เมื่อสั่งการเสร็จก็แยกย้ายภายในสามวันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็พร้อมวางขายแม้ราคาจะสูงกว่าหมี่แห้งทั่วไปแต่ได้ซองเครื่องปรุงแล้วก็ทำให้ประหยัดเวลาและขั้นตอนในการปรุงมาก
การสาธิตวิธีกินและรสชาติที่หลากหลายและวิธีปรุงหลายรูปแบบดึงดูดความสนใจของผู้คนรวมไปถึงเ้าสำนักการศึกษาอย่างที่ปรึกษาโจวจื่อหยวน
“อาเข่อ” เหรินอวี้
“อ้าวพี่เหรินเชิญเข้ามาด้านในก่อน” อาเข่อที่มาสาธิตวิธีการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรีบออกมารับแขก
“ไหนว่าจะขายถ่าน” เหรินอวี้
“ถ่านน่ะขายแน่แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนไม่ช้าหรอกอีกอาทิตย์หน้าก็ได้ขายแล้วท่านมาตอนนั้นก็ไม่สายหรือจะจองเอาไว้ก่อนดีหรือไม่” อาเข่อ
“เ้ามีเท่าไหร่" เหรินอวี้
“ท่านจะเอาเท่าไหร่” อาเข่อ
“สามเกวียน” เหรินอวี้
“ข้าให้ได้สองเกวียน” อาเข่อ
“ไหนว่าทำได้เยอะ” เหรินอวี้
“ทำได้เยอะแต่ควรเผื่อชาวบ้านบ้างสิท่านมีเงินท่านก็ควรซื้อถ่านแพงหน่อย” อาเข่อ
“ถ่านเ้าถูกกว่าของในตลาดหรือ” เหรินอวี้
“ข้าจะขายให้ถูกกว่าชาวบ้านจะได้ใช้ด้วยแต่ของข้ามีคุณภาพหากท่านอยากจะจ่ายตามคุณภาพท่านก็จ่ายเพิ่มได้” อาเข่อ
“แล้วเ้าไม่กลัวคนซื้อไปกักตุนแล้วโก่งราคาหรือ” เหรินอวี้
“ไม่กลัวหรอก” อาเข่อ
“มั่นใจขนาดนี้เลย” เหรินอวี้
“ขนาดนี้เลย” อาเข่อ
“เอาเถอะไหนๆ วันนี้ข้ามาแล้วไม่อยากเสียเที่ยวเ้าขายบะหมี่อะไรทำไมแพงแล้วยังมีคนซื้ออยู่” เหรินอวี้
“ท่านเห็นที่ข้าสาธิตแล้วหรือยัง” อาเข่อ
“ข้ามาทันแค่่ท้าย” เหรินอวี้
อาเข่อจึงสาธิตและให้เขาลองชิมน้ำซุปรสชาติต่างๆ ทำให้เหรินอวี้รู้สึกเหมือนเปิดโลกใหม่เลยทีเดียว
“มันอร่อยมาก!” เหรินอวี้ชิมเส้นบะหมี่หนานุ่มตัวเส้นมีรสชาติอร่อยและเมื่อมาใส่ผงปรุงรสลงไปก็ทำให้รสชาติเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
“บะหมี่ของข้าใส่ไข่และมีขั้นตอนหลายขั้นตอนเพื่อให้คนกินสามารถเพียงแค่เทน้ำร้อนพักไว้ครึ่งถ้วยชาก็สามารถกินได้แล้วแถมเส้นของข้ายังสามารถกินแบบแห้งก็ได้” อาเข่อ
“แล้วเ้าจะไปจดสิทธิ์ด้วยหรือไม่” เหรินอวี้
“ก็ว่าจะไปจดนะแต่คงไม่ขาย” อาเข่อ
“อ้อ” เหรินอวี้ยิ้มแห้ง
“ท่านซื้อไปเยอะขนาดนี้ข้าแถมให้อ้อชุดนี้ฝากให้ท่านหัวหน้าสำนักด้วยนะ” อาเข่อส่งถุงใหญ่ยื่นให้เหรินอวี้
“ขอบใจเ้ามาก” เหรินอวี้จ่ายเงินแล้วกระหยิ่มในใจ
อาจารย์ของเขามักไม่รับของจากใครและเข้มงวดเื่การกินมากเป็ไปได้ว่าของในถุงนี้คงจะตกมาอยู่ในมือเขาเป็แน่แต่ว่า…
“ขอบใจ” โจวจื่อหยวนรับถุงแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป
เขาตั้งน้ำร้อนเทเครื่องปรุงที่บะหมี่แล้วรอเวลาตามที่จดหมายในถุงอธิบายมาแถมยังอธิบายเพิ่มเติมว่าเพื่อรสชาติที่ดีขึ้นสามารถใส่ผักเนื้อสัตว์และไข่ลงด้วย
เมื่อครบเวลาบะหมี่กลิ่นหอมก็พร้อมรับประทานโจวจื่อหยวนกินบะหมี่ซดน้ำแกงนั้นแล้วรู้สึกว่าท้องอุ่นดีพร้อมกับอ่านข้อความลงท้ายว่า
“กิน่ฝนตกหรือกลางหิมะนอกจากจะอุ่นท้องแล้วยังอุ่นในหัวใจด้วย” อาเข่อ
“จริงอย่างที่นางว่า” โจวจื่อหยวนเผยรอยยิ้มละไม
ผู้หญิงคนนี้ฉลาดเป็กรดนาง้าให้เขาส่งบะหมี่นี้ไปที่ชายแดนขวัญและกำลังใจเป็สิ่งสำคัญสินะที่สำคัญนางรู้ได้อย่างไรว่าเขาสามารถทำได้
โจวจื่อหยวนภายนอกเป็บัณฑิตอัจฉริยะแต่ที่จริงแล้วเขาเก่งทั้งบุ๋นและบู๊แม้แต่เื่พิชัยาเขาสามารถวางแผนเพื่อรบชนะได้ทุกครั้ง
มีเพียงอ๋องมู่เท่านั้นที่เขายังไม่สามารถโค่นล้มได้หากไม่ใช่เพื่อนกันทั้งสองคงเป็ศัตรูที่น่ากลัวของอีกฝ่ายไปแล้วดีที่ฉินมู่หยางเป็คนที่ตรงไปตรงมา
ชอบก็บอกว่าชอบไม่ชอบก็บอกไม่ชอบที่ตลกก็คือฉินมู่หยางต้องแกล้งเป็คนโง่ไม่รู้หนังสือทั้งที่ระดับสติปัญญาของเขาไม่มีใครเทียบกับโจวจื่อหยวนที่ต้องแกล้งอ่อนแอทั้งที่เป็คู่ฝึกซ้อมให้ฉินมู่หยาง
“เ้าของกลางควรจะได้กินสิ่งนี้บ้างหัวใจจะได้ไม่หนาวเหน็บจนเกินไป” โจวจื่อหยวนพึมพำกับตัวเอง
แล้วก็คิดไปถึงเ้าหนุ่มหน้ามนนามว่าอาเข่อนางเป็ใครกันแน่นะลูกสาวบ้านไหนช่างเก่งกล้าสามารถขนาดนี้นึกถึงคำที่นางติดปากแล้วก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
ส่วนคนที่กำลังถูกคิดถึงก็กำลังจัดการกองกำลังสุดท้ายที่กว่าจะจับได้ก็เสียไพร่พลไปมากเขาออกศึกมาปีกว่าแล้วแม้จะได้กลับไปก็เพียงชั่วครู่ยังไม่ทันได้นอนที่จวนก็ต้องพาทหารกลับออกมาแล้วไม่รู้ว่าที่จวนจะเป็อย่างไร
“ท่านแม่ทัพ” รองแม่ทัพเซี่ย
“ว่ามา” ฉินมู่หยาง
“ตอนนี้กำลังรวบตัวหัวหน้าได้แต่ดูเหมือนทางนั้นจะมีกำลังเสริม” รองแม่ทัพเซี่ย
“ตงเป่ยเหรอ” ฉินมู่หยาง
“ขอรับ” รองแม่ทัพเซี่ย
"คิดไว้แล้วทำเป็เฉยๆ ไปก่อนรอให้โผล่มาครบแล้วตลบหลังทีเดียว"ฉินมู่หยาง
เขานั่งจ้องจดหมายในมือทำศึกให้เสร็จเร็วๆ จะได้รีบกลับไปจัดการเื่บ้าๆ เสียทีเ้าของขาดเขียนมาเล่าข่าวลือเื่ที่เขาขังว่าที่ชายาไว้ในจวนไม่ให้ออกไปไหน
แถมยังมีข่าวว่าจวนอ๋องยึดสินเดิมอนุทั้งยังไม่ให้เบี้ยรายเดือนจริงอยู่แม้เงินส่วนใหญ่เขาจะนำมาใช้ในกองทัพแต่มันก็ไม่ได้เทำให้ยากจนถึงขนาดต้องไปขอสินเดิมคู่หมั้นเลยนี่นา
แถมตอนนี้ว่าที่ชายาเอกถูกทำให้กลายเป็อนุไปอีกไม่รู้เลยว่าจะปลอบใจนางได้อย่างไรเพราะความหุนหันพลันแล่นแท้ๆ จึงทำให้นางลำบากขนาดนั้นไม่รู้จะชดเชยอย่างไรดี
แต่ว่าจวนมีทางออกอื่นอีกไม่ใช่หรือทำไมถึงอ้างว่าออกไปไหนไม่ได้หรือว่าเย่อหยิ่งจนไม่ออกประตูด้านหลังหรือเป็แผลในใจที่ต้องเข้าประตูข้าง
ข่าวว่านางไม่ไปเฝ้าไทเฮาไม่ออกมาร่วมงานบวงสรวงแม้แต่วันไหว้พระจันทร์อ้างว่าป่วยหรือว่านางี้เีกันแน่จดหมายไร้สาระของชายารองทั้งสองต่างเล่าตรงกันว่านาง เป็คนี้เีมีคนแอบเข้าไปดูที่เรือนของนางนั้นสวนทรุดโทรมและสกปรกทั้งที่มีคนอยู่
“นางแค่อาจจะอายจนไม่กล้าโผล่หน้าไปไหนก็ได้กระมัง” ฉินมู่หยาง
ตอนนี้เื่ของนางก็คงต้องพักไว้ก่อนการศึกครั้งนี้ควรจบก่อนฤดูหนาวไม่อย่างนั้นทหารจะเหนื่อยเกินไปการศึกในทะเลทรายไม่ง่ายการปรับตัวทำให้เครียดและเสียขวัญดังนั้นศึกครั้งนี้ต้องรับจัดการก่อนที่ตงเป่ยจะเข้ามาแทรกแซง
ข่าวลือนั้นมีสองทางในเมืองหลวงก็มีข่าวลือจากชายแดนมาเช่นกันไม่รู้แม่นมสีไปได้ข่าวลือมาจากไหนกลับถึงจวนก็นั่งเหม่อลอย
“ลู่จื่อแม่นมเป็อะไร” หยวนเข่อชิง
“นางไปถามข่าวลูกชายที่ค่ายทหารมาน่ะเ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“แล้ว” หยวนเข่อชิง
“มีทหารที่กลับมาพักฟื้นที่นี่จากคราวที่แล้วเขาเล่าว่าทางนั้นโหดร้ายมากเหมือนปีศาจมากกว่าคนมันฆ่าโดยการตัดคอเท่านั้น” ลู่จื่อเล่าไปก็ขนลุกไป
“แล้วลูกชายของแม่นมล่ะ” หยวนเข่อชิง
“เขาไม่ได้เป็หน่วยออกรบและเพราะอากาศในทะเลทรายกลางวันร้อนจัดกลางคืนหนาวเย็นได้ข่าวว่ามีคนป่วยตายไปก็มากแม่นมเห็นว่าลูกชายไม่ได้แข็งแรงอาจจะ” ลู่จื่อ
“แต่ยังไม่มีข่าวของเขาไม่ใช่หรือ” หยวนเข่อชิง
___________
ใครเป็พระเอกกันนะ