ค่ำนั้นคนที่มาเคาะประตูห้องของฟู่เจียนจื่อก็ยังคงเป็หานถิงมี่ คราวนี้นางมาพร้อมเหล้าหนึ่งไห
“จะชวนข้าดื่มหรือ”
“ไหว้ฟ้าดินกันเถอะ”
“หา...”
“อย่ามาทำหน้าเหมือนเห็นผีรีบเข้าพิธีให้เรียบร้อย พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางไปบ้านข้ากัน”
เห็นผียังดูท่าจะใน้อยกว่าการถูกนางชวนไหว้ฟ้าดินปุบปับ
“จะไม่เร็วไปหน่อยหรือมิใช่ต้องรอปรึกษาเซียนเซิง[1]เพื่อหาฤกษ์ยามดี”
“ก็ข้าสะดวกตอนนี้ช้าเร็วก็ต้องแต่ง ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจ ข้าเป็คนง่ายๆ หรือเ้าคิดบิดพลิ้ว” นางหรี่ตาชี้หน้าเขาหมายเอาเื่
ชายหนุ่มปัดเรียวนิ้วนั้นเพื่อจะได้มองหน้านางชัดๆ“ไม่อยู่แล้ว สัญญาต้องเป็สัญญา เพียงแต่...”
“อย่าพูดมากจะเสียฤกษ์ดี ยกเหล้าไหว้ฟ้าดินกันก่อน อย่างอื่นค่อยทำวันหลัง”
ฟู่เจียนจื่อตรองอยู่ชั่วครู่ก่อนพยักหน้าตกลง นางจะพาเขาทำอะไรก็ตามแต่นางเถิดเมื่อยามนี้ไม่ได้อยู่ต่อหน้าบิดามารดา จึงลดทอนขั้นตอนลงเหลือคำนับฟ้าดินกับคำนับกันและกัน
ขณะคล้องแขนกำลังจะดื่มเหล้ามงคลสายตาของชายหนุ่มที่ทอดทอความพึงพอใจอยู่ในนั้นทำให้หานถิงมี่ออกปากกันความคิดอันจะเตลิดของบุรุษเพศไว้ก่อน
“อย่าเพิ่งคิดไกล”
“ข้าดีใจที่เ้าเลือกข้าเื่อื่น...สาบานว่ายังไม่กล้าคิด”
“แล้วไปเถอะ”
เขาก็แค่ผ่านเข้ามาในสายตานางหรอกน่าไม่มีความรู้สึกใดเป็พิเศษเสียหน่อย ...แต่จะว่าไปการถูกมองระยะใกล้อีกทั้งร่างกายแนบชิดถึงเพียงนี้ แม้นเขาอายุน้อยกว่า หากก็รูปร่างสูง กล้ามเนื้อตึงแน่นถึงร่างผอมบางกว่าฝูเมิ่ง แต่ก็เป็บุรุษที่น่ามอง ความเขินอายใช่นางจะมีได้บ่อยครั้งจึงข่มความรู้สึกด้วยการกระดกเหล้าเข้าปาก
“แล้วอย่างไรต่อ”ฟู่เจียนจื่อถาม หลังดื่มเหล้ามงคลของตนแล้วเช่นกัน
“พรุ่งนี้เจอกัน”นางหันกายจะเดินออกจากห้อง รวดเร็วเหมือนคราเข้ามา
“เดี๋ยวก่อน”
“อะไรอีกเล่า”
“จะไปพบครอบครัวภรรยาทั้งทีควรมีของติดไม้ติดมือไปคารวะบิดามารดาเ้าด้วยสิ”
ครั้นคิดถึงบุพการีคล้ายรู้สึกแสบคันที่ปลายจมูก
“แม่ข้าตายแล้วส่วนท่านพ่อ ...เขาไม่้าอะไรหรอก”
“คิดง่ายเช่นนี้เห็นที่จะไม่เหมาะในฐานะลูกเขย ข้าจะเพิกเฉยไร้มารยาทไม่ได้เด็ดขาด เกิดท่านพ่อไม่ประทับใจตัวข้าไม่ยอมรับการแต่งงานของพวกเราเล่า”
หัวคิดช่างรอบคอบแต่... “ไม่ยอมรับก็ช่างปะไร เ้ากับข้าคำนับฟ้าดินแล้ว หรือเขาอยากจะให้ข้าเร่หาลูกเขยใหม่ในวันนั้นก็ลองสิ”
ดูท่าสองพ่อลูกคงไม่ลงรอยกันกระมังน้ำเสียง ท่าทางเมื่อเอ่ยถึงบิดาถึงได้เครียดเคร่งเจือความไม่พอใจ จู่ๆเขาโผล่เป็ลูกเขยด้วยแผนการของหญิงสาว มิเท่ากับช่วยแยกรอยร้าวนั้นให้ห่างจนถึงขั้นแตกหักเลยหรือ
ท่าทางเขาขณะกำลังใช้ความคิดหน้าตาดูกลัดกลุ้มล่วงหน้าไปแล้ว หานถิงมี่จึงตบลงบนไหล่เขาเบาๆ
“คิดยากนักก็หิ้วเหล้าไปสักไหพรุ่งนี้อย่าลืมบอกข้าจะได้แวะซื้อ”
“ควรเป็เงินข้าสิ”
“เ้านี่จุกจิกยิ่งกว่าสตรี”จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปแล้วจริงๆ
ข้าก็แค่อยากจะทำทุกสิ่งออกมาให้ดีที่สุดเ้าจะได้ไม่ต้องอับอายที่เลือกข้าอย่างไรเล่า...ฟู่เจียนจื่อรำพันในใจ
เดินทางกันอยู่ห้าวันก็ถึงเมืองซู่เหยาหานถิงมี่สั่งหยุดรถม้าที่หน้าสำนักคุ้มภัยเฉียนเซิ่ง
“บ้านเ้ารึ”
“ใช่น่ะสิข้าเป็ทายาทอันดับหนึ่งของสำนักคุ้มภัยเฉียนเซิ่ง”
ไม่แปลกเลยที่นางมีวรยุทธ์
“เหตุใดถึงเป็อันดับหนึ่ง...”
สามีที่นางเลือกฉลาดไม่เบา“เพราะข้าต้องจัดการเ้าอันดับสองก่อนน่ะสิ สำนักคุ้มภัยนี้ท่านตาข้าก่อตั้งขึ้น”
อืม...เขาพอเข้าใจแล้วสมบัติพ่อตาตกเป็ของลูกเขย ลูกเขยคนนั้นก็คือบิดาของต้าถิงส่วนเ้าอันดับสองที่นางกล่าวถึง อีกไม่ช้าเขาคงได้รู้จักกระมัง
หานถิงมี่เดินนำฟู่เจียนจื่อลิ่วๆท่ามกลางสายตานับสิบคู่ หลายคนน้อมกายคารวะนางในฐานะคุณหนูใหญ่ บางคนก็หายตัวรีบรุดไปรายงานเื่การกลับถึงสำนักของนางต่อนายของตน
หญิงสาวพาสามีหมาดๆของตนมุ่งตรงไปยังเรือนนอนของบิดาพบหน้าเขาที่รอท่าอยู่ก่อนแล้วก็ไม่พูดพล่ามมากความ นางแนะนำ ฟู่เจียนจื่อด้วยเสียงอันดังได้ยินกันถ้วนทั่ว
“เขาคือสามีข้า”จากนั้นก็บอกเล่าสรรพคุณด้านดีของเขยใหญ่สกุลเฉียนอีกหลายประโยค
ยังไม่ทันมอบสุราดีที่ลูกเขยเลือกสรรด้วยใจถ้วยชาใบหนึ่งก็ลอยหวือเฉียดศีรษะชายหนุ่มไป ถ้ามิใช่เพราะนางว่องไวดึงตัวเขาหลบหัวสามีรักคงแตกได้เืแล้ว
“นังลูกอกตัญญู! เ้าจะแต่งกับคนไร้หัวนอนปลายเท้า เป็แค่บัณฑิตอีกทั้งอายุน้อยกว่าเ้าน่ะหรือ”
นางบอกเมื่อไรว่าเขาเป็บัณฑิต...“ไม่ใช่จะแต่ง ข้าแต่งกับเขาและพวกเราเข้าหอเรียบร้อยแล้วด้วยท่านพ่อ”
ฟู่เจียนจื่อกลืนน้ำลายดังเอื๊อกกับผลที่คาดว่าจะตามมาในอีกอึดใจดวงตาวาวโรจน์ของชายวัยกลางคนราวกับจะบดเคี้ยวเขาถึงแก่นกระดูกทว่าชายหนุ่มก็ทำใจดีสู้เสือร้ายหวงลูกสาว เพื่อแสดงความจริงใจที่นางอุตส่าห์เลือกเขาให้รับงานสำคัญนี้เขาจะทำให้นางผิดหวังไม่ได้เป็อันขาด
“เจียนจื่อจริงใจสัญญาจะดูแลนางให้มีความสุขจนแก่เฒ่า”
“ข้าไม่ยอมรับ!” หานหย่งจิงตบโต๊ะข้างตัวจนมันโยกคล้ายจะแยกส่วนชายหนุ่มจากเมืองหลวงใจหายวาบ แต่ก็ยังตั้งหลักมั่นเชิดคอ ตีสีหน้าไม่สะดุ้งะเื
“แต่เขาเป็สามีข้าแล้วหรือท่านจะให้ข้าหย่าเขาแล้วหาสามีใหม่ตอนนี้เลย”
เื่นางพาสามีกลับบ้านตอนนี้คนในสำนักคุ้มภัยคงรู้กันทั่ว แม้ได้หลบลี้พายุอารมณ์ของเ้าสำนักเมื่อครู่แต่หลายคนกำลังหูผึ่งติดตามผลการปะทะฝีปากระหว่างนางกับบิดาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
บิดานางลือเลื่องด้านห่วงหน้าตาทางสังคมคงไม่อยากได้ชื่อว่าแต่งบุตรเขยสองรอบกระมัง
สองพ่อลูกประสานตาต่างคนต่างไม่ยินยอมจะถอยให้อีกฝ่าย
“การแต่งงานของเ้าไม่ได้รับความเห็นชอบจากข้าตำแหน่งเ้าสำนักที่เ้าหวังก็จะไม่ได้อยู่ดี”
หานถิงมี่แค่นยิ้ม“ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อไม่คิดจะยกตำแหน่งให้ข้า นับั้แ่เ้าลูกเมียน้อยนั่นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน!”
คนเป็พ่อสะอึกแก่ใจหากก็ไม่ยอมรับความจริง “หาสามีที่คู่ควรกับเ้ากว่านี้ไม่ดีกว่าหรือสารรูปเช่นนี้จะดูแลเ้าได้อย่างไร งานสำนักคุ้มภัยไม่ใช่เื่ล้อเล่นได้คนไม่เอาไหนมาเป็คู่ชีวิต รังแต่จะพากันตกต่ำ”
ยังไม่ทันพิสูจน์ตัวก็ถูกปรามาสว่าไม่เอาไหนเสียแล้ว ฟู่เจียนจื่อลอบถอนหายใจ ดูท่าตำแหน่งเ้าสำนักคุ้มภัยที่หญิงสาวหวังจะได้มาคงไม่ใช่เื่ง่ายเพราะตัวเลือกของบิดานางก็คือลูกที่เกิดจากภรรยาน้อยนั่นเอง
[1][1]ซินแส