ราชันย์ปีสาทโลหิต

    ตอนที่52 การตัดสินใจ

    * เนื่องจากด้วยวันนี้เป็นวันเกิดของผู้แต่ง

    ตอนนี้ก็เลยพิเศษเพราะจะแต่งให้ยาวกว่า

    ตอนที่ผ่านๆมานิดหน่อยล่ะกัน~






    "เพราะฉะนั้นถ้าท่านได้แต่งงานกับท่านลอร์ด

    เผ่าพันธุ์ของพวกเราก็ไม่อาจมีใครหน้าไหน

    ที่กล้ามาหยามพวกเราได้"


    เคียสพูดจบพร้อมกับหันไปมองทั้งสอง

    จัสมินนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะนางก็เห็นด้วย



    'มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย?!'


    "ข้าถึงได้ปฏิเสธยังไงล่ะ ทำไมข้าถึงต้องไปร่วมมือกับเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าด้วย! เพร..."



    "ท่านก็ไม่ได้เป็นมนุษย์แล้วนี่!"


    จัสมินพูดขึ้นพร้อมจ้องมองไปหาหลานเยว่

    ทำให้หลานเยว่พลันสะดุ้งตกใจเล็กน้อย


    เพราะคำพูดของนางนั้นได้เสียดแทงไปในใจ

    ของหลานเยว่อย่างจัง


    'อา... ลืมเรื่องนี้ไปเลย?'



    "ในตอนนี้ถ้าหากพวกมนุษย์ได้ล่วงรู้ถึงตัวตน

    ของท่านนั้น ถึงท่านจะมีพลังมหาศาลขนาด

    ไหนก็เถอะ แต่ท่านก็มีเพียงตัวคนเดียว

    แบบนั้นท่านจะต้องลำบากแน่ๆ"


    "เพราะถึงแม้จะเป็นคนในครอบครัวท่าน

    ก็เถอะ พวกเขาจะยอมรับได้งั้นรึ?"


    เคียสหันไปพูดกับหลานเยว่อย่างจริงจัง

    หลานเยว่ได้ยินแบบนั้นก็เห็นด้วยกับเคียส


    'นี่เราไม่มีทางเลือกขนาดนี้เลยงั้นรึ?'


    'หรือว่าเราจะยอมทำตามข้อเสนอ...'


    'แต่ข้าแต่งงานแล้วนิห์!'


    'จะให้ข้าแต่งอีกครั้งมันได้งั้นรึ?!'


    "ข้าขอบอกพวกท่านเอาไว้

    ข้าได้แต่งงานมาก่อนแล้ว

    ก่อนที่จะมาเป็นโนเบลส์อะไรนี่ด้วยซ้ำไป"


    "ท่านยังคิดจะให้แต่งงานกันอีกหรือไม่?"



    "ฮ่าๆ~ ที่แท้ท่านก็เพียงกังวลเรื่องนี้ี่ี่เอง"


    "มันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย

    ท่านเพียงแค่ไปหย่ากับนางซะก็สิ้นสุดเรื่อง"


    เคียสพูดขึ้น



    "ท่านจะให้ข้าไปหย่ากับนางงั้นรึ?!"


    หลานเยว่พลันตกใจขึ้นมา



    "หรือว่าท่านจะไม่ต้องการหย่ากับนาง?"


    "ข้าขอพูดเตือนกับท่านด้วยความหวังดีไว้ว่า

    ถ้านางได้รู้ว่าท่านเป็นโนเบลส์ผู้ชั่วร้าย

    ท่านคิดว่านางจะรู้สึกยังไง?"


    "เผ่าพันธุ์มนุษย์ย่อมไม่ถูกกับเผ่าพันธุ์พวกเรา

    ถึงนางจะยอมรับท่านได้ แล้วเรื่องมันจะเป็น

    ยังไงกันต่อล่ะ? นางก็ไม่พ้นโดนสาปแช่งหรือ

    อาจจะโดนโทษประหารที่มาอยู่กับท่าน"


    "ถ้าท่านยังรักนางผู้นั้น

    ท่านก็คงต้องหย่ากับนางให้เรียบร้อย

    เพราะจะได้มั่นใจถึงความปลอดภัยของนาง"



    'ท่านโนเบลส์ผู้ชั่วร้าย?'


    หลานเยว่ก็ได้แต่ยืนอยู่นิ่งๆ

    ก่อนที่จะได้มาเล่าความจริงให้เคียสฟัง




    หลังจากที่เคียสได้ฟังเรื่องราวการแต่งงาน


    "เป็นเช่นนี้นี่เอง~

    ข้าก็พูดให้เหนื่อยไปซะมากมาย"


    "อย่างนี้ท่านก็หย่ากับนางได้แล้ว"



    'อา... ในเมื่อข้ากับนางไม่ได้รักกัน

    ข้ากับนางก็อาจจะไม่ได้เจอกันอีกด้วยซ้ำ

    ไหนนางก็ได้เข้าร่วมพรรคเยือกเย็นแล้ว

    ข้ากับนางก็ไม่ได้สานสัมพันธ์อันใดกันแน่นอน

    และที่สำคัญก็เรื่องที่ข้าได้มาเป็นโนเบลส์นี้"


    'การหย่ากับนางอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี

    สำหรับนางที่สุดนั้นแหละ'


    "ข้าคงอาจจะต้องทำเช่นนั้น"



    จัสมินที่ได้แต่ยืนฟังอยู่เงียบๆนั้น

    นางก็ไม่ได้เผยสีหน้าท่าทางอะไรมากนัก

    นางเพียงแต่นั่งลงและฟังอย่างนิ่งเงียบเท่านั้น




    "ท่านจะออกเดินทางไปเลยงั้นรึ?"


    เคียสถามด้วยความแปลกใจ



    "ยิ่งเร็วยิ่งดี ไม่ใช่หรอกรึ?"



    "ฮ่าๆ ถูกของท่าน~

    ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้ข้าได้ตามท่านไปด้วย"



    "เจ้าไม่เชื่อใจข้างั้นรึ?"



    "ข้าไม่อาจหมายความเช่นนั้น! ข้าเพียงแค่กลัวว่าท่านจะไม่คุ้นทางเพียงเท่านั้น"



    "เจ้าไม่ต้องห่วง

    ถ้าเจ้าไปก็ถ่วงข้าเสียเปล่าๆ"


    หลานเยว่พูดจบเขาก็หายไปในทันที



    "....." เคียส




    "ท่านลุงไว้ใจเขาจริงๆงั้นรึ?"


    "ถึงขั้นยอมให้เขาแต่งงานกับข้า

    แต่ไหนแต่ไรท่านลุงก็ไม่เคยให้

    ชายหนุ่มคนไหนได้เข้าใกล้ข้าแม้แต่นิดเดียว"


    จัสมินที่นั่งอยู่พูดถามขึ้น



    "ฮ่าๆ มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ~

    ข้าต้องขอโทษด้วยที่กันชายหนุ่มจากท่าน

    แต่ข้าเพียงต้องการให้เจ้ามีความสุข

    ได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดีและมีอนาคต"



    "ผู้ชายที่ดี?

    ท่านโนเบลส์ผู้ชั่วร้ายนั้นงั้นรึ?"



    "ฮ่าๆ~ ข้ารู้ๆว่าท่านต้องการจะพูดอะไร"


    "แต่นั้นไม่ได้เป็นความจริงเสมอไป~"



    "ต้องการพูดอะไรกันแน่?"







    หลานเยว่ได้วาร์ปมาที่ห้องนอนของเขา

    ตอนนี่เป็นเวลาเช้ามืดแล้ว


    "เฮ้อ... ใบแต่งงานก็อยู่ที่ข้าด้วยสิ

    เคียสบอกว่าแค่ฉีกมันทิ้งก็จบสิ้นแล้ว"


    "แต่ข้าจะฉีกมันทั้งๆที่นางไม่รู้เรื่องงั้นรึ?"



    "งั้นข้าก็คงต้องไปหานางสินะ"





    หลานเยว่ได้วาร์ปไปที่หน้าห้องของหลานชิง

    เขาก็ได้เคาะประตูอยู่สักพักนึง




    "หลานเยว่? เจ้ามีอะไรงั้นรึ?"


    หลานชิงถามขึ้นด้วยความแปลกใจ



    "ข้าคงต้องเดินทางไปแล้ว

    ท่านพี่ฝากบอกลาท่านพ่อและท่านแม่ด้วย"



    "เจ้าว่าอย่างไรนะ?!"


    หลานชิงพลันตกใจขึ้นมาทันที



    "ข้าขอโทษด้วยที่มาบอกกะทันหันอย่างนี้

    แต่ว่าคราวนี้ข้าไปไม่ได้นานขนาดนั้นนัก"



    "เจ้าตั้งใจจะไปที่ใดกัน?"



    "พรรคเยือกเย็น"



    "เหตุใดเจ้าจึงต้องการไปพรรคเยือกเย็น?!

    เจ้าจะไปหาภรรยาของเจ้างั้นรึ?"


    "แต่เจ้าก็คงจะรู้อยู่ว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่เจ้า

    จะเข้าไปในนั้นได้แม้แต่นิดเดียว หรือว่าเจ้า

    อาจจะมีเรื่องสำคัญอะไรที่ต้องบอกนาง?"



    "อย่างที่ท่านพี่ได้พูด

    ข้ามีเรื่องสำคัญต้องไปบอกนาง"



    "เรื่องอะไรกัน? มันสำคัญขนาดนั้นเลยรึ?"



    "ไว้ข้าจะมาบอกตอนที่ข้ากลับมาล่ะกัน"


    "ข้าไปล่ะ"


    หลานชิงเห็นหลานเยว่กำลังจะเดินจากไป

    นางก็อยากถามมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ถามไป


    คล้ายกับเรื่องราชันย์ปีสาทโลหิต ที่คุณอ่าน