เฉาเฟิงเห็นสายตาของอ๋องหยางดูเคร่งเครียดจึงรีบเรียกให้บ่าวรับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง “ผู้ใดอยู่ข้างนอก ยกชุดชงชามาหน่อย”
บ่าวรับใช้หน้าเรือนได้ยินก็กระวีกระวาดเข้ามาจัดการ
“ท่านอ๋อง สงบใจสักหน่อยเถิด ประเดี๋ยวข้าจะชงชาให้ท่านดื่ม”
หยางหลีเหว่ยมิได้สนใจมองการกระทำของกุนซือ หนุ่มที่ง่วนกับการชงชง เขากำลังครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้เกี่ยวกับการลอบสังหาร
“หลี่หยวนหยวนล่วงเกินคนไว้ไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็ประเภททะเลาะเบาะแว้งทั่วไป แต่จะแค้นถึงขั้นเอาชีวิตเท่าที่ข้าเคยสืบ ไม่น่าจะมี” เขาใช้นิ้วเคาะโต๊ะอยู่สองสามครั้ง “คนที่คิดจะฆ่านาง เป็ไปได้สองอย่าง หนึ่ง ฆ่าเพราะแค้น สอง ฆ่าเพราะนางขวางทาง”
กุนซือหนุ่มติดเตาเรียบร้อยและวางกาน้ำร้อน เขาจัดแจงสิ่งของตรงหน้าเรียบร้อย “ความแค้นที่ทำให้ต้องส่งมือสังหารมาฆ่า คงจะเป็แค้นที่ล้ำลึก ข้าได้ยินเหมือนท่าน นางเป็สตรีที่ทะเลาะกับผู้อื่นไปทั่ว แต่มิใช่เื่ใหญ่ถึงขนาดที่ต้องยอมเสียเงินว่าจ้างมือสังหารมาใช้เข็มพิษ”
“อืม สตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวงอย่างนาง หากมีคนคิดจะฆ่าก็คงหาค้อนหาท่อนไม้มาไล่ตีเสียมากกว่า”
เฉาเฟิงแทบจะหลุดหัวเราะออกมากับคำพูดของอ๋องหยาง “ผิดแล้ว ข้าว่านางสร้างแค้นหนักหนาที่สุดอยู่เื่หนึ่ง นั่นคือการชิงตัวท่านมาจากคุณหนูสามเซียว”
ใบหน้าของหยางหลีเหว่ยอึมครึมลงไปหลายส่วน “เ้าพูดเช่นนี้ กำลังชี้เป้าไปที่เซียวหว่านอย่างนั้นหรือ”
“หากเป็แค้นรัก นับว่าเป็เื่ล้ำลึกที่ทำให้ผู้คนฆ่ากันได้โดยไม่ลังเลในเมื่อคุณหนูสามถึงกับล้มป่วยเพราะพิษรัก แสดงว่านางปักใจกับท่านมาก หากจะบอกว่านางแค้นพระชายาถึงขั้นส่งคนมาข้า หรือไม่คนที่บ้านนางอาจจะแค้นแทนกันก็เป็ไปได้”
คำพูดของเฉาเฟิงทำให้หยางหลีเหว่ยเริ่มลังเล “นางเป็คุณหนูในห้องหอ อ่อนแอถึงกับล้มป่วย จะคิดฆ่าคนเลยเชียวหรือ”
“ท่านอ๋องพูดเช่นนี้ข้าไม่เห็นด้วย ท่านก็เคยเห็นคดีเรือนหลังของขุนนางมากมาย สตรีพวกนั้นแก่งแย่งบุรุษโดยใช้เล่ห์เหลี่ยมไม่ต่างจากในราชสำนัก บางทีเซียวหว่านของท่าน อาจจะไม่ได้อ่อนแออย่างที่แสดงออกภายนอก”
หยางหลีเหว่ยจ้องหน้าเฉาเฟิงเขม็ง “เ้าพูดเช่นนี้ ราวกับไม่ชอบหน้าคุณหนูสามเซียวอยู่แล้วอย่างนั้น”
เฉาเฟิงมิเคยพูดจาประจบเอาใจหยางหลีเหว่ย แม้เขาจะทำงานให้กับท่านอ๋อง แต่การเป็กุนซือก็คือการบอกความจริงที่เขาเห็นอย่างตรงไปตรงมาและวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียให้ฟัง ส่วนการตัดสินใจให้เป็หน้าที่ของท่านอ๋อง
“เรียนท่านอ๋องตามตรง ข้ารู้สึกแปลกพิกลทุกครั้งที่พบเห็นนาง”
“อย่างไรหรือ”
“ข้ารู้สึกว่านางเป็คนลึกลับซับซ้อนกว่าที่แสดงออก เดิมทีข้าเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่ท่านจะหมั้นหมายกับนาง แต่บัดนี้คลาดกันไปแล้วจึงได้กล้าพูดออกมา”
หยางหลีเหว่ยหรี่ตา “เ้าเป็คนพูดทุกเื่กับข้าตรงไปตรงมาตลอด เหตุใดพอเป็เื่ของเซียวหว่านจึงไม่ยอมพูดความในใจออกมา”
“เพราะเป็เื่ส่วนตัวของท่านอ๋อง ข้าจึงไม่อยากก้าวก่าย ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าท่านปักใจกับนางจึงไม่กล้าทัดทาน ความรักความชอบหากยิ่งขัดขวางก็จะยิ่งกลายเป็การยุส่ง”
“อืม...” หยางหลีเหว่ยรับรู้
“พอท่านต้องแต่งกับคุณหนูรองหลี่ไปจริงๆ ข้ากลับได้รู้ว่าท่านมิได้ลุ่มหลงในตัวของคุณหนูสามเซียว นับว่าผิดคาดอยู่บ้าง”
หยางหลีเหว่ยจึงเล่าเื้ัการแต่งงานของตนตามที่มารดาคาดเอาไว้ให้กับกุนซือเฉาฟัง
เฉาเฟิงถึงกับคิ้วขมวด “ความหลงใหลที่พระชายามีต่อท่านอ๋อง ข้าว่ามิใช่เื่หลอกลวงแน่ แต่เป็เสนาบดีชุยต่างหากที่ใช้สถานการณ์ให้เป็ประโยชน์ ในเมื่อพระชายาอยากแต่งกับท่าน ท่านป๋อหลี่ก็เป็คนของเสนาบดีชุย ใช้นางมาสืบเื่ในจวนท่านก็นับว่าเหมาะเจาะ”
“ในเมื่อมีคน้าส่งนางเข้ามา ก็ย่อมมีคน้าขัดขวาง เป็ไปได้หรือไม่ว่า ฝ่ายตรงข้ามจะส่งคนมาลอบสังหารนาง” ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง “ไม่สิ อันที่จริงอาจจะลอบสังหารข้า”
ในราชสำนักยามนี้มีฮองไทเฮาอยู่เื้ัฮ่องเต้ และเสนาบดีชุยก็เป็คนคอยดูแลขุนนางน้อยใหญ่ ฮองไทเฮาทรงระแวงท่านอ๋องต่างแซ่ที่กุมอำนาจในเมืองใหญ่แถวชายแดนแคว้นต้าหลง อ๋องหยางรู้ว่าตนเองก็เป็เป้าหมายหนึ่งในการควบคุมของพระนาง
“เื่เกิดในห้องหอของท่านอ๋อง ในจวนต้องมีหนอนบ่อนไส้” เฉาเฟิงสรุปพร้อมกับเลื่อนถ้วยชาให้กับอ๋องหยาง
คนของหน่วยหยกทมิฬถูกสั่งให้กระจายตัวไปหาข่าว ผ่านไปครึ่งชั่วยาม องครักษ์เจิ้งก็กลับมารายงานให้หยางหลีเหว่ยทราบว่าผลการตรวจพิษนั้นเป็ความจริง
“ท่านหมอเกายืนยันว่านี่เป็เืปนพิษสลายใจขอรับ และาแของผู้ที่ถูกเข็มพิษจะมีรอยช้ำหลงเหลืออยู่ราวสามวัน”
อ๋องหยางพยักหน้ารับ “รอยตรงคอหวางเฟยตรงกับที่ท่านหมอเกากล่าว ข้าเห็นแล้ว นางไม่ได้โกหก”
ครู่หนึ่งซู่จิ้งก็เข้ามา “ท่านอ๋อง พิษสลายใจไม่เคยมีผู้นำมาใช้ในเมืองหลวงมาก่อนขอรับ แต่มีคนให้เบาะแสว่าเมื่อสามเดือนก่อน มีคนนำมาขายในตลาดผี”
หยางหลีเหว่ยยกยิ้มมุมปาก “ตลาดผีอย่างนั้นหรือ คงต้องไปดูสักหน่อยแล้ว”
เฉาเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็วางถ้วยชาที่กำลังจิบในมือลง “ท่านอ๋องไปเถิด เื่สืบสวนหาหนอนบ่อนไส้ในจวน ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเอง”
อ๋องหยางลุกขึ้นยืน “รบกวนเ้าด้วย”
สีหน้ากุนซือเฉาเหี้ยมเกรียม บ่าวรับใช้ในจวนมีจำนวนร่วมร้อยคน ผ่านมาหลายวันเช่นนี้ ผู้ที่ช่วยเปิดทางให้มือสังหารไม่แน่ว่าจะอยู่หรือหนีไปแล้ว หากหาตัวไม่เจอ คงต้องใช้วิธีเปิดโอกาสให้ลงมืออีกครั้ง
ตลาดผีก็คือตลาดนัดเลื่อนลอยอยู่ไม่เป็หลักแหล่ง สมกับคำว่า ‘ผี’ แล้วแต่ว่ากลุ่มคนที่เป็หลักในการนำสินค้าประหลาดออกมาขายจะนัดแนะเป็สถานที่ใด จัดเพียงเดือนละหนึ่งครั้ง ก่อนจะมีตั้งตลาดบรรดาชาวยุทธ์จะได้รับข่าวสารใน่เที่ยงของวันที่หนึ่งของเดือน สำหรับเดือนนี้ตลาดผีตั้งอยู่ริมแม่น้ำจิ่นเอ๋อในตำบลฮวาผิง
หลี่หยวนหยวนให้คนขับรถม้าไปส่งห่างจากทางเข้าตลาดผีพอประมาณ คนทั้งห้าเดินข้ามสะพานไปยังทางเข้าตลาดผี
ซูหลัวจือบอกให้คนอื่นๆ ยืนรอที่กลางสะพาน รอให้เขากลับมาก่อน “รอบๆ ตลาดผีเป็ค่ายกลสกัดลมหายใจขอรับ หากเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องสิ้นสติอยู่นอกตลาด รอให้ข้าไปเอาป้ายอนุญาตชั่วคราวมาให้ก่อนนะขอรับ”
ซูหลัวจือเดินเข้าปากทางเข้าตลาดผีที่อยู่สุดสะพาน เขาหายตัวไปในพุ่มไม้ใหญ่ข้างหน้า
“หวางเฟย ดูสิเ้าคะ พวกเขาจู่ๆ ก็เดินหายไปในพุ่มไม้พวกนั้นเหมือนอาซูเลย” ไป๋เยว่ชี้ไปด้วยความตื่นเต้น
“ถึงได้เรียกว่าค่ายกลอย่างไรเล่า” หลี่หยวนหยวนพูดพลางนึกถึงละครโทรศัพท์ที่นางเคยดู ขึ้นชื่อว่าค่ายกลนั้น ล้วนแฝงไปด้วยอันตราย
ไม่นานนัก ซูหลัวจือก็กลับมา พร้อมด้วยป้ายอนุญาตชั่วคราวในมือสี่อัน เขาแจกจ่ายให้พวกนางคนละอัน “พวกท่านรักษาให้ดีนะขอรับ ห้ามหายเป็เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะออกจากตลาดผีไม่ได้”
“ทางเข้าไม่เห็นจะมีคนตรวจป้าย เหตุใดจะออกไม่ได้เล่า” ไป๋ซวงมองไปก็ไม่เห็นจะมีคนเฝ้าหน้าปากทาง เหตุใดจึงบอกว่าจะออกมาไม่ได้
“ถ้าเรามีป้ายอยู่ ค่ายกลจะถูกเปิดออก แต่ถ้าไม่มี เราจะติดอยู่ข้างในขอรับ ไม่มีผู้ใดพาออกมาได้ นอกจากท่านสามผี”
หลี่หยวนหยวนตาวาว “เ้าของตลาดหรือ”
“ขอรับ พวกเขาเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์มีนามเรียกขานว่าสามผี ผีเหนือ ผีกลางและผีใต้ ไม่เพียงแต่ดูแลตลาดสามผี แต่ยังทำงานใต้ดินอีกหลายอย่าง”
หลี่หยวนหยวนฟังแล้วก็หัวเราะออกมา นางนึกถึง ซีรีย์กำลังภายในที่ตนเคยดูทางโทรทัศน์ น่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นจอมยุทธ์ตัวเป็ๆ
“สามผี ฟังจากชื่อน่าจะเป็จอมยุทธ์ฝ่ายมารกระมัง”
“เป็เช่นนั้นขอรับ”
หลี่หยวนหยวนได้ยินก็ทำตาโต “เ้าว่าพวกเ้ารับจ้างทำอย่างอื่นด้วย เช่นนั้นรับจ้างฆ่าคนหรือไม่”
ซูหลัวจือรีบโบกมือ “ไม่ขอรับ ท่านสามผีประกาศเอาไว้เป็ที่รู้ทั่วกันว่าไม่รับจ้างฆ่าคนเด็ดขาด”
“ถ้าจะจ้างพวกเขาสืบหาคนเล่า จะต้องจ้างแพงเท่าใด”
“ราคาแล้วแต่ความพอใจขอรับ แต่ก่อนจะว่าจ้างได้ จะต้องขว้างแท่งโลหะปักกึ่งกลางเป้าได้เสียก่อน”
หญิงสาวยิ้ม “แปลกจริง มีเงื่อนไขแบบนี้ด้วย”
“หวางเฟย สนใจจ้างพวกเขาหรือขอรับ”
“อืม ข้า้าหาคน เ้าพาข้าไปได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ แต่ข้าน้อยขอไปขายปีกจิ้งหรีดสักครู่ก่อน”
“อาซู ไปค้าขายตามสบายเถิด ข้าจะไปเดินเล่นในตลาดรอเ้าก็แล้วกัน” หลี่หยวนหยวนหันไปหาบ่าวทั้งสาม “พวกเราไปกันเถอะ”
***************
