ตอนที่ 16 หาเื่ใส่ตัว
ใกล้ถึงเวลาเที่ยงตรง ผานม่อกับผานสื่อพาเก่อเซียงอี้มาปรากฏตัวที่หน้าบ้านหยางเหมิน
แววตาเก่อเซียงอี้เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตื่นเต้นดีใจ และรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เธอรู้จักกับลี่หนานเสวียนมายี่สิบกว่าปี นี่เป็ครั้งแรกที่จะได้เข้ามาในบ้านที่เขาอาศัยอยู่ ไม่รู้ว่าลานบ้านของเขาจะเหมือนกับค่ายทหารที่วางพวกอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้มากมายหลายชนิดหรือเปล่า หรือจะเป็เหมือนเรือนเล็กถิงหว่าน ที่มีทัศนียภาพงดงามแตกต่างกันทั้งสี่ฤดู ทั้งฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว
ทว่าความผิดหวังมักอยู่เหนือความคาดหมายไปไกลเสมอ ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าเขตลานบ้าน เลี้ยวผ่านฉากกั้นหินอ่อนซึ่งบดบังทัศนียภาพของลานบ้านไว้ สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือลานบ้านโล่งๆ ว่างเปล่า เมื่อเทียบกับสวนเขียวขจีด้านนอกแล้ว ที่นี่ราวกับบ้านร้างที่ไร้คนอยู่อาศัย
เก่อเซียงอี้เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง “ไม่มีอะไรเลยจริงด้วย…”
เธอก็ไม่เข้าใจ ในเมื่อไม่มีอะไร แล้วทำไมลี่หนานเสวียนถึงไม่ยอมให้พวกเธอเข้ามา
“ข้างนอกอากาศหนาว ทุกคนรีบเข้าบ้านกันก่อน” ลู่โจวยืนะโเรียกตรงหน้าประตูห้องโถง
ผานสื่อกับผานม่อรีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปในห้อง
เก่อเซียงอี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวโจว ฉันเพิ่งเคยเข้ามาครั้งแรก ขอเดินชมรอบลานบ้านให้ทั่วหน่อยนะ”
ลู่โจวตอบ “ได้ ถ้าคนรับใช้ยกอาหารมาส่ง ฉันค่อยเรียกเธอมากินข้าวก็แล้วกัน”
เก่อเซียงอี้ชี้ไปทางห้องนอนใหญ่ “เสี่ยวโจว นี่คือห้องนอนของอาเสวียนใช่ไหม”
“ใช่แล้ว ฉันกับหนานเสวียนก็อยู่ในห้องนั้นแหละ” ลู่โจวพูดจบก็ปิดประตูห้องโถงเสร็จสรรพ
ภายในห้องโถง ผานม่อหลุดขำพรืด “คุณชาย คำพูดของนายฟังเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่แอบทำดาเมจโจมตีเก่อเซียงอี้อย่างแรงเลยนะ ดูท่าตอนนี้เธอคงร่อแร่ใกล้ตายเหลือเืแค่หยดเดียวแล้ว”
ลู่โจวมองเก่อเซียงอี้ที่ยืนอึ้งตาค้างอยู่ที่เดิมผ่านทางหน้าต่างแล้วยกยิ้มมุมปาก “ก็เธออยากหาเื่ใส่ตัวเอง”
“ตอนนี้บนโลกนี้คนที่จะรังแกคุณชายของพวกเราได้มีไม่เยอะหรอก” ผานสื่อกล่าวพลางยิ้มให้ผานม่อ “เพราะฉะนั้นก่อนหน้านี้นายน่ะกังวลเกินไป”
ผานม่อแค่นหัวเราะ หยิบไพ่สำรับหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ “ถือโอกาสตอนที่ยังไม่ได้กินข้าว พวกเรามาคิลกันสักสองสามตาเถอะ”
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังเล่นไพ่กันอย่างสนุกสนาน เก่อเซียงอี้ที่อยู่ข้างนอกกลับยืนตัวแข็งทื่อนอกหน้าต่างห้องนอนใหญ่ จับจ้องเตียงกว้างขนาดใหญ่กว้างสองจุดสองเมตรสำหรับสองคน หมอนสองใบวางชิดติดกันอย่างสนิทสนม ผ้านวมกระจายยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อย แต่กลับทำให้คนคิดไปไกลต่างๆ นานา อดจินตนาการไม่ได้ว่าเ้าของเตียงทั้งสองคนคงพลิกร่างนัวเนียกันเร่าร้อนมากเพียงใด
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติ ก่อนเดินไปทางด้านนอกของห้องหนังสือที่อยู่ติดกัน
น่าเสียดายที่ห้องหนังสือปิดล็อกไว้ ทำได้เพียงมองเข้าไปผ่านบานหน้าต่าง เห็นว่าภายในห้องหนังสือตกแต่งคล้ายห้องสมุดโบราณ ทว่าสิ่งที่วางอยู่บนชั้นหนังสือนั้นกลับไม่ใช่หนังสือ แต่เป็ถ้วยรางวัล เหรียญตรา และประกาศนียบัตรผลงานทางการทหารหลากหลายประเภท รางวัลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเ้าของห้องหนังสือมีความสามารถไม่ธรรมดา
เก่อเซียงอี้มองจากนอกหน้าต่างอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เดินเลี้ยวไปทางหลังบ้าน
บริเวณหลังบ้าน ตรงกลางมีทะเลสาบขนาดใหญ่ซึ่งน้ำจับตัวเป็น้ำแข็ง ด้านข้างมีระเบียงทางเดินยาวนำทางไปยังห้องครัวเล็กที่แยกตัวออกมา เนื่องจากลี่หนานเสวียนไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้ามาในลานบ้านของเขา ห้องครัวนี้จึงถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งานมาตลอด
เก่อเซียงอี้เห็นว่าเป็แค่ห้องครัวเดี่ยวหลังเล็กๆ ไม่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมจึงไม่ได้เดินเข้าไป ขณะที่เธอหันหลังเตรียมจะเดินกลับนั่นเอง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนพูดดังแว่วมาจากด้านหลังูเาจำลอง “มีผู้หญิงเข้ามาในบ้านหยางเหมินแล้ว”
“ฮิๆ ผู้หญิงมีพลังหยินเข้มข้น เห็นพวกเราง่ายที่สุด พวกเราเองก็เข้าใกล้เธอได้ง่ายด้วย ประเดี๋ยวพวกเราไปหลอกเธอกันเถอะ”
“ดี พวกเราหลอกเ้าหนุ่มนั่นไม่สำเร็จ มาหลอกผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน จะได้ระบายแรงอาฆาตในใจพวกเรา“
เสียงของอีกฝ่ายเบามาก ซ้ำยังขาดๆ หายๆ เก่อเซียงอี้รู้สึกเหมือนหูแว่วไปเอง แต่ก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังพูดกันอยู่จริงๆ เธอจึงตะคอกเสียงแข็ง “ใครอยู่ตรงนั้น”
ทว่าไม่มีใครตอบเธอ
เก่อเซียงอี้คิดว่าที่นี่คือตระกูลลี่ คงไม่มีโจรที่ไหนโง่มาขโมยของในตระกูลทหารระดับสูงจึงเดินเข้าไปอย่างกล้าหาญ
ทันใดนั้นเสียงของลู่โจวดังมาจากหน้าบ้าน “เซียงอี้ กินข้าวเที่ยงได้แล้ว”
“ได้ ฉันกำลังไป” เก่อเซียงอี้ขานรับ แต่ยังคงไม่ยอมแพ้ เดินไปด้านหลังูเาจำลองต่อก็พบกับความว่างเปล่าไร้ผู้คนจึงกล่าวอย่างสงสัย “หรือว่าฉันจะหูฝาดไปเอง”
เธอหมุนตัวเดินกลับมาทางห้องโถงหน้าบ้าน แล้วพูดกับลู่โจวที่กำลังจัดตะเกียบถ้วยชาม “ฉันขอไปล้างมือในห้องน้ำก่อน”
ลู่โจวพยักหน้า “ได้”
ผานสื่อกับผานม่อนั่งลงรอกินข้าว “ไม่รู้ว่าตระกูลลี่เชิญพ่อครัวมาจากไหน ทำอาหารอร่อยสุดๆ ไม่ใช่ทำเป็แค่อาหารจีนของเรานะ ยังทำ...”
เขาพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเก่อเซียงอี้ดังมาจากห้องน้ำ