๔
หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูกวันนี้ผมปฏิเสธรับงานอีเวนท์ทุกงานเพราะผมไม่มีกระจิตกระใจที่จะไปยืนร้องเพลงให้ใครฟัง และผมก็ไม่อยากไปร้องเพลงในผับนั่นอีกถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะอ่านสัญญาอย่างละเอียดแล้วค่อยเซ็นแต่ใครมันจะไปรู้ว่าสัญญามันจะพิเรนทร์อย่างนี้
สิ่งเดียวที่ผมคิดอยู่ตอนนี้คือการหนี!
การหนีเท่านั้นที่จะทำให้ผมรอดพ้นจากมาเฟียนั่นแต่คำพูดที่เขาพูดเมื่อคืนก็ผุดคิดขึ้นมาในหัวสมอง
“จำไว้นะ นายอย่าคิดหนีฉันไม่อย่างนั้นครอบครัวและตัวนายเองได้เดือดร้อนแน่...นายก็รู้ว่าฉันเป็คนพูดคำไหนคำนั้น”
แต่ถ้าผมรีบหนีตอนนี้เขาก็ไม่รู้นิ ผมรีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วลงไปบอกแม่และพี่ชายทั้งสองให้รีบเก็บเสื้อผ้าเพราะวันนี้เราจะย้ายไปอยู่ที่อื่นสักพัก ถ้าไปตอนนี้มาเฟียนั่นคงไม่รู้หรอก
“ทำไมต้องหนีไปอยู่ที่อื่นมีปัญหาอะไรรึเปล่าเล็ก”
แม่ผมหันมาถามขณะที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น
“ปะเปล่าไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับแค่อยากพาทุกคนไปพักผ่อน”
ความจริงแล้วมันคือปัญหาใหญ่เลยแหละถ้าไม่รีบหนีตอนนี้ อีกไม่นานผมคงต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับไอ้มาเฟียนั่นแน่ ๆ ! หมดกันสิ่งที่เก็บรักษามาเกือบสามสิบปีจะมาพลีให้มาเฟียอย่างนั้นเหรอไม่มีทาง เขาไม่มีทางได้ตัวผม
แค่คิดก็สยิว !
“แต่เฮียคงไปด้วยไม่ได้นะเล็กเพราะเฮียต้องสอนหนังสือ”
พี่ใหญ่ที่นั่งจิ้ม ๆ เขี่ย ๆโทรศัพท์บอกผม เพราะพี่ใหญ่มีอาชีพรับราชการครู และสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนดังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
“ย้ายเลยเฮียหรือไม่ก็ลาออกผมเลี้ยงเฮียได้สบาย”
น้ำเสียงจริงจัง
“จะบ้าเหรอเล็ก...พูดเพ้อเจ้อไปได้”
“ผมไม่ได้เพ้อเจ้อนะเฮีย”
ผมยังยืนกรานเสียงแข็ง
“ถ้าอยากไปก็ไปคนเดียว”
พี่รองพูดขึ้น
“ไม่ได้นะเฮียต้องไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ”
“เอาไว้วันอื่นนะเล็ก่นี้เตี่ยไม่ค่อยสบายจะให้เดินทางไปต่างจังหวัดตอนนี้คงไม่ไหวเพราะร่างกายเตี่ยยังไม่พร้อมเดินทาง...” คราวนี้แม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อยู่ในกรุงเทพฯอะไรก็สะดวกสบาย พาเตี่ยไปหาหมอก็ง่าย”
ทำไมทุกคนไม่เข้าใจเล็กเลย !
สรุปว่าผมต้องทำงานที่นั่นต่อไปอย่างนั้นเหรอ...ไม่! ผมจะไม่มีวันทำงานที่นั่นอีกเป็อันขาดผมต้องหนี ต้องหนีไปจากที่บ้านนี้ก่อนส่วนเื่ครอบครัวผมเชื่อว่ายังไงไอ้มาเฟียนั่นมันคงกล้าทำอะไรหรอก มันแค่ขู่ผมเพราะอย่างน้อย ๆ พี่รองก็เป็ตำรวจ
“ถ้าทุกคนไม่ไป ผมไปคนเดียวก็ได้”
แต่คำพูดของไอ้มาเฟียที่ว่า
“จำไว้นะนายอย่าคิดหนีฉัน ไม่อย่างนั้นครอบครัวและตัวนายเองได้เดือนร้อนแน่”
ก็ผุดเข้ามาในหัวสมองผมอีกครั้ง แต่ถ้าจะให้ผมถูกไอ้มาเฟียนั่นจองจำและปู้ยี่ปู้ยำผมรับไม่ได้จริง ๆ ยังไงเขาก็พรากความเป็ชายชาตรีของผมไม่ได้...เขาไม่มีทางได้ !
“มีปัญหาอะไรรึเปล่าทำไมต้องร้อนรนด้วย”
พี่ใหญ่ถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“มะไม่มี แค่ผมอยากพักผ่อน่นี้ผมทำง่านหนักเฮียก็เห็น”
“มีอะไรก็อย่าปิดบังนะเล็ก”
“คะครับ”
จะให้ผมบอกกับครอบครัวว่า ผมเซ็นสัญญาเป็เมียมาเฟียอย่างนั้นเหรอทุกคนคงได้อกแตกตายก่อนที่จะฟังผมบอกเหตุผลกันพอดี
“นายได้ยินไม่ผิดหรอกเด็กน้อย...และนายก็อย่าคิดหนีเพราะนายก็รู้ว่าฉันเป็คนอย่างไร นี่ฉันไม่ได้บังคับนายแต่นายสมยอมฉันเอง”
คำพูดเมื่อคืนของเขายังผุดอยู่ในหัวสมองของผมไม่เลิกเ้าเล่ห์ที่สุด แต่จริงอย่างที่เขาพูดว่า ผมเซ็นสัญญาโดยสมยอมหามีใครบังคับผมไม่ !
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า “ไอ้ตี๋เล็ก” มึงอย่าเห็นแก่เงินอีกแต่พอคิดได้มันก็สายเกินไป สายจนกว่าจะแก้ไขอะไรได้ เพราะเอกสารที่อยู่ในของไอ้มาเฟียมีเป็ลายลักษณ์อักษรและยังเป็ลายเซ็นผมที่เซ็นเองกับมือด้วยมันสายไปแล้วจริง ๆ
“เดี๋ยวผมจะขอไปอยู่กับเพื่อนสักพักเฮียรองดูแลบ้านด้วยนะ...ถ้าเป็ไปได้เฮียสั่งลูกน้องมาเฝ้าบ้านด้วย เอามาเยอะ ๆให้มาเดินเฝ้ารอบบ้านเลยก็ได้ เดี่ยวผมจะให้เงินพิเศษผมให้ไม่อั้นเพื่อเป็ค่าทำงานนอกเวลา”
“ขนาดนั้นเลยเหรอเล็กเฮียว่าเล็กต้องมีอะไรปิดบังพวกเฮียอยู่ใช่ไหม”
“มะไม่มีครับ”
“สายตาเล็กมันโกหกพวกเฮียไม่หรอกนะ แต่เฮียจะไม่เค้นถามเล็กถ้าเล็กพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยมาเล่าให้เฮียฟัง”
ความจริงก็อยากจะเล่าแต่กลัวพวกเฮียอกแตกตายและไม่อยากทำให้พวกเฮียเดือดร้อนระหว่างที่ผมกำลังเวิ่นเว้อคิดหาวิธีการหนีอยู่นั้น เสียงกดกริ่งดังขึ้นและเป็สัญญาณบ่งบอกว่ามีคนมาหา
“เดี๋ยวเฮียไปเอง”
พี่รองเดินไปดูว่ามีใครมาหาที่หน้าบ้านพี่รองออกไปสักพักแล้วกลับเข้ามา
“แขกของเล็ก”
“ของผม”
“ใช่”
ผมเดินออกมาที่หน้าบ้านเพื่อดูว่าแขกของผมเป็ใคร เมื่อผมเห็นคนที่อยู่หน้าบ้านผมก็ต้องใจนสุดขีด
“สวัสดีครับคุณตี๋เล็ก”
มะพร้าวกล่าวทักทายผมด้วยความนอบน้อมเหมือนเมื่อคืนที่เราพบกัน
“รู้จักบ้านผมได้ยังไง”
ผมถามกลับไปด้วยความแปลกใจ
“ไม่มีอะไรที่นายท่านไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งที่นายท่าน้า”
นายท่านอีกแล้ว
“นายท่านรอคุณตี๋เล็กอยู่ในรถ”
“รอผม”
“ใช่ครับ”
“ไม่...ผมไม่ไป”
ผมยืนกรานเสียงแข็ง...ยังไงผมก็ไม่ไป
“อย่าให้นายท่านรอนานครับคุณตี๋เล็กเคยได้ยินคนพูดถึงนายท่านบ้างแล้วใช่ไหมว่านายท่านเป็คนยังไงและคุณเองก็คงรู้ว่านายท่านเป็คนยังไง...อย่าขัดนายท่านเลยจะดีกว่าครับ”
คนที่อยู่ตรงหน้าผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทำให้ผมนิ่งเงียบไปสักพัก นี่มันเป็เวรเป็กรรมอะไรของผมนักร้องที่มีชื่อเสียงอย่างผมต้องมาเจอะเจอกับไอ้มาเฟียนี่ด้วย
“รีบไปเถอะครับ...เดี๋ยวนายท่านโกรธ”
มะพร้าวเดินนำผมออกไปส่วนผมต่อให้ปากแข็งอย่างไรก็เดินตามมะพร้าวออกไปอยู่ดีเพราะด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวตาย
“เชิญครับ”
มะพร้าวเปิดประตูรถสีดำคันหรูเพื่อให้ผมขึ้นไปนั่งคนที่อยู่ในรถนั่งนิ่ง...เงียบไม่มีท่าทีว่าจะสนใจผมเลยแม้แต่น้อย เขาเฉยชา เขาเป็นายเ็าจนน่ากลัว
นี่เขายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม ผมได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถนั่น
“อย่าคิดหนีอีก”
สิ่งแรกที่ไอ้มาเฟียพูดออกมา
“คะคุณ้าอะไรจากผม”
ผมรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดถามออกไปคนที่นั่งอยู่ตรงข้างผมสายตามองตรง เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าผม...ทำตัวโคตรลึกลับ
“้านาย”
เขาตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนเช่นเคย
“คุณอย่ามาพูดบ้าๆ”
“นายจะดูสัญญาอีกครั้งไหมล่ะ”
“บ้าคุณมันบ้าที่สุด”
“ฉันไม่ได้บ้าแต่เพราะความเย่อหยิ่งทระนงของนายมันทำให้ฉันสนใจในตัวนาย...และนายก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่นายทำกับฉัน”
เขายังพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเหมือนเดิมใบหน้ามองตรงไม่หันมาพูดกับผม
“ชะชดใช้อะไร...แล้วผมไปทำอะไรให้คุณั้แ่เมื่อไหร่”
ตอนนี้น้ำเสียงสั่นเทาเพราะจำไม่ได้ว่าผมไปทำอะไรให้เขา...ตอนไหน และที่สำคัญผมไม่เคยรู้จักเขาเป็การส่วนตัวมาก่อนแน่...มั่นใจ!
“หึหึ”
เขาหัวเราะในลำคอก่อนที่จะหันมาสบตากับผมเขาใช้มือของเขาเชยคางผมขึ้น ตอนนี้เบาหน้าของเขาใกล้ผมจนเกือบจะชนกัน
“ตอนนี้นายยังไม่ต้องรู้...เมื่อถึงเวลาฉันจะเตือนสติของนายให้กลับมาเอง”
เขาเอาหน้าเข้ามาใกล้ผม และเขากำลังจะประกบริมฝีปากกับผมแต่ผมรีบผลักเขาออกไปจากตัวอย่างเร็ว
“อย่างนี้แหละฉันชอบ...”
เขามองผมด้วยแววตาเ้าเล่ห์และยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“และคืนนี้นายต้องไปร้องเพลงเหมือนเดิม...ฉันจะรอ”เขาหยุดพูดสักพัก หากตาดำดุจเหยี่ยวนั้นมองผมไม่กระพริบ “สิ่งที่ฉันจะมาย้ำเตือนนายวันนี้ก็คืออย่าคิดหนี...ลงไปได้”
ประสุดท้ายทำให้ผมดีใจเป็อย่างมากผมรีบลงจากรถทันที และหลังจากนั้นรถสีดำคันหรูก็ขับออกไปจนลับสายตา
ผมกลับเข้ามาในบ้านทุกอย่างยังเป็ปกติไม่มีใครถามอะไรผมแม้แต่คำเดียว
ผมเดินกลับขึ้นห้องโดยไม่พูดกับใคร นี่ผมจะต้องเป็ลูกไก่ในกำมือของไอ้มาเฟียนี่จริงๆ เหรอ และที่เขาบอกว่าผมต้องชดใช้ในสิ่งที่ผมทำกับเขา...ผมก็คิดไม่ตกกับเื่นี้จริงๆ ว่ามันเป็เื่อะไร เพราะผมไม่เคยเจอมาเฟียคนนี้มาก่อน