ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 10 ความกล้าคือสิ่งใด? (รีไรท์ครั้งที่ 2)

    “คะ..คุณเหรอ..ที่เป็นเจ้าของเสียงในหัวผม..ละ..แล้วคุณเป็นใคร”เชนจ้องไปยังกลุ่มก้อนพลังงานรูปร่างไม่แน่ชัด ที่กำลังลอยโดดเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดนั้น… แล้วครั้นนั้นเอง! อยู่ๆ กลุ่มพลังงานนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลง! จากกลุ่มพลังงานรูปร่างไม่แน่ชัดที่เหมือนกับเปลวไฟกะพริบวูบไหว ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีรูปร่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ!จนสุดท้าย…เชนจ้องมองไปยังกลุ่มพลังงานนั้น…ที่ขณะนี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีออร่าสีดำทมิฬรายล้อม!เมื่อเชนที่กำลังตื่นตะลึง ลองพินิจสังเกตจากรูปร่างสรีระที่เขาเห็นอยู่นี้ เขาก็เห็นว่ากลุ่มพลังงานตรงหน้าเหมือนจะเป็น…ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง?!“...ถูกต้อง…ข้าคือเสียงในหัวเจ้า...ส่วนข้าเป็นใคร…เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้…”ราวสองอึดใจหลังจากเชนพูดจบ กลุ่มพลังงานในรูปร่างมนุษย์วัยกลางคน ซึ่งมีออร่าสีดำทมิฬรายล้อมก็ตอบกลับมา ด้วยเสียงทุ้มลึกก้องกังวานในหัวของเชน…เสียงที่ดังขึ้นในหัวของเขาเวลานี้…มันช่างเป็นเสียงที่แปลกประหลาด ยากเหลือเกินที่หาคำใดมาอธิบายว่าแปลกประหลาดเช่นไร แต่ถ้าให้ตัวเขาหลับตาลง ไม่ต้องใช้ความคิดอะไร ให้ตอบออกมาตามความรู้สึก เขาคงจะบอกได้เพียงแค่ว่าเสียงนี้...ราวกับจะดังก้องมาจากห้วงแห่งกาลเวลาอันแสนไกล“ผะ..ผมอยู่ที่ไหน? หรือว่าผมตายไปแล้วที่นี่คือนรกอย่างนั้นเหรอ” เชนกล่าวขึ้นด้วยจิตใจที่ยังคงสะท้านสั่น สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างเบื้องหน้า อย่างที่ไม่อาจละสายตาไปได้กลุ่มพลังงานสีดำทมิฬนิ่งงันไปครู่ ก่อนที่เสียงราวกับจะดังมาจากห้วงอดีตอันไกลโพ้น จะดังขึ้นในหัวของชายหนุ่มว่า…“...เจ้ายังไม่ตาย…เจ้ายังมีชีวิตอยู่...ไม่ต้องกังวลไป...ที่นี่…คือสถานที่ที่ข้าสร้างขึ้นเพื่อพูดคุยกับเจ้า” เชนได้ยินเช่นนั้นก็คลายใจลงไปหลายส่วน…ถึงแม้ความตื่นตระหนกจะยังคงอยู่และไม่ได้จางหายไปก็ตามที“ต้องการ…คุยกับผมงั้นหรือครับ?” เชนเอ่ยด้วยเสียงอันตะกุกตะกัก แม้จะพยายามที่สุดแล้วไม่ให้เป็นเช่นนี้ก็ตาม…ซึ่งเหตุผลสำคัญ…มันก็เป็นเพราะเมื่อเขามองไปยัง กลุ่มพลังงาน เบื้องหน้านี้…เขาก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึง “ความยิ่งใหญ่” บางอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้! มันเหมือนกับรอบๆ ตัวของกลุ่มพลังงานนี้…จะส่ง “พลังสะกดข่ม” บางอย่างออกมา จนทำให้เชนรู้สึกว่าตัวเขานั้นช่างเล็กจ้อยนัก!เล็กจ้อย…ราวกับมดสักตัว ที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองผืนฟ้าอันไร้สิ้นสุดยังไงยังงั้น!ในขณะที่เชนกำลังตกอยู่ในห้องอารมณ์อันแปลกประหลาด เสียงอันกังวานเก่าแก่ ก็ดังก้องขึ้นในหัวของเขาว่า…“...ถูกต้อง…ข้าต้องการคุยกับเจ้า…แต่ก่อนอื่น…ข้าขอถาม...เจ้าเป็นใคร?”เชนนิ่งอึ้งไปครู่เมื่อเจอคำถามนี้ ก่อนที่จะ…“ผม…ผมชื่อเชน...เป็น…เอ่อ…เป็นมนุษย์ครับ” เชนรู้สึกงุนงงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องตอบออกไปเช่นไร เขาจึงเอ่ยชื่อของเขาออกไปพร้อมกับบอกเผ่าพันธุ์ของตนเอง ทำให้เขาอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่แนะนำตัวกับใครแล้ว เขาบอกว่าตัวเองเป็นมนุษย์…แต่อย่างไรก็ดี…“ข้าไม่ได้หมายถึงชื่อ…หรือเผ่าพันธุ์ของเจ้า…แต่ข้าหมายถึง...สายเลือดของเจ้า..” เชนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ถึงกับต้องรู้สึกงุนงงต่อคำถามนี้ แต่จะให้ตัวตนอันลึกลับตรงหน้ารอนานไปก็คงไม่ดี ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า…“สะ…สายเลือด?…เอ่อ…ผม...ผมเลือดกรุ๊ปบีครับ”สิ้นเสียงนี้ของเชน โลกอันแปลกแยกแห่งนี้ก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปหลายอึดใจ ก่อนที่เสียงอันกังวานนั้นจะดังขึ้นว่า…“...ช่างเถอะ...” สิ้นเสียงนี้ ทุกอย่างก็ตกลงสู่ความเงียบงันชวนวังเวง เชนที่จิตใจยังคงเต้นรัวกระหน่ำไม่จางหายรวบรวมความกล้า ก่อนที่จะพูดทำลายความเงียบขึ้นว่า…“ผม…ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”“..ว่ามา..”เสียงในหัวดังกังวานตอบกลับมา ชายหนุ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นไม่น้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้ ทำให้ความตระหนกในใจของเขาเหมือนจะผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ได้คิดจะทำร้ายอะไรเขา“ไอ้...เอ่อกิ้งก่าสีดำนั่นมันเป็นยังไงบ้างครับ?…แล้วมาย…ผมหมายถึงมนุษย์ผู้หญิงเป็นยังไงบ้างครับ” เชนเอ่ยถามสิ่งที่ติดใจของเขาอยู่ออกมา“...อสูรตนนั้นไม่อาจสร้างปัญหาให้เจ้าได้แล้ว...ส่วนมนุษย์ผู้หญิงที่เจ้าว่ากับชายอีกคน…ล้วนปลอดภัยดี...” “หมายความว่าลุงวีก็ปลอดภัยสินะ…ดีแล้ว…ดีจริงๆ” เชนพูดขึ้นอย่างโล่งอก ก่อนที่จะถอนหายใจดัง “เฮ้อ” ออกมากลุ่มพลังงานลึกลับ มองสังเกตท่าทางนั้นของชายหนุ่มอยู่อึดใจ ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นในห้วงความคิดของชายหนุ่มอีกคำรบว่า…“...ทำไม…เจ้าถึงสนใจในชีวิตของผู้อื่น?…ทั้งที่เจ้าเองก็อาจจะตาย...” เชนที่ขณะนี้ความตื่นตระหนกเริ่มจะจางหายไปจนสิ้น นิ่งเงียบไปอึดใจเมื่อได้ยินคำถามนั้น ก่อนที่จะ…“ผม…ผมทิ้งคนที่ดีกับผมไม่ได้หรอก…มาย…ผมหมายถึงมนุษย์ผู้หญิงคนนั้นน่ะครับ แม้เราจะเพิ่งรู้จักกัน แต่เธอก็ดีกับผมมาก…ตอนนั้นถ้าปล่อยเธอไว้แล้วก็วิ่งหนีไป…ผมรู้ว่าผมอาจจะมีโอกาสรอด…แต่เธอต้องตายแน่นอน…ผมไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะครับอย่าเข้าใจผิด…แต่ในสถานการณ์แบบนั้น…ผมทิ้งเธอไปไม่ได้”“...เจ้า…มีความกล้าไม่น้อย...”“ความกล้าหรือครับ?…ผมเนี่ยนะ?...ไม่ใช่เลยครับ…ตรงกันข้าม…ตอนผมยืนต่อหน้ากิ้งก่านั่น…ผมสั่นไปทั้งตัว…กลัว…จนแทบจะยืนไม่ได้ด้วยซ้ำ”เชนเงยหน้ามองกลุ่มพลังงานเบื้องหน้า พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกสมเพชตัวเอง เมื่อย้อนคิดกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้…แต่อย่างไรก็ดี…“...เจ้า…คิดว่าความกล้าหาญคือสิ่งใด?…”เสียงที่ราวกับจะดังมาจากห้วงอดีตกล่าวถามมาแทบจะทันทีเชนนิ่งคิดต่อคำถามนี้อยู่ครู่ ก่อนที่จะเอ่ยตอบออกมาว่า…“มันก็คือ...การไม่กลัวอะไร…พร้อมจะสู้และเผชิญหน้ากับทุกสิ่งมั้งครับ” “...สิ่งที่เจ้าว่ามาคือความห้าวหาญไม่ใช่ความกล้า...และสำหรับข้า…ความห้าวหาญ…ไม่อาจนำมาเทียบเปรียบได้กับความกล้าได้แม้แต่นิด...” เชนมองไปยังกลุ่มพลังงานตรงหน้าด้วยความสงสัย พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า…“แล้ว…ความกล้าคืออะไรครับ?” “...ความกล้าคือสิ่งใด?...มันก็คือการกล้าเผชิญหน้า…แม้สิ่งที่เผชิญอยู่…คือสิ่งที่เจ้ารู้สึกหวาดกลัวที่สุดก็ตาม...” กลุ่มพลังงานเอ่ยประโยคนี้ออกมาอย่างเรียบง่าย…แต่สำหรับเชน…ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ จิตใจของเขากลับเกิดเสียงอื้ออึงขึ้นในบัดนี้! เพราะทันทีที่ได้ยิน เขาก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึง “ปณิธานอันแกร่งกล้า” ยากจะอธิบายที่แฝงมากับคำพูดอันเรียบง่ายนี้! คำพูดประโยคนี้…มันให้ความรู้สึกราวกับจะถูกกลั่นกรองออกมาจาก “ประสบการณ์ชีวิตอันลึกล้ำ” เกินจะทำความเข้าใจและจินตนาการถึง! และต้องเป็นผู้ที่เคยผ่านชีวิตเช่นไรมากันแน่…ถึงจะสามารถเอ่ยประโยคอันลึกล้ำ เต็มไปด้วยความหมายเช่นนี้ออกมาได้อย่างเรียบง่าย โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาครุ่นคิดแม้แต่นิด!มันเป็นเรื่องที่ยากจะพูดหรืออธิบายอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้ก็คือ ทันทีที่เขาได้ยินประโยคนี้…ขนทั่วร่างของเขาก็ต่างพากันลุกตั้งชัน!“...ผม…จะจดจำไว้ครับผู้อาวุโส!” เชนที่ได้สติจากการนิ่งค้างไปครู่ เอ่ยออกมาอย่างรู้สึกเคารพนับถืออีกฝ่าย! ก่อนหน้านี้เชนรู้สึกหวาดกลัวต่อกลุ่มพลังงานลึกลับนี้ จึงเอ่ยออกมาด้วยความสุภาพนอบน้อมมาตลอด แต่เมื่อยิ่งได้พูดคุย รับรู้ว่ากลุ่มพลังงานที่มีรูปร่างคล้ายชายวัยกลางคนไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อตน และยิ่งเมื่อได้ยินประโยคนี้ ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ ที่ขณะนี้เขาจะรู้สึกนับถือกลุ่มพลังงานเบื้องหน้าเป็นอย่างยิ่ง!“...ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าสู่วิถีแห่งพลังแต่เลือกจะเป็นมนุษย์อ่อนแอเช่นนี้...ที่ข้าเห็น...เจ้าเองก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดจนไม่กล้าต่อสู้หรือเสี่ยงภัยอันตราย...” กลุ่มพลังงานเอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งงันไปครู่ ไม่ได้ว่าอะไรที่เชนเรียกตนว่าผู้อาวุโสเชนที่กำลังรู้สึกจิตใจเร่าร้อนตื่นเต้น เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไปอย่างกะทันหันก็ถึงกับ…นิ่งค้างไปทันทีจนสุดท้าย…“ผม…ให้สัญญากับน้องสาวไว้” เชนเอ่ยออกมาด้วยเสียงเบาปานกระซิบ…โดยแท้จริงแล้ว…ตัวชายหนุ่มเองก็อยากที่จะเป็นนักล่า อยากแข็งแกร่ง เพราะโลกในเวลานี้ผู้แข็งแกร่งคือความถูกต้อง คนอ่อนแอทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งพูด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอาชีพนักล่าคืออาชีพที่ทรงเกียรติที่สุด ยิ่งแข็งแกร่ง ความยอมรับนับถือ เงินทองก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม…แต่อย่างไรก็ดี…นอกจากเหตุผลที่ว่าให้คำสัญญาไว้กับน้องสาวแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ…เพราะการเป็นนักล่านั้น มีความเสี่ยงมากมายเกินจะจินตนาการถึง และด้วย “สถานการณ์” ของน้องสาวของเขาในตอนนี้...เขาตายไม่ได้โดยเด็ดขาดกลุ่มพลังงานเงียบงันไปครู่ ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นว่า…“...แล้วหลังจากผ่านเหตุการณ์ในวันนี้...เจ้ายังคิดทำเช่นเดิมอยู่หรือไม่...” กลุ่มพลังงานราวกับอ่านความคิดของเชนออก ตัวตนอันลึกลับเอ่ยถามเชนเหมือนจะ “ทดสอบ” อะไรบางอย่างกับเขาเชนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งงันไป…ยากเหลือเกินที่จะคาดเดา ว่าขณะนี้ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่กันแน่…เขาอาจจะกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวในวันนี้ที่ได้พานพบ จนเกือบที่จะต้องจบชีวิตลงไปแล้ว…เขาอาจจะกำลังคิดถึงคำพูดเย้ยหยันของเจมส์ และอีกหลายๆ คนที่เขาได้พานพบมา…หรือไม่ก็…เขาอาจจะกำลังคิดถึง “คำสัญญา” ที่ให้ไว้กับครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของเขา…คำสัญญา…ที่เป็นเหมือนกับโซ่ตรวน ซึ่งเขามักจะใช้มันเพื่อเป็น “ข้ออ้าง” ปลอบใจตัวเองเสมอมา…ความเงียบงันเข้าปกคลุมโลกอันแปลกแยกแห่งนี้ และกลุ่มพลังงานอันลึกลับเอง ก็ไม่ได้เอ่ยเร่งเร้าอะไรทั้งสิ้น ราวกับจะต้องการให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้มีเวลาครุ่นคิด และตอบ “คำถามนั้น” ด้วยความรู้สึกแท้จริงของชายหนุ่มเอง…จนในที่สุด…“ไม่…ผมจะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว! อย่างน้อยที่สุด…ผมจะต้องแข็งแกร่งให้มากพอ! เพื่อจะให้ได้มาซึ่งในสิ่งที่ผมต้องการ การหาข้ออ้างหรือภาวนาต่อพระเจ้าอย่างเลื่อนลอยไปวันๆ ไม่ใช่คำตอบ! ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะได้มาด้วยการนั่งรอหรือภาวนา! เราจะมีโอกาสได้สิ่งที่ต้องการมา…ก็ต่อเมื่อเราเอื้อมมือออกไปไขว่คว้ามันเท่านั้น!!” เชนกัดฟันระบายสิ่งที่เขารู้แก่ใจมาเนิ่นนานออกมา! ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งเสียงดัง จนเมื่อท้ายประโยคมาถึง เสียงของเขาก็แทบจะกลายเป็นตะโกน! กลุ่มพลังงานยังคงลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว แต่ถ้าลองสังเกตสักเล็กน้อย ตรงจุดที่เป็นตำแหน่งใบหน้าของกลุ่มพลังงาน แม้จะเลือนรางจนยากจะมองเห็นได้ แต่ถ้าเรามองไม่ผิดล่ะก็…รอยยิ้มใบหน้าซึ่งมีออร่าสีดำทมิฬรายล้อม จนยากจะมองฝ่าเข้าไปนั้นกำลัง…ยิ้มหลังจากเงียบงันไปครู่ กลุ่มพลังงานนั้น อยู่ๆ ก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกมา…ประโยค…ที่ทำให้เชนถึงกับต้องเบิกตาอ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน!“...ตอบได้ดี...ถ้าเช่นนั้น...ถ้าข้าบอกกับเจ้าว่า…ข้าจะมอบพลังของข้าให้เจ้าสืบทอด...เจ้าจะว่าเช่นไร?”