โจวเซี่ยปรายตามองพวกเขาอย่างเ็า "นี่พวกคุณเป็คนพูดเองนะว่าจะไม่ให้? งั้นฉันจะไปหาผู้นำโรงงานของพวกคุณโดยตรงเลยแล้วกัน ถ้าเขายังไม่จัดการ ฉันก็จะไปแจ้งความ บอกว่าสวีกังหลอกเอาเงินบ้านฉัน แถมยังลวนลามด้วย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าโลกนี้จะไม่มีที่ให้เรียกร้องความยุติธรรม"
ฉีเสียได้ยินดังนั้นก็เริ่มใจสั่น เพราะตอนนี้การลวนลามถือเป็ความผิดร้ายแรง หากถูกตัดสินว่าทำจริง ผลที่ตามมาจะเป็อย่างไรย่อมจินตนาการได้ แต่เธอก็ยังปากแข็ง "ก็ไปแจ้งความสิ! เื่ไม่มีมูลแจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์"
"ฉันเพิ่งบอกไปว่า ตอนที่เรามา เราเตรียมใบรับรองมาเรียบร้อยแล้ว พวกคุณคิดว่าจะเบี้ยวหนี้ได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ? ถ้าเื่นี้เป็เื่จริง พวกคุณย่อมรู้ดีที่สุดว่าจะเป็ยังไง ต่อให้สุดท้ายลูกชายคุณถูกปล่อยตัว แต่อนาคตก็พังพินาศไปแล้ว ลองคิดดูเอาเองเถอะ! พวกเราไม่รีบ พวกเราพ่อลูกสามารถพักรออยู่ที่นี่ได้เรื่อย ๆ "
โจวเซี่ยดึงโจวเหล่าต้านั่งลงด้วยท่าทางไม่รีบร้อนเลยแม้แต่น้อย ทำเอาสองสามีภรรยาสวีร้อนรนจนแทบคลั่ง ทั้งคู่เดินวนไปวนมาในห้องเหมือนมดบนกระทะร้อนจนน่าเวียนหัว
ในลานบ้านมีเสียงผู้คนจอแจ เขตบ้านพักพนักงานแห่งนี้ล้วนเป็คนที่ทำงานโรงงานเดียวกัน ขอเพียงมีใครได้ยินเื่นี้เข้า ชื่อเสียงของครอบครัวพวกเขาจะป่นปี้ทันที แล้วหลังจากนี้ พวกเขาจะอาศัยอยู่ในเขตบ้านพักพนักงานแห่งนี้ได้อย่างไร
พ่อสวีนึกถึงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตของตัวเองที่อาจจะต้องหลุดจากตำแหน่ง หากผู้อำนวยการฟางโกรธขึ้นมา อนาคตของลูกชายเขาก็จะหมดสิ้นไปด้วย แล้วเขาจะทำอย่างไรดี?
ขณะนั้นเอง ก็มีคนมาเคาะประตู "หัวหน้าสวี ผู้นำโรงงานมาถึงแล้วครับ ผู้อำนวยการฟางให้คุณออกไปต้อนรับแขก"
พ่อสวีกัดฟันกระทืบเท้า "เซี่ยเซี่ยใช่ไหม! เธออย่ามาเรียกราคาคำเดียวไม่ยอมลด บอกเท่าไรก็เท่านั้น เธอเห็นไหมว่าบ้านฉันก็ไม่ได้มีเงินทองมากมาย เอาอย่างนี้ หกร้อยได้ไหม?"
โจวเหล่าต้าปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่ได้ ลูกสาวฉันบอกเท่าไรก็ต้อง..."
โจวเซี่ยห้ามพ่อไว้ "อะไรกัน? หาว่าแพงเหรอ? งั้นบวกเพิ่มอีกสองร้อย ฉันลืมคิดค่าเสียหายทางจิตใจไปเลย ฉันขอหนึ่งพันหยวนแล้วเราจะไปทันที"
แม่สวีโกรธจนถลาเข้าไปจะคว้าตัวโจวเซี่ย แต่โจวเหล่าต้าเอาตัวเข้าขวางลูกสาวไว้ เนื่องจากอีกฝ่ายเป็ผู้หญิง เขาจึงไม่กล้าลงมือ โจวเซี่ยจึงดึงพ่อออกไปด้านข้างแล้วยกมือตบหน้าแม่สวีฉาดหนึ่ง
"จะโวยวายทำไม? ถ้าคุณยังจะต่อราคา ฉันก็จะบวกเพิ่มอีก ผู้นำโรงงานของคุณอยู่ข้างนอกนั่น ขอแค่ฉันะโคำเดียว ครอบครัวคุณได้พังทั้งบ้านแน่ คิดดูเอาเองแล้วกันว่าจะเอายังไง?"
แม่สวีกุมแก้ม น้ำตาไหลพรากขณะมองไปที่พ่อสวี "ตาแก่ ดูยัยเด็กนี่ตบหน้าฉันสิ จะทำยังไงดี?"
พ่อสวีรู้ดีว่าสองพ่อลูกคู่นี้จับจุดอ่อนที่พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงดังได้ และกำลังบีบพวกเขาจนมุม หากไม่ยอมจ่ายเงิน เกรงว่าคงผ่านวันนี้ไปไม่ได้ เขาทำหน้าบิดเบี้ยวเหมือนกินมะระแล้วตัดสินใจ "รีบจ่ายเงินซะ"
"จะให้เท่าไร?" แม่สวีถามอย่างไม่เต็มใจ
พ่อสวีโกรธจนแทบพ่นไฟ ผลักฉีเสียไปทีหนึ่ง "ไม่ได้ยินหรือไง? หนึ่งพัน อย่ามัวชักช้า รีบไปเอาเงินมาเร็ว ๆ จะได้ไล่พวกเขาไปให้พ้น ๆ "
แม่สวีรู้สึกจุกจนปวดตับ แต่ก็ยังยอมนำเงินออกมา โจวเซี่ยยื่นมือไปรับ หลังจากนับรอบหนึ่งก็ใส่ลงในกระเป๋าสะพายอย่างว่าง่าย ก่อนจะลุกขึ้นดึงมือโจวเหล่าต้า "พ่อ เราไปกันเถอะ"
เธอใช้พลังจิตเก็บเงินเข้าสู่มิติส่วนตัว จากนั้นทั้งสองก็เดินไปที่ประตู พอเปิดประตูออกก็เจอสวีกังและเ้าสาวคนใหม่ยืนอยู่พอดี โจวเซี่ยไม่ได้ชายตามองพวกเขาเลยแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าเดินผ่านไปทันที
สวีกังเห็นท่าทางของโจวเซี่ยแล้ว แววตาก็ฉายความรังเกียจออกมา ‘สภาพแบบนี้ยังคิดจะตามตื้อเขาอีก ช่างเพ้อฝันสิ้นดี ในเมื่อจากไปได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องทำให้เขาลำบากใจ’
"เดี๋ยวก่อน..." แต่ฟางจิ้งผู้เป็เ้าสาวเอ่ยขึ้นกะทันหัน
โจวเซี่ยหยุดฝีเท้า พลางหันกลับมามองผู้หญิงคนนั้น "เธออยากพูดอะไร?"
ฟางจิ้งเดินมาตรงหน้าโจวเซี่ย "ฉันหวังว่าต่อไปเธอจะรู้จักหัดอายบ้าง อย่ามาหาสวีกังอีก ในเมื่อเธอเป็คนชนบท ไม่รู้เหรอว่าผลไม้ที่ฝืนเด็ดมามันไม่อร่อย? ทำไมยังต้องตามตื้อสวีกังไม่เลิก มีศักดิ์ศรีบ้างเถอะ รักษาหน้าของผู้หญิงไว้หน่อย"
โจวเซี่ยมองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน "ใครบอกเธอว่าฉันตามตื้อเขา?"
ใบหน้าของฟางจิ้งกระตุก "ตอนนี้เขาเป็สามีของฉัน เขารักฉัน หวังว่าเธอจะรู้จักรักนวลสงวนตัว ต่อไปห้ามมาเจอเขาอีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่"
โจวเซี่ยหัวเราะ "ใครให้ความมั่นใจเธอนักหนาว่าเขารักเธอ? ฉันจะบอกให้นะ วันนี้เธอหาเื่ใส่ตัวแท้ ๆ ไม่อย่างนั้นฉันว่าจะยอมปล่อยพวกเธอคู่ชายชั่วหญิงเลวไปแล้วเชียว แต่เธอหาเื่เองนะ"
"เธอ... เธอพูดเหลวไหลอะไร!" ฟางจิ้งโกรธจนหน้าซีด
"ฉันพูดเหลวไหลงั้นเหรอ? ตอนอยู่ชนบทเขาเป็ฝ่ายตามจีบฉัน ไม่ใช่ฉันตามจีบเขา เื่แต่งงานเขาก็เป็คนเสนอเอง แถมเวลาว่างเขายังชอบมาคร่ำครวญว่าจน หลอกกินหลอกใช้ฉันไปเท่าไร พอจะจากไป ยังหลอกเอาเงินบ้านฉันไปอีกห้าร้อยหยวนถึงจะยอมไป ทั้งหมดนี้คือความดีที่สามีสารเลวของเธอทำไว้ทั้งนั้น"
ฟางจิ้งมองสวีกังอย่างไม่อยากเชื่อ "ที่เธอพูดเป็เื่จริงเหรอ?"
สวีกังเบะปากอย่างดูแคลน "อย่าไปฟังยัยนี่พูดจาเหลวไหล เธอต่างหากที่หลงรักผม เลยคอยหาของดี ๆ ให้ผมกินให้ผมดื่ม แต่ผมไม่เคยรักเธอเลย คนที่ผมรักคือคุณ"
โจวเซี่ยมองฟางจิ้งอย่างสมเพช "เฮอะ ๆ เขารักเธอเหรอ ตลกสิ้นดี ฝันไปเถอะ! ผู้ชายคนนี้เห็นแก่ตัวถึงขีดสุด เขาไม่มีหัวใจหรอก แล้วจะมารักเธอได้ยังไง เขารักแต่ตัวเองเท่านั้น ต่อจากนี้ฉันยกเขาให้เธอแล้วกัน เชิญเสพสุขให้เต็มที่นะ!
ส่วนฉันหลุดพ้นจากเขาแล้ว คอยดูเถอะว่าพวกเธอจะไปได้ไกลแค่ไหน จะจับมือกันไปถึงจุดจบได้หรือเปล่า มาดูกันว่าโชคชะตาในวันข้างหน้าจะเป็อย่างไรต่อไป ฉันตั้งหน้ารอชมจริง ๆ "
พูดจบโจวเซี่ยก็คล้องแขนโจวเหล่าต้าเดินออกไป
สวีกังคำรามด้วยความโกรธ "โจวเซี่ย! เลิกเสี้ยมให้พวกเราแตกคอกันได้แล้ว ฉันรักฟางจิ้ง ฉันจะดีกับเธอไปตลอดชีวิต ไม่เชื่อก็คอยดู"
โจวเซี่ยหันกลับมายิ้มบาง ๆ "ได้ ฉันจะคอยดู"
เธอโยนใบรับรองที่หัวหน้ากองผลิตออกให้ลงที่แทบเท้าของเ้าสาว แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม
โจวเซี่ยรู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว อารมณ์ดีจนแทบจะบินได้ เธอก้าวย่างอย่างมั่นคงตามหลังโจวเหล่าต้าไปโดยไม่หันกลับไปมองอีก ต่อจากนี้คนพวกนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเธออีกแล้ว หวังว่าจะไม่ต้องเจอกันตลอดกาล
สวีกังโกรธจัด แต่วิ่งตามไปไม่กี่ก้าวก็ถูกแม่สวีวิ่งมาดึงตัวไว้ "ลูกเอ๋ย ช่างเถอะ ตอนนี้บ้านเรากำลังมีงานมงคล จะทำให้เื่บานปลายไม่ได้ ไม่อย่างนั้นครอบครัวเราจะอยู่ในที่ทำงานได้อย่างไร?"
ความหมายแฝงของเธอคือ กลัวว่าถ้าผู้อำนวยการฟางรู้เข้า งานของพ่อลูกสวีคงปลิวแน่ แถมยังจะถูกผู้คนนินทา นั่นคงจะน่าอายมาก
สองสามีภรรยาสวีมัวแต่ยุ่งกับการปลอบลูกชาย จนลืมสังเกตอารมณ์ของลูกสะใภ้ พอพวกเขาเริ่มใจเย็นลง ถึงเพิ่งนึกได้ว่าฟางจิ้งยังอยู่ตรงนี้! ในมือของเธอขยำใบรับรองที่โจวเซี่ยโยนทิ้งไว้แน่น
ฟางจิ้งใบหน้าเ็า จ้องสวีกังเขม็ง "เื่ระหว่างคุณกับยัยเด็กบ้านนอกคนนั้นมันยังไงกันแน่? ที่เธอพูดเป็เื่จริงใช่ไหม คุณคิดจะหลอกฉันไปถึงเมื่อไหร่"
สามคนในบ้านสกุลสวีอึ้งไปทันที แม่สวีแอบหยิกลูกชายเพื่อเตือน สวีกังจึงได้สติ "จิ้งจิ้ง คุณเชื่อคำพูดของเธอมากกว่าผมได้ยังไง! จิ้งจิ้ง คุณไม่เคยลงไปอยู่ชนบท คุณไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหน ตอนนั้นผมไม่มีทางเลือก ถูกเธอข่มขู่และล่อลวงจนต้องยอมจัดงานเลี้ยงกับเธอ แต่ผมก็หนีออกมาในวันรุ่งขึ้น ไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลยสักนิด"
แม่สวีรีบเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม "ใช่แล้วจิ้งจิ้ง ดูยัยเด็กนั่นสิ หน้าตาซีดเซียวเหมือนกระดาษรองโลงศพ ลูกชายฉันจะไปตาต่ำมองเธอได้ยังไง ยัยนั่นไม่รู้จักส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างเลย ช่างไร้ยางอายจริง ๆ "
แม่สวีส่งสายตาให้พ่อสวีว่า ให้รีบไปต้อนรับพวกผู้นำโรงงานและผู้อำนวยการฟาง ส่วนเธอและลูกชายจะกล่อมลูกสะใภ้เอง พ่อสวีจึงถอนหายใจแล้วเดินจากไป
ฟางจิ้งจ้องมองเขาอยู่นานโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป...
สวีกังรีบก้าวยาว ๆ ตามฟางจิ้งไป แล้วกอดเธอไว้ "จิ้งจิ้ง อย่าไปเชื่อคำพูดเธอนะ คนแบบนั้นผมจะไปชอบได้ยังไง คุณห้ามเชื่อเด็ดขาด อย่าลดระดับสายตาของผมลงเลย คุณต้องรู้ว่าการสงสัยในตัวผมก็คือการสงสัยในตัวคุณเอง เธอแค่ตามจีบผมไม่สำเร็จเลยมาป่วน เราจะหลงกลเธอไม่ได้นะ"