“พี่คะ”ลีเช่เดินออกมาจากบ้านในชุดไปรเวทสีขาวน่ารักพร้อมด้วยกระเป๋าถือสีชมพูหลังจากได้รับโทรศัพท์จากพี่ชายเมื่อไม่กี่นาทีก่อนให้เธอแต่งตัวไว้
“ลีเช่” ลีออนลงจากรถโดยไม่แม้แต่จะหันมาปิดประตูเข้าสวมกอดน้องสองของตน ริชชี่เปิดประตูอีกฝั่งลงมามองไปทางทั้งสองคนอย่างเหนื่อยใจ
ริชชี่ยืนค้ำรถลีมูซีนสีดำรอทั้งสองพูดคุยกันสักพักลีออนชี้นิ้วมาชายชายผมน้ำตาลที่ยืนหน้าซังกะตายพลางเอาหน้าเกยหลังคารถลีเช่ค้อมศีรษะทักทายอีกฝ่ายริชชี่พยักหน้ารับพลางคิดในใจ ‘มิน่าเล่าถึงได้มีแฟนคลับเยอะขนาดนั้น ไม่แปลกใจเลยก็สวยแถมยังสง่างามซะขนาดนี้’ภาพของจอมเวทรุ่นเยาว์ตรงหน้าคล้ายกับมีประกายรัศมีอันสูงส่งสะท้อนเข้ามาในดวงตาเขา
“ไปกันเถอะจัดการอะไรให้เรียบร้อยแล้วเราไปหาอะไรกินกัน...แค่สองคน”
“ค่ะ พี่”
ทั้งสามขึ้นรถก่อนที่เ้าของรถจะออกคำสั่งกับคนขับให้ไปยังจุดหมายต่อไประหว่างที่นั่งอยู่ในรถสำหรับบางคนนั้นอาจจะรู้สึกว่ามันช่างแสนสั้นทว่ากับบางคนกลับรู้สึกตรงข้ามแถมยังอึดอัดอีกต่างหาก ราวกับว่าตัวเองเป็ส่วนเกินอย่างไรอย่างนั้น
“เป็ยังไงบ้างคะพี่การสอบน่ะ” ลีเช่เขยิบเข้ามาชิดลีออนแม้จะมีที่ว่างมากมาย ลำตัวของทั้งสองแนบกันแขนเรียวขาวเกาะแขนแกร่งแน่นเหมือนกับไม่อยากให้อีกฝ่ายหายไป
“ตอนแรกก็มีกังวลบ้างโดนเฉพาะตอนสอบข้อเขียน บอกตรงๆพี่ไม่รู้เื่เลย อ๊ะแต่ไม่ใช่ความผิดของน้องหรอกนะ แต่หลังจากนั้นก็สบายๆถึงจะเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นมาก็ตามสุดท้ายก็จบลงด้วยดี”
ทั้งสองคุยกันไปเรื่อยๆไม่มีทีท่าจะหยุดจนรถหรูเลี้ยวเข้ามายังสถานที่แห่งหนึ่งอาคารสีขาวสี่ชั้นขนาดใหญ่กินพื้นที่แนวราบไปหลายไร่
“ถึงแล้วที่นี่แหละ”ริชชี่เดินนำออกมาจากรถตามด้วยลีออนที่มีลีเช่เกาะอยู่ชายผมน้ำตาลหันมาก่อนจะผายมือไปด้านหลัง “ยินดีต้อนรับสู่ศูนย์วิจัยของบริษัท Magic Best เชิญ”
ริชชี่เดินนำเข้ามาภายในอาคาร“ต้องขอโทษด้วยที่พ่อ...หมายถึงท่านประธานไม่ได้มาต้อนรับด้วยตัวเองพอดีท่านติดธุระ” เขากดลงไปบนเลขชั้นลิฟต์ค่อยๆเคลื่อนตัวลงลงไปยังจุดหมายจากตอนแรกที่พวกเขาอยู่นั้นน่าจะเป็ชั้น1แต่ตอนนี้เหมือนว่าลิฟต์กำลังเลื่อนลงเดาได้ไม่ยากว่าพวกเขากำลังไปยังใต้ดิน
“สิ่งที่พวกนายจะได้เห็นคือความลับของบริษัท...อย่าเอาไปเล่าให้ใครฟังล่ะ”พร้อมกันนั้ประตูลิฟต์เปิดออก พวกเขาก้าวตรงเข้าไปยังห้องสุดท้ายระหว่างทางพวกเขาเห็นบุคคลในชุดกาวน์สีขาวคล้ายนักวิทยาศาสตร์ในแต่ละห้องหมกมุ่นกันสิ่งของตรงหน้า
เมื่อมาถึงสุดทางมันเป็ประตูฝั่งซ้ายมีแท่นยื่นออกมาพร้อมกับช่องเสียบบัตรริชชี่จัดการรูดบัตรและกดรหัสอย่างรวดเร็วประตูตรงหน้าเปิดพร้อมไฟติดขึ้น
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาคือเครื่องบางอย่างที่ทำด้วยชิ้นส่วนโปร่งใสทำให้มองเห็นภายในตรงกลางของเครื่องมีแผงวงจรเวทมนต์ติดอยู่
“ที่ฉันพูดอยู่ตลอดให้นายฟังมันคือเครื่องวัดประสิทธิภาพแผงวงจรยังไงล่ะ”ริชชี่หลีกทางให้ชายหนุ่มเข้ามาดูใกล้ๆ เขาเห็นท่อโปร่งใสรวมทั้งหน้าจอใสปรากฏจากความว่างเปล่าเหนือเครื่องวัด
“มันทำงานยังไงอธิบายให้ฟังหน่อยสิ”
“อืม นั่นสินะเอาแบบรวบรัดเลยแล้วกันปกติแล้วเวลาที่มันทำงานเราจะมองไม่เห็นการไหลของกระแสเวทมนต์ใช่ไหมแต่เ้าเครื่องนี่จะช่วยอำนวยในด้านนั้นวัสดุที่ใช้ทำเครื่องนี่จะทำให้เรามองเห็นการไหลของเวทมนต์ได้ในขณะที่มันใช้งาน”
ลีออนถึงกกับเบิกตากว้างเพราะนี่มันเหมือนพลังของดวงตาขวาของเขาก็มิปาน
“งั้นถ้าสมมติเราใช้วัสดุนี่มาทำเป็อุปกรณ์และมองไปที่คนที่กำลังใช้เวทมนต์อยู่ก็จะมองเห็นการทำงานของเวทมนต์นั้นๆน่ะสิ”
“ฮ่าฮ่า จะบ้าหรอทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน” ริชชี่ตอบกลับราวกับว่าสิ่งที่เขาพูดมันเป็คำถามของเด็กอนุบาล
“ที่เ้าเครื่องนี่ทำให้มองเห็นได้มันคือเวทมนต์ที่ไม่บริสุทธ์ที่ผ่านตัวกรองเครื่องมาแล้ว”
ชายหนุ่มอ้าปากค้างเขาอยากจะหัวเราะออกมาและะโว่า ‘ไม่เข้าใจโว้ย’ ให้สุดเสียงเสียตรงนี้ ราวกับรู้ว่าพี่ชายกำลังคิดอะไรลีเช่กล่าวด้วยน้ำเสียงน่าฟัง
“พี่คะน้องจะอธิบายให้ฟังเองค่ะ เวลาที่มนุษย์เราใช้เวทมนต์จะดูดอนุภาคเวทมนต์มาจากอากาศผ่านิัที่ทำหน้าที่เป็ตัวคัดกรองจากนั้นก็ปล่อยออก เรียกว่าเป็เวทมนต์บริสุทธ์ค่ะแต่ที่อุปกรณ์ใช้เวทมนต์เอามาใช้คืออนุภาคเวทมนต์ที่ไม่บริสุทธ์ที่ดูดมาจากอากาศค่ะ”
ลีออนพยักหน้าช้าพยายามทำความเข้าใจคำพูดของน้องสาว
“งี้เองแล้วทำไมถึงไม่ใช้เวทมนต์บริสุทธ์ล่ะ”
“เพราะมันมีอนุภาพรุนแรงเกินไปยังไงล่ะ”คราวนี้ผู้ตอบเป็ริชชี่
“ถ้าใช้เวทมนต์บริสุทธ์เหมือนที่มนุษย์ใช้ล่ะก็ไมโครเวฟจะสามารถทำให้ของที่นายอุ่นเกรียมได้ในเสี้ยววินาทีหรือไม่ตัวไมโครเวฟเองก็จะะเิไปเลยมีคนคิดจะทำอยู่นะแต่ผลลัพธ์ก็ออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่”
“แล้วถ้าสมมติสมมตินะ สามารถเอาเวทมนต์บริสุทธ์มาใช้ได้จริงๆล่ะ”
ไม่มีใครพูดอะไรตอบไปไม่ทราบว่าเพราะอึ้งหรือกำลังใช้ความคิดกันแน่
“ลีออนนายรู้รึเปล่าว่าทำไมมันถึงเป็เครื่องใช้ไฟฟ้ากึ่งเวทมนต์ไม่ใช่เครื่องใช้เวทมนต์เพียวๆ”
“ละฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ”
“เหตุผลก็เพราะเครื่องกรองเวทมนต์มันต้องใช้ไฟฟ้าในการกรองเวทบริสุทธ์ออกยังไงล่ะถ้าไม่มีเครื่องกรอง และอุปกรณ์ใช้ได้ทั้งเวทบริสุทธ์และไม่บริสุทธ์นั่นแหละจะเป็เครื่องใช้เวทมนต์แบบเพียวๆได้”
ลีออนจ้องเครื่องจรงหน้าตาไม่กระพริบตอนนี้มีคำถามหลากหลายเข้ามาให้หัวให้เขาคิดตอนแรกเขาคิดว่ามันจะเป็อะไรที่น่าเบื่อหน่ายแต่ดูเหมือนจะคิดผิดถนัด เื่นี้มันน่าสนใจกว่าที่คิด
“ริชชี่เปิดเครื่องที่ ฉันอยากทดสอบอะไรหน่อย”
ชายหนุ่มไม่พูดพล่ามเดินเข้าไปเปิดเครื่องทันทีที่เปิดเครื่องทั้งสามเห็นบางอย่างคล้ายกระแสไฟฟ้าหลายสีวิ่งผ่านตัวแผงวงจรไปตามส่วนต่างๆก่อนจะกระจายออกรอบข้างกระแสนั้นมีสีค่อนข้างทึบ บัดนี้ลีออนหลับตาซ้ายลงเพ่งสมาธิไปยังตาขวาก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นปรากฏลูกไฟดวงเล็กๆบนฝ่ามือ
“ต่างกันจริงๆด้วยกระแสเวทมนต์ในเครื่องมันทึบกว่าส่วนกระแสเวทมนต์ที่ใช้จากร่างกายมันสว่างและสดใสงี้เองสินะ” เขาพึมพำบางอย่างพอให้ตัวเองได้ยิน แม้จะสงสัยว่าอีกฝ่ายบ่นอะไรแต่ั้แ่แรกที่ตกลงกันไว้ริชชี่จึงไม่ได้เข้าไปถามหรือซักไซร้อะไร
ลีออนมองสลับเครื่องกับลูกไฟในมือสักพักก่อนจะดับมันลงสองตาเพ่งมองแผงวงจรในเครื่อง “งั้นแบบนี้นายยัง้าให้ฉันช่วยอีกหรอแค่ลองผิดลองถูกเอาเองก็น่าจะได้...”
“ปัญหาคือเวลาและความปลอดภัยต่างหากจริงอยู่แค่ลองผิดลองถูกเพิ่มชิ้น ถอดออกและเอามาใส่เครื่องตรวจสอบมันก็ได้อยู่แต่ลองคิดสิว่าทำแบบนั้นมันใช้เวลามากแค่ไหน เราไม่สามารถประกอบแผงได้ภายในเครื่องจะต้องเอาออกมาทำข้างนอกและใส่ใหม่ทุกครั้งนี่ยังไม่ได้รวมถึงจะต้องทำให้แน่ใจด้วยว่ามันปลอดภัย ไม่ใช่ว่าใส่เข้าเครื่องแล้วทำเอาเครื่องะเิขึ้นมาแบบนั้นเราคงเสียหายมหาศาลเลย เพราะราคาของมันไม่ใช่ถูกๆแบบนี้ไงเราถึงอยากให้นายช่วยถ้านายมองเห็นการทำงานของมันได้จริงเราจะได้ประกอบด้านนอกและเอาเข้าเครื่องทีเดียวไปเลยไม่ต้องเสียเวลา”
“เข้าใจแล้วฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็อยากมาโกรธกันล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงถ้ามันไม่สำเร็จจริงๆ ไว้ค่อยว่ากันอีกที”
แม้จะไม่ชัดเจนทว่าแวบหนึ่งเขาเหมือนได้ยินเสียงท้อแท้มาจากอีกฝ่ายตอนนั้นเองลีออนล้วงเข้าไปหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
“จะว่าไปเมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งได้ของอย่างหนึ่งมา”เด็กหนุ่มแบมือเผยให้เห็นแผงวงจรเวทที่ต่างจากของในเครื่องโปร่งใส ริชชี่หยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะหยิบแว่นขยายพกพาขึ้นส่องเหมือนกับผู้เชี่ยวชาญอย่างไรอย่างนั้น
“นี่มันแผงวงจรเวทของอาวุธนี่นายไปได้มันมาได้ยังไงปกติแล้วมีแต่บริษัทหรือผู้ที่มีใบอนุญาติเท่านั้นถึงจะได้”
ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากแผงวงจรเวทที่ลีออนขอมาจากกองทัพคราวที่เอาของไปส่งให้พิทักษ์หลังจากรอมานานในที่สุดก็ได้เวลาทดลองกับมันสักที
“ไม่ต้องห่วงฉันได้มันมาอย่างถูกต้องแน่ๆเื่นั้นช่างมันเถอะช่วยบอกข้อแตกต่างของแผงวงจรธรรมดากับเ้านี่ทีได้ไหมฉันลองหาๆดูแล้วแต่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”
“ไม่ใช่เื่ยากหรอก...”เขาส่งมันคืนให้เ้าของ
“อย่างแรกนายรู้ใช้ไหมว่าแผงวงจรเวทปกติเวลาที่มีกระแสเวทส่งเข้าไปสุดท้ายแล้วมันจะส่งพลังงานกระจายออกด้านข้าง”เขาเว้นจังหวะให้ลีออนทำความเข้าใจก่อนพูดต่อ
“แต่เ้านี่น่ะมันจะรับทางหนึ่งและส่งไปยังอีกทางหนึ่งโดยไม่กระจายออกหลักการง่ายๆแผงวงจรเวทปกติจะส่งพลังงานให้ไปหล่อเลี้ยงทั้งตัวอุปกรณ์แต่แผงวงจรอาวุธจะส่งไปทางใดทางหนึ่งเพื่อเพิ่มอนุภาพในการทำลายล้าง”
“ข้อที่สองอย่างที่บอกไปว่าแผงวงจรปกติจะใช้ได้แค่เวทมนต์ที่มีการปนเปื้อนเพราะอนุภาพของเวทบริสุทธ์มันรุนแรงเกินไปตรงข้ามกับสิ่งนี้ที่เน้นประสิทธิภาพการทำลายล้างจึงรับเวทได้ทั้งสองแบบแต่ก็ต้องคำนวนและกะประมาณดีๆด้วยไม่งั้นถ้าอัดเวทไปมั่วๆตัวอาวุธจะะเิคามือได้...นี่คือสองข้อหลักๆ”
ริชชี่ยิ้มเมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ
“อยากฟังเื่ตลกไหมล่ะเมื่อก่อนเคยมีตำรวจคนหนึ่งไม่เข้าใจถึงข้อแตกต่างพวกนี้และพยายามเอาแผงวงจรอาวุธใส่แทนวงจรปกติที่พังไปแล้วเพราะไม่อยากซื้อใหม่ผลคือหอพักตำรวจเกิดการะเิเพลิงไหม้ลุกท่วมทั้งชั้น โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตส่วนนายตำรวจคนนั้นก็แขนขาดเกือบตายโชคดีที่การแพทย์ก้าวหน้าเลยรอดกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้”
แม้จะบอกว่าเป็เื่ตลกแต่สำหรับคนอื่นบางคนอาจจะร้องซี๊ดเพราะความเสียวว่าหากพลาดไปอาจจะะเิส่งคนใกล้ไปทัวร์นรกได้เลย
จู่ๆมุมปากของลีออนค่อยๆยกขึ้นสมองหลังจากแล่นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่ทำให้เขาคิดอะไรบางอย่างได้
“ฉันจะช่วยนายแบบถึงไหนถึงกันแต่ว่าฉันขอเพิ่มข้อแม้หน่อยจะได้ไหม”
“ไม่มีปัญหาว่ามาเลย แต่เดิมแล้วงานนี้ฉันก็ไม่คิดจะให้นายทำให้ฟรีๆอยู่แล้วแต่อย่าเรียกแพงนักล่ะ ทางฉันเองก็ต้องประหยัดงบด้วยเหมือนกัน”
“ไม่ต้องห่วงมันไม่ใช่เื่เงินหรอกที่ฉันจะขอก็คือหลังเสร็จงานแล้วจะขอยืนห้องทดลองของนายหน่อยได้ไหม...กับวัสดุอุปกรณ์อีกนิดหน่อย”ลีออนหรี่ตาลงจ้องไปยังเ้าของสถานที่
รถลีมูซีนแล่นออกจากศูนย์วิจัยโดยมีริชชี่ยืนส่งอยู่ไม่ไกล“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ ลีออน” หนุ่มผมน้ำตาลพึมพำพลางจ้องไปที่รถหรู ภายในนั้นมีเพียงสองพี่น้องและคนขับเท่านั้น
“พี่คะเื่ที่ว่าจะยืมห้องทดลองนั่น จะเอาไปทำอะไรหรอคะ หรือว่า...”
“ถูกต้องแล้วล่ะจำสิ่งนั้นได้รึเปล่า ที่พ่อให้เอาไปให้นั่นน่ะถ้าสมมติว่าพี่สร้างขึ้นมาใช้เองล่ะ มันจะเป็ยังไง...คงจะสนุกน่าดู”
“หมายความว่าพี่จะสร้างอาวุธทำลายล้างหรอคะ”
“ผิดแล้วน้องพี่พี่จะสร้างสิ่งที่จะปกป้องพวกเรายังไงล่ะ”
“ค่ะ...แต่ว่าจะต้องทำให้เสร็จก่อนเปิดเรียนนะคะจะได้ไม่กระทบกับการเรียน”
“ยังไม่แน่ว่าจะผ่านสักหน่อยกว่าผลจะออกก็อีกตั้ง7วัน”
“อย่างพี่ชายของน้องต้องผ่านอยู่แล้วค่ะไม่ต้องกังวลหรอก” ไม่ว่าเปล่าเด็กสาวเข้ามาสวมกอดพี่ชายลีออนกระชับร่างของน้องสาวเข้ามาจนศีรษะของเธอซบเข้ากับอกของเขา มือกร้านขยับลูบผมน้องสาวไม่หยุดทุกอย่างนั้นอยู่สายตาของหญิงสาวผิวคล้ำที่ยืนอยู่ไม่ไกลดวงตาจ้องตามตัวรถที่แล่นไปบนถนน
ตอนนั้นเองโทรศัพท์พลันดังขึ้นเธอมองชื่อที่ปรากฏขึ้นมา พบว่าเป็ผู้ที่คุ้นเคยจึงได้กดรับ
“ข้าเองค่ะ ท่านพี่”เธอกรอกเสียงลงทว่าเสียงที่ตอบกลับมากลับไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย
“สวัสดีผู้เฝ้ามองของลีออน”
เธอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงน้ำเสียงที่ส่งผ่านมาทำให้ทั้งร่างของเธอสั่นเทิ้ม
“คุณเป็ใคร”น้ำเสียงรนร้อนหลุดออกจากปาก
“หึหึ...ฉันมีข้อความฝากไปบอกลีออนให้หน่อยถ้าเธอไม่ทำตาม...ฉันจะะเิเส้นเวทมนต์ของเ้าของโทรศัทพ์นี่ซะ” ทันทีที่ได้ฟังเธอกัดฟันแน่นจนเกิดเสียง
“ไปบอเขาว่า...อีกไม่นานฉันจะไปหาและขอรับพลังของเทพธิดาองค์แรกอีกครึ่งที่อยู่กับเขา”
..................................................................................................
มาละๆพอดีต้องแก้สี่สิบหน้ามิดเทอมด้วยบวกกับอะไรหลายๆอย่างเช่น...ี้เีก็เลยช้า ขอโทษน้า เดี๋ยวจะเอาที่แก้แล้วมาลงให้อ่านกัน คราวนี้แปลงเพศพี่รัชให้กลายเป็ผู้หญิงเพราะโดนหาว่านิยายเกย์...แต่มันไม่เกย์นะเว้ย มันคือมิตรภาพลูกผู้ชายก็นั่นแหละแต่รับประกันได้พี่รัชเวอร์ชั่นนี้น่ารักมากบอกเลย ไปอ่านกันได้ในfictionlog นะ