ภายในห้องส่วนตัวที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของชายหนุ่มและหญิงสาวมากมายดังขึ้นไม่หยุด
“ไผ่นายอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ทำตัวให้มีความสุขหน่อยดูสาว ๆ ที่งดงามเหล่านี้สิที่คือความสุขของผู้ชายอย่างเราเลยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ราฟาเองมองหน้าไผ่แล้วพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง
“หรือว่านายไม่เคยมาในสถานที่แบบนี้”ราฟาเอลรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของไผ่
“ชีวิตฉันไม่มีเวลามาเที่ยวในสถานที่แบบนี้หรอก”ไผ่ตอบกลับอย่างหมดหนทางเมื่อเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของราฟาเอล
“ไผ่นายไม่ได้โกหกใช้ไหม”ราฟาเอลตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ไม่แปลกที่ราฟาเอลจะคิดแบบนั้นเพราะหน้าตาของไผ่ดูดีมาก
“แปลกงั้นรึ”ไผ่ถามด้วยความสงสัย
“ไม่เลยไม่แปลกเลย” ราฟาเอลตอบพลางโบกมือจากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย “สาว ๆ ไปดูแลคุณชายไผ่ให้คุณชายได้สัมผัสกับความสุขหน่อย”
ไผ่มองหญิงสาวมากมายที่นั่งรายล้อมเขาด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าในชีวิตนี้เขาจะไม่เคยเข้ามาในที่แห่งนี้ แต่ในชีวิตที่แล้วไผ่เข้าไปในที่แบบนี้บ่อยมากเป็นเพราะสิงหาที่ฆ่าน้องของเขาอบมาเที่ยวที่แบบนี้ไผ่จึงต้องตามเข้าไปเพื่อหาโอกาสในการสังหาร
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ไผ่เองในฐานะผู้ชายและเคยผ่านมาแล้วหนึ่งชีวิตเขาจึงคิดว่าผ่อนคลายบางก็ดี
“เอาไว้วันหลังเราค่อยมาเที่ยวกันใหม่”ราฟาเอลพูดขึ้นขณะที่กำลังโบกมือให้ไผ่
“ไม่แล้วละฉันคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับสถานที่แบบนี้”ไผ่ตอบกลับพร้อมกับส่ายหัว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาไว้เจอกันใหม่”ราฟาเอลเห็นท่าทางของไผ่แล้วก็หัวเราะเสียงดัง
“แล้วเจอกัน”ไผ่ตอบสั้น ๆ พร้อมกับหันหลังเดินจากไป
‘ไม่คิดเลยว่ามาเมืองมหานครครั้งแรกจะได้ทำอะไรมากมายขนาดนี้’ไผ่อดคิดในใจไม่ได้
ไผ่เดินมาได้ไม่ไกลก็มีคนห้าคนยืนขว้างทางอยู่โดยมีผู้นำเป็นชายวัยกลางคนผิดคล่ำหน้าตาดุร้ายที่กำลังแผ่แรงกดดันระดับจันทราออกมา ส่วนผู้ติดตามของชายคนนี้ต่างก็อยู่ในระดับจันทราทั้งหมด
“ไอ้หนูฉันเห็นว่าแกทำเงินได้เยอะ พอดีพี่น้องของฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยแกช่วยแบ่งมาให้พวกเราหน่อยได้ไหม”ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้นำพูดด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
“ก็คิดว่าใครที่แอบตามมาตลอดที่แท้ก็พวกคุณนี้เอง นี้ผมกำลังถูกปล้นอยู่ใช่ไหม”ไผ่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
“แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าปล้นพวกเรามาขอยืมใช้ก่อนถ้ามีเดียวจะคืนให้”ชายวัยกลางคนพูดแล้วหัวเราะออกมาผู้ติดตามด้านหลังก็หัวเราะเช่นกัน
“แบบนี้นี่เองทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก” ไผ่ถามพร้อมกับหยิบบัตรธนาคารออกมายื่นไปทางชายวัยกลางคน ขณะที่ชายวัยกลางคนยื่นมือมารับไผ่ก็หยุดชะงัก
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดก่อนจะพูดอย่างเย็นชา “แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ไม่มีอะไรครับ ผมแค่จะบอกว่ายืมเงินแล้วก็ต้องคืนนะครับไม่เช่นนั้นผมที่ตามมาพวกคุณรับไม่ไหวนะครับ”ไผ่ไม่สนใจน้ำเสียงเย็นชาของอีกฝ่ายพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่ต้องห่วงยืมแล้วก็ต้องคืนสิ ถ้าพวกฉันไม่คืนนายไปทวงที่หอเงาทมิฬได้เลยเพราะพวกเราเป็นคนของหอเงาทมิฬ”ชายวัยกลางพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเยาะเย้ยไผ่ในใจ ‘แกคิดจะไปทวงเงินคืนงั้นรึ ได้สิถ้าแกกล้าพอนะ’
จากนั้นไผ่ก็ทำการโอนเงินที่ชนะพนันมาจำนวนหนึ่งพันล้านหินพลังงานให้กับอีกฝ่ายไปพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อย่าลืมนะครับยืมแล้วต้องคืน”
“เข้าใจแล้วพวกเราไม่เบี้ยวนายหรอก พรุ่งนี้ฉันจะจ่ายคืนให้ทั้งต้นทั้งดอกเบี้ยเลยนายไม่ต้องห่วง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”พูดจบชายวัยกลางคนพาผู้ติดตามหันหลังจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ
ไผ่หรี่ตามองพวกเขาเดินจากไปด้วยสายตาเย็นชา เมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นเดินหายลับไปจากสายตาไผ่ก็หันหลังเเดินกลับบ้านด้วยสีหน้ามืดมน
ไผ่ไม่ได้กลัวคนเหล่านี้เลยแม้อีกฝ่ายจะอยู่ในระดับจันทราก็ตาม ถ้าไผ่สู้แม้จะสู้ไม่ได้ก็ยังสามารถหนีได้ เพียงแค่สถานที่ไม่เหมาะที่จะลงมือเท่านั้นเอง
สองวันต่อมา
วันนี้เป็นวันที่อเล็กและเดเนียลจะประลองกัน ไผ่จึงเดินไปตามถนนเพื่อจะไปชมการประลองสำคัญที่กำลังจะเริ่มขึ้น แต่ก่อนหน้านั้นเขามีเรื่องที่จะต้องทำก่อน
สายตาของไผ่เปลี่ยนเป็นเย็นชาพร้อมกับหยิบหน้ากากตัวตลกออกมาใส่จากนั้นก็เดินไปในทิศทางหนึ่งทันที
เดินมาไม่นานไผ่ก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าหอเริงรมณ์ ไผ่เงยหน้ามองเข้าไปด้วยสีหน้าเย็นชาจากนั้นก็เดินเข้าไป ไผ่เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง ด้านในมีเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังออกมาไม่หยุด
ไผ่หยิบขวดหยกออกมาหนึ่งขวดพร้อมกับเปิดประตูเดินเข้าไปด้านในแววตาเย็นชา
“ถึงเวลาที่พวกแกต้องจ่ายหนีแล้ว”พูดจบไผ่ปาขวดหยดที่อยู่ใส่โต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องทันที.