ตอนที่ 13 ข้อเสนอ
“อารากอนหรอ”แววตาโกรธเคืองฉายทางแววตาเพียงแวบเดียวก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย โชคดีที่เป็นช่วงมืดทำไม่มิเนอวาไม่ทันสังเกต หญิงสาวรุ่นพี่ยืนไขว่ขาเอียงคอรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่ออารากอน ชื่อของราชวงศ์ที่ปกครองดินแดนวาเลนเซียนี้มามากกว่า1200ปี เป็นหนึ่งในไม่กี่ราชวงศ์ของโลกที่อยู่มานานเกิน1000ปี ผู้ที่สามารถใช้ชื่อสกุลนี้ได้มีเพียงแค่กษัตริย์องค์ปัจจุบันและลูกกับหลานสายตรงเท่านั้น และเมื่อมีการเปลี่ยนตัวกษัตริย์นอกจากกษัตริย์องค์ถัดไปและลูกหลานสายตรงจะต้องเปลี่ยนไปใช้ชื่อสกุลอื่นแทนเช่น เลย์นาด เป็นต้น‘และเพราะสงครามภายในจากการชิงบัลลังก์ของราชวงศ์อารากอนทำให้อาณาจักรไม่มีกำลังพอจะต่อกรกับศัตรูภายนอกจนล่มสลาย ถึงจะยื้อมาได้หลายปีหน่อยก็เถอะ’เชสย้อนความทรงจำโดยไม่ต้องนึกอะไรมากเพราะข่าวคราวการสู้รบขององค์รัชทายาทและองค์ชายลำดับที่3 กับ4แทบจะปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน เชสแทบจะอ้าปากปฏิเสธในทันทีทว่าพริบตานั้นเขากลับนึกอะไรได้ออกเหมือนมิเนอร์วาจะเข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังลังเลอะไรบางอย่างจึงเริ่มยื่นข้อเสนอ“ถ้าหากเธอมาเป็นพาร์ทเนอร์ของฉัน ฉันจะมอบบรรดาศักดิ์ขุนนางและดินแดนให้”‘นั่นแหละใช่เลย ถ้าหากเราตอบรับข้อเสนอนี้แปลว่าเราจะเข้าสู่ศูนย์กลางของอำนาจในทันที’“แลกกับคำขอเพียงข้อเดียวคือจงรักภักดีกับองค์ชายลำดับที่1 โรเวน อารากอน รัชทายาทแห่งวาเลนเซีย”‘...และถ้าหากเราเชือดองค์ชายคนอื่นๆก่อนอาณาจักรจะเละตุ้มเป๊ะได้’เชสฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย เมื่อเห็นว่าเขายิ้มมิเนอร์วาพลันคิดว่าอีกฝ่ายติดกับข้อเสนอของตัวเองเข้าให้เราจึงรีบโยนฟืนลงกองไฟ“ถ้าไม่พอเมื่อท่านพี่ขึ้นครองบัลลังก์แล้วเราจะมอบเงินให้อีก—”“ไม่สนหรอก”เชสโพล่งขึ้นมากะทันหันจนมิเนอร์วาไปไม่เป็น‘อะไรกัน เมื่อกี้ยังคล้อยตามเราอยู่เลย’“บรรดาศักดิ์ก็ฟังดูดีนะแต่ที่ดินกับเงินน่ะไม่ต้องการหรอก...ถ้าฉันรับข้อเสนอฉันจะได้ตำแหน่งอะไรล่ะ”“บารอน”หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างไม่ต้องคิดทว่า...“ไร้สาระ อย่างต่ำต้องเคานต์...ถ้าไม่ใช่เคานต์ก็แทบไม่มีเสียงในสภาเลย”ประโยคเขาไม่ได้เอ่ยออกมาด้วย ได้แต่เก็บไว้ในใจรอท่าทีของคู่สนทนาว่าจะไปอย่างไรต่อ และเป็นไปตามที่คาด เธอปฏิเสธทันควัน“ไม่มีทาง ตั้งกี่คนที่เสนอทรัพย์สินทุกอย่างเพื่อแลกตำแหน่งนั้น จู่ๆจะให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้มารับตำแหน่งเนี่ยนะ”“ใครหน้าไหนที่ว่าจะทำให้องค์รัชทายาทของรุ่นพี่ขึ้นเป็นกษัตริย์ได้นะ”มิเนอร์วานัยน์ตาวาวโรจน์มองเขา“ประเมินตัวเองสูงไปแล้วมั้ง”“แล้วแต่จะคิดครับท่านประธานนักเรียน ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว...”เชสจัดเสื้อให้เรียบร้อย ตั้งแต่เขาพูดยั่วโมโห พวกเขาทั้งสองก็ได้เข้าสู่เกมจิตวิทยาเรียบร้อยแล้ว ข้อเสนอราคาแพงที่ยื่นออกไปก็เพื่อหยั่งเชิงในกำลังของฝ่ายรัชทายาทเท่านั้น เท่านี้ก็รอผู้ส่งสารนำคำพูดนี้ไปบอกตัวผู้นำ“เดี๋ยว”ไม่ทันจะหันหลังกลับมิเนอร์วาพลันร้องเรียกเขาไว้ก่อน“มีอะไรอีกหรอครับ”“แล้วข้อเสนอการเป็นพาร์ทเนอร์ล่ะ”“เอ๋”รอบนี้เป็นเชสที่ต้องขมวดคิ้วปั้นหน้าไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าข้อเสนอนี้รวมกับเรื่องเข้าฝ่ายรัชทายาทอย่างนั้นหรอ หรือเขาพลาดอะไรไป“รู้รึเปล่าว่าสถิติการที่ผู้ชายกับผู้หญิงจับคู่เป็นพาร์ทเนอร์กัน มีมากถึง65%ที่แต่งงานกัน”เชสไม่ใช่คนโง่ เขามองออกว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่อว่าอะไร“แปลว่ารุ่นพี่จะให้โอกาสผมได้แต่งงานกับรุ่นพี่หรอครับ”“อย่าเข้าใจผิด!!”มิเนอร์วาหน้าขึ้นสีโดยฉับพลันตวาดเขาเสียงดังด้วยความลืมตัวจนต้องปิดปาก เธอค่อยๆปรับอารมณ์และมองหน้าเชสแววตาจริงจัง“ต่อให้นายเป็นพาร์ทเนอร์ฉันแต่ถ้าเจอคนที่มีประโยชน์ต่อท่านพี่มากกว่านายฉันก็ไม่ลังเลจะเอาตัวเข้าแลกหรอกนะ...ลองเอากลับไปคิดดูแล้วกัน”คราวนี้เป็นมิเนอร์วาที่เป็นฝ่ายเดินจากไปปล่อยเชสให้ยืนมองแผ่นหลังเล็กๆลับไปในความมืดมิด“เอาล่ะ ทางนั้นจะเดินหมากยังไงกันนะ” “เขาว่าเช่นนั้นค่ะท่านพี่ นี่มันไม่ต่างจากการปฏิเสธทางอ้อมเลยด้วยซ้ำ”มิเนอร์วากล่าวอย่างฉุนเฉียวหลังจากกับมายังห้องพักสุดหรูของห้อง1ชั้นปีที่3 ตรงหน้าคือคริสตัลสื่อสารขนาดพอดีมือซึ่งกำลังฉายภาพพี่ชายแท้ๆของเธออยู่“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ไม่นึกเลยว่าน้องสาวของพี่จะแสดงอารมณ์ขนาดนี้นะเนี่ย”โรเวนเอ่ยแหย่น้องสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โครงหน้าโดยรวมและสีผมมีความคล้ายคลึงกับมิเนอร์วามาก จะมีก็เพียงสีนัยน์ตาสีเขียวต่างกับหญิงสาวที่มีสีแดง“โธ่ ท่านพี่คะ”“เอาล่ะๆ กลับเข้าเรื่องกันเถอะ ที่ฝั่งนั้นพูดแบบนั้นไม่ได้มีเป้าหมายจะปฏิเสธหรอกนะ”มิเนอร์วาขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจ“จุดประสงค์ของคำพูดนั้นมีอยู่3อย่างหลักๆคือ การหยั่งเชิงอำนาจของเราว่าสามารถให้ผลตอบแทนเขาได้มากแค่ไหน สองคือเพื่อคำนวณโอกาสชนะของเรา และสามคือจะสามารถรีดเลือดของเราออกมาได้แค่ไหน เชื่อสินี่ไม่ใช่ข้อเสนอที่แท้จริงของเขาหรอก”ทันใดนั้นหญิงสาวผมดำพลันส่องประกายที่นัยน์ตาสีแดง มองพี่ชายตัวเองอย่างชื่นชม“ถ้างั้นเราก็สามารถขอให้เขาลดข้อเสนอลงมาได้สินะคะ สมแล้วที่เป็นท่านพี่”“ฮ่ะฮ่ะ ไม่มีทาง อย่างเขาน่ะมีแต่จะเรียกแพงขึ้นเท่านั้นแหละ”“ถ...ถ้างั้น—”“ไม่ต้องห่วง พี่มีแผนอยู่...จะว่าไปพี่ไม่เคยให้เอาตำแหน่งพาร์ทเนอร์ไปล่อนี่นา”ได้ยินคำถามเธอถึงกับชะงักไปไม่ยอมพูดอะไรตอบ“รึว่าน้องจะ—”“ไม่มีทางค่ะ เพิ่งเจอกันสองครั้งเอง แค่เห็นว่ามีความสามารถมากเลยยื่นข้อเสนอไปเท่านั้นแหละค่ะ”“งี้เองสินะ”โรเวนยิ้มมีเลศนัยใส่น้องสาว ทั้งคู่สนทนากันอีกพักใหญ่ก่อนจะเลิกรากัน วันรุ่งขึ้นเชสเข้าห้องเรียนตามปกติแต่ความนี้กลับไม่เหมือนทุกวันสายตามากมายจ้องมาทางเขาแปลกๆ พร้อมเสียงคุยที่เบาลง ทุกสายตาจับจ้องจนกระทั่งเขานั่งลง ณ ที่ประจำ“เห้ย ไอ้กระจอก ได้ข่าวว่าแกสมัครลงประลองโดยที่ไม่มีพาร์ทเนอร์หรอ”แม้จะมีเหตุการณ์ในหอพักก่อนหน้าจนเขาถูกหลายคนหลบหน้าไม่ยอมคุยด้วยแต่ใช่ว่ากลุ่มคนที่ดูถูกเขาจะหายไปอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่นลูกชายของบารอนตรงหน้าที่เที่ยวไล่ดูถูกนักเรียนสามัญชนแทบทุกคน“ถ้าใช่แล้วจะทำไม เฮนดริก”ว่าแล้วว่าข่าวที่เขาลงสมัครจะต้องรั่วไหล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฝีมือใคร เชสมองตาแข็งกร้าวโต้กลับชาวผมเงินตัวสูงนักเรียนอัศวินตรงหน้า“นี่แกกล้ามองหน้าฉันหรอ ไอ้สามัญชนชั้นต่ำ”ลูกน้องสองคนด้านหลังเฮนดริกหักข้อนิ้วเตรียมจะจัดการเชสหากเฮนดริกสั่ง ถึงจะอยู่ห้องโหล่เหมือนกันแต่ใช่ว่าทุกคนจะเท่าเทียมกันหมด ขุนนางอย่างเฮนดริกต้องเป็นที่ประจบประแจงของคนอื่น แม้แต่มาร์คก็ไม่อาจเทียบได้แม้จะรวยแต่ครอบครัวของมาร์คก็เป็นแค่ตระกูลพ่อค้าเท่านั้นไม่รู้ว่าทำไมยิ่งห้องต่ำก็จะยิ่งเจอพวกขุนนางยศต่ำมากขึ้น เช่นเดียวกับพวกห้องสูงๆมักจะพบขุนนางระดับสูงได้ค่อนข้างมาก ส่วนสามัญชนนั้นน้อยจนนับหัวได้เลยด้วยซ้ำ โรงเรียนนี้ต่อต้านการรับสินบนอย่างน้อยพวกคณาจารย์ระดับสูงก็ไม่มีข่าวอื้อฉาวให้ได้ยิน จึงไม่ใช่การติดสินบนแน่นอน“แค่ขุนนางยศต่ำสุดไม่ใช่หรอ จะมาอวดดีทำไม”ทุกคนในห้องพากันหันมองเชสในเวลาเดียวกัน ประโยคนั้นไม่เพียงดูถูกเฮนดริกแต่สะเทือนไปถึงเกียรติยศของตระกูลและขุนนางยศบารอนตระกูลอื่นด้วยเช่นกัน และยิ่งเชสเป็นเพียงสามัญชน ถ้าประโยคนั้นหลุดออกไปคงไม่พ้นถูกจับขึ้นศาลขุนนางที่ตัดสินเข้าข้างขุนนางเป็นแน่“กล้ามากนะ วันนี้ฉันจะเอาให้แกคุกเข่าร้องขอชีวิต...”ไม่ทันจะได้ง้างหมัดประตูห้องเรียนพลันเปิดกระแทกเสียงดังสนั่นทั่วทั้งห้อง หญิงสาวร่างเล็กผมสีดำขลับก้าวเข้ามาในห้องราวกับไปสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด“เกิดขึ้นไรขึ้น”เสียงเนิบเอ่ยถาม ทุกคนพลันนิ่ง บ้างก้มหน้าบ้างไม่กล้าสบตา มิเนอร์วาหันไปหากลุ่มต้นเหตุของเรื่อง ตามจริงเธอไม่จำเป็นต้องถามเสียด้วยซ้ำเพราะเธอมาทันได้ยินประโยคหมิ่นขุนนางของเชส“อ...องหญิงมิเนอร์วา พอดี คือว่า เอ่อ ผมกำลังสั่งสอนสามัญชนที่พูดจาดูหมิ่นขุนนาง...อ๊ะ ผมจากตระกูลสโลแวน พ่อของผมบารอนสโลแวนเพิ่งเข้าร่วมกับฝ่ายรัชทายาท...”เฮนดริกไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนน้ำเสียงเมื่อเห็นว่าใครเข้ามา เขารีบพูดทำให้ติดอ่าง แววตาที่ใช้มองหญิงสาวดูคล้ายหมาที่กำลังมองเจ้านายอย่างไรอย่างนั้น เมื่อนึกขึ้นได้เขารีบแนะนำตัวพร้อมชื่อตระกูลเผื่อว่าจะมีสักนิดที่เข้าไปในความทรงจำของมิเนอร์วาแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจเดินผ่านเข้าไปและหยุดตรงหน้าเชส“เชส เซอเซส วันนี้หลังเลิกเรียนไปที่ห้องสภานักเรียนด้วย”ไม่รอฟังคำตอบ หญิงสาวตีหน้านิ่งก่อนจากไปเธอหันหน้าหาเฮนดริก เด็กหนุ่มผมเงินดีใจเป็นอย่างมากเฝ้ารอคำที่เธอจะกล่าว“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่”มิเนอร์วากดเสียงต่ำให้มันเป็นทั้งคำสั่งและคำขู่ ปล่อยให้คนที่เหลือในห้องอยู่ในความเงียบจนอาจารย์ชราประจำชั้นเข้ามา“เอ้าๆ นั่งที่ได้แล้ว ได้ข่าวว่ามีคนจากห้องเราสมัครลงประลองสองคนสินะ ยังไงก็ได้อย่าไปทำขายหน้าแล้วกันนะ” ตะวันเริ่มคล้อยสาดแสงสีส้มไปทั่ว นักเรียนหลายคนทยอยกันกลับหอในขณะที่บางคนวางแผนจะออกไปเที่ยวเล่นนอกรั้วสถาบันก๊อก ก๊อกคนในแทบจะตอบรับในทันที คราวนี้ไม่มีบุคคลที่3หรือใครอื่นมีเพียงมิเนอร์วาและเชสสองคนเท่านั้น เอกสารบนโต๊ะยาวถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่เหมือนครั้งก่อน“เชิญนั่ง”น้ำเสียงเป็นทางการพร้อมผายมือไปยังเก้าอี้หัวโต๊ะอีกฝั่ง“พี่ชายของรุ่นพี่ตอบเร็วเหมือนกันนะครับ ถ้าเดาไม่ผิดคงเร่งทำเวลาสั่งสมกำลังเอาไว้เผื่อเหตุไม่คาดฝันสินะ”“เลิกพูดเล่นได้แล้ว...ท่านพี่มีข้อเสนอมาให้”