บทที่ 4 ทั้งหมดนี้เป็เื่เข้าใจผิด (รีไรท์)
ถังหว่านพลันใจสั่นไหว แต่ประสบการณ์ที่ตรากตรำฟันฝ่าอยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่ผ่านมาทำให้หญิงสาวข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้ สีหน้าของเธอจึงยังคงความสงบเยือกเย็นและสง่างาม
หญิงสาวไม่เอื้อนเอ่ยคำใดกับตำรวจ สายตาของเธอจ้องไปที่โจวอี้ แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า "คุณไม่ได้บอกว่าคุณจะไม่มีทางออกจากูเาชางหลางตลอดชีวิตหรอกเหรอ? แล้วคุณออกมาทำไม?"
"ผมมาหาลูกสาว"
โจวอี้แสดงสีหน้าซับซ้อนพอ ๆ กับอารมณ์ของเขา ชายหนุ่มนึกว่าการแยกทางที่ผ่านมาของเขาและถังหว่านจบสิ้นไปแล้ว และความรู้สึกเมื่อยังเยาว์ก็เป็เพียงหมอกควัน
น่าเสียดายที่โชคชะตาช่างน่าขันเสียเหลือเกิน ทันทีที่เขามีลูกสาว เขาก็ตระหนักได้ถึงสายสัมพันธ์ที่มิอาจคลายระหว่างตัวเขากับถังหว่านขึ้นมา
"แล้วไงต่อ?" ถังหว่านถามอีกครั้ง
“ผมจะแต่งงานและรับผิดชอบคุณ ผมจะดูแลคุณไปตลอดชีวิตเอง” โจวอี้กล่าว
“ไม่ ในเมื่อฉันให้กำเนิดเธอ ฉันก็เลี้ยงดูเธอได้” น้ำเสียงของถังหว่านเต็มไปด้วยความเฉยเมย
“แต่เธอ้าพ่อ พ่อแท้ ๆ และครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่ใช่เหรอ ผมเอาข้าวของ บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านมาด้วยแล้ว” โจวอี้คะยั้นคะยอ
สีหน้าถังหว่านดูย่ำแย่
เปลวไฟแห่งความโกรธในดวงตาเธอปะทุขึ้น ความกลัว ความกังวล ความเ็ป และความคับข้องใจที่พลุ่งพล่านเข้ามาทำให้ใกล้จะะเิอยู่รอมร่อ
ทว่าวินาทีถัดมา ถังหว่านก็เผยยิ้ม
แม้ความงดงามบนใบหน้าจะปลุกเร้าจิติญญาผู้คนที่ได้มองเพียงใด รอยยิ้มของเธอกลับเยือกเย็นเป็อย่างยิ่ง
"คุณไม่สมควรได้รับคำว่าครอบครัวหรอก"
คำพูดนั้นเป็ดั่งมวลูเาที่ตกลงบนหัวใจของชายหนุ่ม เขาไม่อาจพูดคำใดออกมาได้ชั่วขณะ
สมควรไหมงั้นเหรอ? เขาไม่มีทางรู้หรอก
แม้ว่าโจวอี้จะไม่พอใจกับการปกปิดการตั้งครรภ์ของถังหว่าน แต่ความไม่พอใจของเขานั้นน้อยกว่าความรู้สึกผิดที่มีต่อเธอมากกว่า เขานึกภาพออกว่าถังหว่านจะรู้สึกกดดันขนาดไหน เพราะตอนนั้นเธออายุแค่ราว ๆ สิบแปดหรือสิบเก้าปีเท่านั้น
คนอื่น ๆ ในห้องเรียนต่างมองหน้ากัน เวลานี้แม้แต่คนโง่ก็สามารถเข้าใจได้ว่าโจวอี้เป็พ่อแท้ ๆ ของถังเหมียวเหมี่ยว
ขณะที่ทั้งสองพูดคุยเพื่อปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้ง เสียงนินทาของคนรอบข้างก็ราวกับกองไฟในทุ่งหญ้า
ดาราดังถังหว่านกับพ่อของถังเหมียวเหมี่ยวงั้นเหรอ!
ถ้าเหตุการณ์ในวันนี้แพร่ออกไป มันจะไม่เป็ข่าวใหญ่งั้นเหรอ?
"เอาละทุกคน ไม่มีอะไรแล้ว!"
เจิ้งเจี้ยนิขมวดคิ้วพลางโบกมือ เขาโกรธมากกับเหตุการณ์ที่เกิดจากความเข้าใจผิดในครั้งนี้ “พวกคุณกลับไปที่สถานีกับเราเพื่อลงบันทึกด้วยครับ”
ในเวลานี้เอง หวงไห่เทาที่มาพร้อมกับคนสนิทอีกหลายคนก็รีบเข้าไปในห้องเรียนโดยไม่สนใจการปรากฏตัวของตำรวจแต่อย่างใด เขาะโขึ้นด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง "ใครหน้าไหนที่มันกล้ามาสร้างความเดือดร้อนที่นี่? ตระกูลหวงของฉันมีแต่คนดี เป็ที่นับน่าถือ... "
คำพูดของเขาหายไปกะทันหัน รวมถึงฝีเท้าของเขาเช่นกัน
แขนที่ยกขึ้นและนิ้วที่ชี้มาห้อยค้างกลางอากาศ สีหน้าเหมือนถูกผีหลอกก็ไม่ปาน นั่นเพราะภาพสะท้อนในม่านตาคือใบหน้าของโจวอี้!
โจวอี้เห็นหวงไห่เทาเต็มสองตา สีหน้าพลันตกตะลึงไม่แพ้กัน ดวงตาชายหนุ่มส่อแววน่าสงสัย ก่อนจะเหลือบมองกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่นำด้วยมาอย่างรวดเร็ว
“บอสคะ ทั้งหมดนี้เป็เื่เข้าใจผิดค่ะ” เฉินเยว่ฉินยิ้มอย่างขมขื่น
“หา? อ้อ ใช่ ๆ มันเป็ความเข้าใจผิด! ความเข้าใจผิด… แค่ก ๆ ถ้าโอเคแล้วฉันก็โล่งใจ” หวงไห่เทาเปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่าพลิกหน้าหนังสือเสียอีก
คนอื่น ๆ ไม่ได้สังเกตอะไรเลย แต่เจิ้งเจี้ยนิช่างคิดและช่างสังเกต หลังจากสังเกตเห็นความผิดปกติก็ถามขึ้นมาว่า "คุณรู้จักกันเหรอ?"
"ไม่รู้!/คนรู้จักเก่าน่ะ!”
หวงไห่เทาและโจวอี้เปิดปากพูดในเวลาเดียวกัน แต่กลับพูดไม่เหมือนกันสักนิด
เจิ้งเจี้ยนิยักไหล่ เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ในเมื่อคุณรู้จักเขา งั้นคุณหวง คุณก็ควรไปที่สถานีกับเราด้วย! ยังไงก็เป็แค่ความเข้าใจผิด คุณก็แค่ไปลงบันทึกเสียหน่อย"
“ผม… ผมจำเป็ต้องไปด้วยเหรอ?” หวงไห่เทารู้สึกผิดกับคำพูดตัวเองทันที
“ครึ่งหนึ่งของคนในเมืองจินหลิงรู้ว่าคุณเป็เ้าของโรงเรียนอนุบาลนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นในที่ของคุณ คุณจะไม่ไปหรือไง” เจิ้งเจี้ยนิกล่าวอย่างโกรธเคือง
ถึงแม้คนอื่นจะกลัวหวงไห่เทา แต่เขาไม่กลัว
แม้ว่าเจิ้งเจี้ยนิจะเป็เพียงรองผู้อำนวยการสถานีตำรวจท้องที่ในพื้นที่ใกล้เคียง แต่พ่อตาของเขาก็เป็คนระดับสูงในเมือง มีหน้ามีตา เขาจึงไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง!
หวงไห่เทาจึงยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจนัก
โจวอี้ไม่สนใจหวงไห่เทา เขาเดินไปหาถังหว่าน พยายามอุ้มถังเหมียวเหมี่ยวลูกสาวของเขาขึ้นมา แต่ถังหว่านกลับขยับหนี
“แม่คะ นี่พ่อของเหมียวเหมี่ยวจริง ๆ เหรอคะ?” ถังเหมียวเหมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ อวดขนตายาว ๆ ของเธอตอนที่จับจ้องไปยังโจวอี้ ดวงตากลมโตเผยความอยากรู้อยากเห็น
ถังหว่านเผชิญหน้ากับโจวอี้ด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งเสียใจ แต่เมื่อเธอหันไปเห็นลูกสาว ความรู้สึกซับซ้อนก็ตีขึ้นมา
หญิงสาวรู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะกีดกันลูกสาวจากความรักของพ่อ แต่เธอก็จะไม่ยอมคืนดีและไม่ให้ชายผู้โหดร้ายคนนี้เข้าใกล้ลูกสาวของเธอแน่
ท่ามกลางความคลุมเครือในห้วงความคิด เธอทำได้เพียงส่งเสียง "อืม" เบา ๆ ออกมา มันเบาหวิวชนิดที่ว่าบางเบาเท่าปีกของแมลงวันและยุงเลยทีเดียว
ดวงตาของถังเหมียวเหมี่ยวเป็ประกายขึ้นมาทันทีเมื่อผู้เป็แม่ยอมรับ
โจวอี้มองดูอดีตภรรยาและลูกสาวที่อยู่ข้างหน้า จากนั้นจึงถอนหายใจเงียบ ๆ เขารู้ว่าการที่เขาหายตัวไปใน่หลายปีที่ผ่านมาทำให้พวกเธอแปลกใจ ทว่าถึงอย่างไรเร่งรัดไปก็เสียเวลาเปล่า ถ้า้าให้พวกเขายอมรับ การค่อย ๆ เข้าหาคงดีกว่า
สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คืออาการเจ็บป่วยของลูกสาว
“ให้ลูกสาวผมกินยาเม็ดนี้ด้วย มันช่วยรักษาอาการหวัดของเธอได้” โจวอี้ส่งเม็ดยาสีขาวให้ถังหว่านพลางเอ่ยกำชับ
ไอ้เม็ดน้ำตาลนี้เนี่ยนะจะช่วยเหมียวเหมี่ยวได้?
ถังหว่านทั้งประหลาดใจทั้งลังเล เธอรู้ว่าโจวอี้รู้เื่ยาและเป็ลูกศิษย์ของหมอผู้รักสันโดษบนเขาชางหลาง
หากเป็ยาจากใครอื่น หญิงสาวคงไม่รีรอที่จะปฏิเสธ ตอนนี้เธออยากจะรักษาลูกสาวให้หายดี... ในที่สุดเธอจึงรับยามาและเกลี้ยกล่อมให้ถังเหมียวเหมี่ยวกินยา
จากนั้นถังหว่านและโจวอี้ก็ตามเจิ้งเจี้ยนิกลับไปที่สถานีตำรวจและลงบันทึกประจำวัน
หลังจากลงบันทึกเรียบร้อยแล้วแล้ว โจวอี้ก็เดินออกจากสถานีตำรวจไปพร้อมกับทุกคน แม้จะเห็นว่าหวงไห่เทาเดินออกจากประตูสถานีตำรวจด้วยท่าทางราวกับจะวิ่งหนีอยู่รอมร่อ ทว่าเขาก็ไม่ได้ขอให้เ้าตัวหยุด
คนเราไม่อาจหนีได้ตลอดไป
โจวอี้เดินตามถังหว่านที่เดินออกไปพร้อมกับลูกสาวในอ้อมแขนโดยไม่พูดอะไรสักคำ แววตาของเขาแน่วแน่เป็อย่างยิ่ง
“อย่าตามเรามานะ” ในที่สุดถังหว่านก็หยุดอยู่ที่หน้ารถ เธอหันกลับมาจ้องโจวอี้ด้วยสายตาเ็า “คุณเห็นลูกแล้วใช่ไหม ลูกน่ะเก่งมาก และฉันก็มีชีวิตที่ดีมาก เราไม่้าให้คุณดูแลเรา ไม่้าให้คุณรับผิดชอบด้วย เพราะงั้นกลับูเาชางหลางไปซะเถอะ อย่ามาปรากฏตัวต่อหน้าเราอีก”
“เสี่ยวหว่าน คุณรู้จักนิสัยของผมดี คุณไล่ผมไม่ได้หรอก” โจวอี้ส่ายหัว
“ถ้าคุณไม่ไปก็ช่าง แต่อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก” ถังหว่านกล่าวอย่างโกรธเคือง
“ผมเป็พ่อของเหมียวเหมี่ยว ยังไงลูกก็้าความรักจากพ่อ ผมเป็คนของคุณแล้ว ถึงคุณจะไม่ยอมรับ ผมก็อยากจะตามจีบคุณอีกครั้ง” โจวอี้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ป่วยรึเปล่าเนี่ย?" ถังหว่านถามอย่างโกรธเคือง
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมยังไม่มีแฟนเลยด้วยซ้ำ แล้วจะให้ไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง”
ทว่าในตอนนั้นเอง ใบหน้านวลของใครบางคนก็แวบเข้ามาในหัวของโจวอี้ แต่เขาก็สลัดมันออกไปอย่างไร้ความปรานี