"ป้าคิดว่าฉันได้กำไรจากธุรกิจนี้ไปเยอะใช่ไหมคะ?แล้วป้าก็คิดว่าตัวเองขาดทุนสินะ?"
คำพูดนั้นทำเอาป้าหลิวกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันทีแต่พอนึกถึงธุรกิจที่กำลังไปได้สวย เธอก็กัดฟันแล้วพยักหน้า
"เสี่ยวเสี่ยวฉันรู้ว่าฉันอาจจะขอมากไปหน่อย แต่ว่า..."
"ป้าหลิวคะ"
ป้าหลิวยังไม่ทันพูดจบก็ถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองป้าหลิวที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนด้วยสายตาเย็นชาและน้ำเสียงหงุดหงิด
"ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาฉันก็พอได้ยินเรื่องราวมาบ้าง รู้ว่าป้าไม่พอใจกับธุรกิจนี้!หากป้าไม่เต็มใจที่จะหาเงิน หรือคิดว่าตัวเองกำลังขาดทุน ก็ไม่ต้องทำค่ะ!ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วย"
พอป้าหลิวได้ยินแบบนั้น ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
จะให้เธอทิ้งธุรกิจดีๆ แบบนี้ไปได้ยังไงกัน?
"เสี่ยวเสี่ยวฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันแค่รู้สึกว่าการที่ต้องมาเอาของจากเธอทุกวันทั้งที่เธอเองก็ต้องดูแลฉินซู่ แถมยังต้องเลี้ยงลูกอีกสองคนป้ากลัวว่าเธอจะยุ่งเกินไป ก็เลยจะมาขอสูตรจากเธอแทน!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด
ช่าง...เป็นห่วงเป็นใยเธอกันจริงๆ นะ
"ที่รัก พวกเขาอาบน้ำเสร็จแล้วพาฉินไห่เยว่ไปอาบได้เลย!"
เสียงของฉินซู่ดังขึ้นมา
"ป้าหลิว เคยได้ยินไหมคะว่าโลภมากมักลาภหาย ปกติป้าเองก็คอยช่วยดูแลครอบครัวฉันอยู่บ้างฉันก็เลยคิดว่าป้าคงไม่มีเวลาทำซานจาจิ่วไปขายเอง ฉันก็เลยทำแทน
แต่ฉันไม่คิดเลยว่าแค่มีคนพูดอะไรไม่เข้าหูสองสามคำป้าก็หวั่นไหวแล้ว! ฉันพูดตรงๆ เลยนะ มีแต่คนอิจฉาที่ป้าหาเงินได้ก็เลยมาเป่าหูป้า ถ้ายังเป็นแบบนี้อีกต่อไปป้าก็ไม่ต้องมาเอาซานจาจิ่วที่ฉันแล้วค่ะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มฉินไห่เยว่ขึ้นมา เธอมองป้าหลิวด้วยสายตาเย็นชา ตอนที่เธอกำลังจะเดินออกไปป้าหลิวก็คว้าข้อมือของเธอเอาไว้
"เสี่ยวเสี่ยว มีอะไรค่อยๆคุยกันเถอะนะ! ป้าผิดไปแล้ว ป้าหูเบา ใครพูดอะไรป้าก็เชื่อไปหมด อย่าโกรธป้าเลยนะ!ป้ารู้แล้วว่าป้าผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว"
สีหน้าของป้าหลิวเต็มไปด้วยความเสียใจ
เธอไม่น่าไปฟังพวกขี้ปากชาวบ้านเลยคราวนี้ซวยแล้ว ช่องทางทำเงินกำลังจะหายไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดออกมา
"ในเมื่อป้าคิดว่าฉันโก่งราคาป้างั้นพรุ่งนี้ ตอนที่ป้าขายซานจาจิ่วเสร็จแล้ว ก็ลองซื้อซานจา น้ำตาลทรายและน้ำผึ้งกลับมาด้วยนะคะ เดี๋ยวฉันจะเขียนจำนวนที่ต้องใช้ให้"
คิดว่าเธอโกงกำไรที่ได้มาอย่างนั้นเหรอ?
งั้นเธอจะทำให้ดูเองว่ามันมีกำไรจริงๆหรือเปล่า?
"ไม่ๆ ไม่ต้องหรอก!"
ป้าหลิวส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว
ที่จริงเธอรู้อยู่แล้วว่าต้นทุนวัตถุดิบนั้นเท่าไหร่
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาซานจาจิ่วขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เธอจึงแวะไปตลาดเพื่อสอบถามราคาต้นทุนดูแค่ราคาน้ำตาลทรายก็แพงหูฉี่แล้ว ถ้ารวมค่าวัตถุดิบทั้งหมดแล้วจะต้องใช้เงินเยอะแค่ไหนกัน
เธอก็แค่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมในใจและเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวมันครอบงำจิตใจก็เท่านั้น!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองเธอด้วยสีหน้าเย็นชา
"เดี๋ยวฉันจะเตรียมของที่จะขายพรุ่งนี้ไว้ให้ป้าตอนเย็นกินข้าวเสร็จแล้วก็มารับได้เลยนะคะ"
พูดจบ เธอก็อุ้มฉินไห่เยว่ไปอาบน้ำ
พอป้าหลิวเดินออกจากบ้านของต่งเสี่ยวเสี่ยวพวกหญิงชาวบ้านที่เคยยุยงป้าหลิวก็กรูกันเข้ามาด้วยสีหน้าคาดหวัง
"ป้าหลิว ได้สูตรซานจาจิ่วมาไหมอย่าลืมพวกเรานะ ถ้าจะรวยก็ต้องรวยด้วยกัน ช่วยสอนพวกเราบ้างได้ไหม!"
"ใช่แล้วพวกเราว่างหลังเลิกงานอยู่แล้ว จะได้หาอะไรทำแก้เบื่อ!"
พวกหญิงชาวบ้านพูดกันเซ็งแซ่ทำให้ป้าหลิวปวดหัวไปหมด
ป้าหลิวพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพอนึกถึงท่าทีของต่งเสี่ยวเสี่ยวเมื่อกี้แล้ว เธอก็โกรธจนเท้าสะเอวแล้วถ่มน้ำลายลงบนพื้น
"ถุย! ฉันจะแบ่งเงินให้พวกเธอทำไม!ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอพูดกรอกหูฉันอยู่นั่นฉันก็คงจะไม่พูดกับต่งเสี่ยวเสี่ยวแบบนั้น เกือบจะไม่มีทางหาเงินแล้ว!พวกปากไม่มีหูรูด ถุย"
เธอด่าจบแล้วก็เดินออกไปทันที
พวกหญิงชาวบ้านที่เมื่อกี้ยังกระตือรือร้นอยู่ก็หุบยิ้มลงทันที
"พวกเราหวังดีแท้ๆ!ตัวเองไม่รู้เรื่อง ยังมาโทษพวกเราอีก"
"อย่าไปโทษป้าหลิวเลยต้องโทษต่งเสี่ยวเสี่ยวมากกว่า หน้าตาเจ้าเล่ห์เหมือนนางจิ้งจอก แถมยังขี้เหนียวมีช่องทางทำเงินก็เก็บเอาไว้คนเดียว!"
...
พวกหญิงชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา ทุกคนล้วนโทษไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยว
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้สนใจอะไรอยากจะพูดอะไรก็เชิญเลย ปากของพวกเธอก็อยู่บนหน้าพวกเธอนี่ จะพูดอะไรก็พูดไปยังไงซะคำพูดพวกนั้นก็ไม่ได้ทำให้เนื้อหนังเธอหลุดออกมาขอแค่ไม่มาลองดีหาเรื่องเธอต่อหน้าก็พอแล้ว
หลังจากที่ฉินไห่เยว่กับฉินไห่หยางอาบน้ำเสร็จพวกเขาก็กลายเป็นเด็กอ้วนจ้ำม่ำน่ารักน่าชังอีกครั้ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจัดการดูแลลูกๆทั้งสามคนเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มวุ่นวายอยู่ในครัว เธอเอาข้าวใส่หม้อเพื่อหุงให้สุกก่อนจะเริ่มทำกับข้าว
มีปากท้องต้องดูแลถึงห้าคนต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงตอกไข่หกฟอง ใส่เกลือนิดหน่อย และเติมน้ำในปริมาณที่พอเหมาะก่อนจะเอาไข่ไปนึ่ง
ตอนนี้ขาของฉินซู่ยังไม่หายดีจะกินอาหารรสจัดไม่ได้ เธอเลยต้องทำอาหารรสชาติจืดๆ ไปก่อน
ก่อนหน้านี้ที่บ้านยังมีเนื้อไก่เหลืออยู่เธอจึงทำซุปไก่ใส่พุทราจีน พร้อมด้วยไข่ตุ๋น และผัดผักกาดขาว
แต่ช่วงนี้อากาศร้อน เด็กๆชอบวิ่งเล่นไปมาทั้งวัน ทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานไปมาก หลังจากกินอาหารมื้อหนึ่งพวกเขาก็กินกันจนเกลี้ยง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่ได้ทันขยับตัวฉินไห่หยางก็เก็บชามช้อนเรียบร้อยแล้ว และรับหน้าที่ล้างจาน
"พี่ชาย หนูช่วยนะ!"
ฉินไห่เยว่ช่วยล้างจานอยู่ข้างๆส่วนเฉินเฉินก็ทำตามพวกเขาสองคน
พอเห็นลูกๆ เป็นเด็กดีแบบนี้แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง
วันรุ่งขึ้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตื่นแต่เช้าตรู่เธอทำอาหารเช้าให้ลูกๆ และกำชับฉินซู่สองสามคำ ก่อนจะรีบร้อนไปที่ตลาด
ที่ร้านสมุนไพร
"ลองทายดูสิคะว่าวันนี้ฉันเอาอะไรดีๆ มาขาย!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวสะพายตะกร้าเธอมองชายชราด้วยท่าทีลึกลับอย่างมีเลศนัย
นานๆ ทีจะเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวทำตัวสบายๆแบบนี้ ชายชราจึงยิ้มออกมา
"คงจะไม่ใช่โสมอายุร้อยปีหรอกนะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้าเธอวางตะกร้าที่สะพายอยู่ แล้ววางหลินจือไว้ตรงหน้าชายชรา
"เห็ดหลินจือพวกนี้ฉันเก็บมาได้จากบนเขาเมื่อวานมีอายุร้อยปีต้นหนึ่ง กับห้าสิบปีต้นหนึ่งส่วนเรื่องราคาฉันคงไม่ต้องพูดถึงหรอกมั้งคะ"
ชายชรามองไปที่หลินจืออายุร้อยปีที่วางอยู่บนโต๊ะถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายไม่อำนวย ป่านนี้เขาคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นไปแล้ว
เขาถือแว่นขยายมือสั่นในระหว่างที่ยกเห็ดหลินจือขึ้นมา ปลายหลินจือยังมีดินติดอยู่และยังคงสภาพเดิมไว้ได้ดีมาก
"หลินจืออายุร้อยปีต้นนี้ฉันให้ราคาหนึ่งพันห้าร้อยหยวน ส่วนต้นอายุห้าสิบปี ฉันให้ห้าร้อยหยวน"
ชายชราให้ราคาอย่างยุติธรรมถึงจะเอาไปวางขายในตลาด แต่เห็ดหลินจือที่มีอายุแค่นี้ขายเต็มที่ก็ได้ราคาแค่หนึ่งพันสองร้อยหยวน ส่วนหลินจืออายุห้าสิบปีก็คงได้แค่สามสี่ร้อยหยวน
อย่างไรก็ตาม สมุนไพรที่อายุห่างกันนับสิบปีสรรพคุณก็ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว
"ตกลงค่ะ!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบตกลงโดยไม่ลังเล
รวมเป็นเงินสองพันหยวน สำหรับคนคนหนึ่งถือเป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียว
พอสวีซิ่วได้รับเงินก้อนนี้มาแล้วมือของเธอก็สั่น เธอพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"หลินจือสองต้นนั้นขายได้ถึงสองพันหยวนจริงๆเหรอคะ?"
สวีซิ่วไม่อยากจะเชื่อ เห็ดหลินจือพวกนั้นจะมีราคาสูงขนาดนี้เลยเหรอ
"แน่นอนสิ! เธอคิดว่าฉันหลอกเธอเหรอ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยัดเงินใส่มือสวีซิ่วแล้วยิ้ม
"ฉัน..." สวีซิ่วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเธอตื้นตันจนน้ำตาคลอ เธอมองต่งเสี่ยวเสี่ยวและรู้สึกว่าเธอไม่อาจกลั้นความรู้สึกได้อีกแล้ว