บทที่ 11 หลังจากวันนี้ไป ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี
รอบด้านตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
เหล่านักรบแห่งแคว้นชิงซงที่เคยหัวเราะร่าเมื่อครู่รอยยิ้มค่อยๆ แข็งค้าง ดวงตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เคยคาดคิดเลยว่าฟางเฉินจะกล้าลงมือสังหารคนของแคว้นชิงซงจริง ๆ โหย่วหลงชางและลูกน้องต่างพากันอึ้งงัน
สมาชิกในขบวนเกียรติยศของฮองเฮาก็ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นไม้ เหล่าราษฎรต้าเซี่ยที่อยู่รอบ ๆ ต่างพากันเอามือปิดปาก ดวงตาเบิกโพลง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักรบแห่งแคว้นชิงซงทำตัวกร่างระรานไปทั่วในเมืองหลวง พวกเขาเห็นเื่แบบนี้มาจนชินตา ในใจแม้จะเคยจินตนาการถึงการสับร่างพวกมันให้เป็หมื่นชิ้น แต่ก็รู้ดีว่าเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ การสังหารคนแคว้นชิงซงจะนำมาซึ่งการล้างแค้นอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งต้าเซี่ยในตอนนี้ไม่อาจทานทนรับไหวแต่ทว่ายามนี้ พวกเขากลับได้เห็นนักรบแห่งแคว้นชิงซงตายด้วยน้ำมือของฟางเฉินกับตาตัวเอง
ความตกตะลึง ความมึนงง แต่สิ่งที่ตามมาติด ๆ คือความดีใจจนแทบบ้า และความสะใจที่ได้ระบายความแค้นออกมา!
"ฟางเฉิน เ้ากล้าดีอย่างไร!" นักรบแห่งแคว้นชิงซงคนหนึ่งะโออกมาด้วยความโกรธแค้น
ฟางเฉินถือกระบี่เดินมุ่งหน้าไปหาคนผู้นั้น ราษฎรโดยรอบต่างหลีกทางให้ตามสัญชาตญาณ
ฉัวะ!
ศีรษะอีกหนึ่งหลุดกระเด็น นักรบแห่งแคว้นชิงซงที่มีตบะเพียงขั้นหนิงชี่ผู้นี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าฟางเฉินแล้ว กลับไร้ซึ่งกำลังจะขัดขืนใด ๆ
"พวกเ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้า ไม่กลัวแคว้นชิงซงของข้าจะบุกมาล้างบางต้าเซี่ยให้สิ้นซากหรือไง!!" นักรบแห่งแคว้นชิงซงคำรามลั่นด้วยความแค้นเคือง
"ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าไม่อยากเห็นนักรบแห่งแคว้นชิงซงแม้แต่คนเดียวในเมืองหลวงต้าเซี่ย" ฟางเฉินกล่าวเรียบ ๆ
ท่ามกลางฝูงชน มีเงาร่างหลายสายพยักหน้าเบา ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ก่อนจะหายตัวไปราวกับภูตผี คอยลอบปาดคอนักรบแห่งแคว้นชิงซงในบริเวณใกล้เคียงอย่างเงียบเชียบ ราษฎรต้าเซี่ยที่เห็นภาพนี้ ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำ ลมหายใจเริ่มหนักหน่วง สายตาเริ่มมองหาเงาร่างของนักรบแห่งแคว้นชิงซงรอบ ๆ โดยไม่รู้ตัว
"ท่านแม่ทัพ พวกเราควรทำอย่างไรดี?" ลูกน้องคนหนึ่งของโหย่วหลงชางถามขึ้นทันที
"ทำอย่างไรงั้นหรือ?" โหย่วหลงชางยังคงมึนงงเล็กน้อย
"พลังของท่านเทพาฟางฟื้นคืนแล้ว พวกเราย่อมไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวแคว้นชิงซงอีก จะปล่อยให้พวก
มันมาทำตัวกร่างในเมืองหลวงได้อย่างไร? พวกเราควรให้ความร่วมมือกับท่านเทพา สังหารพวกมันให้หมด!" ลูกน้องคนนั้นกระซิบ
"แต่ว่า..."
โหย่วหลงชางกัดฟันแน่น เื่นี้ใหญ่หลวงนัก เขาไม่กล้าตัดสินใจโดยพลการ การจะสังหารนักรบแห่งแคว้นชิงซงจำเป็ต้องมีราชโองการจากฮ่องเต้เท่านั้น
"ท่านแม่ทัพ น้องชายของข้า... ก็ถูกพวกนักรบแห่งแคว้นชิงซงทุบตีจนตายกลางถนนในเมืองหลวงนี่แหละขอรับ" ลูกน้องคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"บัดซบเอ๊ย ช่างมันเถอะ!"
โหย่วหลงชางแผดเสียงคำราม "ทหารค่ายพยัคฆ์ประจิมจงฟังคำสั่ง!"
"ขอรับ!" เสียงตอบรับดังสนั่นหวั่นไหว
"เราจะตามท่านเทพาฟางไป วันนี้เราจะฆ่าไอ้พวกนักรบแห่งแคว้นชิงซงในเมืองหลวงให้หมดสิ้น!"
ดวงตาของโหย่วหลงชางค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยสีเื ราวกับย้อนกลับไปยังวันเวลาที่รบพุ่งอยู่ในสมรภูมิ กลิ่นอายสังหารอันน่าสยดสยองวนเวียนรอบกายเขาอย่างบ้าคลั่ง!
"น้อมรับคำสั่ง!!!"
สิ้นเสียง โหย่วหลงชางก็นำลูกน้องติดตามฟางเฉินไป มุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งที่นั่นมีสำนักยุทธ์ที่เปิดโดยแคว้นชิงซง และเป็ที่รวมตัวหลักของพวกมัน!
ราษฎรนับไม่ถ้วนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันติดตามไป แม้ตอนนี้จะไร้อาวุธในมือ แต่ความแค้นที่สะสมมานานถึงห้าปีเต็ม ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนมีพลังเหลือล้นขึ้นมาทันที!
"ฮองเฮา... ท่านชายเขา..." นางกำนัลมองฮองเฮาด้วยความตกตะลึง
ฮองเฮานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งหัวหน้าองครักษ์ขบวนเกียรติยศ "นำคนตามเฉินเอ๋อร์ไป เขาจะฆ่านักรบแห่งแคว้นชิงซง พวกเ้าก็ช่วยเขาสังหารด้วย"
"พะยะค่ะ!" หัวหน้าองครักษ์พยักหน้าอย่างตื่นเต้น จากนั้นทิ้งองครักษ์ไว้เพียงไม่กี่คนเพื่อคุ้มครองฮองเฮา แล้วก็นำคนที่เหลือเร่งตามฟางเฉินไป
"หลังวันนี้ไป ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสีแล้ว" ฮองเฮาพึมพำกับตัวเอง
"ฮองเฮา... ในวังอาจจะมีคนใช้เื่นี้มาโจมตีพระองค์นะเพคะ..." นางกำนัลกล่าวด้วยความกังวล
ฟางเฉินเป็หลานชายของฮองเฮา บัดนี้ระหว่างทางกลับบ้านกลับลงมือสังหารหมู่คนแคว้นชิงซง เื่นี้หากบานปลายย่อมส่งผลกระทบถึงฮองเฮาแน่นอน โดยเฉพาะพระสนมหัวกุ้ยเฟยที่ไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปแน่
"บางคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ก่อนที่ข้าจะเข้าวัง ข้าก็คือคนของตระกูลฟางเช่นกัน"
ฮองเฮายิ้มบางดวงตาฉายแวววับราวกับสายฟ้า แหวนหยกที่ทรงถือเล่นอยู่ในมือพลันแตกละเอียดเป็ผุยผง ร่วงหล่นจากปลายนิ้วของนาง
…
สำนักวรยุทธชั้นสูงชิงซง
กินพื้นที่กว้างขวางมาก เดิมทีที่นี่เคยเป็สถานที่ราชการของต้าเซี่ย แต่หลังจากพ่ายแพ้าเมื่อห้าปีก่อน แคว้นชิงซงก็ได้ร้องขอสถานที่นี้ไปเพื่อเปิดสำนักยุทธ์ขึ้น
การใช้ชื่อว่า "ชั้นสูง" ก็เพื่อประกาศศักดาว่าพวกเขาคือชนชั้นสูง ส่วนราษฎรต้าเซี่ยคือชนชั้นต่ำที่ไร้ค่า
ที่นี่คึกคักเป็พิเศษ นักรบแห่งแคว้นชิงซงนับพันคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงเก้าในสิบส่วนมักจะมาคลุกคลีอยู่ที่นี่
"เหอะ ๆ พวกเ้าว่าเทพธิดาเซียวจะมาพักที่นี่ไหม?"
"มาแน่นอน เ้าสำนักของพวกเราคือคนเก่าคนแก่ในกองทัพหมาป่า เคยติดตามท่านแม่ทัพหมาป่าอันดับหนึ่งไปสยบฟางเฉินที่เขาสามภพมาแล้ว"
"ได้ยินว่าเทพธิดาเซียวงดงามไร้ที่เปรียบ คราวนี้ถือว่าฟางเฉินโชคดีเสียจริง"
"อย่าพูดอย่างนั้นสิ ถ้าฟางเฉินกลายเป็คนของแคว้นชิงซงเรา ต้าเซี่ยแห่งนี้ก็จะไม่เหลือความหวังใด ๆ อีก พวกเราแคว้นชิงซงจะบุกย่ำยีดินแดนนี้ ในไม่ช้า ฮ่าฮ่าฮ่า!"
ในโถงใหญ่ กลุ่มนักรบแห่งแคว้นชิงซงกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พลางหัวเราะร่าเป็ระยะ เหล่าบ่าวรับใช้ที่เดินอยู่ท่ามกลางคนเ่าั้ต่างพากันตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว
เพราะพวกเขาคือชาวบ้านต้าเซี่ยที่จำต้องมาคอยรับใช้คนเหล่านี้ หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว อาจจะคอขาดได้ในพริบตา
ทันใดนั้น มีนักรบผู้หนึ่งคนหนึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ
"ข้างนอกทำไมเอะอะจัง?" เขาใจขึ้นเดินไปดูข้างนอก แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
"เกิดอะไรขึ้น?" มีคนถาม
"คน... คนเยอะมาก..." จอมยุทธ์คนนั้นพึมพำ "ดูเหมือนพวกมันจะมุ่งหน้ามาทางเรา"
คนเยอะมากงั้นหรือ?
กลุ่มนักรบจากแคว้นชิงซงรีบไปรวมตัวกันที่ประตู และต้องใกับขบวนแถวที่ยาวเหยียดตรงหน้า
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านี้ หลายคนเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา แต่พวกเขาก็เห็นทหารในชุดเครื่องแบบ และบางคนจำฟางเฉินที่เดินนำหน้าสุดได้
"นั่นฟางเฉินไม่ใช่หรือ?"
"เื่ไม่ชอบมาพากลแล้ว ข้าจะไปแจ้งเ้าสำนัก!" ใครบางคนรีบวิ่งออกไป
ขณะนั้น ฟางเฉินมาถึงหน้าสำนักวรยุทธชั้นสูงชิงซงแล้ว เขามองดูป้ายสำนักครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเรียบ ๆ "แม่ทัพโหย่ว ปลดป้ายลงมา"
"ขอรับ!" โหย่วหลงชางะโขึ้นสูง ชกหมัดเดียวใส่ป้ายจนหักกระจายเป็เศษเล็กเศษน้อยร่วงลงสู่พื้น
"พวกเ้ากล้าดีอย่างไร!" นักรบแห่งแคว้นชิงซงที่หน้าประตูเห็นภาพนี้ก็โกรธจนเืขึ้นหน้า ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็สีแดงก่ำ
"ฆ่า" ฟางเฉินสั่ง
"ท่านเทพาฟาง... แน่ใจนะ?" โหย่วหลงชางที่เดินตามมาตลอดทางเริ่มใจเย็นลงและเริ่มคิดถึงผลได้ผลเสีย
"อย่าพูดมาก" ฟางเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย
โหย่วหลงชางรู้สึกว่าตนเองถอยไม่ได้แล้ว ยามนี้ทำได้เพียงเลือกทางเดียว วินาทีต่อมาเขาแผดเสียงะโ
"ฆ่า!!!"
เขานำหน้าทหารพุ่งเข้าใส่สำนักวรยุทธชั้นสูงชิงซงทันที!
จอมยุทธ์แคว้นชิงซงที่ถูกโจมตีก่อนยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกคลื่นมนุษย์ถมทับจนมิด แต่ละคนถูกฟันไม่ต่ำกว่าสิบแผล แสดงให้เห็นว่าความเกลียดแค้นที่ชาวต้าเซี่ยมีต่อนักรบจากแห่งแคว้นชิงชงรุนแรงเพียงใด
โหย่วหลงชางเปิดทางอยู่ด้านหน้า ฟางเฉินเดินตามไปอย่างเยือกเย็น ราษฎรต่างติดตามฝีเท้าของฟางเฉินอย่างใกล้ชิดด้วยความรู้สึกที่ทั้งหวาดกลัวและตื่นเต้น
นักรบแห่งแคว้นชิงซงเริ่มตั้งหลักได้และเริ่มโต้กลับทันที ในขณะเดียวกัน เงาร่างหนึ่งก็เร่งรีบมาถึง เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็คำรามลั่น
"หยุดมือให้หมด!"
คนผู้นี้คือ สำนักวรยุทธชั้นสูงชิงซง ‘เซียวเทียนชื่อ’
เขาไม่ใช่คนในตระกูลเซียว แต่ติดตามแม่ทัพหมาป่าเซียวออกรบั้แ่เด็ก จึงได้รับพระราชทานนามสกุลเซียวมา!