"ท่านจะไปไหนหรือเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์หูดี บังเอิญได้ยินคำพูดนั้นเข้าพอดี
แม้นั่นคือความจริงแต่พอจางเจิ้นอันเห็นแววตาที่ฉายแววผิดหวังระคนห่วงใยของนาง เขากลับไม่ยอมรับตรงๆเพียงกล่าวเลี่ยงไปว่า "คืออย่างนี้...หน้าร้อนปลาที่จับมามักตายง่าย ขายไม่ได้ราคาข้าว่าจะลองไปหาลู่ทางทำงานในตัวเมืองดู"
"ท่านจะไปในตัวเมืองหรือเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์ไม่อยากให้จางเจิ้นอันจากไป จึงเอ่ยทัดทาน"ไม่เห็นต้องไปเลยนี่เจ้าคะ ข้าว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีแล้วพวกเราพอมีพอกิน"
"เช่นนั้นได้อย่างไร? ถ้าข้าหาปลาไม่ได้เงิน แล้วเราจะเอาอะไรกินกันเล่า" จางเจิ้นอันเอื้อมมือลูบศีรษะนางเบาๆ "เจ้าเองไม่ใช่หรือที่หวังให้ข้าหาเงินได้เยอะๆมาตลอด?"
"แต่ข้าไม่อยากให้ท่านไปนี่เจ้าคะ"อันซิ่วเอ๋อร์ตอบ "อากาศร้อนเช่นนี้ท่านออกไปข้างนอกจะลำบากเปล่าๆ ข้าเป็นห่วงท่าน ส่วนเรื่องกินอยู่ไม่เป็นปัญหาหรอกกลางวันข้าปักผ้า กลางคืนข้าก็พาท่านไปจับจิ้งหรีดได้นี่นา"
"ผู้ชายอกสามศอกอย่างข้าถึงขั้นต้องให้เจ้าหาเลี้ยงเชียวหรือ?" จางเจิ้นอันอดหัวเราะไม่ได้ศักดิ์ศรีชายชาตรีที่ฝังลึกในใจไม่อนุญาตให้เขาทำเช่นนั้น
"ข้าไปแค่สองสามวันเท่านั้นไม่ได้ไปนานเสียหน่อย เจ้าอยู่บ้านดีๆ นะ"
อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ก็รู้ว่าเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว คงมิอาจทัดทานได้ จึงเพียงเอ่ยว่า"เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ แล้วท่านจะไปประมาณกี่วันหรือเจ้าคะ?"
"สองสามวัน ไม่นานหรอกถ้าเจ้าอยู่คนเดียวแล้วกลัว ช่วงนี้ก็กลับไปอยู่บ้านพ่อแม่เจ้าก่อนก็ได้"จางเจิ้นอันค่อนข้างเป็นห่วงนางเขาครุ่นคิดว่าจะจัดการเรื่องนางอย่างไรดีอยู่ครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า "พรุ่งนี้ข้าจะไปส่งเจ้าที่บ้านพ่อแม่เจ้าเองจะได้กำชับท่านพ่อตาท่านแม่ยายให้ช่วยดูแลเจ้าดีๆ"
"พรุ่งนี้เลยหรือเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองจางเจิ้นอัน "ไม่เร็วไปหน่อยหรือเจ้าคะ?"
"ไม่เป็นไรหรอก ข้าไปเร็วก็กลับเร็ว"จางเจิ้นอันส่งยิ้มให้นาง แต่อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงขมวดคิ้วแน่น"ทำไมจู่ๆ ท่านถึงบอกว่าจะไป? ท่านมีเรื่องอะไรปิดบังข้าอยู่ใช่หรือไม่?"
นางไม่ใช่คนโง่ตรงกันข้ามกลับมีไหวพริบอยู่บ้างเมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาดื่มเหล้าย้อมใจคนเดียวเมื่อคืนและวันนี้ก็มาบอกว่าจะไปกะทันหัน ในใจพลันรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ"ท่านคงไม่ได้คิดจะไปแล้วไม่กลับมาหรอกนะ?"
"ข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ?"จางเจิ้นอันส่งสายตาให้นางวางใจ พลางกล่าว "ข้าก็แค่อยากไปหาเงินมาสร้างบ้านเราให้ดีขึ้นให้เจ้าได้อยู่สุขสบายมีกินมีใช้ ไม่ต้องลำบากไปจับจิ้งหรีดตามพงหญ้าทุกคืนพอเจ้าทำเช่นนั้น ข้ามองแล้วก็ปวดใจรู้หรือไม่? หากคนอื่นรู้เข้าพวกเขาอาจแอบนินทาว่าข้าไร้ความสามารถลับหลังก็ได้"
"จะเป็นไปได้อย่างไรท่านพี่เก่งกาจจะตายไป ใครๆ ก็ชมท่านทั้งนั้น แม้แต่ข้าก็ยังเป็นที่อิจฉาของสาวๆในหมู่บ้านเลยนะเจ้าคะ" อันซิ่วเอ๋อร์รีบเงยหน้าแก้ต่างนางคือผู้สนับสนุนอันดับหนึ่งของเขา ย่อมทนฟังเขาว่าตนเองไม่ดีไม่ได้
"ใช่สิ เพราะฉะนั้นเพื่อให้พวกนางอิจฉาเจ้าตลอดไป ข้าก็ต้องพยายามให้มากขึ้น" แววตาลุ่มลึกของจางเจิ้นอันฉายประกายอบอุ่นขึ้นสองส่วน เขาหยิบตะเกียบขึ้น"เอาล่ะ พูดกันมาตั้งนาน อาหารเย็นหมดแล้ว"
"ท่านทานเยอะๆ นะเจ้าคะข้าตั้งใจทำลูกชิ้นหมูตุ๋นซีอิ๊วให้ท่านเลยนะ ลองชิมดูสิเจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์คีบลูกชิ้นลูกหนึ่งใส่ลงในชามของจางเจิ้นอัน
จางเจิ้นอันก้มลงกัดคำหนึ่งอย่างว่าง่าย"อร่อยมากข้าไม่เคยกินลูกชิ้นหมูตุ๋นซีอิ๊วที่อร่อยเท่านี้มาก่อนเลย"
อันซิ่วเอ๋อร์แย้มยิ้มออกมาเผยให้เห็นท่าทีออดอ้อนแบบหญิงสาวอย่างชัดเจน "ไม่จริงหรอกน่าท่านก็พูดหวานให้ข้าดีใจไปอย่างนั้น"
"ไม่ได้หลอกให้เจ้าดีใจนี่เรื่องจริง เจ้าลองชิมดูเองสิว่าจานนี้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้าหรือไม่?" จางเจิ้นอันคีบลูกชิ้นลูกหนึ่งใส่ชามให้นางอันซิ่วเอ๋อร์ก้มหน้ากัดคำหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้น ใบหน้าก็แย้มยิ้มเปี่ยมสุขชวนให้ผู้มองรู้สึกอบอุ่นใจตามไปด้วย
วันรุ่งขึ้น จางเจิ้นอันตื่นแต่เช้าตรู่วันนี้อันซิ่วเอ๋อร์ก็พลอยตื่นเช้าเป็นพิเศษไปด้วยนางง่วนอยู่กับการจัดเตรียมเสื้อผ้าที่เขาใส่ประจำสองสามชุดพร้อมทั้งทำเสบียงแห้งให้เขาพกติดตัวไป
ครั้นถึงเวลาที่เขาจะไปอันซิ่วเอ๋อร์ถือห่อผ้าไว้ในมือ ยังคงมีท่าทีอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง"ท่านพี่แน่ใจหรือเจ้าคะว่าจะไปในเมือง? ท่านหาลู่ทางได้แล้วหรือ?แค่สองสามวัน จะทำอะไรได้ทันหรือเจ้าคะ?"
"เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องห่วงข้าย่อมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว" จางเจิ้นอันรับห่อผ้าจากมือนาง"ไปเถอะ ไปบ้านท่านพ่อตากัน ข้าต้องเอา 'ของล้ำค่า'ของข้าไปฝากไว้ที่นั่นชั่วคราวก่อน"
เขาพูดติดตลก อันซิ่วเอ๋อร์หน้าแดงก่ำ"ใครเป็นของล้ำค่าของท่านกัน หากข้าเป็นของล้ำค่าจริงท่านยังจะยอมจากไปอีกหรือเจ้าคะ"
"ข้าทำไปก็เพื่อเราสองคน"จางเจิ้นอันถอนหายใจ เขาเองก็ใช่ว่าจะอยากจากไปเสียเมื่อไร?
แค่ต้องจากไปเพียงสองสามวันเขาก็ยังรู้สึกไม่อยากไปถึงเพียงนี้ หากต้องจากไปครึ่งค่อนปีนางจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ?
อันซิ่วเอ๋อร์แม้จะไม่อยากให้ไปแต่ก็เป็นคนมีเหตุผล เมื่อจางเจิ้นอันตัดสินใจจะไป นางย่อมไม่ขวางทางเขาเพียงแต่เดินตามเขาไปอย่างเชื่อฟัง ให้เขาไปส่งตนเองที่บ้านพ่อแม่
เมื่อถึงบ้านสกุลอันพ่อเฒ่าอันและเหลียงซื่อ พอได้ฟังจางเจิ้นอันบอกว่าจะไปทำงานในเมืองสองวันและจะฝากอันซิ่วเอ๋อร์ไว้ที่บ้านสักสองวัน พวกเขาย่อมไม่มีปัญหาครอบครัวสกุลอันไม่ได้ซับซ้อนสองสามีภรรยาสูงวัยก็รักเอ็นดูอันซิ่วเอ๋อร์อย่างยิ่ง ทั้งยังไม่มีปัญหาเรื่องสะใภ้กับน้องสามีอันซิ่วเอ๋อร์อยู่ที่บ้านสกุลอันนับว่าดีที่สุดแล้ว
จางเจิ้นอันเองก็วางใจเขาล้วงเงินจำนวนหนึ่งออกจากอกเสื้อ ส่งให้พ่อเฒ่าอันแล้วโค้งคำนับให้สองสามีภรรยาอย่างลึกซึ้ง "รบกวนท่านพ่อตาท่านแม่ยายช่วยดูแลซิ่วเอ๋อร์ด้วยนะขอรับท่านพ่อตาท่านแม่ยายต้องลำบากแล้ว"
"เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเองเจ้าไปเถอะ ไม่ต้องห่วง เงินนี่พวกเราไม่รับ" พ่อเฒ่าอันกล่าวพลางยื่นเงินคืนให้จางเจิ้นอันเหลียงซื่อที่อยู่ข้างๆ ก็ส่งสัญญาณให้จางเจิ้นอันรับคืนไป
"ไม่ได้ขอรับเงินนี้ท่านพ่อตาท่านแม่ยายต้องรับไว้ พวกท่านดูแลซิ่วเอ๋อร์ก็ลำบากข้ามาครั้งนี้รีบร้อน ไม่ได้เตรียมของขวัญมาฝากท่านพ่อตาท่านแม่ยายเงินจำนวนนี้พวกท่านเก็บไว้ซื้อของกินอร่อยๆ ก็แล้วกันถือว่าให้ซิ่วเอ๋อร์ได้พลอยมีส่วนได้กินด้วยขอรับ"
จางเจิ้นอันพูดพลางเหลือบมองอันซิ่วเอ๋อร์อีกครั้งแต่นางกลับเบือนหน้าหนีไม่มองเขา จางเจิ้นอันจึงยิ้มอีกครา หันไปมองอันเถี่ยมู่"พี่รอง ซิ่วเอ๋อร์เป็นผู้หญิง กลางคืนน้ำค้างลงหนักในป่าก็มีไอพิษ ต่อไปตอนกลางคืนอย่าพานางไปจับจิ้งหรีดอะไรนั่นอีกนะ"
"เอ้อ ข้ารู้แล้วๆ" อันเถี่ยมู่พยักหน้ารับรัวๆ ท่าทางค่อนข้างเก้อเขิน รีบเบือนหน้าหนี
จางเจิ้นอันประสานมือคารวะเขาอีกครั้งแล้วจึงหันหลังเดินจากไป
รอจนเขาเดินลับไปแล้วสองสามีภรรยาสูงวัยจึงหันมามองอันซิ่วเอ๋อร์ "ซิ่วเอ๋อร์ทำไมเจ้าไม่ไปส่งเขาสักหน่อยเล่า"
"ใช่แล้วดูสิว่าเขยผู้นี้ดีกับเจ้าเพียงใด" ต่งซื่อที่อยู่ข้างๆมองแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ เอ่ยหยอกล้อ "ก็แค่จากไปสองวันเท่านั้นเองท่าทีเป็นห่วงเป็นใยของเขานี่ราวกับว่าจะจากไปสักสองสามปีอย่างนั้นแหละ"
อันซิ่วเอ๋อร์ไม่ได้พูดอะไรมีสีหน้าเซื่องซึม
"น้องหญิงวันนี้พวกเรายังจะไปที่ตลาดในเมืองกันอยู่หรือไม่?" อันเถี่ยมู่เอ่ยถามขึ้น
เมื่อวานเป็นวันตลาดพวกเขาก็ได้ไปขายจิ้งหรีดที่ตลาดในเมืองมา แต่ตอนอยู่ที่นั่นได้ยินคนพูดกันว่าวันนี้จะมีการแข่งกัดจิ้งหรีด จะมีคนจากในตัวเมืองมาด้วยจิ้งหรีดที่ชนะน่าจะขายได้ราคาดีมากดังนั้นวันนี้อันเถี่ยมู่จึงอยากจะนำจิ้งหรีดสองสามตัวที่เพิ่งฝึกมาไปลองเข้าร่วมดู
จิ้งหรีดเหล่านี้มีอยู่สองตัวที่เป็นชั้นยอดห้าตัวเป็นชั้นดีอันเถี่ยมู่ก็หวังว่าในการแข่งขันครั้งนี้จะสามารถคว้าชัยชนะมาได้บ้างเพื่อให้จิ้งหรีดเหล่านี้ขายได้ราคางาม
ส่วนพวกที่เหลือซึ่งเป็นจิ้งหรีดธรรมดานั้นพวกเขาขายทิ้งไปหมดแล้วที่ตลาดในเมืองเมื่อวานนี้ ขายไปในราคาถูกมากพวกที่แย่หน่อยก็ตัวละสองอีแปะแถมกรงด้วย ขายให้กับพวกเด็กผู้ชายในเมืองพวกนั้นชอบเอาจิ้งหรีดไปเล่น ส่วนพวกที่ดีขึ้นมาหน่อย ขายถูกเกินไปทั้งสองคนก็ไม่อยากขายเพราะอย่างไรก็ลงแรงไปไม่น้อย แต่ตอนอยู่ในตลาด คนที่ดูเป็นมีไม่มากนักจึงขายไม่ออก
ดังนั้น อันซิ่วเอ๋อร์จึงนึกเสียดายอยู่บ้างรู้เช่นนี้จับแต่พวกธรรมดาๆ ก็ดีแล้ว ตัวละสองอีแปะ หากพวกเขาทั้งสองขยันหน่อยคืนหนึ่งอาจจับได้หลายสิบตัว
แน่นอนว่านี่ก็ได้แต่คิดเท่านั้นการจับจิ้งหรีดก็ต้องใช้แรง ใช้เวลา ตัวละสองอีแปะแถมกรงด้วย นับว่าถูกเกินไปจริงๆเกินกว่าราคาในใจของอันซิ่วเอ๋อร์แต่ผู้ซื้อกลับรู้สึกว่านี่เป็นเพียงแมลงตัวหนึ่ง ไม่เต็มใจจ่ายแพง
กว่าจะเจอคนที่ดูเป็นอยู่สองสามคนและขายจิ้งหรีดชั้นดีไปได้สองสามตัว ก็ได้ข่าวนี้มาถึงได้รู้ว่าไม่ใช่เพราะตลาดจิ้งหรีดไม่ดี แต่เป็นเพราะพวกเขาไปผิดที่การไปขายในตลาดสดเช่นนั้น ย่อมเจอแต่เด็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
ด้วยเหตุนี้ จิ้งหรีดที่เหลืออีกสองสามตัวทั้งสองจึงไม่ได้ขายไป นำกลับมาบ้าน ตั้งใจจะเอาไปลงแข่งในวันนี้แต่พอดีวันนี้จางเจิ้นอันกลับต้องไปในตัวเมืองอันเถี่ยมู่กลัวว่าอันซิ่วเอ๋อร์จะอารมณ์ไม่ดี จึงได้ลองถามนางดูอีกครั้งหากนางไม่อยากไป เรื่องนี้ก็เป็นอันยกเลิกไป
ทว่าอันซิ่วเอ๋อร์เป็นคนแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเสมอแม้ว่านางจะไม่อยากให้จางเจิ้นอันจากไปแต่การไปดูแข่งกัดจิ้งหรีดก็เป็นโอกาสให้เบี่ยงเบนความสนใจอีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้เมื่อวานแล้ว นางย่อมไม่กลับคำเพียงปัดความเซื่องซึมบนใบหน้าทิ้งไป ตอบเสียงใส "ไปสิเจ้าคะ พี่รองเตรียมพร้อมหรือยัง? จิ้งหรีดล่ะ?"
"เตรียมพร้อมหมดแล้ว" อันเถี่ยมู่เห็นนางยอมไปก็ดีใจ หากให้เขาไปคนเดียวเขาก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง มีคนไปด้วยอีกคน ก็เพิ่มความกล้าขึ้นอีกหน่อย
"ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ" อันซิ่วเอ๋อร์พูดพลางทำท่าจะเดินอันเถี่ยมู่เห็นนางเป็นคนพูดจริงทำจริง ก็รีบวิ่งไปหลังบ้านเพื่อหยิบของอันหรงเหอเห็นเข้าก็ร้องจะตามไปด้วย ถูกอันเถี่ยมู่ดุเข้าให้ประโยคหนึ่ง"เด็กน้อย อยู่บ้านตั้งใจเรียนหนังสือ"
อันซิ่วเอ๋อร์เห็นแล้วก็หัวเราะคิกคัก"พี่รอง ท่านจำได้ไหม? เมื่อก่อนท่านพ่อก็พูดกับท่านแบบนี้แหละตอนนี้ท่านกลับมาพูดกับหรงเหอแบบนี้เสียแล้ว"
"นี่ ข้ามันก็แค่ชาวนาหาเช้ากินค่ำเล่นอะไรพวกนี้ไม่เป็นไรหรอก หรงเหอเป็นนักเรียน จะมาเล่นอะไรแบบนี้ได้อย่างไร"อันเถี่ยมู่แย้ง
"ท่านพูดก็ถูกแต่ตอนนี้หรงเหอหยุดเรียนแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ ให้เขาไปเล่นบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวจะเอาแต่อ่านหนังสืออยู่ในบ้านจนกลายเป็นหนอนหนังสือไปเสีย" อันซิ่วเอ๋อร์กวักมือเรียกอันหรงเหอ รอจนเขาเดินเข้ามาใกล้นางก็คว้าตัวเขามากอดไว้ "ไป อาจะพาเจ้าไปเที่ยวในเมือง"
อันหรงเหอเงยหน้ามองอันซิ่วเอ๋อร์แวบหนึ่งในใจก็ดีใจ มีท่านอาคอยหนุนหลัง คราวนี้เขาจะได้ออกไปเล่นแล้วอันเถี่ยมู่จนปัญญาจะพูดกับอันซิ่วเอ๋อร์ ได้แต่หันไปมองพ่อเฒ่าอัน"ท่านพ่อ ท่านดูสิ?"
"เขาอยากไปก็ให้เขาตามไปเปิดหูเปิดตาดูบ้างเด็กๆ ซุกซนเป็นเรื่องปกติ" พ่อเฒ่าอันกล่าว
"ท่านพ่อ ท่านนี่สองมาตรฐานชัดๆ!"อันเถี่ยมู่จนคำจะเถียงทำท่าเหมือนน้อยใจนักหนาแล้วเดินออกจากประตูไป
อันซิ่วเอ๋อร์กับอันหรงเหอสบตากันทั้งสองเอามือปิดปากหัวเราะเบาๆ กล่าวลาพ่อเฒ่าอันและเหลียงซื่อแล้วก็เดินตามหลังเขาออกไป