ตอน 4 สะสางให้สิ้น
ในยามค่ำคืนตามเวลาเดิม ครั้งนี้หย่งชวนมิได้สังหารคนให้ตายเป็เบือ เขากลับพุ่งเป้าแต่เพียงอ๋องใหญ่ผู้เดียว หย่งชวนผู้เืร้อน ไม่รอให้อ๋องใหญ่ได้สั่งเสีย สังหารเขาด้วยดาบใหญ่ สภาพศพน่าสลดใจ หย่งชวนยกมือถือหัวอ๋องใหญ่ ชูหน้าจวน พร้อมประกาศศักดา ข่มขู่ผู้คนให้หวาดกลัว
"ฟังข้าให้ดี ต่อไปนี้สกุลสุ่นเป็ใหญ่ ข้าสุ่นหย่งชวน ขอประกาศศักดา ยึดอำนาจแคว้นจิ่งโจว "
"หากผู้ใดขัดแย้ง สังหารไม่เลือกหน้า!!"
ท่าทีผยองเดช ข่มขวัญชาวประชาได้ดี ผู้คนในแคว้นต่างหวาดกลัวอ๋องวิปลาสผู้เลื่องชื่ออันฉาวโฉ่ ...ทว่าสุ่นหลี่วู่ นั่งสเลี่ยงชูคอรอรับอำนาจ หารู้ไม่ว่าชะตามันกลับตาลปัตร คนเนรคุณอย่างเขากำลังจะถูกตัดสิน
"ต่อไป อ๋องผู้เป็ใหญ่ในแคว้น คือสุ่นหย่งชวนผู้เดียว จงหมอบคำนับแด่นายคนใหม่ของพวกเ้า!!" หย่งชวนผู้ร่างโชนเื ยกยอดาบเสียบหัวอ๋องใหญ่ชี้ฟ้าประจานคน
ครั้งนี้หย่งชวนไม่ยอมตายซ้ำสอง ไม่้าเป็คนไร้ประโยชน์หนีตายไปแต่งกับสตรีแปลกหน้า เขาชิงหักหลังหลี่วู่ซะก่อน
หลี่วู่ถึงขั้นทำหน้าเจื่อนๆ เร่งลงจากที่นั่ง ถามทวงพี่ใหญ่บัดเดี๋ยวนั้น
"สุ่นหย่งชวน ท่านลืมอะไรไปหรือไม่ ที่เราตกลงกันมิใช่เช่นนี้" หลี่วู่หน้าบูดบึ้งกลัดกลุ้มใจ ที่หวังไม่เป็ดั่งหวัง
"โอ่ว หลี่วู่น้องข้า เ้าจะขัดแย้งการครองอำนาจของข้างั้นหรือ "
"อย่าลืมว่า แม้กระทั่งเ้าข้าก็ไม่ข้ายกเว้น หากไม่อยากถูกสังหาร จงหุบปากไปซะ!!!" หย่งชวนแม้จะอยากสังหารน้องรองจนตัวสั่น เขาก็ยังให้โอกาสรอดชีวิต หากเขาเชื่อฟัง
หลี่วู่รักตัวกลัวตาย เห็นแววตาอันเคร่งขรึม ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เขาคุกเข่าลงต่อหน้า นอบน้อมยกยอหย่งชวนเป็ใหญ่
"หย่งชวน เ้ามันร้ายนัก กล้าผิดคำพูดกับข้า พันธะพี่น้องไม่สมควรมี เ้าเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก หากข้า้าสิ่งใดแล้วไซ้ ย่อมหามาประเคน" หลี่วู่ก้มหน้าคำนับ พร้อมพึมพำในใจ
ครั้งนี้หย่งชวนไม่ขอปลีกตัวรักษาการชายแดนรบ เพราะ้าตามตัวมหาบุรุษผู้สวมหน้ากากจอมอสูร ทว่าความเมตตาของหย่งชวนยังมี เปลี่ยนใจไม่สังหารคุณชายรอง ส่งตัวไปประจำการที่ชายแดนรบแทน....พื้นที่อันแร้นแค้น มากไปด้วยการเข่นฆ่า สุ่นหลี่วู่ผู้ขวัญกระเจิง มีหรือจะอยู่ได้อย่างมีความสุข ทำเช่นนี้ช่างเป็วิธีทรมานคนที่แสนอำมหิต มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็
"หากข้าจำไม่ผิด... เวลานี้... ท่านต้องมาได้แล้ว" หย่งชวนยืนรออย่างใจจดใจจ่อ ท่ามกลางความเงียบงัน เขายังหวังจะได้เห็นมหาบุรุษผู้นั้นควบอาชาฝ่าวงล้อมอย่างอาจหาญเข้ามาในนี้ ...รอแล้วรอเล่ากลับไม่เป็เช่นนั้น หย่งชวนทำได้เพียงคิดสารพัดวิธีเพื่อตามหาคนผู้เดียว
**********
ณ ลานฝึกทหารน้อยนักรบ
"นี่น่ะหรือนักรบที่คอยปกป้องข้า ปวกเปียกสิ้นดี"
"หากทำได้แค่นี้ มิสู้กลับไปมุดเข้ารูคลอดของมารดาพวกเ้าเถอะ!!" หย่งอ๋องมาถึงก็เกรี้ยวกราด การรบที่ไม่ได้เื่ทำให้เขาขุ่นมัวใจแต่เช้าตรู่ ทว่าหย่งอ๋องตั้งใจมาที่นี่ก็เพื่อตามหาคน เขาเดินสำราจดูทรวดทรงนักรบทุกคนด้วยตาตนเอง ทว่ามีผู้หนึ่งที่ผิดแปลกไป เขาไม่ลืมที่จะพูดจาเสียดสีทั้งร่างกายและจิตใจ ตามฉายาชายวิปลาสไม่มีผิด
"เ้านี่มันยังไงกัน ร่างกายปวกเปียก อรชรอ้อนแอ้น เอวขอดเว้าดั่งสตรี หรือเ้าคือพวกนอกรีต เป็บุรุษที่รักสวยรักงามพวกนั้น" หย่งชวนพูดจาหมาไม่แดกไม่พอ ยังผลักเขาล้มกระแทกพื้น
เพราะเหตุที่ว่าหย่งชวนหมดสติไปก่อนที่จะเพ่งมองให้ดี จึงไม่รู้ว่ามหาบุรุษที่เขาเฝ้าตามหา ความจริงคือสตรีนางหนึ่ง
ในห้วงความคิด หย่งอ๋องคิดแต่เพียงว่ามหาบุรุษที่จะฝ่าวงล้อมคนนับร้อยได้ ต้องร่างกายกำยำหนักแน่น ไม่มีทางเป็คนร่างกายผอมแห้งอย่างนี้ได้ เขาจึงตัดออกจากตัวเลือกแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง
"นี่น่ะหรือ อ๋องผู้เก่งกาจคนใหม่ของจิ่งโจว ป่าเถื่อนโส-มม ไร้คุณธรรมยิ่งนัก" เป่าเล่อคิดในใจ ภายใต้หน้ากากอสูรนั่น นางทั้งแลบลิ้นปริ้นตาจนเมื่อยหน้า
เทพแห่งความตายอุส่าให้หย่งชวนมาเกิดใหม่แล้วแท้ๆ แต่กลับเล่นตลกกับโชคชะตา เสกสรรให้เป่าเล่อไร้ใจ ไม่ได้มีใจรักหย่งชวนั้แ่แรกเริ่มเหมือนอย่างที่ควรจะเป็(ข้อหาปากดีไปหน่อย ทวยเทพเลยเสกให้รักนี้มีแต่อุปสรรค) ดังนั้นการแฝงตัวของนาง ้าแค่เป็ไส้ศึกอยู่ในคราบนามแฝงชื่อวั่งเฟิ่งเท่านั้น
*รักครั้งนี้จะบังเกิดอีกครั้งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสุ่นหย่งชวนจะเสกสรรล้วนๆ*
"ใครก็ได้ ลากคอเ้านี่ออกไปให้พ้นตาข้าซะ!!! " หย่งอ๋องกริ้วหนัก ออกคำสั่งทันที
"เดี๋ยวก่อน เหตุใดท่านตัดสินข้าแต่เพียงภายนอก มิทันได้แลมองฝีมือ รู้ได้อย่างไรว่าข้าไร้ประโยชน์" เป่าเล่อนอกจากจะปลอมเป็ชาย ยังเลียนเสียงบุรุษได้ดี จนผู้คนไม่เอะใจ
"โอ่ว... ตัวเล็กกระจ้อยร่อย แต่ปากคอเป็ใจ ร้ายกาจนักนะ เช่นนั้นมาสู้กับข้าสักตั้ง พี่ใหญ่คนนี้จะสั่งสอนให้เด็กดู ว่าด้านมืดของมหานักรบเป็อย่างไร" หย่งชวนผู้ป่าเถื่อน เดินไปหยิบดาบคู่โยนให้ ส่วนตนใช้ทวนใหญ่คู่กาย ตั้งท่าปะทะกับนาง
หย่งอ๋องกวักมือเรียกเบาๆ ทหารโดยรอบถูกแยกออก ตีเป็วงกว้างให้ทั้งคู่ประลองกัน ...ทหารเล็กๆที่เฝ้ามอง ส่งเสียงเชียร์หย่งอ๋องผู้เดียว เป่าเล่อตัวน้อยทำให้ทุกคนผิดคาด
"ดูสิ เ้านี่มันช่างอวดดีแท้ๆ เพิ่งจะสอบเข้ามาเป็ทหารผู้น้อยได้แท้ๆ กลับกล้าท้าประลองกับหย่งอ๋องผู้ชำนาญการรบ"
"มีหวัง เ้าโง่นั่นได้ตายคาคมทวนแน่" กลุ่มเพื่อนทหารยศน้อยพวกปากพล่อยพูดจาเหยียดหยามดูถูกฝีมือเป่าเล่อ หารู้ไม่ว่านางนั้นคือจอมยุทธหนึ่งในยุทธภพผู้เก่งกาจ เป็หนึ่งในใต้หล้าเทียมบุรุษก็ว่าได้
กลลวงหักหาญคู่ต่อสู้ที่ได้ผลมานักต่อนัก คือทำให้ศัตรูตายใจ ล่อให้ออกแรงหลายยกจนเหนื่อยล้า จึงค่อยตลบหลังทีเผลอ ...คนทั้งหลายต่างหัวเราะเยาะนางที่โดนอัดจนแหลก ไร้ความปรานี หารู้ไม่ท่าไม้ตายยังไม่ถูกงัดใช้.... พวกเขาต่อสู้กันอยู่พักใหญ่ เป่าเล่อยังไม่มีท่าทีเหนื่อยหอบ ทว่าหย่งอ๋องออกแรงไปมาก เริ่มเสียท่าซะแล้ว
เป่าเล่อใช้โอกาสนี้ งัดหน้าหย่งอ๋องโดยไม่ทิ้งทวนความเมตตา "คู่ต่อสู้ก็คือคู่ต่อสู้ ต่อให้เป็อ๋องข้าไม่ขอเบามือ" เป่าเล่อสาดคำพูดที่ดูยิ่งใหญ่ จับหย่งอ๋องร่างกำยำทุ่มกระแทกพื้นจนน็อกหลับ... เสียงเฮเชียร์หย่งอ๋องเงียบเชียบ ทำหน้าหงอยเป็หมาโดนดุ เมื่อหย่งอ๋องแพ้ไม่เป็ท่า แน่นอนว่าคนป่าเถื่อนอย่างเขาเริ่มให้ความสนใจนาง
กระโจมใหญ่กำบังแดด หย่งอ๋องถูกหามไปพัดวี ดมยา ประคบร้อน บรรเทาความหนักหนา
"แม่ทัพเวิน ทหารนายนี้มีที่มาอย่างไร เหตุใดเก่งกาจเหนือตัวนัก"
*เวินเสี่ยวซ่ง แม่ทัพใหญ่ผู้รับใช้หย่งอ๋อง*
"เรียนท่านอ๋อง คนผู้นี้มีพื้นหลังยากสืบ ตามบันทึกในตำราทหาร ระบุแต่เพียงว่า ขอทานเร่ร่อนผู้ฝึกยุทธ มุ่งหมายทำเพื่อปากท้อง ขอรับใช้แผ่นดินให้มีที่ซุกหัวนอน" แม่ทัพเวินมั่นใจกับข้อมูลที่ได้มา
"โอ่ว งั้นเหรอ คนผู้นี้ช่างน่าสนใจนัก ข้า้ามือดีมาเป็บริวาร หากข้าจะเอาตัวเขามารับใช้ เ้าจะว่าอย่างไร" หย่งอ๋องพิงอิงหมอน พลางพูดลองใจแม่ทัพเวิน
"แน่นอนว่าจะเป็ไปดั่งประสงค์ของท่าน" แม่ทัพเวินไร้ที่ท้วงติง สมยอมมอบทหารมือใหม่ ให้หย่งอ๋องไปขัดเกลา
**********
ยามซวี (戌:xū) คือ 19.00 - 20.59 น.
ณ สถานที่พักแรมของทหารฝึกหัด
"วั่งเฟิ่ง เหตุใดเ้าเอาแต่สวมหน้ากากอสูรไว้ตลอด ยามนี้ตะวันมืดมิด ไม่มีผู้ใดมาคอยสังเกตเ้าหรอก ไม่ใช่ยามฝึกทหาร ไม่จำเป็ต้องเคร่งครัดขนาดนั้น" ตั่วผ้านสหายตัวอ้วนที่เพิ่งรู้จักกันในนามทหารฝึกหัด เห็นเป่าเล่อนั่งมืออังกองไฟคนเดียว เขาผู้ใจกว้างยกไหเหล้าชวนนางดื่ม*วั่งเฟิ่ง นามแฝงของเป่าเล่อครั้งเป็ไส้ศึกแคว้นศัตรู*
"ขอบใจเ้ามาก ข้าไม่้า " เป่าเล่อปฏิเสธอย่างสุภาพ
"ไม่เอาน่าเ้ากุ้งแห้ง ไม่ต้องคิดมากไปหรอก ยังไงซะเมื่อกลางวันก็เป็แค่การประลอง หย่งอ๋องรู้แพ้ชนะ ไม่เอาชีวิตเ้าหรอก อย่าได้กังวลไป" เ้าอ้วนตั่วผ้านไม่ยอมเลิกรา หวังดีจะถอดหน้ากากนางให้ได้
ทว่านิ้วมือยังไม่ทันได้ััหน้ากาก เป่าเล่อลงมือจนนิ้วอวบอ้วนแทบหัก ไหเหล้าหนักน้ำบนมือแทบจะร่วงพื้น เป่าเล่อมือไว รับมันเอาไว้ได้ทัน แทนที่นางจะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ เห็นแววตานั้นแล้วก็โกรธไม่ลง ยื่นไหเหล้าคืนให้แล้วนั่งลงที่เดิม
"ไม่เอาน่า อย่ามายุ่มย่ามกับข้าถ้าไม่อยากเดือดร้อน ข้าคนนี้ไม่เหมาะมีสหาย หรือผูกความสัมพันธ์กับผู้ใด" เป่าเล่อััได้ถึงความหวังดีของตั่วผ้าน แต่นางนั้นรู้ฐานะดีว่ามาเพราะต้องทำการใหญ่ ไม่วันหนึ่งวันใดก็ต้องแยกจากเผยตัวตน เป่าเล่อมองการณ์ไกล มิอยากให้ใครเดือดร้อน นางจึงหลีกเลี่ยงการเชื่อมไมตรี
"เ้ากุ้งแห้งนั่น น่าสงสารชะมัด ที่ผ่านมาไม่รู้เ้าต้องพบเจออะไรมาบ้าง หากข้ามีขาหมูตุ๋น ข้าจะมอบมันให้เ้า" ตั่วผ้านโดนดุ ได้แต่เดินต้วมเตี้ยมไปนั่งอีกฝั่ง มองเป่าเล่อพร้อมพึมพำออกมาผู้เดียว