แต่เมื่อกลับมายังหอสุราอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้มู่เชียนจิ่วใยิ่งกว่าก็คือแหวนเก็บสมบัติที่นางได้มามีขนาดกว้างเท่ากับสนามหลานฉิว*สองสนามรวมกันเสียอีก หินิญญาภายในกองรวมกันสูงเท่ากับูเาย่อม ๆ ลูกหนึ่งเลยทีเดียว!
[* หลานฉิว (篮球) หมายถึง บาสเกตบอล]
นอกจากนี้ด้านในยังมีสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย
ทว่าตอนนี้นางยังไม่มีเวลาสำรวจ
กล่าวได้ว่าบุรุษที่ถูกนางลอกคราบมา ร่ำรวยกว่าตอนที่นางเป็บรรพจารย์น้อยอวิ๋นเสียอีก แต่หากรู้ว่าภายในแหวนมีสมบัติมากมายเช่นนี้ นางคงไม่ขโมยแหวนวงนี้มาด้วย!
แต่จะว่าไปแล้ว บุรุษผู้นั้นก็ไม่ได้เห็นใบหน้าของนางนี่นาคงหานางไม่เจอง่าย ๆ หรอกกระมัง
ส่วนหน้ากากที่นางสวมอยู่ก็เป็สมบัติหายาก ไม่เพียงสามารถปกปิดไอพลังได้ แต่ยังสามารถเปลี่ยนเสียงของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย เหมาะกับสถานการณ์ที่นางกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ยิ่งนัก!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“นายท่านอยู่หรือไม่ขอรับ?” เสียงของเสี่ยวเอ้อร์ดังจากนอกประตู
มู่เชียนจิ่วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ยามเอ่ยออกมาเสียงของนางก็ทุ้มต่ำ ห้าวหาญเช่นเสียงบุรุษ ไม่เหลือเค้าความเป็สตรีให้ััได้แม้แต่น้อย “มีเื่อะไร?”
เสี่ยวเอ้อร์คลี่ยิ้มประจบ “นายท่าน อาหารที่ท่านสั่งจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ ไม่ทราบว่านายท่านจะรับประทานในห้องพัก หรือว่า—”
“ไม่ต้อง! ยกไปที่ห้องส่วนตัวเถอะ แล้วก็เตรียมสุราให้ข้าอีกสองกา—” มู่เชียนจิ่วเอ่ยยังไม่ทันจบประโยค ทันใดนั้นก็มีเสียงเอ๊ะอ๊ะโวยวายจากด้านล่างดังขึ้นขัดเสียก่อน “ด้านล่างเกิดเื่อะไรขึ้น?”
เสี่ยวเอ้อร์เกาท้ายทอยป้อย ๆ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าจืดเจื่อน “เรียนนายท่าน ลูกค้าสองคนข้างล่างนั่นไม่มีหินิญญา แต่ยังดึงดันจะเข้าพักในหอสุราของเราขอรับ แต่นายท่านไม่ต้องกังวล คนประเภทนี้หอสุราของเราเจอมานักต่อนัก แค่ไล่ไปก็จบแล้วขอรับ!”
มู่เชียนจิ่วก้าวไปที่ริมหน้าต่างก่อนจะก้มลงมอง
และเมื่อนางเห็นคนที่อยู่ด้านล่าง ความเคียดแค้นภายในใจก็พลุ่งพล่านขึ้นทันที จนเกือบทำให้ไอพลังที่แท้จริงของนางแผ่ออกมา!
สตรีหนึ่งในสองคนที่อยู่ตรงนั้นคือ น้องสาวสุดที่รักของนาง ‘มู่เทียนเซี่ย’
ส่วนอีกคนเป็สาวใช้ประจำกายของมู่เทียนเซี่ย มีนามว่าอวิ๋นเซียง นางจำได้ดี อวิ๋นเซียงผู้นี้เป็คนจองหอง ต่ำช้า ชอบวางก้ามอวดเบ่งเช่นเดียวกับเ้านายของตน าแภายนอกร่างกายที่เ้าของร่างเดิมได้มา ส่วนใหญ่ก็เกิดจากฝีมือของสาวใช้สารเลวผู้นี้ทั้งสิ้น!
โลกช่างกลมโดยแท้ มู่เชียนจิ่วกำลังคิดอยู่เลยว่าเมื่อใดจะได้ล้างแค้นให้เ้าของร่างเดิม ์เหมือนอ่านความคิดของนางออก...ไม่ต้องตามหา คนที่้าพบก็มาหาถึงที่แล้ว
----------
“พวกเ้าตาบอดหรือ รู้หรือไม่ว่าคุณหนูของข้าเป็ใคร!” อวิ๋นเซียงสาวใช้ของมู่เทียนเซี่ยชี้หน้าด่าทอเถ้าแก่หอสุรา จนนิ้วเกือบจะทิ่มตาอีกฝ่าย
แต่เถ้าแก่กลับยังคงสงบนิ่ง ไม่มีทีท่าไม่พอใจ ยิ่งกว่านั้นใบหน้ายังเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม “แม่นางทั้งสอง หอหลงหยวนของเราไม่ได้สนใจว่าคนที่มาพักจะเป็ใคร ขอเพียงแม่นางทั้งสองมีหินิญญามาจ่ายก็สามารถเข้าพักที่หอสุราของเราได้ แต่ในเมื่อแม่นางทั้งสองมีเพียงแผ่นทอง ดังนั้นข้าก็คงไม่สามารถให้พวกท่านเข้าพักได้ขอรับ”
อวิ๋นเซียงโมโหอย่างมาก นางถกแขนเสื้อขึ้น “สามหาว! ข้าว่าเ้าคงอยากมีเื่มากกว่า เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถทำลายหอสุราของเ้าให้ย่อยยับตอนนี้เลยก็ได้!”
มู่เทียนเซี่ยไม่ได้ห้ามปรามสาวใช้แต่อย่างใด เห็นได้ชัดว่านางเห็นดีเห็นงามกับการกระทำของอวิ๋นเซียง อีกฝ่ายก็เป็แค่เถ้าแก่หอสุรา ไม่ได้อยู่ในสายตาของนางอยู่แล้ว!
สีหน้าของเถ้าแก่ค่อย ๆ คล้ำทมิฬขึ้น “หอหลงหยวนของเราเป็กิจการในเครือหอการค้าเซวียนหยวน หากแม่นางทั้งสอง้าจะหาเื่เรา ข้าแนะนำให้พิจารณาถึงผลที่จะตามมาให้ดีเสียก่อน!”
เมื่อได้ยินชื่อ ‘หอการค้าเซวียนหยวน’ สีหน้าของมู่เทียนเซี่ยก็พลันเปลี่ยนไป
มิน่า เถ้าแก่คนนี้ถึงมีท่าทีแข็งกร้าวไม่เกรงกลัว หอการค้าเซวียนหยวนเป็หนึ่งในสามหอการค้าอันดับต้น ๆ แห่งดินแดนเสวี่ยนอู่!
อย่าว่าแต่ตระกูลมู่ของนางเลย ต่อให้เป็สำนักบำเพ็ญเพียรทั้งหลายในใต้หล้าก็คงไม่มีผู้ใดอยากตั้งตัวเป็ศัตรูกับหอการค้าอันดับต้น ๆ เหล่านี้แน่นอน
อวิ๋นเซียงเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของหอการค้าเซวียนหยวนมาก่อน แต่ยังคงวางท่าไม่เลิก “เ้าคิดว่ากำลังขู่ใครอยู่ฮะ เ้า—”
“พอได้แล้ว!” มู่เทียนเซี่ยตวาดขัดสาวใช้ สีหน้าผู้เป็นายเริ่มจืดเจื่อนลงเรื่อย ๆ “ในเมื่อหอหลงหยวนไม่ให้พัก พวกเราไปพักที่อื่นก็ได้”
สถานะนางในตอนนี้ไม่อาจล่วงเกินหอการค้าเซวียนหยวนได้ รอให้นางได้เป็ศิษย์โดยตรงของเ้าสำนักชิงอวิ๋นเมื่อใด นางจะต้องมาเอาคืนแน่นอน!
“คุณหนูเ้าคะ” อวิ๋นเซียงถลึงตาใส่เถ้าแก่อย่างคาดโทษ ก่อนจะเดินตามผู้เป็นายออกไป
“ช้าก่อน!” มู่เชียนจิ่วเดินลงมาจากชั้นบน “ข้าจ่ายค่าห้องแทนแม่นางผู้นี้เอง”
มู่เทียนเซี่ยหันกลับมามองบุคคลปริศนาที่เอ่ยปากช่วยเหลือตน ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาเล็กน้อย แม้นางจะมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่าย ทว่าบุคลิกท่าทางของเขากลับดูไม่ธรรมดา
หรือจะเป็คุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง?
“ขอบคุณคุณชายมาก” มู่เทียนเซี่ยย่อตัวลง สีหน้าท่าทางปรากฏความเหนียมอายเห็นได้ชัด “คุณชายโปรดวางใจ หินิญญานี้ถือว่าข้าติดค้างท่าน วันหน้าข้าจะตอบแทนท่านเป็สองเท่าแน่นอน”
มู่เสียวจิ่วในร่างใหม่พิจารณามู่เทียนเซี่ยอย่างตั้งใจ ...ดรุณีน้อยตรงหน้าคิ้วโก่งดุจคันศร เสียงอ่อนหวานนุ่มนวลชวนให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะนึกอยากปกป้อง
ช่างแตกต่างจากน้องสาวผู้ชั่วร้ายในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมราวกับเป็คนละคน
‘จึ จึ ๆ หากบอกว่าสิ่งเหล่านี้นางทำไปเพราะเสแสร้ง ก็ต้องยอมรับว่าทักษะการแสดงของนางควรได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจริง ๆ’
“หินิญญาแค่เล็กน้อยเท่านั้น แม่นางไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอก” มู่เชียนจิ่วจงใจหยิบยื่นไมตรีให้ “พอดีข้ามาดื่มสุราที่นี่คนเดียว หากแม่นางทั้งสองไม่รังเกียจ จะให้เกียรติร่วมโต๊ะกับข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”
“เอ่อ...” มู่เทียนเซี่ยแสร้งทำเป็ลำบากใจ “จะไม่เป็การรบกวนคุณชายหรือเ้าคะ?”
มู่เชียนจิ่วได้ยินดังนั้นก็พะอืดพะอมแทบอาเจียน... ยังจะเสแสร้งได้อีก อยากเตะสั่งสอนสักทีสองทีจริง ๆ!
แต่อีกฝ่ายแสดงมา นางก็แสดงกลับไม่โกง “ไม่รบกวนเลย ได้แม่นางทั้งสองมานั่งดื่มเป็เพื่อน ถือเป็เกียรติของข้ายิ่งนัก”
มู่เทียนเซี่ยคลี่ยิ้มหวานหยด “เช่นนั้นข้าก็คงไม่อาจปฏิเสธคุณชายได้สินะเ้าคะ”
“แม่นางเชิญ”
“คุณชายเชิญ”
----------
ห้องส่วนตัวของหอหลงหยวนแม้จะดูเรียบง่าย ทว่าไอิญญาก็เข้มข้นกว่าภายนอกมากโข อีกทั้งวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในล้วนแต่เป็ของระดับสูง นี่จึงเป็เหตุผลว่าเหตุใดการจะพักที่นี่ได้ต้องใช้หินิญญาเท่านั้น
“คุณหนูเ้าคะ หรือว่าคุณชายท่านนี้จะชอบท่านเ้าคะ?” อวิ๋นเซียงลอบพิจารณามู่เชียนจิ่ว รูปร่างแม้จะดูเตี้ยและผอมบางกว่ามาตรฐานบุรุษรูปงามไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าพอรับได้ น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าใบหน้าที่แท้จริงเป็เช่นไร
“อย่าพูดจาเหลวไหล!” มู่เทียนเซี่ยถลึงตาใส่สาวใช้ อีกฝ่ายจึงหดคอลงด้วยความเกรงกลัวและรีบหุบปากทันที
มู่เชียนจิ่วรินสุราด้วยตัวเอง “แม่นางทั้งสองเหมือนไม่ใช่คนที่นี่ พวกท่านจะไปที่ใดหรือ?”
อวิ๋นเซียงตอบด้วยความภาคภูมิใจ “คุณหนูของบ่าวจะไปคัดเลือกเข้าสำนักเซียนเ้าค่ะ!”
“งั้นหรือ?” มู่เชียนจิ่วลากเสียงเล็กน้อย “ช่างบังเอิญจริง ๆ แม่นางทั้งสองจะไปที่สำนักชิงอวิ๋นใช่หรือไม่?”
มู่เทียนเซี่ยคาดไม่ถึง “อย่าบอกนะว่าคุณชายเองก็จะไปสำนักชิงอวิ๋นด้วย?”
มู่เชียนจิ่วพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว สำนักชิงอวิ๋นเป็สุดยอดสำนักเซียนในดินแดนเสวียนอู่ จะเปิดรับศิษย์ทุก ๆ สิบปี โอกาสหายากเช่นนี้จะพลาดไปได้อย่างไร! จริงไหม”
“ข้ายังไม่ได้ถามชื่อเสียงเรียงนามของคุณชายเลยเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านเป็ใคร มีนามว่าอะไรหรือ?” มู่เทียนเซี่ยมีความคิดบางอย่างผุดขึ้น
‘หากอีกฝ่ายเป็คุณชายจากตระกูลใหญ่จริง นางก็จะยอม ‘สานสัมพันธ์’ ด้วย แต่หากไม่ใช่ เวลานี้นางกำลังจะไปตามหาสมบัติชิ้นหนึ่งอยู่พอดี ทว่าสมบัติชิ้นนั้นมีสัตว์ประหลาดคอยปกป้อง ดังนั้นนางจึงยังขาดเหยื่อล่อชั้นดีอยู่’
ในความคิดของมู่เทียนเซี่ย บุรุษตรงหน้าผู้นี้จะต้องหลงใหลในความงามของนางเข้าแล้วเป็แน่ นางเคยพบบุรุษเช่นนี้มาบ่อยครั้ง ขอเพียงนางใช้กลอุบายนิด ๆ หน่อย ๆ พวกเขาก็จะเผยจุดประสงค์ของตนออกมา!
“ข้าแซ่ซู เป็เพียงลูกบุญธรรมของตระกูลเล็ก ๆ ตระกูลหนึ่ง ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงสักเท่าไร” มู่เชียนจิ่วอยากจะลิ้มรสสุราอันหอมหวานในมือ แต่แล้วก็คิดขึ้นได้ว่าตนยังสวมหน้ากากอยู่ ...ใช้ชีวิตลำบากลำบนเสียจริง!
เมื่อมู่เทียนเซี่ยได้ยินคำว่า ‘ลูกบุญธรรม’ รอยยิ้มบนใบหน้างามก็พลันแข็งค้าง ในสายตานาง ลูกบุญธรรมก็เป็ได้แค่หุ่นเชิดของตระกูลเท่านั้น สถานะต้อยต่ำไม่ต่างอะไรกับสุนัขรับใช้ตัวหนึ่ง ไม่มีวันได้เชิดหน้าชูตา
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังบอกว่าเป็ตระกูลเล็ก ๆ ตระกูลหนึ่งอีกด้วย หากไม่ใช่เพราะตอนออกมานางรีบร้อนจนไม่ได้พกหินิญญามาด้วย คนแบบนี้ก็ไม่คู่ควรที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับนางด้วยซ้ำ!
.
.
.