บทที่ 13 ผู้มีสิทธิสืบทอด
“ว้าว~ ดูเสื้อตัวนี้สวยจังเลยนะคะท่านพี่!”
“นั้นสิ พี่ว่าต้องเหมาะกับน้องแน่ๆ”
ผมตอบเห็นด้วยกับน้องสาวที่กำลังถือเสื้อสเวตเตอร์แขนยาวสีชมพูสดใสดูอบอุ่นที่น้องทาบตัวลองส่องกระจกอย่างสนุกอยู่ สีชมพูของเสื้อดูเข้ากับสีผมบรอนซ์ชมพูทีน่าได้เป็อย่างดีเลย น่ารัก~
พวกเราอยู่ในร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่งในย่านการค้าไม่ไกลจากบ้านนัก คงต้องบอกว่าโชคดีมากเลยที่บ้านปัจจุบันหลังนี้อยู่ใจกลางของเมืองเลยเวลาจะไปไหนก็สะดวก
ย่านการค้าหลักตั้งอยู่ทางประตูทิศตะวันออกของเมืองบีกิโนซง์ไม่ไกลจากชายทะเลเท่าไรเลยทำให้แห่งรวมสินค้า,ขนส่งและการค้าขายของต่างๆจากต่างแดน เลยทำให้มีร้านค้าต่างๆมากมายในฝังตะวันออกของเมือง เป็แหล่งธุรกิจสำคัญของเมืองเลยก็ว่าได้
“จริงเหรอคะ!?”
“จริงสิ น้องน่ารักจะตายไม่เชื่อถามฮันนาได้ เธอก็คิดเหมือนกัน”
“ค่ะ เสื้อตัวนี้น่ารักมากต้องเข้ากับคนน่ารักอย่างคุณหนูแน่นอนค่ะ”
“งั้นเหรอ ขอบใจนะพอได้ยินอย่างนี้แล้วรู้สึกเขินจัง~”
ทีน่าขอบคุณทั้งหน้าแดงเขินอายมีความสุข ดูเธอดีใจมากที่ได้รับคำชมจากฮันนา น้องไม่ต้องอายไปหรอกเธอพูดถูกต้องแล้วน้องสาวของผมออกจะน่ารักดังนางฟ้าตัวน้อยขนาดนี้ไม่มีใครมาเทียบได้หรอก!
“ทีน่าทำไมไม่ไปลองชุดดูละ”
“นั้นสินะท่านพี่ ดะ–เดี๋ยวหนูตัวไปลองชุดแป๊บนะคะ”
ว่าแล้วเธอรีบหิ้วเสื้อเข้าไปลองชุดห้องลองชุดด้านหลังของร้านทั้งหน้าแดง
“สงสัยทีน่าจะอายเธอชมไปเยอะ”
“ไม่หรอกคะ ที่คุณหนูอายเป็เพราะนายท่านนั้นและคะไม่ใช้ใครอื่น”
ฮันนารีบสวนทันควัน จากท่าทางของเธอเหมือนจะเป็เื่ที่ควรพูดไม่ควรปล่อยให้เข้าใจผิดไปได้…เหรอ?
“งั้นเหรอ? อืมก็คงงั้น”
ก็ไม่ค่อยเข้าใจทำไมเธอถึงอายที่ผมชมไป ก็แค่พูดไปตามความจริงทีน่าน่ารักจะตายทั้งตัวเล็กเปราะบางสัตว์น้อยน่ารักน่าปกป้องอย่างนั้น บวกกับท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์และเขินอายนั้นเข้าไปอีก อ้า~~~ ดีจังที่เกิดใหม่มีน้องสาวน่ารักขนาดนี้!!!
“ว่าแต่ฮันนา เธอไม่ลองซื้อดูชุดสักหน่อยละ ไหนๆก็มาร้านทั้งที่มีเสื้อผ้าให้เลือกมากมายไม่ลองซื้อสักหน่อยละ ไม่เคยเห็นเธอใส่ชุดอื่นเลยนอกจากชุดเมดเลยนิ?”
ั้แ่ที่ดูความทรงจำของเอมเบรสแล้ว มีแต่ภาพฮันนาในชุดเมดตลอดเวลาเลยไม่เคยเห็นใส่ชุดอื่นเลย ก็ไม่ใช่ฮันนาไม่เข้ากับชุดเมดนะที่จริงเธอใส่แล้วเข้าจะตายดูน่ารักดี…แต่ก็อยากให้เธอใส่ชุดอื่นบ้าง ในร้านมีชุดสวยๆน่ารักๆมากมายให้เลือกให้ลองเรียงรายเต็มไปหมด
ถ้าฮันนาได้ลองใส่ดูมันต้องดูดีมากแน่ๆ
“ไม่ค่ะ ดิฉันเป็สาวใช้หรือเมดประจำตัวของนายท่านเอมเบรส การสาวใช้อย่างฉันไม่ใส่ชุดประจำตัวของตนเองถือเป็เื่ที่ผิดในฐานะเมดประจำตัวเพราะฉะนั้นฉันต้องใส่ชุดประจำตัวหรือชุดเมดเท่านั้นถึงจะถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ!”
“อะ–อื่ม เข้าใจแล้วๆ ยังไงก็ใจเย็นก่อนนะ”
ไม่รู้ทำไมถึงอยู่ดีๆฮันนาถึงพูดเื่ชุดเมดจริงจังขนาดนั้นทำเอาใหมดจนต้องบอกให้ใจเย็นลง คงเป็เื่ความภูมิใจหรือศักดิ์ศรีของเมดก็ได้มั้ง? ทางที่ดีไม่ควรยุ่งจะดีกว่าละนะ… แต่ก็เสียดายจัง…
“ถ้าเธอได้ใส่ต้องคงน่ารักมากแน่ๆ”
“!!!?”
“? เป็ไรหรือเปล่าฮันนา ดูหน้าแดงๆ?”
“เปล่าค่ะ แค่อากาศร้อนนะคะ”
เธอว่างั้นแล้วก้มหน้าไป วันอากาศร้อนเหรอ?ก็เย็นสบายดีนี่หน่าไม่ได้ร้อนอะไร… เดี๋ยวนะพล๊อตคำพูดคุ้นๆเมื่อกี้มันเคยได้ที่ไหนในการ์ตูนประจำ…
“ว่าแต่นายท่านค่ะ!!!”
“ครับ!?”
เหมือนกำลังจะนึกอะไรบ้างออกแต่ฮันนาเล่นเรียกชื่อซะเสียงดังเลย ก็ว่ากำลังจะนึกออกแล้วเชียว… ว่าแต่นึกอะไรออกหวา? อื่ม~~~ชั่งเถอะ ถ้าลืมคงไม่ใช่เื่สำคัญอะไร
“ว่าแต่อะไรหรือเห็นเรียกซะเสียงดังเชียว?”
“เอ๊ะ? เออ…คือ…”
แม้ว่าจะคนเรียกเองแต่เหมือนเ้าตัวกลับนึกไม่ออกว่าจะพูดว่าอะไรเลยนิ่งไปเลย อืม…เอาเถอะช่วยไม่ได้ในเมื่อนึกไม่ออกขอเปิดประเด็นเองละกัน
“นี้ฮันนา ผมขอถามหน่อย”
“อะ–อะไรเหรอคะนายท่าน?”
“เธอคิดว่าทีน่าดูเป็อย่างไรบ้าง ดูดีขึ้นหรือยัง?”
ถามไปพลางหันไปทางทีน่าดูเหมือนยังลองชุดอยู่ ฮันนาที่หันไปดูเหมือนหันกลับมาอมยิ้มเล็กน้อยก่อนพยักหน้าตอบกลับมาว่า
“ค่ะนายท่าน ฉันคิดว่าคุณหนูทีน่าดูดีขึ้นมากแล้วอย่างน้อยก็กว่าตอนแรกคะ เพราะงั้นนายท่านสบายใจได้”
“…งั้นเหรอ ขอบใจนะ”
“ไม่หรอกค่ะ”
ได้ยินงั้นก็ดีใจ แม้จะมีเื่แย่อะไรมากมายแต่อย่างน้อยในฐานะพี่ชายควรจะเป็ที่พึ่งพาไม่ก็ช่วยเหลือได้บ้าง ถึงจะเป็พี่ชายที่ทำอะไรได้ไม่เยอะก็เถอะนะ
“แสดงว่าคิดถูกสินะที่พามาเที่ยวย่านการค้านี้ มีของให้เลือกซื้อมากมายคงมีของไม่ก็เสื้อผ้าให้เลือกซื้อจนหายอยากเลย”
“จะว่าอย่างนั้น…ก็คงได้มั้งคะ”
เธอว่างั้นแล้วขำแห้งๆ แม้จะเห็นด้วยกับผมแต่จากสีหน้าเหมือนความหมายจะคนละแบบอยู่แต่ชั่งเถอะทีน่าดีขึ้นก็ดีแล้ว ตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าทำถูกไหมที่พามาเที่ยวแต่จากสีหน้าที่มั่นใจของเมดส่วนตัวแล้วคงทำถูกสินะ
หลักๆที่พามานี้ก็เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากเื่เครียดๆที่พวกเราพึ่งคุยกันมาก่อนจะมาที่นี่ในบ้าน
ย้อนกลับก่อนจะมาเที่ยวที่ย่านการค้าฝังตะวันออกนะที่บ้านผมกับทีน่าที่กำลังรอฮันนาเอาอาหารมาเสิร์ฟก็เปิดใจคุยกันไปรอบหนึ่ง…
“อาหารยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ ฮันนา”
“นั้นสิ ฝีมือดีกว่าเมื่อก่อนตอนที่อยู่คฤหาสน์อีกนะ”
ผมกับทีน่าเพิ่งนั่งทานอาหารเช้าแสนอร่อยเสร็จไป อาหารเช้าวันนี้คือ Egg Benedict(เอ้ก เบเนดิก)ฝีมือเชฟฮันนานั้นเอง
ซอสฮอลแลนเดซสีเหลืองอ่อนสวยงามทำเองจากไข่แดง เนย เลมอนและเครื่องปรุงอีกนิดหน่อย ราดบนโพชเอ้กหรือไข่ดาวน้ำกำลังดีข้างใต้มีแฮมกับผักและขนมปังที่ทาเนยปิ้งในกระทะจนน้ำตาลอ่อนส่งกลิ่นหอมเนย
ในความทรงจำของเอมเบรสเขาทานสิ่งนี้เป็อาหารเช้าบ่อยซึ่งผมก็ไม่แปลกใจ พอได้ดูจากความทรงจำของเอมเบรสแล้วเลยอยากลองบ้างเลยขอให้ฮันนาทำและขอไปนั่งดูตอนทำด้วยเพราะสนใจ แม้ฮันนาจะทำหน้าแปลกแต่ก็ยอมให้ผมดูโดยดีพร้อมอธิบายวิธีการทำเหมือนรายการทำอาหารในทีวี ต่างกันแค่ไม่มีกรรมการมาถามหรือด่าเวลาทำอะนะ
การที่ได้เห็นฮันนาโชว์ฝีมือการทำอาหารของเชฟระดับ 5 ดาวด้วยท่าทางที่งามสง่าใกล้ๆอย่างนี้เรียกได้ว่าเพลินตามากๆ!
“ได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจที่ทั้งนายท่านและคุณหนูชอบ”
ฮันนายิ้มอย่างยินดีที่พวกเราชอบอาหารของเธอ การที่เชฟทำอาหารและคนทานบอกว่าอร่อยก็เป็ความสุขแล้ว
“ถึงจะชมขนาดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าฮันนาจะเื่ลืมเมื่อกี้นี้นะคะ”
““อึก!””
ได้ยินฮันนาว่างั้นทีผมกับทีน่าถึงกับสะดุ้ง แม้จะไม่หันไปก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมาได้ ไม่นึกเลยว่าฮันนาจะทำสายตาน่ากลัวอย่างนั้นได้ด้วยนะเนี่ย!
ตอนที่ฮันนาเข้ามาเห็นทีน่ากำลังนั่งคร่อมผมอยู่ รอบๆตัวพวกเราเลอะเทอะไปหมดเพราะตอนทีน่ากระโจนมาคงไปโดนแก้วน้ำชาจนหล่นเลอะพื้นลำบากฮันนา เมดสาวประจำตัวของผมต้องมาทำความสะอาจ ขอโทษจริงๆหน่า~
“น่าๆฮันนา เธอก็เลิกจ้องนายท่านกับคุณหนูอย่างนั้นสักทีเถอะ มันไม่ดีนะรู้ไหมในฐานะสาวใช้นะ”
เสียงเตือนอย่างหวังของหญิงสาวผมดำสาวดูคล้ายฮันนาแต่มีอายุมากกว่าในชุดเมดเหมือนฮันนาว่างั้นพร้อมรถเข็นอาหารแบบสองชั้นที่มีชาร้อนกับของว่างอยู่พร้อมเสิร์ฟ
“เข้าใจแล้วค่ะ พี่แฮนนา”
“อื้มดีมาก! เอาละงั้นทีนี้มาช่วยพี่เตรียมเสิร์ฟชากับของว่างหน่อยนะ”
“ค่ะพี่”
ฮันนาทำตามที่เมดสาวดูมีอายุมากกว่าบอกซึ่งไม่เื่แปลกอะไร เพราะเมดสาวที่ดูมีอายุมากกว่าหรือแฮนนานั้นเป็พี่ของฮันนานั้นเอง
แฮนนา ไลท์ฟลายเมดสาวหรือสาวใช้ประจำตัวของทีน่า เมื่อ 5 ปีก่อนเคยเป็ทาสในร้านขายทาสแห่งที่เอมเบรสไปเจอเข้าพร้อมฮันนา พอรู้ว่าแฮนนาและฮันนาเป็พี่น้องกันเลยตัดสินใจซื้อทาสทั้งสองโดยให้ฮันนาเป็เมดของเอมเบรสส่วนแฮนนาคนพี่ให้เป็เมดสาวคอยดูแลทีน่าเป็เมดประจำตัวจนมาถึงปัจจุบัน นั้นคือที่ได้จากความทรงจำของเอมเบรส
“ไม่เจอกันพักใหญ่เลยนะแฮนนา ยังคงดูแลน้องสาวฉันดีอยู่ใช่ไหม?”
“แน่นอนค่ะนายท่าน แฮนนาคนนี้ได้ดูแลคุณหนูอย่างดีอย่างสุดความสามารถไม่ให้เสียแรงที่นายท่านช่วยไว้”
“ได้ยินอย่างนั้นก็ดีใจ”
แฮนนาทำการเสิร์ฟน้ำชาแก้วใหม่ให้ผมกับทีน่า
ถึงไม่แน่ใจแต่จากที่จำได้ดูเหมือนตอนไปซื้อทาสเอมเบรสไปถูกใจความใจกล้าของแฮนนาเข้าเลยซื้อสองพี่น้องมา แต่สงสัยจะกล้าต่อปากต่อคำไปหน่อยเลยให้ไปอยู่กลับทีน่าต่างกับน้องสาวที่ดูสงบกว่าว่าง่ายกว่าเหมาะในในการใช้งานสำหรับเอมเบรสคงคิดงั้นมั้ง?
“ยังไงก็ฝากดูแลน้องสาวของฉันต่อด้วยละ”
“แน่นอนคะ ดิฉันจะพยายามสุดความสามารถ!”
ว่าแล้วเธอก็ยิ้มอย่างมั่นใจพร้อมลุย ทีน่ากับฮันนาเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ผมกับแฮนนาก็เช่นกัน
“เอาละ ได้เวลาคุยเื่จริงจังแล้ว ทั้งคู่รินชาแล้วมานั่งคุยกันดีๆด้วย”
““รับทราบคะ””
พี่น้องเมดทำตามที่สั่งหยิบแก้วชามาคนละถ้วยก่อนจะไปนั่งข้างเ้านายของตน
“ขอแบบเข้าเื่ตรงๆเข้าใจง่ายเลยละกัน จากที่ทีน่าเล่ามาเื่ที่เกิดขึ้นในบ้านใหญ่นั้น?”
“คะอย่างที่คุณหนูได้กล่าวไป ตอนนี้ที่บ้านใหญ่นั้นกำลังแข่งขันกันระหว่างผู้มีสิทธิสืบทอดตระกูลด้วยกันเองอย่างดุเดือดเลยค่ะ”
แฮนนาตอบมาตรงๆ
เป็ตามที่คาดไว้ไม่มีผิด การต่อสู้แย่งชิงอำนาจของคนในตระกูลกันได้เริ่มขึ้นแล้ว
ตระกูลคัดเดิล ซี วอร์มเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่ที่เป็เสาหลักของอาณาจักรไวฮาร์แคส ทำให้เป็ตระกูลที่สำคัญและมีอิทธิพลต่ออาณาจักรเป็อย่างมาก
ผู้ที่ได้การสืบทอดและเป็ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันคือดยุกเจนเทิล คัดเดิล ซี วอร์ม หรือพ่อของเอมเบรสนั้นเอง ผู้มีสิทธิในการสืบทอดตระกูลคัดเดิล ซี วอร์ม มีหลักๆทั้งหมด 5 คนซึ่งเป็ลูกของดยุกเจนเทิลเอง
ตัวผมเองหรือเอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม เป็ลูกชายลำดับที่ 4 และน้องสาวผมหรือทีน่า คัดเดิล ซี วอร์ม เป็ลูกสาวลำดับที่ 5 พวกเราต่างเป็ผู้สิทธิในการสืบทอดเป็ผู้นำคนต่อไปของตระกูลคัดเดิล ซี วอร์ม
เท่าที่จำได้ในเนื้อเื่อนิเมะโดยตามเดิมแล้วการแข่งขันระหว่างผู้สืบทอดตระกูลเองก็ดุเดือดอยู่แล้ว แต่จุดเปลี่ยนคือการที่เอมเบรสที่ใช้เวทต้องห้ามหรือเวทความมืดไปจนต้องเสียพลังและอำนาจจนถูกส่งมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็จุดเปรียบสำคัญ
ไม่ว่ามองจากภายนอกหรือภายในตระกูลยังไงตัวเอมเบรสได้เสียสิทธิในการสืบทอดหรือเป็ผู้นำตระกูลไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และนั้นทำให้ทุกคนที่เคยอยู่ข้างเอมเบรสต่างออกห่างเพราะมองว่าหมดประโยชน์ไม่มีค่าอะไร…นึกไปแล้วก็อดโมโหไม่ได้! …แต่นั้นไม่ใช่เื่สำคัญ แต่เื่สำคัญตอนนี้คือเื่ของทีน่าต่างหาก
“ทีน่า พี่ขอถามน้องหน่อยที่บ้านใหญ่คนรอบๆเป็ยังไงบ้าง? มีอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม?”
“คะ–คือว่า…”
น้องผมทำหน้าลำบากใจแม้อยากจะเล่าแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร พอหันไปมองทางแฮนนาก็ไม่ยอมพูดอะไรเช่นกันแต่จากสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บใจก็พอจะเดาได้
น้องคงเจอเื่มากมายจริงที่บ้านใหญ่ แต่ไม่อยากจะพูดอะไรเพราะกลัวจะลากผมเข้าไปเกี่ยวเื่ของเธอด้วยยิ่งได้เห็นสภาพผมเป็อย่างนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ส่วนแฮนนาที่น่าจะใจกล้าตลอดน่าจะพูดไม่รีรอกลับไม่พูดอะไร คงเพราะทีน่าสั่งหรือเห็นถึงความตั้งใจของน้องสาวผมแล้วจึงไม่อยากขัดความตั้งใจของเ้านายตนเอง
…เื่ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ทั้งหมดเป็ความผิดของเอมเบรสหรือตัวผมเองในตอนนี้!
เมื่อผมเสียสิทธิไปจึงเหลือผู้มีสิทธิสืบทอดอีก 4 คน ทีน่าเป็ลูกสาวลำดับที่ 5 หรือก็คือมีสิทธิในการสืบทอดและเป็ผู้นำตระกูลมากขึ้น และนั้นทำให้หลายคนไม่พอใจและอยากจะกำจัดทิ้ง…
“ท่านพี่” “นายท่านเอมเบรส”
!?
ทีน่าและฮันนาต่างเรียกผมด้วยความเป็ห่วงมองมาที่ผม แม้แฮนนาจะไม่เรียกก็มองผมด้วยความกังวลเช่นกัน
ถึงตอนแรกจะไม่เข้าถึงมองเช่นนั้นแต่พอมองไปที่ถ้วยชาถึงได้เข้า ภาพที่สะท้อนในถ้วยชาแสดงให้เห็นใบหน้าของผมที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นจนดูน่ากลัว แม้แต่ตัวผมเองยังใกลัวไม่ได้!
ผมรีบยกดื่มถ้วยชาตรงหน้าพยายามปรับอารมณ์โดยด่วน
พอนึกดูดีๆใบหน้าแสนน่ากลัวที่สะท้อนในถ้วยชาเมื่อกี้เป็ใบหน้าที่เห็นได้ประจำในอนิเมะเวลาตัวร้ายหรือเอมเบรสโผล่ออกมาในฉากต่างๆ สายตาที่เป็ไปด้วยความโกรธและความเคียดแค้นรวมส่วนอื่นของใบหน้าดึงไปเป็ใบหน้าของตัวร้ายตัวโกงขี้อิจฉาของเื่อนิเมะอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“โทษทีที่ทำให้ใ ไม่มีอะไรแล้วละ”
พอมั่นใจแล้วว่าหน้ากลับมาปกติแล้วเลยพยายามยิ้มตอบอย่างนั้นไป ทั้งสามก็ดูไม่ได้ว่าอะไรเลยคุยกันต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จะบอกเมื่อกี้ไม่โกรธก็คงโกหก ใช่ผมโกรธจริงแถมโกรธมากซะด้วยแต่ไม่นึกถึงว่าจะแสดงออกได้ขนาดนั้น ปกติผมว่าตัวผมเมื่อก่อนไม่ได้โกรธง่ายหรือมีอารมณ์โกรธอะไรขนาดนั้นเลย จะบอกว่าเป็ครั้งแรกที่รู้สึกได้ขนาดนั้นเป็ความรู้สึกที่แปลกและแย่มากอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ทำไม
อาจจะเป็เพราะผมมาอยู่ในร่างเอมเบรส ความทรงจำและอารมณ์อาจจะได้รับมาด้วยถึงได้มีอารมณ์โกรธได้ขนาดนั้น รู้สึกโกรธสุดๆจนอยากจะเผาทุกสิ่งที่สาเหตุอยากทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อระบายอารมณ์ที่อยู่ในใจ จะอะไรหรือยังไงก็ได้ขอแค่เผาหรือทำลายเท่านั้นเพียงแค่ มันเป็อารมณ์ที่อันตรายอย่างมากถึงมากที่สุด
นี้แค่คุยธรรมดากับน้องสาวและเมดสองคนยังแสดงนี้หน้าขนาดนี้ถ้าเจอเื่ที่ใหญ่กว่านี้จะขนาดไหนจะควบคุมอารมณ์ได้ไหมก็ไม่รู้ จากนี้ไปคงต้องระวังให้มากเพื่อไม่ให้เกิดเื่ตามในอนิเมะ
…พอเข้าแล้วทำไมเอมเบรสถึงชอบแสดงสีหน้าอย่างนั้น
เอากลับเข้าเื่ก่อน เื่ของคนรอบๆทีน่าที่บ้านใหญ่ …จะบอกกำจัดทิ้งก็เกินไป หลักแค่คงพยายามหาทางทำให้เสียสิทธิในการสืบทอดผู้นำแต่จะด้วยวิธีที่มากน้อยแค่ไหนนั้นคือปัญหา
“ทีน่า น้องยังไหวอยู่ใช่ไหม?”
ผมถามน้องสาว ในเมื่อทีน่าไม่้าดึงผมไปเกี่ยวก็ไม่ควรไปขัดความตั้งใจของน้อง …แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีและทีน่าดูเหมือนจะเข้าความผมเป็อย่างดีเธอเลยยิ้มตอบกลับมาว่า
“ค่ะ หนูยังไหวอยู่คะท่านพี่เพราะงั้นสบายใจได้ไม่ต้องห่วง”
“งั้นเหรอ เข้าใจแล้วละ”
ผมตอบอย่างนั้นไปในเมื่อบอกอย่างนั้นมาผมก็คงทำอะไรไม่ได้ ได้แต่หวังว่าจะไม่เป็อะไร
แต่ว่า…ผมคงเป็พี่ชายที่แย่มากแน่ๆเพราะไม่ว่าจะดูจากความทรงจำของเอมเบรสหรือพิจารณาด้วยตัวเองก็ยังตอบไม่ได้ว่า รอยยิ้มที่ตอบเมื่อกี้นี้คือรอยยิ้มจากใจหรือรอยยิ้มของหน้ากากกัน
หลังจากนั้นพวกเรา 4 คนก็คุยอะไรอีกหลายอย่างก่อนจะตัดสินใจไปยานการค้า