การมาเยือนของใครบางคนส่งผลให้มาติชชะงักทันทีที่เห็น สีหน้าของเขามีแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกระเป๋ามากมายถูกลำเลียงออกมาจากรถบอดี้การ์ดหนุ่มทำอะไรไม่ถูกรีบเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อตามเ้านายทันที เขารู้ว่ามันเื่ใหญ่แน่งานนี้
ร่างสูงใหญ่เปิดประตูออกมาในจังหวะที่ลูกน้องคนสนิทง้างมือจะเคาะประตูสีหน้าของมาติชบ่งบอกให้ผู้เป็นายรู้ว่ากำลังจะเกิดเื่
“มีอะไร?”
“คุณเอมม่ามาครับเ้านาย”
คิ้วหน้าขมวดเข้าหากันใครใช้ให้เธอมากันเขาอุตส่าห์สั่งห้ามไม่ให้มาให้อยู่ในที่ที่ตัวเองควรอยู่ยังกล้าขัดคำสั่งเขาเสียอีก เอมม่ายิ้มกว้างออกมาทันทีที่ได้เห็นคู่หมั้นเดินออกมาจากตัวบ้านเพื่อมารับ
“คุณมาที่นี่ทำไมเอมม่า!”
“ก็มาหาคุณไงค่ะลุคส์ เอมม่าคิดถึงคุณมากนะคะ”
“ผมสั่งไม่ให้มายังไงล่ะ ทำไมยังกล้าขัดคำสั่งผมอีก!”
“เอมม่ามีสิทธิ์ คุณอย่ามาพูดแบบนี้นะคะ หรือคุณมีอะไรซ่อนไว้ที่นี่อย่างที่เขาพูดกัน!”เอมม่าเริ่มแผดเสียง
“หุบปากซะ อย่ามาก้าวร้าวกับผม!”เขาเริ่มขู่
ไม่มีคำพูดใดออกจากริมฝีปากสีแดงจัด เมื่อสายตาของเธอสอดส่ายไป เห็นผู้หญิงจูงเด็กอายุไม่กี่ขวบออกมาจากบ้านของคู่หมั้นดวงตาของสาวเืฝรั่งเศสเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อเมื่อใบหน้านี้เธอจดจำมันได้ดีแล้วเด็กที่เดินมาด้วยยิ่งทำให้เธอแทบลมจับเมื่อใบหน้าเด็กคนนั้นมันเด็กลูกครึ่งชัดๆ
ปรางค์ปรียานิ่งงันเมื่อเห็นสาวเรือนร่างอวบอัด เธอจำได้ผู้หญิงคนนี้เคยจะช่วยชีวิตเธอมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ครั้งนั้นไม่สำเร็จเธอเป็คนรักของเขา มือบางสั่นระริกจนร่างเล็กรู้สึกได้ ไทม์เงยหน้ามองมารดาที่กำลังกัดริมฝีปากแน่นเพื่อระงับความรู้สึก
“แม่...”เสียงเรียกแ่เบาปลุกเธอออกจากอารมณ์อ่อนไหวทันที
“ว่าไงครับลูก วันนี้เราไปเที่ยวกันสองคนนะครับ”
“แล้วพ่อล่ะครับ วันนี้พ่อไม่ไปเที่ยวกับเราเหรอครับแม่...”ไทม์ถามเสียงเศร้า
“พ่อไม่ว่างนะครับ พ่อมีแขกเราไปเที่ยวกันเองนะครับลูก...”
เด็กชายซึมลง หลุบตามองพื้นตลอดเส้นทางการเดิน ทำไมต้องเป็แบบนี้นะ ลูกชายของเธอเพิ่งได้รับความสุขกลับต้องมาเสียใจอีกแล้วอย่างนั้นเหรอเธอจะทำยังไงดี ไม่อยากเห็นลูกเป็แบบนี้เลย
“แม่ครับ... ผู้หญิงคนนั้นคือแฟนใหม่พ่อใช่ไหมครับ”ไทม์ถามแม่เสียงเศร้า
หญิงสาวชะงักมองลูกที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านไทม์กำลังสะอื้นออกมาไหล่เล็กๆ สั่นไหว มือเล็กๆ โอบกอดมารดาไว้เพื่อลดความรู้สึกเสียใจลงร่างบางนิ่งงันเธอไม่รู้จะทำยังไงแล้ว
“ไทม์... เราสองคนอยู่ด้วยกันแค่นี้ก็ได้นี่ครับลูก หนูมีแม่ทั้งคนนะครับ แม่รักไทม์มากนะลูก”หญิงสาวบอกเสียงเครือ
“ผมก็รักแม่... แต่ผมก็รักพ่อมากด้วยเหมือนกันครับแม่ทำไมพ่อกับแม่ถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้ล่ะครับ”
มือบางลูบศีรษะบุตรชายทั้งน้ำตาเธอไม่รู้จะหาหนทางไหนให้ลูกคลายจากความเ็ปลงไปได้เลย
“ไทม์... พ่อไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยนะครับ สักวันพ่อก็ต้องกลับไปฝรั่งเศส...ถึงเวลานั้นไทม์ก็ต้องจากพ่อไปอยู่ดี”
“แม่ไม่เสียใจบ้างเหรอครับที่เป็แบบนี้ ผม... ไม่อยากให้แม่เสียใจเลยทำไมแม่ของผมต้องร้องไห้ทุกทีด้วยล่ะครับ”
เธอพูดไม่ออก ไทม์รู้ทุกอย่าง... เธอไม่อาจเก็บซ่อนความเ็ปไว้พ้นสายตาของลูกได้เลยร่างเล็กถูกรั้งเข้ามากอดไว้ ปรางค์ปรียาสะอื้นออกมา ไม่อยากให้ลูกเห็นแต่ทำไม่ได้เลยดวงใจแม่หากพ่อเขาไม่อยู่ แม่อยากให้รู้ว่ายังไงเสียแม่ก็รัก แม่เลี้ยงดูเ้ามาั้แ่เกิดหัวอกแม่ไม่มีวันไหนไม่นึกถึงลูกเลย ไม่อยากเห็นลูกเสียใจเพราะแม่เสียใจยิ่งกว่า
“งั้นเราไปเที่ยวสวนสัตว์กันดีกว่านะครับ ตอนเย็นเราค่อยมาย้ายของกลับบ้านเรานะครับไทม์...”หญิงสาวบอกบุตรชาย
ร่างเล็กพยักหน้ารับ เขาไม่อยากทำให้แม่ร้องไห้อีกแล้ว บางที... เขาคงต้องกลายเป็เด็กไม่มีพ่ออีกครั้ง แต่เขาจะอดทนแม้ใครจะล้อเขาแบบนั้นก็ตาม เพราะถ้าเขาร้องไห้แม่ก็จะร้องไห้ออกมามากกว่า
เอมม่ายืนจ้องหน้าคู่หมั้นแววตาตัดพ้อ และขอภาวนาอย่าให้มันเป็อย่างที่คิดแต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ามันเป็เครื่องยืนยันได้ดี อะไรกัน! แค่ผ่านไปไม่กี่เดือนทำไมคู่หมั้นเธอถึงได้กลายเป็อื่นไปแบบนี้ก็รู้อยู่หรอกว่าเธอควบคุมเขาไม่ได้ แต่เธอไม่มีวันปล่อยเขาไปเด็ดขาด เธออยู่กับเขามานานรู้นิสัยใจคอดีหากคนอย่างเขาไม่แคร์ มีหรือจะให้แม่ลูกมาอยู่ที่บ้านแบบนี้
“ทำไมคุณทำกับเอมม่าแบบนี้คะลุคส์”
“ผมทำอะไร!”
“คุณรู้อยู่แก่ใจ ทำไมคุณถึงได้เอาผู้หญิงอื่นมาอยู่ในบ้านเดียวกับคุณ!” เอมม่าเริ่มตัดพ้อด้วยความไม่พอใจ
“ผมจะทำอะไรมันก็เื่ของผม เอมม่า คุณอย่ามายุ่งดีกว่า!”
“เอมม่าเป็คู่หมั้นคุณนะคะ ทำไมคุณทำแบบนี้ เอมม่าซื่อสัตย์ต่อคุณเพียงคนเดียวมาตลอดไหนคุณบอกว่าเลิกยุ่งกับเธอไปแล้วยังไง แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้!”
“กลับฝรั่งเศสไปซะ ผมจะจัดการเื่คุณทีหลัง!”เขาสั่งเสียงกร้าว
“ไม่! เอมม่าไม่ยอมเด็ดขาด”
ไทม์มองดูพ่อกำลังสนทนากับหญิงสาวอีกคน ปรางค์ปรียารรีบรั้งลูกให้ก้าวตาม เธอไม่อยากให้ลูกต้องมาเสียใจอีกแล้วมือเล็กๆ บีบมือมารดาไว้แน่น เขากำลังหาที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งตลอดระยะเวลาเติบโต คนเป็แม่ยิ้มอ่อนโยนสองเท้าเล็กก้าวตามแรงดึกแม่ เธอต้องพาลูกไปให้พ้นจากสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียที
ลุคส์รีบเดินเข้ามาหาหญิงสาว มือหนารั้งท่อนแขนบางไว้ เอมม่าเดินตามมา จ้องมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาไม่พอใจเธอรีบสะบัดท่อนแขนออกจากเขา ไทม์มองพ่อด้วยสายตาตัดพ้อจนเขาแทบพูดไม่ออก
“รอผมด้วย!”เขาบอกเสียงแข็ง
“คุณมีแขกไม่ต้องไปหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันไปกับลูกเอง”
“ฉันไม่ใช่แขกฉันเป็เมียลุคส์!”เอมม่าสวนกลับมาทันที
ไทม์จับมือแม่ไว้แล้วบีบเบาๆ ดวงตาเล็กมองมารดานิ่ง หญิงสาวข่มกลั้นอารณ์แล้วจูงมือบุตรชายเดินออกมานอกบ้านเด็กชายเดินก้มหน้านิ่ง ทำไมพ่อทำแบบนี้นะเขาไม่เข้าใจเลย ไม่สงสารแม่บ้างเลยเหรอไม่อยากพูดอะไรกับพ่ออีกแล้ว
ร่างสูงใหญ่วิ่งเข้ามาขวางไว้ หญิงสาวชะงักมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ จะเอาอะไร้าอะไรจากเธออีก แค่นี้ไทม์ก็เสียใจมากพออยู่แล้ วทำไมยังคิดมาวุ่นวาย
ไทม์มองหน้าพ่อด้วยความผิดหวัง ร่างเล็กรีบจับมือมารดาแน่น เขาไม่อยากให้พ่อมายุ่งกับแม่อีกแล้วจะอยู่โดยไม่มีพ่ออีกต่อไป มือหนาหมายจะเอื้อมมาจับบุตรชาย แต่ร่างเล็กกลับหลบทันควันเขาชะงักสายตาของไทม์ที่ส่งมาทำเอารู้สึกะเืใจ นี่เกลียดพ่อแล้วเหรอ
“ออกไปจากที่นี่ทั้งแม่แล้วก็ลูก ไม่ต้องมายุ่งกับผู้ชายของคนอื่นอีก!”เอมม่าตวาดลั่น
“หุบปากซะเอมม่า เธอต่างหากไม่มีสิทธิ์!”ชายหนุ่มตวาดกลับจนเอมม่านึกกลัว
“อย่ามาดุเอมม่านะคะ สองคนนี้ต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์!”
เสียงกร้าวของทั้งสองส่งผลให้ร่างเล็กสะดุ้งด้วยความรู้สึกกลัวร่างบางรีบอุ้มบุตรชายไว้ สาวเท้าเดินหนีไปเพราะไม่ปรารถนาให้บุตรชายต้องมารับฟังเื่ราวแบบนี้
“อย่าเพิ่งไปปรางค์!”เขาเรียก
เธอไม่คิดจะหยุดอีกแล้ว...จบกันทีพอกันที ไทม์เจ็บมากเกินพอแล้ว เธอเป็แม่มีหน้าที่ปกป้องลูกเวลานี้เธอไม่้าเห็นลูกเ็ปมากขึ้นอีก ไหล่ของเธอเปียกชื้นน้ำตา ร่างเล็กในอ้อมอกกำลังสั่นไหวด้วยแรงสะอื้น
“ผมจะถอนหมั้นกับเอมม่า!”เขาประกาศกร้าวออกมา
เอมม่านิ่งงันไปชั่วขณะ มือกำแน่นสาวเท้าก้าวเดินมาหาเขาแรงโทสะเธอพุ่งออกมา แววตาจ้องมายังหญิงสาวกับลูกลุคส์มองเมียและลูกไมได้ระแวดระวังคู่หมั้น
“แกกล้าดียังไงมาแย่งผัวฉัน!”เอมม่าด่ากราดมือฟาดลงไปบนใบหน้าของหญิงสาวทันที
ร่างเล็กรีบกันแม่ไว้ไม่ให้ใครทำอันตราย
เพียะ!
แรงของสาวเืฝรั่งเศสช่างมหาศาลนัก ร่างเล็กหลุดจากอ้อมอกมารดาตกลงสู่พื้น
ตุบ!
ปรางค์ปรียาชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้าง
“กรี๊ด! ไม่นะ! ไม่! ลูกแม่!” หญิงสาวกรีดร้องลั่นระงมปานดวงใจจะขาด
ปรางค์ปรียาทรุดกายลงกับพื้น มองดูลูกตนเอง มือบางสั่นระริก ลูกนอนนิ่งกับพื้นเืสีแดงไหลออกมาจากศีรษะร่างบางสั่นสะท้าน ร่ายกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
“ไทม์ ได้ยินแม่ไหมลูก ใครก็ได้ช่วยที ไม่นะ! ไทม์... แม่จะทำยังไงดี” คนเป็แม่กรีดร้องน้ำตาอาบแก้ม
ลุคส์ขบกรามแน่นหันจ้องมองคู่หมั้นตนเองสายตาเขาวาวโรจน์
เพียะ!
เอมม่าทรุดกายลงนั่งกับพื้นเืสีแดงสดไหลออกมาจากริมฝีปากมือยกกุมแก้มสีหน้าตื่นตระหนก
“ออกไปซะ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!”
ร่างอวบอัดลุกขึ้นพร้อมกับกุมแก้มตนเองไว้มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ แล้ววิ่งหนีเข้าไปด้านในบ้านรีบเข้าไปในห้องปิดประตู
เสียงสะอื้นยังคงไม่หยุดมือบางเปื้อนเืเธอทำอะไรไม่ถูกหัวอกแม่จะตายอยู่แล้ว...ใจแม่เหมือนจะสลายเสียให้ได้ ขอร้องให้ลูกฟื้นได้ไหมร่างเล็กนอนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ตอบสนองต่อเสียงสะอื้นของมารดาเลย
“ไทม์ฟื้นมาคุยกับแม่สิลูก ลูกรักของแม่... อย่าเงียบสิลูก ได้ยินแม่ไหม...ลูกรักของแม่ เรากำลังจะไปเที่ยวกันยังไงล่ะครับลูก..หนูอยากไปเที่ยวกับแม่ไม่ใช่เหรอลูกไทม์ฟื้นขึ้นมาให้แม่ชื่นใจหน่อยสิลูก...แม่จะตายอยู่แล้ว... จะทำยังไงดีล่ะลูก...ฮือๆ แม่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีหนูนะไทม์ ลูกของแม่ได้โปรดฟื้นมาหาแม่หน่อยสิลูก”
ลุคส์ทรุดกายลงกับพื้นน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ลูก... ถ้าเขาเสียลูกไปจะทำยังไงทำไมถึงได้เป็แบบนี้ไปได้ ไทม์พ่อขอโทษ... พ่อขอโทษลูก กี่ครั้งแล้วที่เขาพูดคำนี้กับลูก...ทำไมเขาถึงได้เลวแบบนี้ ทำให้ลูกเสียใจไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้ลูกต้องมารับเคราะห์เพราะเขาอีก
ความเ็ปรวดร้าวหัวอกคนเป็แม่... หญิงสาวสะอื้นแล้วสะอึกออกมาไม่กี่ครั้งก็ล้มพับไปกับพื้นร่างสูงรีบประคองไว้
“มาติช!”เขาะโลั่น
บอดี้การ์ดหนุ่มกำลังโทรศัพท์เร่งรถพยาบาลรีบวิ่งมาหาทันที เสียงไซเรนดังขึ้นรถพยาบาลเข้ามาจอดเ้าหน้าที่อุ้มร่างเล็กขึ้นไปบนเตียง แล้วเคลื่อนตัวทันที
“ฝากเมียฉันด้วย!”ชายหนุ่มบอกแล้วขึ้นรถ
มาติชช้อนร่างของปรางค์ปรียาไว้ในอ้อมแขน พาไปวางไว้บนโซฟาในห้องนั่งเล่นกดหาเบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงคนนั้น เขาจำเธอได้
“ว่าไงจ๊ะปรางค์”พินอาภารับสาย
“คุณเป็เพื่อนคุณปรางค์ใช่ไหม!”
“นั้น! นายเป็ใครกัน”
“ผมเป็บอดี้การ์ดของคุณลุคส์”
“แล้วนายโทรมาเบอร์นี้ได้ยังไง!”
“คุณอย่าเพิ่งซักอะไรผมเลย มาช่วยคุณปรางค์ก่อน เธอเป็ลมอยู่ที่บ้าน”
“เกิดอะไรขึ้น!”พินอาภาร้องเสียงลั่น
“ผมบอกว่าอย่าเพิ่งถามยังไงล่ะ มาดูเพื่อนคุณก่อน”
“ได้ๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
พินอาภาเดินเข้ามาในบ้าน เห็นเขายืนนิ่งมองดูเพื่อนสาวตนเองกำลังนอนสลบไม่ได้สติอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้างงๆเธอเดินเข้าไปหามองดูเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นมือบางรีบคว้ายาดมในกระเป๋าจ่อจมูกเพื่อนด้วยความเป็ห่วง
“เกิดอะไรขึ้น?”
เขานิ่งเพราะเขาเองก็บอกอะไรไม่ถูกเหมือนกันเื่ราวทุกอย่างมันรวดเร็วมาก แล้วถ้าหากว่าเธอรู้เื่นี้จะอาละวาดหรือเปล่า
“ผมขอไม่ตอบ”
“ฉันชักจะหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ!”พินอาภาตวาดลั่น
ร่างสูงชะงักเมื่อเห็นแววตากร้าวส่งมา คนเป็ลูกน้องมักจะน้ำท่วมปากแบบเสมอแล้วจะให้ทำยังไงเขาจำเป็ต้องปกป้องศักดิ์ศรีของนายไว้ก่อน
“อย่ามาเสียงดังนะคุณ!”เขาดุ
“คุณนั้นแหละ จงใจจะยั่วโมโหฉันใช่ไหม!”
“ผมยั่วโมโหคุณตรงไหน”
“ก็ไอ้ตรงที่ไม่ยอมตอบอะไรฉันเนี่ยนะซิจะเอายังไงกันแน่เพื่อนฉันเป็ขนาดนี้คุณคิดว่าฉันจะไม่ถามอะไรคุณเลยหรือไงกัน!”
“คุณก็หัดเห็นใจผมบ้างสิครับผมเองก็ลำบากใจเหมือนกันอยากรู้อะไรรอเพื่อนคุณฟื้นถามจากปากเพื่อนคุณเองดีกว่า”
ริมฝีปากบางเม้มแน่นด้วยความรู้สึกขัดใจมันยากนักหรือไงแค่บอกความจริงกับเธอ ผู้ชายคนนี้นี่ทำตัวอย่างกับมีปลอกคอสวมอยู่ตลอดเวลานั้นแหละ