แสงไฟนีออนสว่างไสวภายในห้างสรรพสินค้าหรูหราใจกลางเมืองหลวงสะท้อนภาพความคึกคักและฟุ่มเฟือยของผู้คนที่พากันมาเดินเที่ยวจับจ่ายซื้อของ ทว่าในสายตาของ นารา บรรยากาศรอบข้างกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดและกดดันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ เกรซ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอดึงดันลากตัวเธอออกมาช้อปปิ้งเพื่อเลี้ยงเฉลิมฉลองการสอบเสร็จและจบการเรียนภาคเรียนสุดท้ายอย่างเป็ทางการ เกรซ เดินควงแขน นารา เข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกหรูหราหลายร้านด้วยท่าทีร่าเริงแจ่มใสตามประสาคุณหนูตระกูลดังที่มองโลกในแง่ดีและเปี่ยมด้วยความมั่นใจในตัวเอง ในขณะที่ นารา ทำได้เพียงยิ้มตอบรับเบาๆ อย่างฝืนธรรมชาติ ใบหน้าหวานแฝงแววหม่นหมองวิตกกังวลอยู่ลึกๆ ตลอดเวลา
ในร้านเสื้อผ้าหรู เกรซ พยายามเลือกหยิบเดรสเนื้อดีราคาแพงหลายชุดส่งให้ นารา ช่วยพิจารณาและคะยั้นคะยอให้เธอลองสวมใส่เพื่อเป็ของขวัญเรียนจบที่เกรซอยากซื้อให้ นารา พยายามปฏิเสธเกรงใจเพื่อนรักอย่างสุดความสามารถ ในขณะที่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือทองคำขาวเส้นเล็กหรูหราประดับเพชรที่ เดวิท สวมใส่ไว้ให้ที่ข้อมือเมื่อวันก่อน มันยังคงสวมติดแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อคาร์ดิแกนสเวตเตอร์ตัวหนาของเธอ นารา รีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดทับไว้แน่นด้วยความตื่นกลัวและละอายใจอย่างรุนแรง เกรซ รักและจริงใจกับเธอมาก คอยคุยและเล่าความลับเื่ราวต่างๆ ให้ฟังเสมอ แต่เธอกลับทรยศเพื่อนรักด้วยการแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเดวิท พ่อแท้ๆ ของเกรซ ความรู้สึกผิดศีลธรรมบีบคั้นอยู่ในดวงอกจนอัดอั้นสะท้าน
เกรซ ยังคงคุยเจื้อยแจ้วชื่นชมคุณพ่อของเธอไม่หยุดหย่อนระหว่างเลือกรองเท้าแบรนด์เนม "นี่... นารา รู้ไหม่นี้คุณพ่อใจดีเป็พิเศษเลยนะ มักจะซื้อของขวัญและแอบโอนเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มให้ฉันบ่อยๆ โดยที่ฉันยังไม่ได้ขอเลยด้วยซ้ำ แถม่นี้ยังดูอารมณ์ดี ดูมีชีวิตชีวา หนุ่มขึ้น และมักจะอมยิ้มกับโทรศัพท์คนเดียวบ่อยขึ้นด้วยล่ะ ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคุณพ่อต้องแอบมีความรักครั้งใหม่กับผู้หญิงสักคนแน่เลย!"
คำพูดไร้เดียงสาของเพื่อนรักเปรียบเสมือนเข็มแหลมคมนับร้อยนับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจของ นารา นารา หน้าซีดเผือดลงทันที พยายามยิ้มเจื่อนๆ ตอบรับปัดๆ ไป "งั้นเหรอจ้ะ... คุณ เดวิท คงจะเจอคนที่ดีและทำให้ท่านมีความสุขล่ะมั้งจ้ะ..." ในใจของเธอรุ่มร้อนและเต้นระทึกเร่งเร้าด้วยความหวาดกลัวว่า เกรซ จะสังเกตเห็นรอยพิรุธหรือสร้อยข้อมือเส้นนี้
เมื่อเดินช้อปปิ้งจนล่วงเลยเข้าสู่ยามพลบค่ำ เกรซ ก็ได้รับสายโทรศัพท์จาก เดวิท ที่โทรมาแจ้งว่าเพิ่งเคลียร์งานที่บริษัทเสร็จเรียบร้อยและกำลังขับรถเดินทางมารับเกรซเพื่อกลับบ้าน พร้อมเสนอตัวว่าจะขอเลี้ยงฉลองมื้อค่ำสุดหรูให้กับเกรซและนาราที่ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ นารา ใมากและพยายามเอ่ยปากปฏิเสธอย่างมีมารยาทโดยอ้างว่าเหนื่อยล้าจากการเดินช้อปปิ้งและอยากรีบกลับไปพักผ่อนอ่านหนังสือที่หอพัก ทว่า เกรซ กลับไม่ยอมปล่อยให้เพื่อนรักแยกย้ายไปง่ายๆ
"ไม่เอาหน่า นารา! นานๆ ทีคุณพ่อจะยอมเลี้ยงอาหารฝรั่งเศสหรูหราราคาแพงระยับขนาดนี้นะ ไปทานด้วยกันเถอะนะ ถือว่าเป็การฉลองเรียนจบร่วมกันและเป็เกียรติให้เกรซด้วยไง นั่งรถกลับด้วยกันคุณพ่อขับไปส่งที่หอพักสะดวกดีออกนะ" เกรซ ดึงแขน นารา ลากกึ่งก้าวเดินตรงไปยังร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังทันทีโดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆ
เมื่อเดินทางมาถึงร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูที่ปูพื้นด้วยหินอ่อนและตกแต่งด้วยกระจกเงาเจียระไนพร้อมโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ พนักงานต้อนรับในชุดสูทนำทั้งสองคนเดินเข้าไปยังโต๊ะอาหารด้านในสุดที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัวและเงียบสงบ ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าภูมิฐานในชุดสูททำงานของ เดวิท ก็ก้าวเดินเข้ามาในร้าน ท่วงท่าของเขาดูโดดเด่นสะดุดตาสมเป็ผู้บริหารระดับหมื่นล้าน เดวิท ส่งรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาคมกริบมาทักทายลูกสาวและเพื่อนสนิท นารา รีบยกมือไหว้ทักทายเขาด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวสะท้านด้วยความระแวงและสับสนยามสบตากับชายผู้ร่วมรักกับเธอเมื่อคืนก่อน
"สวัสดีค่ะคุณ เดวิท..." นารา เอ่ยเสียงสั่นแ่เบา
"สวัสดีครับ นารา ยินดีต้อนรับนะ ทานอาหารตามสบายเลย คืนนี้ฉันเป็เ้ามือเลี้ยงพวกเธอสองคนเองนะ" เดวิท เอ่ยเสียงทุ้มลึกมีเสน่ห์ล้นเหลืออย่างสุภาพบุรุษ ชายรุ่นใหญ่นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับลูกสาวและนารา
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มมีชีวิตชีวาเมื่อบริกรทยอยเสิร์ฟอาหารคอร์สฝรั่งเศสที่ตกแต่งประณีตตระการตา เกรซ พูดคุยเจื้อยแจ้วเล่าเื่ราวตลกๆ ระหว่างช้อปปิ้งอย่างสนุกสนาน โดยมีเดวิทคอยฟังและตอบรับอย่างเอ็นดู นารา พยายามก้มหน้าก้มตาทานอาหารในจานและทำตัวเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ทว่าสายตาคมกริบของเดวิทกลับคอยลอบมองดวงหน้าหวานชื้นเหงื่อของเธอเป็ระยะ แววตาของเขายามจ้องมองข้ามผ่านลูกสาวมายังนารานั้นเต็มไปด้วยประกายเสน่หาร้อนรุ่มและเย้าแหย่เชิงชู้สาวสร้างความอึดอัดระทึกใจจนนาราเหงื่อซึมตามมือ
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของ เกรซ ก็ดังขึ้น เกรซ กดรับสายและพบว่าเป็เพื่อนร่วมกลุ่มโทรมาถามด่วนเื่ไฟล์งานส่งคณบดี เกรซ จึงขอตัวลุกออกจากโต๊ะเพื่อไปคุยโทรศัพท์ในจุดที่เงียบสงบนอกร้านและแวะเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ทิ้งให้ นารา และ เดวิท นั่งอยู่สองต่อสองท่ามกลางความเงียบงันที่ตึงเครียดขึ้นมาในทันที
"คุณ เดวิท คะ... อย่าจ้องนาราแบบนั้นสิคะ นารากลัวเกรซเห็น..." นารา เริ่มเอ่ยเตือนเสียงสั่นประหม่า
ทว่าเดวิทกลับยิ้มบางๆ อย่างมีเล่ห์เหลี่ยม ชายรุ่นใหญ่ขยับขาร่างแกร่งและแอบยื่นเท้าหนาของเขาภายใต้กางเกงสแล็กส์เนื้อดีไปัับดเบียดและเขี่ยขาเรียวบางของ นารา ใต้ผ้าปูโต๊ะผืนยาวที่ปกคลุมจนถึงพื้นอย่างจงใจ ััอุ่นร้อนหนาใหญ่จากเท้าของเขาที่เสียดสีผ่านหน้าแข้งและน่องขาเนียนทำให้ นารา สะดุ้งตัวโยนหน้าแดงซ่านพยายามขยับขาหนี ทว่าเดวิทกลับขยับเท้าตามไปเบียดกักขังขาเรียวของเธอไว้แน่นหนึบ ยิ่งไปกว่านั้น มือหนาของเดวิทที่เอื้อมลงมาใต้ผ้าปูโต๊ะลูบไล้หัวเข่าและต้นขาเนียนละเอียดของเธอผ่านกระโปรงเดรสลูกไม้ ััเจนจัดลากไล้ผิวเนื้อและบดคลึงเบาๆ ส่งผ่านกระแสความเสียวซ่านวาบหวามปั่นป่วนเข้าสู่กึ่งกลางกายสาวจน นารา หน้าแดงก่ำลมหายใจสะดุดขมิบรูรักตึงด้วยความตื่นเต้นตัณหาที่ปะทุ
"คุณ... เดวิท... อย่าทำแบบนี้ค่ะ... นาราขอร้อง..." นารา กระซิบขู่ฟ่อเสียงสั่นเครือ พยายามจับแกะมือหนาออกแต่สู้แรงบีบกระชับของเขาไม่ได้ สายตาคมของเดวิทยังคงจับจ้องดวงหน้าหวานที่ฉ่ำเยิ้มด้วยอารมณ์ตัณหาของเธอด้วยรอยยิ้มพึงใจสนุกสนานท้าทาย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของ เกรซ ก็ดังใกล้เข้ามา นารา รีบสะบัดขาและปัดมือของเดวิทออกได้ทันท่วงทีก่อนที่ เกรซ จะก้าวกลับมานั่งที่โต๊ะพอดี นารา หอบหายใจสั่นสะท้าน ใบหน้าแดงก่ำเหงื่อตกซึมตามหน้าผาก
เกรซ มองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยทันที "นารา... ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ? แถมยังมีเหงื่อตกเต็มหน้าเลย ป่วยไข้กลับหรือเปล่า หรือแอร์ในร้านมันร้อนเกินไป?"
นารา หัวใจแทบหยุดเต้นด้วยความระทึกกลัวความลับแตกสะท้านโสมม เธอละล่ำละลักโกหกกลับไปเสียงสั่นเครือ "อ๋อ... จ้ะ เกรซ พอดีร้านอาหารร้อนไปหน่อยน่ะจ้ะ แล้วฉันรู้สึกปวดหัวตึงๆ นิดหน่อยด้วยจ้ะ..."
เดวิท ยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม แววตาประกายจ้าจ้องมอง นารา ก่อนเอ่ยช่วยอย่างลื่นไหลเนียนตา "นั่นสิครับ... ร้านนี้แอร์อาจทำงานไม่เต็มที่ เดี๋ยวพ่อสั่งน้ำเย็นจัดๆ มาให้ นารา ดื่มแก้ร้อนและคลายปวดหัวก่อนนะ พนักงานครับ... ขอน้ำเย็นแก้วหนึ่งด้วยครับ" เดวิทสั่งอย่างมีมาด นารารับแก้วน้ำมาดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อระงับความอุ่นวาบผ่าวบนใบหน้าและกึ่งกลางกาย ดราม่าเล็กๆ ใต้หน้ากากสุภาพบุรุษจอมปลอมและเพื่อนรักจอมทรยศบีบคั้นประสาทของนาราจนเกือบะเิ
หลังทานอาหารเสร็จ เดวิท ขับรถหรูพาทั้งสองคนกลับบ้าน โดยเกรซนั่งเบาะหน้าข้างคนขับคอยชวนพ่อคุย ส่วนนารานั่งเบาะหลังคนเดียวท่ามกลางความมืดมิด นารา มองกระจกหลังและสบสายตาคมคู่นั้นของเดวิทที่ลอบมองเธอผ่านกระจกหลังตลอดเวลา แววตาคมสะท้อนความปรารถนาดิบเงียบงันปะปนเสียงหัวเราะเยาะเย้ยต่อหน้าลูกสาวที่ไว้ใจ นารา ได้แต่นั่งกุมมือเรียวแน่น ตัวสั่นสะท้านกับบ่วงเสน่หาต้องห้ามที่เป็ดั่งนรกอเวจีคอยต้อนรับเธออยู่เบื้องหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ในอนาคตอันใกล้
เมื่อรถหรูแล่นมาจอดเทียบหน้าหอพักของนารา นารารีบเอ่ยคำบอกลาเพื่อนรักและเดวิทด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำปกติที่สุด เกรซหันมายิ้มโบกมือลาและบ่นพึมพำให้เธอรีบพักผ่อนนอนกินยาลดไข้ ขณะที่เดวิทเพียงแต่เอ่ยลาน้ำเสียงทุ้มลึก "ราตรีสวัสดิ์นะนารา ดูแลตัวเองให้ดีนะ" แต่แววตาคมที่จ้องผ่านความมืดกลับส่งสัญญาลับแฝงความนัยที่สั่นสะท้านหัวใจ นาราเดินลงจากรถมองดูท้ายรถหรูแล่นลับตาไปท่ามกลางสายลมยามค่ำคืนที่พัดพาความหนาวเหน็บลูบไล้ผิวกาย ยามที่เธอยกมือขวาขึ้นมาลูบผ่านสร้อยข้อมือทองคำขาวใต้แขนเสื้อคาร์ดิแกน นาราก็ตระหนักดีว่าหน้ากากของคนดีที่เธอสวมใส่อยู่ต่อหน้าเกรซ กำลังจะผุกร่อนและพังทลายลงในไม่ช้าอย่างเลี่ยงไม่ได้เลย