“เมื่อกี้ฉันทนไม่ไหวเอง” เฮ่อเจี้ยนิกัดฟันกรอด “เธอรักษาต่อเถอะ”
เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผากเพราะความเ็ปเขากัดฟันแน่น ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จงใจแกล้งเขาอีกสักหน่อยแต่สุดท้ายก็ใช้เวลาเพียงไม่นานในการจัดแขนของเขาให้เข้าที่
เขาลองขยับแขนดูเล็กน้อยต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หยิบกระดาษเก่าๆ ที่วางอยู่แถวประตูมาแผ่นหนึ่ง“ฉันจะเขียนใบสั่งยา กินยาสักอาทิตย์ก็น่าจะหายดี”
"ยาที่เธอให้มากินได้จริงหรือเปล่าเธอไม่ได้คิดจะวางยาใช่ไหม?” ป้าเฮ่อกระวนกระวายใจมากถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะหน้าตาดี แต่ก็ไม่เคยเห็นเธอแสดงความสามารถอะไรออกมาเลยนี่นา
ถ้าเธออยากจะแก้แค้นเฮ่อเจี้ยนิขึ้นมาล่ะ...
ป้าเฮ่อยังพูดไม่ทันจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยกมือโบกไปมา เธอม้วนกระดาษในมืออย่างลวกๆ"งั้นก็เชิญไปหาหมอที่อื่นตามสบายเลย"
“อย่าเพิ่งสิ!” เฮ่อเจี้ยนิเป็คนมีการศึกษาเขาพอมีไหวพริบอยู่บ้าง “อย่าใส่ใจคำพูดของแม่ฉันเลยนะ”
เฮ่อเจี้ยนิยังไม่ละความพยายามเขาเดินเข้ามาตั้งใจจะคว้ามือต่งเสี่ยวเสี่ยว
เด็กทั้งสองกินข้าวเสร็จพอดีเดินออกมาจากด้านในบ้าน ฉินไห่หยางจ้องมือของเฮ่อเจี้ยนิเขม็งส่วนฉินไห่เยว่อ้าปากเล็กน้อยด้วยความใ เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“นายจะทำอะไร” ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ตัวก่อนที่มือของเฮ่อเจี้ยนิจะมาแตะตัวเธอ“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะไม่งั้นฉันจะะโว่าโดนลวนลามเดี๋ยวนี้แหละ!”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทนดูพฤติกรรมของสองแม่ลูกคู่นี้ไม่ไหวเธอหยิบกระดาษที่ตกอยู่ขึ้นมา แล้วจดชื่อสมุนไพรลงไปสองชนิดและยังตั้งใจเพิ่มสมุนไพรที่ขมมากลงไปด้วยหนึ่งชนิด
สองคนแม่ลูกนี้ชอบเอาเปรียบชาวบ้านอยู่เสมอทำเื่แย่ๆ ไม่ใช่น้อย ไหนจะเฮ่อเจี้ยนิที่แต่งตัวเ้าสำอางดูกะล่อนและยังทำตัวน่ารังเกียจอยู่ตลอด
คราวนี้จะได้ลิ้มรสความขมที่แท้จริงซะบ้าง
ตัวยาสมุนไพรที่เพิ่มเข้าไปนี้นอกจากจะขมปี๋และกินแทบไม่ได้ แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไร
“เอาล่ะ เท่านี้เราสองคนไม่ติดค้างกันแล้ว”ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางม้วนกระดาษแล้วโยนให้ “ไปให้พ้นหน้าบ้านฉันสักทีไม่อย่างนั้น…”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่งเสียงฮึดฮัดสองทีทำท่าเหมือนกับจะเขมือบสองแม่ลูกเข้าไปทั้งตัว
เฮ่อเจี้ยนิมองท่าทีของต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
ไม่คิดเลยว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะมีความสามารถรักษาโรคได้หรือว่าเขาควรจะพยายามอีกสักหน่อย?
“ฉันได้ยินมาว่า...” เฮ่อเจี้ยนิสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็ปกติ “เธอ...”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เท้าสะเอว ความอดทนของเธอหมดลงแล้ว“ได้ยินมาว่าอะไร? ได้ยินอะไรของนายได้ยินอะไรถึงมาร้องโวยวายต่อหน้าฉันแบบนี้!”
“ฉันบอกให้ไสหัวไป นายยังอยากโดนอีกใช่ไหมดูท่าวันนี้ไม้กวาดบ้านฉันคงต้องออกโรงอีกแล้ว หรือว่านายอยากให้ฉันลงมือจริงๆ?”
พอด่าเสร็จ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถกแขนเสื้อขึ้นตั้งใจจะหันหลังกลับไปหยิบไม้กวาดมาฟาดคนอีกครั้ง
เมื่อเช้าป้าเฮ่อเป็ฝ่ายเสียท่าคอถูกข่วนจนเป็รอยสองรอย แถมตอนนี้ยังแสบไม่หายพอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวหันหลังกลับไปเธอก็รีบคว้าแขนเฮ่อเจี้ยนิแล้วรีบเดินหนีไปทันที
เดินออกมาไม่กี่ก้าวเธอก็กระทืบเท้าด้วยความโมโห “จะไปสนใจผู้หญิงเลวๆแบบนั้นทำไมกัน เดี๋ยวเราก็มีวิธีจัดการมันเอง!ยังไงก็ต้องบีบให้มันคายเงินพวกนี้คืนมาให้ได้"
เฮ่อเจี้ยนิลูบคางครุ่นคิด“ผมรู้สึกว่า่นี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนไปมาก หรือว่า...”
“คงต้องทำพิธีไล่ผีแล้วล่ะ!” พอป้าเฮ่อพูดจบ เฮ่อเจี้ยนิก็รู้ว่าแม่ของตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่จึงยกนิ้วโป้งให้
แค้นนี้ยังไงก็ต้องชำระ!
หลังจากจัดการเื่ที่ค้างคาใจได้แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กลับเข้าไปบ้านด้วยความโล่งใจจนไม่รู้เลยว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่เด็กทั้งสองคนมานั่งรออยู่
“แม่จะเข้าไปในตำบล ไปซื้อของสักหน่อย”เธอพูดพลางเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พอออกมาอีกครั้งเด็กทั้งสองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าเรียบร้อยแล้ว “พวกเราจะไปด้วย”
ท่าทางของฉินไห่หยางดูเหมือนจะมั่นใจแต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่ตึงเครียดของเขาต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังประหม่าอยู่แน่ๆ หัวใจคงเต้นเร็วมากแน่
ที่อยากจะไปด้วยกันคงกลัวว่าเธอจะเอาเงินที่ได้คืนมาในวันนี้หนีไปสินะ?
“ทำไมล่ะ” เธอเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเดาความคิดของเด็กชายได้“กลัวแม่หนีไปเหรอ?”
ฉินไห่หยางเม้มปากแน่น ไม่พูดอะไร
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเขาต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ก้าวเข้าไปใกล้ แกล้งหยอกล้อเขาเล็กน้อย“แล้วพวกลูกสองคนจะไปกับแม่ ไม่กลัวแม่จับไปขายหรือไง?”
ได้ผล...พอได้ยินแบบนั้นฉินไห่เยว่ก็ค่อยๆถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือทั้งสองขยุ้มกันแน่น
“ไปกันเถอะ พวกลูกจะไปกับแม่ก็ได้แม่บอกพ่อไปแล้วว่าจะไปซื้อเข็มเงินมาสักชุดจะได้เอาไปช่วยงานที่สถานีอนามัยของหมอหลี่” ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลิกแกล้งเด็กทั้งสองเพราะรู้ว่าพวกเขายังมีปมในใจ ปมที่ผูกไว้ย่อมแก้ยาก ต้องค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไป
ฉินไห่หยางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกส่วนฉินไห่เยว่ก็จับมือเขาแน่น “พี่คะถ้าเธอเอาพวกเราไปขายจริงๆ พวกเราก็ไม่ได้เจอพ่อแล้วสิ”
แม้ว่าการกระทำของต่งเสี่ยวเสี่ยวใน่สองวันนี้จะทำให้ฉินไห่เยว่คลายความกังวลลงไปบ้างแต่เธอก็ยังคงรู้สึกกลัวอยู่ดี
“ไม่ต้องกลัวนะ” ถึงฉินไห่หยางจะกลัวเหมือนกันแต่เขาก็ยังฝืนทำตัวเป็ผู้ใหญ่ “พี่จะปกป้องน้องเอง”
เด็กทั้งสองคนเดินตามต่งเสี่ยวเสี่ยวออกจากบ้านยังไม่ทันพ้นหมู่บ้านดี ก็เห็นใครบางคนวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจำได้ทันทีว่าคือเสิ่นต้าลี่ เพื่อนร่วมงานของฉินซู่
เสิ่นต้าลี่วิ่งกระหืดกระหอบมาหายใจแทบไม่ทันต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นแล้วใจไม่ดี เธอยื่นมือจับไหล่เขาไว้"ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆ พูด"
เสิ่นต้าลี่หอบหายใจถี่ๆ สองครั้งสีหน้าตื่นตระหนกจนแทบร้องไห้ออกมา "พี่สะใภ้!พี่ฉินาเ็ตอนช่วยคน ตอนนี้ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว รีบไปดูเถอะ!"
เปรี้ยง!
แค่ประโยคสั้นๆไม่กี่คำแต่กลับเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของต่งเสี่ยวเสี่ยวแบบไม่ทันตั้งตัว!
“อาเสิ่น พ่อของผมเป็อะไรมากไหมครับ”ฉินไห่หยางเดินเข้าไปจับมือเขาแน่น ฉินไห่เยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆร้องไห้น้ำตาไหลพราก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวใอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว “ฝากพาเด็กๆกลับบ้านไปก่อน ฉันจะรีบไปหาฉินซู่ที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ”
“ไม่ ผมจะไปด้วย!” ฉินไห่หยางก้าวไปข้างหน้าตอนนี้เขาเป็ห่วงพ่อมากจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับโมโหขึ้นมาแทน“พวกลูกไปก็เป็ภาระเปล่าๆ เดินกันช้าเป็เต่าแบบนี้กว่าจะถึงโรงพยาบาลก็คงไม่ทันการพอดี”
“พวกลูกไปรออยู่ที่บ้านอาเสิ่นก่อนเดี๋ยวตอนเย็นแม่จะรีบกลับไปหา!” พูดจบเธอก็ลูบหัวฉินไห่หยาง“เชื่อแม่นะ”
เธอไม่รอให้ฉินไห่หยางตอบต่งเสี่ยวเสี่ยวกำชับสองสามคำแล้วรีบก้าวเท้ามุ่งหน้าไปทางตัวตำบลเพื่อขอติดรถไปโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ
ฉินไห่หยางอยากจะวิ่งตามไปแต่พอนึกถึงสายตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวตอนที่พูดคำนั้น เขาก็กำหมัดแน่น ร่างกายเล็กๆสั่นเทาเล็กน้อย
“พี่คะ” เสียงแ่เบาดังมาจากด้านหลังฉินไห่หยางหันกลับไปเห็นฉินไห่เยว่ที่ร้องไห้จนน้ำตานองหน้าจึงเอื้อมมือไปลูบหลังเธอเบาๆ “ไม่ต้องห่วง พ่อจะไม่เป็อะไรเรากลับบ้านกันก่อนเถอะนะ”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไปถึงโรงพยาบาลในเมืองภายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงพอไปถึงก็พบว่าเพื่อนร่วมงานของฉินซู่ยังคงเฝ้าอยู่ที่นั่น
หลังจากได้ยินเื่ที่เธอช่วยถอนตะปูเมื่อวานนี้พวกเขาก็มองเธอเปลี่ยนไป พอเห็นเธอมาถึงแล้ว ทุกคนก็พากันะโเรียก 'พี่สะใภ้!'
“ตอนนี้เขาเป็ยังไงบ้าง” ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกใจคอไม่ดีเลยสักนิด