"ฟ้ายังหมุนดารายังเคลื่อนชะตาเลื่อนลิขิตไม่เคยนิ่ง
ดาวตกหนึ่งแฝงรอยสาบสูญจริงเปิดปฐมมิ่งแห่งมรรคา
เงาพยากรณ์ซ่อนมารฟื้นแสงดาวชื่นกลับเยือกเย็นล้า
ผู้กล้าใดจะฝ่าชะตาท่ามกลางฟ้าร้อนเย็นเร้นเรือง"
แสงดาวกระจายเต็มท้องฟ้าในค่ำคืนที่ไร้จันทร์ เงาของยอดเจดีย์ัตัดกับท้องฟ้าลึกสีดำขลับ เสียงลมพัดมาเบา ๆ คล้ายเสียงกระซิบของเทพ์ กว่าทุกสิ่งจะกลับสู่ความสงบหลังจากวันอันหนักหน่วงของราชการ เฉินฟูฟู่ยืนนิ่งอยู่บนระเบียงพระตำหนัก มองออกไปยังท้องฟ้าไกล ที่เป็ทั้งที่มาของแรงบันดาลใจและความทุกข์ใจของเขาในขณะนี้
การรวมแคว้นทั้งสี่ภายใต้แคว้นกงเหว่ย แม้จะทำให้เขากลายเป็ผู้ครองดินแดนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ภายในใจของเฉินฟูฟู่กลับเต็มไปด้วยความกังวล และคำพยากรณ์จากนักพรตฟ้าสูงยิ่งทำให้เขารู้สึกท้อแท้ การคืนชีพของพญามาร การปรากฏของนักรบฟ้า การเสื่อมคลายของยันต์เทพ—สิ่งเหล่านี้เป็สัญญาณที่ไม่ดี และเขารู้ดีว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
“เ้าคิดอะไรอยู่ฟูฟู่?” เสียงของเถาฟาดังขึ้นข้างหลังทำให้เขาหันไปมอง
เถาฟาเดินเข้ามาใกล้ นางมองไปยังท้องฟ้าและพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ฟ้าในคืนนี้ช่างแปลก...เหมือนมีสัญญาณบางอย่างที่ยังไม่ปรากฏ”
“เ้าเห็นหรือ?” เฉินฟูฟู่ถาม ั์ตาของเขาแสดงความสงสัย
เถาฟาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความวิตกกังวล
“ไม่ใช่เพียงแค่สัญญาณที่บ่งบอกถึงการกลับมาของพญามาร แต่ยังมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่...เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังขยับทิศทางของทุกสิ่ง”
คำพูดนั้นทำให้เฉินฟูฟู่เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้ เหมือนโลกทั้งใบกำลังเคลื่อนตัวตามลมแห่งความมืดที่ไม่อาจมองเห็นได้
ใน่เวลาแห่งความเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง เฉินฟูฟู่หันไปเห็นเสวียนลั่ว ขุนนางฝ่ายเงาที่มาพร้อมกับรายงานใหม่
“ท่านผู้ครองขอรับ...” เสวียนลั่วย่อตัวลงต่ำด้วยความเคารพ ก่อนจะยื่นแผ่นหยกจารึกที่สลักด้วยอาคมโบราณให้
เฉินฟูฟู่รับมาดูแผ่นหยกนั้นอย่างไม่รีบร้อน พลางจ้องมองคำพยากรณ์ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา ดวงตาของเขาฉายแววลังเล ก่อนจะอ่านออกเสียงเบา ๆ
“ดวงดาวจะเคลื่อนตัวตามอำนาจแห่งฟ้าและดิน กว่าผู้ที่เดินตามมรรคาจะมีเส้นทางให้เลือกหนึ่งเดียว ข้ามผ่านทุ่งหญ้าดินแดนต้องห้าม พญามารจะลืมตาขึ้นอีกครั้งในดินแดนที่ไร้ชื่อ และหนทางจะถูกกำหนดด้วยดวงดาราของผู้มีชะตา”
“นี่คือสิ่งที่ข้าพยากรณ์ไว้” เสวียนลั่วกล่าว
“เส้นทางที่จะไปถึงดินแดนต้องห้ามนั้นไม่ใช่เื่ง่าย ต้องผ่านูเาหมายเลขสามที่ไม่เคยมีผู้ใดกลับมาอีกเลย”
“เส้นทางต้องห้าม...” เถาฟามองไปยังแผนที่ในมือของเฉินฟูฟู่แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ข้าเคยได้ยินชื่อมันจากคำพยากรณ์ในตำนาน มันเป็ดินแดนที่ไม่คุ้นเคยกับมนุษย์ เป็ที่ที่พลังเหนือธรรมชาติและพลังิญญายังคงมีอำนาจอยู่”เฉินฟูฟู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ
“เราต้องไปที่นั่น ข้า้าคำตอบจากแหล่งที่แท้จริง ไม่มีทางเลือกอื่น”เถาฟามองเขาอย่างเข้าใจ ก่อนจะพยักหน้า
“หากท่าน้าเดินทางในเส้นทางนี้ ข้าจะไปกับท่าน”
ในคืนนั้นเอง เฉินฟูฟู่และเถาฟาเตรียมตัวออกเดินทาง ลับจากพระตำหนักอย่างเงียบงัน ไม่มีการกล่าวคำลา ไม่มีการบอกกล่าวใด ๆ แต่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวยังคงประดับไปด้วยความเงียบงัน เฉินฟูฟู่ก้าวไปข้างหน้า ท่ามกลางเสียงลมที่พัดผ่านหุบเขาอันเงียบสงบ เสมือนเป็การก้าวออกจากเงามืดที่รอท่าทางของเขามานาน ระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนต้องห้าม ความเงียบงันยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกถึงความกดดัน ความมืดที่แผ่ขยายรอบตัว พวกเขาเดินตามทางแคบ ๆ ที่ลึกเข้าไปในป่าแห้งแล้ง
จนกระทั่งเมื่อพวกเขามาถึงชายขอบของดินแดนต้องห้าม เฉินฟูฟู่หยุดชะงัก เขามองไปยังพื้นที่รกร้างที่มีแต่ก้อนหินและพืชพันธุ์ที่เหี่ยวเฉา
“มันเป็ที่นี่...” เถาฟาเอ่ยเบา ๆ ขณะยืนข้างเขา “เป็สถานที่ที่พลังแห่งดวงดาราถูกซ่อนอยู่”
เฉินฟูฟู่ยืนเงียบ เหมือนกับว่าทุกอย่างรอบตัวหยุดชะงัก พลังบางอย่างเริ่มะเิขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ทำให้เขาััได้ถึงพลังที่ไม่สามารถบรรยายเป็คำพูดได้
"ข้ารู้สึกได้ถึงบางสิ่ง..." เขาพูดเสียงเบา
เถาฟามองไปที่ท้องฟ้าด้วยความวิตกกังวล ก่อนจะพยักหน้า “ระวังตัวให้ดี ข้าไม่แน่ใจว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไร”
ทันใดนั้นเอง สายลมเริ่มพัดแรงขึ้น เสียงดังก้องและรอยแยกที่เกิดจากการขยับตัวของพื้นดินเริ่มลุกลามเข้ามาใกล้
“ระวัง!” เสียงของเถาฟาดังขึ้น
เฉินฟูฟู่ยกมือขึ้นและใช้พลังเพื่อหยุดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่มันกลับยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก เสียงดังกึกก้องและแสงสว่างที่สาดเข้ามาจากด้านล่างราวกับฟ้าจะถล่มลงมา
ในขณะนั้นเอง เสียงกระซิบที่เบาหวิวและเยือกเย็นก็ดังขึ้นในใจของเฉินฟูฟู่
“ท่านจะต้องไปให้ถึง... ท่านจะต้องพบดวงดาราแห่งฟ้าลิขิต”
เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับแสงที่ะเิออกมา ละอองแสงที่เปล่งประกายจากพื้นดินก่อตัวเป็รูปร่างบางอย่าง ที่ร่างนั้นค่อย ๆ เปิดเผยตัวตน...
สิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้า... คือธิดาเทพเจี้ยนถางฟา
ธิดาเทพเจี้ยนถางฟามีรูปร่างโปร่งแสง ร่างกายประดับด้วยเกล็ดทองคำที่ส่องประกายแสงนวล สายลมพัดผ่านผมยาวสีเงินที่สะบัดไปมา ราวกับท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาวฤกษ์
"ข้าเป็ผู้ส่งสารของฟ้า... ข้าได้รับคำสั่งจากเทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่" เสียงของธิดาเทพเจี้ยนถางฟาดังขึ้นในใจของเฉินฟูฟู่
“เ้ามีชะตากำหนด...” นางกล่าวต่อ “และข้าจะให้คำทำนายใหม่ที่เกี่ยวกับลูกในครรภ์ของเซียวหู่หลี่”
เฉินฟูฟู่สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อของเซียวหู่หลี่
“ลูกในครรภ์ของเซียวหู่หลี่... จะมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ แต่จะนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่” ธิดาเทพเจี้ยนถางฟากล่าวต่อ “เ้าจะต้องเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้น... โลกนี้จะตกอยู่ในมือของพญามาร”
เฉินฟูฟู่รู้สึกเหมือนกับว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายลง เขาเริ่มเข้าใจถึงบทบาทของเขาที่ยิ่งใหญ่และอันตรายเกินกว่าที่เขาคาดคิด
ในขณะเดียวกัน เสียงของอาจารย์เฒ่าเกาจิน โหรผู้ล่วงรู้ฟ้าก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของท้องฟ้า
“เส้นทางแห่งชะตาจะถูกกำหนดตามดวงดารา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเดินหน้าต่อไป...” เสียงทุ้มต่ำและเคร่งขรึมของอาจารย์เฒ่าเกาจินสะท้อนผ่านความมืดในใจของเฉินฟูฟู่ เขารู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับได้ แม้จะมีคำเตือนจากดวงดาราที่มองไม่เห็น คำทำนายที่บอกว่าเขาจะต้องเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง หรือโลกนี้จะตกอยู่ในมือของพญามาร
แสงที่ะเิขึ้นจากพื้นดินค่อย ๆ สลายตัว กลายเป็ภาพของธิดาเทพเจี้ยนถางฟาที่ยืนอยู่ในท่าทางสง่างาม อำนาจของนางยังคงเต็มเปี่ยมในอากาศ แต่ทุกคำพูดที่เธอเอ่ยกลับชัดเจนในใจเขา
“เมื่อดวงดาราปรากฏ ท่านจะเห็นเส้นทางที่มืดมิดและอันตราย แต่ในท้ายที่สุด... ดวงดาวจะนำท่านไปสู่การตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่” ธิดาเทพเจี้ยนถางฟาเอ่ยคำสุดท้าย ก่อนจะหายไปในแสงวาบนั้น
เฉินฟูฟู่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัด ภาพของดวงดาราที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเบื้องบนเหมือนจะยังคงมองลงมาที่เขา ราวกับมีการทดสอบที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า
"ฟ้าลิขิตหรือ... มันไม่ง่ายเลยที่จะเชื่อ" เฉินฟูฟู่กระซิบกับตัวเอง ท่ามกลางลมที่พัดผ่าน เขาตัดสินใจหันไปมองเถาฟา
“การเดินทางของเรา... จะไม่มีทางง่ายแน่นอน” เขาพูดด้วยเสียงต่ำ ก่อนจะยกมือขึ้นสู่ท้องฟ้า
“แต่หากนี่คือชะตา ข้าจะเดินไปจนถึงที่สุด”
เถาฟามองเขาด้วยความเข้าใจ และทั้งสองก้าวเดินต่อไปในความมืด พวกเขารู้ดีว่าเส้นทางที่พวกเขาจะต้องเดินนั้น เต็มไปด้วยความลึกลับและความท้าทายที่ยังไม่สามารถคาดเดาได้ ก่อนที่พวกเขาจะออกจากชายแดนของดินแดนต้องห้าม เสียงคำทำนายสุดท้ายจากธิดาเทพเจี้ยนถางฟาก็ดังขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง
“เมื่อความมืดครอบงำ... จงจดจำไว้ในใจ สิ่งที่ท่านเห็นไม่ใช่เพียงความจริง แต่เป็บททดสอบแห่งชะตาที่ท่านต้องผ่านไปให้ได้”
ท้องฟ้าเริ่มส่องแสงอ่อน ๆ เมื่อเงาของทั้งสองค่อย ๆ ล่องลอยไปในความมืด ราวกับว่าทุกสิ่งในจักรวาลนี้จะต้องเดินตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้ว...
"แม้ดวงดาราจะชี้หนทางแห่งโชคชะตา แต่ผู้ที่กล้าเดินสวนลมฟ้าจึงคือผู้เปลี่ยนโลก"
Wisan-Mars