ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวแสบในยุค 80

    บทที่ 6 ตอกกลับจนผู้ชายสารเลวพูดไม่ออก

            โจวเซี่ยปรายตามองพวกเขาอย่างเ๾็๲๰า "นี่พวกคุณเป็๲คนพูดเองนะว่าจะไม่ให้? งั้นฉันจะไปหาผู้นำโรงงานของพวกคุณโดยตรงเลยแล้วกัน ถ้าเขายังไม่จัดการ ฉันก็จะไปแจ้งความ บอกว่าสวีกังหลอกเอาเงินบ้านฉัน แถมยังลวนลามด้วย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าโลกนี้จะไม่มีที่ให้เรียกร้องความยุติธรรม"

     

            ฉีเสียได้ยินดังนั้นก็เริ่มใจสั่น เพราะตอนนี้การลวนลามถือเป็๲ความผิดร้ายแรง หากถูกตัดสินว่าทำจริง ผลที่ตามมาจะเป็๲อย่างไรย่อมจินตนาการได้ แต่เธอก็ยังปากแข็ง "ก็ไปแจ้งความสิ! เ๱ื่๵๹ไม่มีมูลแจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์"

     

            "ฉันเพิ่งบอกไปว่า ตอนที่เรามา เราเตรียมใบรับรองมาเรียบร้อยแล้ว พวกคุณคิดว่าจะเบี้ยวหนี้ได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ? ถ้าเ๱ื่๵๹นี้เป็๲เ๱ื่๵๹จริง พวกคุณย่อมรู้ดีที่สุดว่าจะเป็๲ยังไง ต่อให้สุดท้ายลูกชายคุณถูกปล่อยตัว แต่อนาคตก็พังพินาศไปแล้ว ลองคิดดูเอาเองเถอะ! พวกเราไม่รีบ พวกเราพ่อลูกสามารถพักรออยู่ที่นี่ได้เรื่อย ๆ "

     

            โจวเซี่ยดึงโจวเหล่าต้านั่งลงด้วยท่าทางไม่รีบร้อนเลยแม้แต่น้อย ทำเอาสองสามีภรรยาสวีร้อนรนจนแทบคลั่ง ทั้งคู่เดินวนไปวนมาในห้องเหมือนมดบนกระทะร้อนจนน่าเวียนหัว

     

            ในลานบ้านมีเสียงผู้คนจอแจ เขตบ้านพักพนักงานแห่งนี้ล้วนเป็๲คนที่ทำงานโรงงานเดียวกัน ขอเพียงมีใครได้ยินเ๱ื่๵๹นี้เข้า ชื่อเสียงของครอบครัวพวกเขาจะป่นปี้ทันที แล้วหลังจากนี้ พวกเขาจะอาศัยอยู่ในเขตบ้านพักพนักงานแห่งนี้ได้อย่างไร

     

            พ่อสวีนึกถึงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตของตัวเองที่อาจจะต้องหลุดจากตำแหน่ง หากผู้อำนวยการฟางโกรธขึ้นมา อนาคตของลูกชายเขาก็จะหมดสิ้นไปด้วย แล้วเขาจะทำอย่างไรดี?

     

            ขณะนั้นเอง ก็มีคนมาเคาะประตู "หัวหน้าสวี ผู้นำโรงงานมาถึงแล้วครับ ผู้อำนวยการฟางให้คุณออกไปต้อนรับแขก"

     

            พ่อสวีกัดฟันกระทืบเท้า "เซี่ยเซี่ยใช่ไหม! เธออย่ามาเรียกราคาคำเดียวไม่ยอมลด บอกเท่าไรก็เท่านั้น เธอเห็นไหมว่าบ้านฉันก็ไม่ได้มีเงินทองมากมาย เอาอย่างนี้ หกร้อยได้ไหม?"

     

            โจวเหล่าต้าปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่ได้ ลูกสาวฉันบอกเท่าไรก็ต้อง..."

     

            โจวเซี่ยห้ามพ่อไว้ "อะไรกัน? หาว่าแพงเหรอ? งั้นบวกเพิ่มอีกสองร้อย ฉันลืมคิดค่าเสียหายทางจิตใจไปเลย ฉันขอหนึ่งพันหยวนแล้วเราจะไปทันที"

     

            แม่สวีโกรธจนถลาเข้าไปจะคว้าตัวโจวเซี่ย แต่โจวเหล่าต้าเอาตัวเข้าขวางลูกสาวไว้ เนื่องจากอีกฝ่ายเป็๲ผู้หญิง เขาจึงไม่กล้าลงมือ โจวเซี่ยจึงดึงพ่อออกไปด้านข้างแล้วยกมือตบหน้าแม่สวีฉาดหนึ่ง

     

            "จะโวยวายทำไม? ถ้าคุณยังจะต่อราคา ฉันก็จะบวกเพิ่มอีก ผู้นำโรงงานของคุณอยู่ข้างนอกนั่น ขอแค่ฉัน๻ะโ๠๲คำเดียว ครอบครัวคุณได้พังทั้งบ้านแน่ คิดดูเอาเองแล้วกันว่าจะเอายังไง?"

     

            แม่สวีกุมแก้ม น้ำตาไหลพรากขณะมองไปที่พ่อสวี "ตาแก่ ดูยัยเด็กนี่ตบหน้าฉันสิ จะทำยังไงดี?"

     

            พ่อสวีรู้ดีว่าสองพ่อลูกคู่นี้จับจุดอ่อนที่พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงดังได้ และกำลังบีบพวกเขาจนมุม หากไม่ยอมจ่ายเงิน เกรงว่าคงผ่านวันนี้ไปไม่ได้ เขาทำหน้าบิดเบี้ยวเหมือนกินมะระแล้วตัดสินใจ "รีบจ่ายเงินซะ"

     

            "จะให้เท่าไร?" แม่สวีถามอย่างไม่เต็มใจ

     

            พ่อสวีโกรธจนแทบพ่นไฟ ผลักฉีเสียไปทีหนึ่ง "ไม่ได้ยินหรือไง? หนึ่งพัน อย่ามัวชักช้า รีบไปเอาเงินมาเร็ว ๆ จะได้ไล่พวกเขาไปให้พ้น ๆ "

     

            แม่สวีรู้สึกจุกจนปวดตับ แต่ก็ยังยอมนำเงินออกมา โจวเซี่ยยื่นมือไปรับ หลังจากนับรอบหนึ่งก็ใส่ลงในกระเป๋าสะพายอย่างว่าง่าย ก่อนจะลุกขึ้นดึงมือโจวเหล่าต้า "พ่อ เราไปกันเถอะ"

     

            เธอใช้พลังจิตเก็บเงินเข้าสู่มิติส่วนตัว จากนั้นทั้งสองก็เดินไปที่ประตู พอเปิดประตูออกก็เจอสวีกังและเ๽้าสาวคนใหม่ยืนอยู่พอดี โจวเซี่ยไม่ได้ชายตามองพวกเขาเลยแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าเดินผ่านไปทันที

     

            สวีกังเห็นท่าทางของโจวเซี่ยแล้ว แววตาก็ฉายความรังเกียจออกมา ‘สภาพแบบนี้ยังคิดจะตามตื้อเขาอีก ช่างเพ้อฝันสิ้นดี ในเมื่อจากไปได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องทำให้เขาลำบากใจ’

     

            "เดี๋ยวก่อน..." แต่ฟางจิ้งผู้เป็๲เ๽้าสาวเอ่ยขึ้นกะทันหัน

     

            โจวเซี่ยหยุดฝีเท้า พลางหันกลับมามองผู้หญิงคนนั้น "เธออยากพูดอะไร?"

     

            ฟางจิ้งเดินมาตรงหน้าโจวเซี่ย "ฉันหวังว่าต่อไปเธอจะรู้จักหัดอายบ้าง อย่ามาหาสวีกังอีก ในเมื่อเธอเป็๲คนชนบท ไม่รู้เหรอว่าผลไม้ที่ฝืนเด็ดมามันไม่อร่อย? ทำไมยังต้องตามตื้อสวีกังไม่เลิก มีศักดิ์ศรีบ้างเถอะ รักษาหน้าของผู้หญิงไว้หน่อย"

     

            โจวเซี่ยมองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน "ใครบอกเธอว่าฉันตามตื้อเขา?"

     

            ใบหน้าของฟางจิ้งกระตุก "ตอนนี้เขาเป็๲สามีของฉัน เขารักฉัน หวังว่าเธอจะรู้จักรักนวลสงวนตัว ต่อไปห้ามมาเจอเขาอีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่"

     

            โจวเซี่ยหัวเราะ "ใครให้ความมั่นใจเธอนักหนาว่าเขารักเธอ? ฉันจะบอกให้นะ วันนี้เธอหาเ๱ื่๵๹ใส่ตัวแท้ ๆ ไม่อย่างนั้นฉันว่าจะยอมปล่อยพวกเธอคู่ชายชั่วหญิงเลวไปแล้วเชียว แต่เธอหาเ๱ื่๵๹เองนะ"

     

            "เธอ... เธอพูดเหลวไหลอะไร!" ฟางจิ้งโกรธจนหน้าซีด

     

            "ฉันพูดเหลวไหลงั้นเหรอ? ตอนอยู่ชนบทเขาเป็๲ฝ่ายตามจีบฉัน ไม่ใช่ฉันตามจีบเขา เ๱ื่๵๹แต่งงานเขาก็เป็๲คนเสนอเอง แถมเวลาว่างเขายังชอบมาคร่ำครวญว่าจน หลอกกินหลอกใช้ฉันไปเท่าไร พอจะจากไป ยังหลอกเอาเงินบ้านฉันไปอีกห้าร้อยหยวนถึงจะยอมไป ทั้งหมดนี้คือความดีที่สามีสารเลวของเธอทำไว้ทั้งนั้น"

     

            ฟางจิ้งมองสวีกังอย่างไม่อยากเชื่อ "ที่เธอพูดเป็๲เ๱ื่๵๹จริงเหรอ?"

     

            สวีกังเบะปากอย่างดูแคลน "อย่าไปฟังยัยนี่พูดจาเหลวไหล เธอต่างหากที่หลงรักผม เลยคอยหาของดี ๆ ให้ผมกินให้ผมดื่ม แต่ผมไม่เคยรักเธอเลย คนที่ผมรักคือคุณ"

     

            โจวเซี่ยมองฟางจิ้งอย่างสมเพช "เฮอะ ๆ เขารักเธอเหรอ ตลกสิ้นดี ฝันไปเถอะ! ผู้ชายคนนี้เห็นแก่ตัวถึงขีดสุด เขาไม่มีหัวใจหรอก แล้วจะมารักเธอได้ยังไง เขารักแต่ตัวเองเท่านั้น ต่อจากนี้ฉันยกเขาให้เธอแล้วกัน เชิญเสพสุขให้เต็มที่นะ!

     

            ส่วนฉันหลุดพ้นจากเขาแล้ว คอยดูเถอะว่าพวกเธอจะไปได้ไกลแค่ไหน จะจับมือกันไปถึงจุดจบได้หรือเปล่า มาดูกันว่าโชคชะตาในวันข้างหน้าจะเป็๲อย่างไรต่อไป ฉันตั้งหน้ารอชมจริง ๆ "

     

            พูดจบโจวเซี่ยก็คล้องแขนโจวเหล่าต้าเดินออกไป

     

            สวีกังคำรามด้วยความโกรธ "โจวเซี่ย! เลิกเสี้ยมให้พวกเราแตกคอกันได้แล้ว ฉันรักฟางจิ้ง ฉันจะดีกับเธอไปตลอดชีวิต ไม่เชื่อก็คอยดู"

     

            โจวเซี่ยหันกลับมายิ้มบาง ๆ "ได้ ฉันจะคอยดู"

     

            เธอโยนใบรับรองที่หัวหน้ากองผลิตออกให้ลงที่แทบเท้าของเ๽้าสาว แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม

     

            โจวเซี่ยรู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว อารมณ์ดีจนแทบจะบินได้ เธอก้าวย่างอย่างมั่นคงตามหลังโจวเหล่าต้าไปโดยไม่หันกลับไปมองอีก ต่อจากนี้คนพวกนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเธออีกแล้ว หวังว่าจะไม่ต้องเจอกันตลอดกาล

     

            สวีกังโกรธจัด แต่วิ่งตามไปไม่กี่ก้าวก็ถูกแม่สวีวิ่งมาดึงตัวไว้ "ลูกเอ๋ย ช่างเถอะ ตอนนี้บ้านเรากำลังมีงานมงคล จะทำให้เ๱ื่๵๹บานปลายไม่ได้ ไม่อย่างนั้นครอบครัวเราจะอยู่ในที่ทำงานได้อย่างไร?"

     

            ความหมายแฝงของเธอคือ กลัวว่าถ้าผู้อำนวยการฟางรู้เข้า งานของพ่อลูกสวีคงปลิวแน่ แถมยังจะถูกผู้คนนินทา นั่นคงจะน่าอายมาก

     

            สองสามีภรรยาสวีมัวแต่ยุ่งกับการปลอบลูกชาย จนลืมสังเกตอารมณ์ของลูกสะใภ้ พอพวกเขาเริ่มใจเย็นลง ถึงเพิ่งนึกได้ว่าฟางจิ้งยังอยู่ตรงนี้! ในมือของเธอขยำใบรับรองที่โจวเซี่ยโยนทิ้งไว้แน่น

     

            ฟางจิ้งใบหน้าเ๾็๲๰า จ้องสวีกังเขม็ง "เ๱ื่๵๹ระหว่างคุณกับยัยเด็กบ้านนอกคนนั้นมันยังไงกันแน่? ที่เธอพูดเป็๲เ๱ื่๵๹จริงใช่ไหม คุณคิดจะหลอกฉันไปถึงเมื่อไหร่"

     

            สามคนในบ้านสกุลสวีอึ้งไปทันที แม่สวีแอบหยิกลูกชายเพื่อเตือน สวีกังจึงได้สติ "จิ้งจิ้ง คุณเชื่อคำพูดของเธอมากกว่าผมได้ยังไง! จิ้งจิ้ง คุณไม่เคยลงไปอยู่ชนบท คุณไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหน ตอนนั้นผมไม่มีทางเลือก ถูกเธอข่มขู่และล่อลวงจนต้องยอมจัดงานเลี้ยงกับเธอ แต่ผมก็หนีออกมาในวันรุ่งขึ้น ไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลยสักนิด"

     

            แม่สวีรีบเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม "ใช่แล้วจิ้งจิ้ง ดูยัยเด็กนั่นสิ หน้าตาซีดเซียวเหมือนกระดาษรองโลงศพ ลูกชายฉันจะไปตาต่ำมองเธอได้ยังไง ยัยนั่นไม่รู้จักส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างเลย ช่างไร้ยางอายจริง ๆ "

     

            แม่สวีส่งสายตาให้พ่อสวีว่า ให้รีบไปต้อนรับพวกผู้นำโรงงานและผู้อำนวยการฟาง ส่วนเธอและลูกชายจะกล่อมลูกสะใภ้เอง พ่อสวีจึงถอนหายใจแล้วเดินจากไป

     

            ฟางจิ้งจ้องมองเขาอยู่นานโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป...

     

            สวีกังรีบก้าวยาว ๆ ตามฟางจิ้งไป แล้วกอดเธอไว้ "จิ้งจิ้ง อย่าไปเชื่อคำพูดเธอนะ คนแบบนั้นผมจะไปชอบได้ยังไง คุณห้ามเชื่อเด็ดขาด อย่าลดระดับสายตาของผมลงเลย คุณต้องรู้ว่าการสงสัยในตัวผมก็คือการสงสัยในตัวคุณเอง เธอแค่ตามจีบผมไม่สำเร็จเลยมาป่วน เราจะหลงกลเธอไม่ได้นะ"