เวหาโอบพระพาย : ตอนที่3 อาจารย์เวหา
ณ ชั้นเรียน ตึกคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์ แขนงวิชาภาษาไทย
“สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน วันนี้ผมจะเข้าสอนแทนท่านอาจารย์วิมลในรายวิชาพื้นฐานวรรณคดีไทยนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอถามว่ามีนักศึกษาคนไหนที่สามารถบอกเื่ราวเกี่ยวกับวรรณคดีที่ที่ตนเองประทับใจได้บ้างครับ” หลังจากที่อาจารย์เวหาพูดจบก็รอคำตอบจากนักศึกษาเป็เวลานานพอสมควร
“ถ้าไม่มีใครอาสา ผมขออนุญาตสุ่มรายชื่อนะครับ”
“อืม...วันนี้ผมชอบเลข 12 ครับ เลขที่ 12 นักศึกษาคนไหนครับ ลุกขึ้นแนะนำตัวแล้วตอบเลยนะครับ”
“นี่มันจะบังเอิญไปหรือเปล่าวะแก ได้ไงเนี่ย” นิทราพูดขึ้นเมื่อรู้ว่าเลขที่ 12 เป็ใคร
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อนางสาวพระพาย รัตนศักดิ์ วรรณคดีที่ดิฉันประทับใจเป็เื่เกี่ยวกับตำนานความรักของดอกกุหลาบสีแดง มีชื่อเื่ว่า มัทนะพาธา ขอบคุณค่ะ” เสียงปรบมือจากเพื่อนร่วมห้องเป็การบอกว่าพระพายเป็หน่วยกล้าตายที่ทำได้ดีที่สุดแล้ว
“ขอบคุณครับนักศึกษา” ใช่แล้ว อาจารย์เวหาพูดแค่นั้น แค่นั้นจริง ๆ ทำให้พระพายคิดว่าเขาคงลืมเื่ที่ผ่านมาไปจนหมดสิ้นแล้ว และตลอดการเรียนนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับการเรียนทั่วไปจะต่างไปก็แค่ความรู้สึกภายในใจของพระพายเท่านั้นเอง “พระพาย พระพาย แกว่ามันดูแปลกไปไหม เขาจำแกไม่ได้จริง ๆ หรือเขาแกล้งแกวะ”
“เขาจะแกล้งฉันทำไมแก สำหรับเขาแล้วฉันคงไม่มีค่าอะไรให้เขาจำหรอก” พระพายเธอพูดไปแบบนั้นเพราะคำว่าน้อยใจมันล้นเอ่ออยู่เต็มสมองและหัวใจที่แตกสลายของเธอ เขาจะจำคนที่เขาบอกว่ารักหนักหนาไม่ได้เลยหรือ
“ไม่เว้ย แกดีที่สุด แกมีค่าที่สุด ไอ้พี่เวหาอะไรนั่นต่างหากที่ไม่มีค่าพอจะได้รักกับแก พระพายของฉันน่ารักจะตายใครไม่รักฉันรักเอง ^_^” นิทราก็ยังคงเป็นิทรา นักซัพพอร์ตดีเด่นของพระพาย ทำให้พระพายอดยิ้มกับคำพูดสรรเสริญเยินยอที่เกินจริงนั้นไม่ได้เลยสักครั้ง
“แกก็พูดเกินจริง อีกอย่างต้องเรียกเขาว่าอาจารย์เวหานะแก ต่อให้เขาจะเป็ใครแต่ตอนนี้เขาคืออาจารย์พิเศษของคณะเรานะ” และพระพายก็ยังคงเป็พระพาย ต่อให้ใครจะเป็ยังไงกับพระพายก็ตาม เธอก็จะหาเหตุผลให้กับการกระทำนั้นของพวกเขาเสมอ
“จ้าเพื่อนจ้า เพื่อนฉันรับบทนางเอกแล้วหนึ่ง 555” นิทราแซวเพื่อนรักของเธอไปอีกหนึ่งกรุบ
“นักศึกษาคุยอะไรกันในชั่วโมงเรียนครับ ท้ายชั่วโมงช่วยเก็บเอกสารจากเพื่อน ๆ ส่งคืนผมด้วยนะครับ”
“ดะ ได้ ค่ะอาจารย์” พระพายและนิทราตอบพร้อมเพรียงกันด้วยน้ำเสียงใเหตุเพราะบุคคลที่สามที่พวกเธอได้กล่าวถึงกำลังคาดโทษพวกเธออยู่
“แกเลยไอ้นิ พูดอะไรไม่หยุดทำให้พระพายต้องโดนคาดโทษไปด้วยเลยเนี่ย ขอให้พระลงโทษแกอย่างหนัก สาธุ” นพพูดด้วยท่าทางและน้ำเสียงติดตลกเพื่อล้อนิทราเพื่อนของเขา
“โห นี่ถึงขั้นมาแช่งกันแบบนี้เลยหรอ แกนี่มันน่านัก”
“น่าอะไร น่ารักล่ะซิ อยากชมกันก็บอก” นพผู้ชายแสนสุภาพของพระพายแต่มักจะเป็ผู้ชายซนๆ เมื่ออยู่หรือพูดคุยกันนิทราเสมอ
“พอแล้วๆ ทั้งสองคนนั่นแหละ เดี๋ยวอาจารย์ก็ว่าอีกหรอก” เมื่อทั้งสองคนหยุดทะเลาะกันได้สักพักก็หมดเวลาเรียนในชั่วโมงนี้พอดี
“นิแกเก็บเอกสารด้านหน้าห้องนะ เดี๋ยวฉันจะเก็บเอกสารด้านหลังเองแล้วค่อยรวบรวมไปให้อาจารย์เวหากัน” พระพายพูดพลางเก็บเอกสารไปแต่ภายในใจนั้นเธอช่างเ็ปเหลือเกินกับทุกครั้งที่ต้องเรียกเขาว่าอาจารย์เวหา
“มาๆ เดี๋ยวเราเก็บช่วยจะได้เสร็จเร็วๆ จะค่ำแล้วเนี่ย หอพักก็ยิ่งไกลจากมหาวิทยาลัยอยู่ถนนก็เปลี่ยวร้านขายกับข้าวก็อยู่ไกลไฟฟ้าก็ติดๆ ดับๆ ไอ้นินะไอ้นิหอพักดี ๆ มีเยอะแยะราคาถูกกว่าด้วยทำไมแกถึงเลือกพาพระพายไปอยู่นั่นหะ” นพมักจะบ่นเื่หอพักของพระพายและนิทราเป็ประจำแต่พระพายก็เข้าใจเสมอเพราะรู้ว่าเพื่อนเป็ห่วง
“แกหยุดเลยนะนพ ก็ตอนนั้นมันว่างแค่หอพักนั้นที่เดียวนี่หว่า มีทางให้เลือกซะที่ไหน เนอะพายเนอะ” นิทราพูดน้ำเสียงเหมือนน้อยใจแต่จริง ๆ แล้วนิทราก็รู้ดีว่าที่นพเพื่อนของเธอชอบบ่นเื่นี้เพราะเขาเป็ห่วง
“พอๆ เลยทั้งสองคนอะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว รีบเก็บเอกสารไปให้อาจารย์แล้วก็กลับไปพักผ่อนกันเถอะ”
“อาจารย์ค่ะ เอกสารทั้งหมดนี้ให้วางไว้ตรงไหนคะ” พระพายพูดเมื่อเห็นว่าเวหากำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนการสอนอยู่
“วางไว้บนโต๊ะเลยครับน้องพาย” พระพายนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้นเพราะเสียงที่เธอได้ฟังและคำพูดที่เธอได้ยินเมื่อสักครู่นี้ มันคือคำพูดของผู้ชายที่เธอรักที่เธอยังคงจำมันได้ดี ...พี่เวหา...