ภายในจวนตระกูลไป๋ ตอนเช้าตรู่
หลินซินเหยียนในร่างของ “ไป๋อี้เฟย”กำลังยืนอยู่หน้ากระจก บนตัวมีชุดคุณชายสีขาวสะอาดตาที่ดูสง่างาม หากมองเผินๆ ก็คล้ายกับคุณชายรองผู้เ็าไม่มีผิด
“นี่ข้าต้องทำท่าเหมือนเ้าให้ได้จริงๆน่ะรึ?” ซินเหยียนหันไปถามไป๋อี้เฟยที่ยืนกอดอกจ้องเธออยู่
“ใช่เ้าต้องไม่ทำให้ชื่อเสียงของข้าต้องแปดเปื้อนอีก! และเ้าห้ามทำตัวซุ่มซ่ามโหวกเหวก หรือ...ยิ้มพร่ำเพรื่อแบบนั้น!”ไป๋อี้เฟยในร่างซินเหยียนพูดพลางจิ้มนิ้วใส่เธอ
ซินเหยียนเชิดหน้า“ข้าไม่ใช่เ้าสักหน่อย ข้าจะยิ้มก็เื่ของข้า!”
“เ้า!”ไป๋อี้เฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ฟังข้าให้ดี การเป็ข้าต้องนิ่ง สุขุม พูดน้อยแต่คำพูดของเ้าต้องเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้วน่า! แค่ทำหน้าบึ้งๆเหมือนเ้า ข้าก็ทำได้!”
หลินซินเหยียนหันไปมองกระจกก่อนจะทำหน้าบึ้ง ขมวดคิ้วเลียนแบบไป๋อี้เฟยสุดชีวิต
ไป๋อี้เฟยมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้ารำคาญ“นั่นมันหน้าผีอะไรของเ้า!? นั่นไม่ใช่ข้า!”
“นี่มันก็เหมือนมากแล้วนะ!”ซินเหยียนเถียงกลับ ก่อนจะหัวเราะคิกคัก
“เ้าจะทำให้ข้าประสาทเสีย”ไป๋อี้เฟยยกมือกุมขมับ
่สายหลินซินเหยียนจำต้องออกไปพบกับเหล่าขุนนางในจวนเพื่อรับมือกับงานประชุมเล็กๆที่นางบ่าวบอกว่า “เป็เื่ปกติที่คุณชายรองต้องทำ”
“ท่านอี้เฟย เชิญนั่งเ้าค่ะ”นางบ่าวเชิญเธอนั่งลงที่หัวโต๊ะอย่างสง่างาม
หลินซินเหยียนในร่างของไป๋อี้เฟยพยายามฝืนยิ้มแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนในห้องต่างพากันมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เอ๊ะ ทำไมพวกท่านมองข้าเช่นนั้น?”เธอถามพลางยิ้มกว้างออกมา
ทั้งห้องถึงกับเงียบกริบ!
ขุนนางคนหนึ่งกระแอมเสียงดัง“ท่านอี้เฟย วันนี้ดู...แปลกไปนะขอรับ”
หลินซินเหยียนยิ้มแห้งๆพลางรีบเปลี่ยนสีหน้าให้เรียบเฉยตามที่ไป๋อี้เฟยเคยสั่งไว้
“แปลกตรงไหน? อย่าพูดมากนัก” เธอเอ่ยเสียงนิ่งแต่แววตายังคงหลุกหลิกจนทุกคนมองด้วยความสงสัย
ในขณะเดียวกันที่ร้านยาซินเซิ่งถัง
ไป๋อี้เฟยในร่างของหลินซินเหยียนกำลังยืนหน้าตึงอยู่หลังเคาน์เตอร์โดยมีเสี่ยวไป๋คอยยืนมองอยู่ข้างๆ ด้วยความสงสัย
“คุณหนูหลิน วันนี้ท่านดูเงียบๆไปนะเ้าคะ?”
ไป๋อี้เฟยเหลือบมองเสี่ยวไป๋แวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าไม่ชอบพูดมาก”
“หา? แต่ท่านเมื่อวานยังหัวเราะเสียงดังลั่นตลาดอยู่เลยนะเ้าคะ!”
“เมื่อวานมันก็เื่ของเมื่อวาน”
เสี่ยวไป๋ทำหน้าเหวอแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ลูกค้าหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับยิ้มกว้าง
“คุณหนูหลิน!วันนี้มีน้ำแกงสมุนไพรสูตรใหม่หรือไม่จ๊ะ?”
ไป๋อี้เฟยขมวดคิ้ว “น้ำแกงสมุนไพร? ข้าไม่ขายของพรรค์นั้น”
“ห๊ะ!? แต่นี่มันร้านยาของท่านไม่ใช่หรือ?ท่านพูดแปลกๆ ไปนะวันนี้!”
“หากเ้า้ายาก็เลือกเอาหากไม่้าก็ออกไป” ไป๋อี้เฟยกล่าวเสียงนิ่ง ทำเอาลูกค้าถึงกับอ้าปากค้าง
“อะไรนะ!? เ้าพูดกับข้าแบบนี้ได้อย่างไร!?”
ตกเย็นหลังจากความวุ่นวายของทั้งคู่ตลอดทั้งวัน ทั้งสองคนก็กลับมาพบกันที่สวนหลังร้านยา
“นี่เ้า!วันนี้ข้าต้องโดนขุนนางจับผิดตั้งหลายครั้ง!”หลินซินเหยียนบ่นทันทีที่เห็นหน้าไป๋อี้เฟย
“แล้วเ้าล่ะทำอะไรกับร้านยาข้า!?ข้าถูกกล่าวหาว่าหยาบคายกับลูกค้า!” ไป๋อี้เฟยสวนกลับ
ทั้งสองต่างหันมามองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“ข้าว่า...ดูเหมือนเราจะต้องฝึกทำตัวเป็อีกฝ่ายให้มากกว่านี้”หลินซินเหยียนพูดขึ้นเสียงเบา
ไป๋อี้เฟยพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ“เ้าเองก็ต้องทำให้ได้ดีเหมือนข้า”
“ฮึ่ม! ถ้าเ้าไม่กดดันข้าล่ะก็ข้าทำได้แน่!”
คืนนั้น ท่ามกลางแสงจันทร์ส่องสว่างหลินซินเหยียน (ในร่างไป๋อี้เฟย) นั่งทอดถอนใจอยู่ริมสระน้ำในสวนหลังจวนตระกูลไป๋
ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน)เดินเข้ามาใกล้พลางเอ่ยเสียงเรียบ “เ้าทำอะไรอยู่ตรงนี้?”
“ข้ากำลังคิดว่าเมื่อไหร่เราจะได้กลับคืนร่างเดิมเสียที” หลินซินเหยียนตอบเสียงเบา
ไป๋อี้เฟยนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ “บางครั้ง การได้มองเห็นชีวิตของผู้อื่นก็อาจทำให้เราเข้าใจอะไรบางอย่าง”
หลินซินเหยียนหันมามองเขาอย่างประหลาดใจ“เ้าเองก็คิดเช่นนั้นหรือ?”
“หึ ข้าเพียงแค่เริ่มเข้าใจว่าการเป็เ้าก็ไม่ง่ายเหมือนกัน”
คำพูดนั้นทำให้หลินซินเหยียนยิ้มออกมาก่อนจะเงยหน้ามองพระจันทร์
“ข้าว่า...เ้าก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายเท่าไหร่นัก”
ไป๋อี้เฟยเหลือบมองเธอก่อนจะหันกลับไปมองพระจันทร์เช่นกัน “เ้าก็เหมือนกัน”