สองวันหลังจากเหตุการณ์ในซูเปอร์มาร์เก็ต กรีซใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เขาพยายามฝึกฝนพลัง "ดูดซับ" และ "เลียนแบบ" ของตัวเองอย่างระมัดระวัง เขาลองัักับวัตถุต่างๆ ทั้งจากโลกเก่าและโลกใหม่ บางครั้งเขาก็สามารถดึงพลังงานออกมาได้ แต่การควบคุมยังคงเป็เื่ยากลำบาก พลังที่เลียนแบบมานั้นอ่อนแอและมักจะหายไปอย่างรวดเร็ว
ความหิวโหยและความโดดเดี่ยวเริ่มกัดกินจิตใจของกรีซ อาหารและน้ำดื่มในบริเวณที่เขาหลบซ่อนอยู่เริ่มหมดลง เขาต้องเสี่ยงออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสที่จะเจอ มอนสเตอร์ ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่กรีซกำลังเดินสำรวจไปตามถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของอาคารที่บิดเบี้ยว เขาก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ตามมาด้วยเสียงะเิตูมตามและเสียงคำรามของมอนสเตอร์ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวล
ปกติแล้วเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่คราวนี้เสียงนั้นมาจากทิศทางที่เขาเคยเห็นกลุ่ม ผู้ตื่นขึ้น เคลื่อนไหว นั่นหมายความว่าอาจจะมีคนกำลังต่อสู้ และอาจเป็โอกาสที่จะขอความช่วยเหลือ
กรีซตัดสินใจที่จะเข้าไปดูอย่างระมัดระวัง เขาเดินลัดเลาะไปตามซอกตึกที่พังทลายจนมาถึงจุดที่มีเสียงดัง ที่นั่นเขาเห็นภาพของการต่อสู้ที่ดุเดือด
กลุ่มคนประมาณห้าคนกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่คล้ายแมงมุมั์ที่มีขาหลายสิบขาและตาเป็ประกายสีเขียว พวกเขาสวมชุดที่ดูทะมัดทะแมง บางคนถือปืนที่ดูคล้ายปืนไรเฟิลที่ถูกดัดแปลง บางคนใช้ดาบหรือหอกที่เปล่งประกายเวทมนตร์
หนึ่งในนั้นเป็ชายร่างใหญ่มีหนวดเคราเฟิ้ม เขากำลังใช้มือเปล่าชกเข้าที่ลำตัวของแมงมุมั์อย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่น แสดงให้เห็นถึงพละกำลังเหนืุ์ อีกคนเป็หญิงสาวผมสั้น เธอร่ายเวทย์พ่นลูกไฟขนาดใหญ่เข้าใส่แมงมุมั์อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อีกคนเป็ชายหนุ่มผอมบาง เขากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง หลบหลีกการโจมตีของแมงมุมั์และใช้มีดสั้นที่ติดอยู่กับข้อมือโจมตีจุดอ่อนของมัน
มอนสเตอร์ตัวนั้นแข็งแกร่งกว่าที่กรีซเคยเจอมามาก การโจมตีของพวกเขาสร้างความเสียหายให้มันได้ไม่น้อย แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ขาแหลมคมของมันกวาดไปมาอย่างรุนแรง และหางที่มีพิษก็พุ่งเข้าใส่ผู้ตื่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรีซซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงที่พังทลาย เฝ้าดูการต่อสู้ด้วยใจที่เต้นรัว เขารู้สึกได้ถึง กระแสมานา ที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของทั้งผู้ตื่นขึ้นและมอนสเตอร์ มันเป็พลังงานที่แตกต่างกัน แต่เขาััได้ถึงความหนาแน่นที่รุนแรง
จังหวะหนึ่ง ชายร่างใหญ่ถูกขาของแมงมุมั์ฟาดเข้าอย่างจังจนกระเด็นไปชนกับซากรถยนต์ ร่างของเขากระตุกเล็กน้อยก่อนจะแน่นิ่งไป หญิงสาวผู้ใช้ไฟกรีดร้องและพยายามร่ายเวทย์ใส่แมงมุมั์ แต่ก็ถูกพิษพ่นใส่จนล้มลง ชายหนุ่มผู้ใช้ความเร็วพยายามเข้ามาช่วย แต่ก็ดูเหมือนจะหมดแรง
สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว แมงมุมั์กำลังจะพุ่งเข้าโจมตีหญิงสาวที่ล้มลง
กรีซกัดฟัน เขาลังเลอย่างหนัก พลังของเขาอ่อนแอและไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก แต่จะให้เขายืนดูคนตายต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทำอะไรเลยงั้นหรือ?
ในเสี้ยววินาทีนั้น เขานึกถึงพลังที่เขาเคยใช้กับฮิปโปไจแอนท์ พลังเลียนแบบ เขาเหลือบไปเห็นสายไฟที่ขาดร่วงอยู่บนพื้น มันยังคงมีประกายไฟฟ้าสปาร์คเล็กน้อย กรีซวิ่งออกจากที่ซ่อนโดยไม่คิดชีวิต พุ่งตรงไปยังสายไฟเส้นนั้น
เขาเอื้อมมือััสายไฟทันที พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเขา แรงกระตุ้นนั้นรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก แต่กรีซกัดฟันแน่นและรวบรวมพลังทั้งหมดที่ดูดซับมาได้
"ฮ้าาาา!" กรีซะโสุดเสียง ยื่นมือออกไปทางแมงมุมั์ที่กำลังจะฟาดขาลงใส่หญิงสาว
เปรี๊ยะะะะะะ!!!
คราวนี้ไม่ใช่แค่ประกายไฟเล็กๆ แต่เป็กระแสไฟฟ้าสีฟ้าขนาดใหญ่พุ่งออกจากฝ่ามือของกรีซเข้าใส่แมงมุมั์อย่างจัง! แมงมุมั์ร้องลั่นด้วยความเ็ป ร่างของมันกระตุกอย่างรุนแรง ก่อนจะล้มลงไปชักดิ้นชักงอ
กลุ่มผู้ตื่นขึ้นที่เหลือต่างหันมามองกรีซด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าจะมีใครโผล่มาช่วยในสถานการณ์แบบนี้ได้ และยิ่งกว่านั้น พลังงานที่พุ่งออกมาจากกรีซนั้นไม่เหมือนกับพลังที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อน
กรีซทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความอ่อนล้า พลังงานไฟฟ้าที่เลียนแบบมาหายไปหมดสิ้น แต่เขาก็ช่วยชีวิตคนเ่าั้ไว้ได้
ชายหนุ่มผู้ใช้ความเร็วคนเมื่อครู่ รีบพุ่งเข้ามาหากรีซ เขาสวมผ้าปิดปากปิดจมูก ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าทั้งหมด แต่ดวงตาของเขาสื่อถึงความสงสัยระคนประหลาดใจ
"นาย...เป็ใคร?" ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ "และนั่น...พลังอะไรกัน?"
กรีซเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มผู้ตื่นขึ้นที่กำลังเข้ามาล้อมรอบตัวเขา พวกเขามองมาที่เขาด้วยแววตาหลากหลาย ทั้งสงสัย ระแวง และบางคนก็ดูจะสนใจพลังของเขาเป็พิเศษ
กรีซรู้ดีว่านี่เป็ทางแยกสำคัญในชีวิตของเขา การที่เขาแสดงพลังออกมาเช่นนี้ ทำให้เขาไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกต่อไป โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้คงไม่สามารถอยู่รอดได้เพียงลำพัง
เขาต้องตัดสินใจ...เข้าร่วมกับพวกเขา หรือจะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาได้เพียงลำพังต่อไป