกไปธุระข้างนอกกับเขา
หยางเสียเก็บความสงสัยไว้จนได้เจอกับเ้าตัว “ธุระอะไรของเ้าค่ำมืดดึกดื่นเช่นนี้ข้าไม่ได้ทำงาน วันนี้ข้าก็ไม่ได้ค่าแรงน่ะสิ” ถามแล้วแต่เขาก็ยังปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไรกึ่งจูงกึ่งฉุดแล้วผลักนางให้ขึ้นเกี้ยวไป
“เฮ้...ข้าเดินเองได้น่า!” หญิงสาวแย้งแต่ไหนแต่ไรไม่เคยต้องนั่งเกี้ยวให้คนหามเลย
“หุบปากเ้าแล้วนั่งเฉยๆ” จ้าวฮั่นหลางที่อยู่ในเกี้ยวอีกหลังร้องบอกนาง“ไม่ได้พาไปฆ่าก็แล้วกัน ทำงานแล้วได้เงิน เงินน่ะเ้าอยากได้หรือไม่”
เฮอะ...ก็เล่นหามข้าใส่เกี้ยวอย่างกับหามหมูจะไปเชือดแบบนี้เป็ใครจะไม่นึกสงสัยเล่าหยางเสียอดหวาดระแวงไม่ได้แต่ก็ยอมนั่งนิ่งๆ ในเกี้ยวแต่โดยดี
องค์ชายฝานจิ้งเพิ่งเสด็จกลับจากการตรวจตราการสร้างค่ายทหารฝึกหัดที่นอกเมืองทำเลที่ตั้งค่ายอยู่ใกล้กับธารน้ำตกและทะเลสาบฮวงไห่สถานที่รับสมัครทหารใหม่คือบ้านพักของครอบครัวอู๋อี้หวินพระองค์ทรงเลือกออกมาประทับยังโรงเตี๊ยมเพราะไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้ราชองครักษ์และครอบครัวครั้นจะประทับที่ตำหนักถงเิก็จะเสียเวลาเดินทางไปกลับโดยใช่เหตุ
พระองค์พอพระทัยที่จะรับสมัครคัดเลือกคนมาเป็ทหารมากกว่าการบังคับกะเกณฑ์กันการเป็ทหารนั้นควรเป็โดยสมัครใจจึงจะมีประสิทธิภาพ กองทัพมีเงินในคลังมากพอเป็เบี้ยเลี้ยงให้ทหารทุกคนได้ใช้จ่ายและจุนเจือครอบครัวที่อยู่เื้ัเพราะถ้ามัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลัง คอยกังวลกับปากท้องของคนที่บ้านการฝึกการรบก็คงจะไม่บังเกิดผล
ขณะพระองค์กำลังเสวยน้ำจัณฑ์ที่ระเบียงชั้นสามของโรงเตี๊ยมก็ทอดพระเนตรเห็นคนวิ่งออกมาจากหัวมุมถนนของสี่แยกพร้อมกับร้องะโด้วยเสียงอันดัง
“เ้าคนเลว! ข้าเป็คน ไม่ใช่สัตว์หรือสิ่งของของเ้า!”หยางเสียทั้งดิ้นทั้งชกต่อยลูกน้องของจ้าวฮั่นหลางเป็พัลวันพยายามปัดป้องสุดกำลังไม่ให้นักเลงพวกนั้นถูกเนื้อต้องตัวนางได้ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็พยายามจะฉุดกระชากนางให้กลับเข้าไปในตรอก
เวลาค่อนข้างดึกแล้วแต่ก็พอมีคนผ่านมาบ้าง ทว่าไม่มีใครใจกล้าพอจะเข้ามายุ่งไม่มีใครอยากเจ็บตัวด้วยเื่ของผู้อื่น จ้าวฮั่นหลางหลอกพาตัวนางมาประเคนให้ไอ้เศรษฐีวิปริตนั่นถึงที่!
“ไอ้ลูกเต่า!”หยางเสียเงื้อมือฟาดหมัดโดนหน้าลูกน้องจ้าวฮั่นหลาง แต่เพราะกำลังด้อยกว่า ไม่นานนางจึงถูกพวกมันตรึงแขนไว้ทั้งสองข้างถึงอย่างนั้นนางก็ยังสู้ไม่ถอยโดยใช้ขาที่ยังเป็อิสระของนางถีบเข้าตรงท้องคนเป็ลูกพี่
จ้าวฮั่นหลางชกเข้าที่หน้าท้องนาง...หยางเสียจุกจนตัวงอ
ตอนนี้นางอยู่ในสภาพถูกหิ้วปีกขาลากกับพื้นหญิงสาวบังเกิดความคับแค้นใจที่ตนโง่เสียรู้ให้คนชั่วพวกนี้
ขอบตานั้นเริ่มร้อนผ่าวน้ำตากำลังจะเอ่อล้นออกมาด้วยความรู้สึกอับจนหนทางหากถูกจับตัวส่งไปให้เศรษฐีถังวิปริต พวกมันก็ต้องรู้ความจริงว่านางเป็สตรีหากถูกย่ำยีนางจะยังมีชีวิตต่อไปได้เช่นไร นางทำบาปทำกรรมอะไรไว้หนอชีวิตถึงได้เจอแต่เื่เลวร้ายไม่รู้จบสิ้นเสียที
ระหว่างทดท้อต่อโชคชะตา พลันหางตาเหลือบไปเห็นเงาคนที่ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมใหญ่หยางเสียไม่รีรอที่จะไขว่คว้าโอกาสซึ่งจะพาตัวเองให้รอดเงื้อมมืุ์ใจหยาบพวกนี้
“ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย...ช่วย...” ไม่ทันสิ้นคำ นางโดนจ้าวฮั่นหลางตบหน้าจนสะบัดรับรู้ได้ถึงรสฝาดของเืที่ไหลในปาก
“ถุย!” หยางเสียถ่มน้ำลายผสมกลิ่นคาวเืใส่หน้ามันจ้าวฮั่นหลางจึงชกเข้าที่ท้องน้อยนางอีกครั้ง คราวนี้นางถึงกับทรุดกองกับพื้นหญิงสาวนอนบิดตัวด้วยความเจ็บ ชั่วขณะก่อนสติจะหลุดลอย...ละม้ายได้เห็นภาพแม่ทั้งสองยื่นมือมายังนาง
เอื้อมมือไปครั้งแรก...หยางเสียไขว่คว้าได้เพียงลมความผิดหวังและอดสูใจทำให้นางรู้สึกสุดกลั้น หญิงสาวปล่อยน้ำตาหลั่งริน
...หมดสิ้นแค่นี้แล้วสินะชีวิตนาง
แต่ในวินาทีที่สิ้นหวังนั้น หยางเสียรับรู้ถึงััอบอุ่นผ่านอุ้งมือของตน...หรือทวยเทพบนชั้นฟ้าเห็นใจนางแล้วกระมังเพราะในที่สุดนางก็คว้ามือที่ยื่นมาไว้ได้
“แม่” หยางเสียเอ่ย ก่อนสติแห่งการรับรู้ทุกสรรพสิ่งรอบตัวพลันมืดดับลง