6
ตอนที่ 6 ข้าหรือต้องกลัว?
เหลิงเจียวเจียวกรีดร้องลั่นด้วยความเ็ปเกินจะควบคุมไหว
“อ๊ากกก…!!”
เหลิงหยุนเจียวถอดถอนฝ่ามือและบาทาออก พลางลูบไล้ไปมาอย่างเ็ปเช่นกัน
ร่างกายของพวกนักสู้ขอบเขตปราณจิตมันแข็งแกร่งทนทานกว่าของคนทั่วไปมากจริงๆ
นางหยิบเข็มเหล็กน้ำแข็งขึ้นมาอีกกว่าสิบเล่ม สอดเสียบตามง่ามนิ้วไว้พร้อมเพรียง ก่อนจะสะบัดข้อมือยิงเข็มทั้งหมดให้พุ่งเข้าหาเหลิงเจียวเจียว แล้วเข็มเ่าั้ก็ได้เจาะทะลุไปทั่วร่างกายของอีกฝ่าย
ปล่อยให้ตายไปทั้งแบบนี้ ดูท่าจะง่ายเกินไปสำหรับนาง
ขณะเดียวกัน เหลิงเจียวเจียว้าจะลุกขึ้นยืน ทว่าทันใดก็พลันค้นพบว่า ร่างทั้งร่างของตัวเองไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไปแล้ว
เหลิงหยุนเจียวย่างสามขุมตรงเข้าใกล้ สายตาที่จับจ้องเหลิงเจียวเจียวเต็มไปด้วยความเ็าปราศจากอารมณ์อื่นใด พบเห็นเช่นนั้น สีหน้าการแสดงออกของอีกฝ่ายถึงกับถอดสีซีดเผือดไปหลายส่วน เหงื่อเย็นทะลักล้นเปียกชุ่มไปทั่วหน้าผากและแผ่นหลัง
“จะ-เ้า...เ้าจะทำอะไร?”
เหลิงหยุนเจียวก้มไปค้นตัวเหลิงเจียวเจียวอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกริชเล่มหนึ่งออกมาจากเอวของอีกฝ่าย พร้อมเล็งปลายกริชแหลมคมจ่อเข้าบริเวณใบหน้าหวังทำให้เสียโฉม
“เ้า! เ้า...เ้าจะทำบ้าอันใด!?”
เหลิงหยุนเจียวได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะคิกคัก น้ำเสียงราวกับภูตผีที่กำลังคลานหนีขุมนรกโลกันตร์ออกมา
“ท่านกล่าวอันใดรึ? น้องคนนี้ได้ยินไม่ชัด”
กล่าวจบเท่านั้น นางก็แทงคมกริชในมือพร้อมเริ่มวาดละเลงกรีดสร้างาแลึกทั่วใบหน้าของเหลิงเจียวเจียว ธารเืสีแดงสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่ว
“กรี๊ดดด! น้องเหลิง ข้าผิดไปแล้ว! ได้โปรดปล่อยพี่คนนี้ไป...”
เหลิงเจียวเจียวกรีดร้องอ้อนวอนทั้งน้ำตาและความเ็ปแสนสาหัส
กล่าวคือ เ้าของร่างเดิมของเหลิงหยุนเจียวเคยโดนกระทำเยี่ยงไร เหลิงเจียวเจียวในเวลานี้ก็กำลังโดนกระทำไม่ต่างกัน
ทว่ายามนั้น ต่อให้เ้าของร่างเดิมจะกรีดร้องขอความเมตตาจนเสียงแหบเสียงแห้งเยี่ยงไร เหลิงเจียวเจียวผู้นี้ก็ไม่มีปราณีหรือนึกถึงมนุษยธรรมใดๆ เช่นนั้น ต่อหน้าสัตว์นรกตัวนี้ เหลิงหยุนเจียวยังต้องเห็นใจอันใดอีก?
ไม่ว่าเหลิงเจียวเจียวได้เคยกระทำสิ่งใดกับเ้าของร่างเดิมไว้บ้าง ในยามนี้นางจะสนองคืนให้เหลิงเจียวเจียวในแบบเดียวกัน
“กรี๊ดดดด…!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนสุดเวทนาของเหลิงเจียวเจียวดังสนั่นลั่น และลอยปกคลุมอยู่เหนือจวนตระกูลเหลิง
โม่เฉินหยวนนั่งแกว่งขาเฝ้ามองภาพฉากทรมานนี้อย่างสงบ แต่สักครู่ต่อมา เขาพลันััได้ว่า เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของตนกำลังสั่นเทาอยู่ เมื่อชำเลืองมองก็ค้นพบว่า บนใบหน้าบริสุทธิ์ใสซื่อของเ้าตัวน้อยกำลังเผยแววความหวาดกลัวออกมา
เขากำลังหวาดกลัวรึ?
ดูเหมือนเหลิงหยุนเจียวจะไม่เคยตีเขานี่ แล้วไฉนเขาจึงต้องหวาดกลัวด้วย?
แต่ทันใดนั้น ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ก่อให้เกิดเป็ข้อสงสัยในใจของโม่เฉินหยวนทันที หรือเป็ไปได้ไหมว่า...เด็กคนนี้จะเคยโดนแม่ทุบตีมาก่อน จึงได้แสดงอาการหวาดกลัวออกมาชัดเจนปานนี้?
“เ้ากลัวท่านแม่รึ?”
ยิ่งเด็กชายตัวน้อยได้ยินคำถามนี้เข้า ร่างของเขายิ่งสั่นสะท้านรุนแรงขึ้น ภายในหัวพลันนึกย้อนกลับไปถึงภาพฉากที่แม่จ๋าเคยใช้ไม้หน้าสามทุบตีตนในวันๆหนึ่ง
ทว่าอีกใจหนึ่งก็พึงคิดได้ขึ้นมา แม่จ๋าในวันนี้ดูแตกต่างไปจากที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
นางอนุญาตให้เขาเรียกนางว่าแม่จ๋า และยังมองมาที่ตนด้วยสายตาอ่อนโยนปราศจากความดุร้ายดังเช่นในอดีต
“ข้าไม่กลัว”
สุ้มเสียงของเด็กชายตัวน้อยฟังดูแ่เบาประหนึ่งยุงบิน และได้ยินไม่ชัดเจนจนแทบจะจับใจความไม่ได้
โม่เฉินหยวนจ้องหน้าเด็กน้อย ดวงตาฉายแววฉงนสงสัยไม่คลาย และเอ่ยปากถามอีกคราว่า
“เ้าชื่ออะไร?”
“....” แต่เด็กชายตัวน้อยกลับก้มหน้าก้มตาเงียบยามได้ฟังคำถามนี้
“เจียวเจียวลูกพ่อ!”
สุ้มเสียงะโดังลั่นมาจากนอกลานแห่งนี้ เสียงนั้นสนั่นดังจนกลบเสียงกรีดร้องของเหลิงเจียวเจียวไปจนสิ้น
ชายวัยกลางคนผู้นี้นามว่าเหลิงหยวนหลง เขาอยู่ในชุดแต่งกายหรูหราเต็มยศพร้อมกับกำลังยามองครักษ์อีกกลุ่มใหญ่
เมื่อเห็นหญิงสาวผู้มีใบหน้าอาบชุ่มไปด้วยเืสีแดงสดนอนจมอยู่กับพื้น เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็บุตรสาวสุดที่รักของตนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน พินิจสังเกตได้จากเสื้อผ้าการแต่งกาย
“เจียวเจียวลูกพ่อ!”
แลเห็นว่าเป็เหลิงหยวนหลง เหลิงเจียวเจียวถึงกับร่ำไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม และเมื่อน้ำตาซึมไหลผ่านาแฉกรรจ์ลึกทั่วใบหน้า ก็ยิ่งทำให้นางส่งเสียงกรีดร้องลั่นด้วยความเ็ปที่เพิ่มพูลเป็ทวี
“ท่านพ่อ! ช่วยข้าด้วย!!”
เหลิงหยวนหลงเชิดหน้าจับจ้องไปที่เหลิงหยุนเจียวตาเขม็ง เส้นเืสีเขียวปูดโปนขึ้นบนหน้าผากด้วยความโกรธสุดขีด เขาตวาดเสียงดังสั่น โทสะถาโถมมากเกินอัดอั้น
“เหลิงหยุนเจียว! เ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้มาทำกับลูกสาวของข้าเช่นนี้!? ช่างบังอาจยิ่งนัก!”
เหลิงหยุนเจียวหันคมกริชชี้ไปยังทิศทางของอีกฝ่าย เหลิงหยวนหลงผู้นี้หาใช่ใครอื่น เขาคือประมุขตระกูลเหลิงสายรองนั่นเอง
เ้าของร่างเดิมโดนรังแกกลั่นแกล้งสารพัดภายในจวนตระกูลเหลิงสายรอง แล้วมีหรือที่เหลิงหยวนหลงจะไม่รู้?
เหลิงหยวนหลงผู้นี้มีระดับพลังลมปราณอยู่ในขอบเขตปราณถ่องแท้ขั้นต้น
ผู้ที่บรรลุถึงขอบเขตปราณถ่องแท้ได้ จะมีอีกหนึ่งคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเข้ามา พวกเขาจะสามารถดูดซับพลังิญญาจากภายนอกเพื่อควบรวมและใช้โจมตีศัตรูได้ จึงหาใช่คู่ต่อสู้ที่คนในขอบเขตปราณจิตจะต่อกรด้วยได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับคนธรรมดาทั่วไปที่ไร้ลมปราณเล่า?
ในเวลานี้ เหลิงหยุนเจียวไม่สามารถฝึกปรือลมปราณใดๆได้ทั้งสิ้น เป็การดีกว่าที่จะไม่เปิดเผยไพ่ตายออกมาตอนนี้ ทุกอย่างยังเร็วเกินไป ทั้งหมดก็เพื่อเก็บงำสิ่งเ่าั้ไว้ใช้ในยามคับขันจริงๆ
“เรียนท่านประมุข ท่านกำลังกล่าวอันใดอยู่งั้นรึ? สถานะของข้าเป็ถึงคุณหนูของตระกูลสายหลัก นับประสาอันใดกับแค่เย้าหยอกบุตรสาวของท่านเล่นเล็กๆน้อยๆ เพราะหาก้ากระทั่งถอดตำแหน่งประมุขตระกูลสายออกจากหัวของท่าน ข้าก็ยังทำได้ เช่นนั้นแล้ว ก่อนจะคิดทำสิ่งใดโปรดไตร่ตรองให้จงดี”