[พื้นที่ระบบ]
[สมุนไพรระดับสามัญ +566 ต้น อาวุธระดับสามัญ +1,023 ชิ้น]
[ทองคำ +12,000 ตำลึง]
[เงิน +98,000 ตำลึง]
...
คลังสมบัติของพ่อค้าก็ย่อมต้องมีของฟุ่มเฟือยเหล่านี้อยู่มาก
แต่กู้หลานไม่ได้รังเกียจ เพราะในโลกนี้ ทรัพยากรทุกอย่างล้วนใช้เงินซื้อมาได้
อีกอย่าง ไม่เคยมีกฎที่ว่า เมื่อระดับพลังสูงขึ้นแล้วเงินทองจะกลายเป็เพียงเศษดินสักหน่อย
ใครบ้างจะรังเกียจเงินทอง?
กู้หลานปกปิดใบหน้า กระบี่หงเิใต้เท้าเปล่งประกายเจิดจ้า มุ่งหน้ากลับเมืองหลางโจวด้วยความเร็วสูง
ในจังหวะหนึ่ง เขารู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เขา
แม้สายตานั้นจะไร้ซึ่งเจตนาทำร้าย แต่การที่คนคนหนึ่งสามารถสังเกตเห็นเขาได้ในยามนี้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่...
กู้หลานสรุปในใจ เขาไม่อยากหาเื่ใส่ตัวจึงแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและเดินทางต่อ
ทว่าสายตานั้นยังคงติดตามเขาไม่ห่าง
จนกระทั่งในจังหวะที่ลมพัดผ่าน พลันมีเสียงะโดังขึ้นอย่างพอเหมาะพอเจาะ
“สหายเต๋า สหายเต๋าโปรดหยุดก่อน อาตมาเฝ้ารอท่านมานานแล้ว!”
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจรอตน กู้หลานจึงหยุดชะงักและหันกลับไปมอง
เขาเห็นนักพรตชราและเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเคียงคู่กันเข้ามา นักพรตน้อยจ้องมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่วนนักพรตชรากลับมีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มปรีดา
กู้หลานเริ่มสำรวจระดับตบะของคนทั้งสองทันที
‘แม่เ้า! นักพรตเฒ่าท่าทางธรรมดาผู้นี้ แท้จริงแล้วได้บรรลุถึงระดับเซียนขั้นสูงสุดไปแล้ว!’
‘ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้น แม้อายุยังน้อยแต่ก็มีระดับพลังถึงระดับาา!’
หากไม่นับตัวเขาเอง ในใต้หล้านี้คงไม่มีใครเป็คู่ต่อสู้ของนักพรตสองคนนี้ได้
‘ยอดฝีมือถึงเพียงนี้ ไม่น่าจะเป็คนของแคว้นจิ้ง…’ กู้หลานครุ่นคิดถึงที่มาของพวกเขา
ทันใดนั้น เขาก็เห็นประกายแสงจาง ๆ ในดวงตาของนักพรตเฒ่าที่กำลังสำรวจเขา
นี่ดูเหมือนจะเป็เคล็ดวิชาลับเฉพาะที่เคยบรรยายไว้ในนิยายต้นฉบับ...
ครู่ต่อมา
กู้หลานพลันหัวใจเต้นระรัว ดวงตาส่องประกายพลางคาดเดา “หอเทียนจี วิชาดูดวงชะตา?”
สิ้นคำพูดนั้น ทั้งนักพรตเฒ่าและเด็กหนุ่มก็ชะงักไป!
คนในโลกที่รู้จักวิชาลับนี้มีไม่มาก!
อีกทั้งยังสามารถระบุตัวตนของพวกเขาได้โดยที่จิตใจยังสงบนิ่งเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่คนทั่วไปอย่างแน่นอน!
“สหายเต๋าแค่พบหน้าก็รู้ที่มาของพวกเราได้ ช่างเป็ผู้ที่มีชะตาไม่ธรรมดาจริง ๆ !” นักพรตเฒ่าหัวเราะชอบใจ
“เช่นนั้นอาตมาไม่ขอปิดบัง อาตมามีสมญานามว่า ‘อวิ๋นหลง’ เป็เ้าหอเทียนจีรุ่นปัจจุบัน”
“ส่วนนี่คือศิษย์ของอาตมา ‘จงเหริน’ เ้าเด็กโง่ ยังไม่รีบทำความเคารพสหายเต๋าอีก!”
จงเหรินรีบเดินไปหากู้หลานอย่างว่าง่าย
คราแรก กู้หลานนึกว่าเขาจะทำแค่โค้งคำนับ แต่ที่ไหนได้อีกฝ่ายกลับคุกเข่าโขกศีรษะให้ตนทันที
“ศิษย์จงเหริน คารวะสหายเต๋าขอรับ!”
มุมปากของกู้หลานกระตุก นึกในใจว่าธรรมเนียมการผูกมิตรของหอเทียนจีช่างหนักแน่นเสียจริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินนักพรตทั้งสองเอ่ยชื่อออกมาด้วยตนเอง ภายในใจของเขาก็มีความประหลาดใจอยู่บ้าง
นักพรตอวิ๋นหลง เ้าหอเทียนจี ผู้ได้รับฉายาว่าคำนวณได้ทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า
ไม่เพียงแต่มีฝีมือระดับเซียนขั้นสูงสุดเท่านั้น แต่วิชาดูดวงชะตาของเขายังทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนแห่แหนกันมาขอคำชี้แนะ
แม้จะเป็ผู้ปลีกวิเวกอยู่เหนือโลกีย์ แต่เ้าหอเทียนจีก็เป็บุคคลที่ขุมอำนาจและราชวงศ์ต่าง ๆ ต่างแย่งชิงที่จะผูกมิตรด้วยเสมอ!
ในนิยายต้นฉบับ ตัวเอกก็ได้รู้จักกับศิษย์ฝ่ายนอกหอเทียนจีด้วยความบังเอิญ กว่าจะได้รู้จักกับเ้าหอเทียนจีก็แทบรากเื...
แต่ทว่า…
‘พวกเขาจะมาดักรอเราทำไม?’
กู้หลานมองทั้งสองด้วยความสงสัย “ได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน ไม่ทราบว่าที่ดักรอข้าในวันนี้ มีธุระอันใดหรือ?”
"อาตมา… อยากขอให้สหายเต๋าช่วยชีวิตศิษย์ของอาตมา!"
อวิ๋นหลงมองกู้หลานด้วยสายตาจริงจัง
กู้หลานที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงัก ก่อนจะหันมองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้า
จงเหรินเองก็เงยหน้าขึ้นมองเขา บนใบหน้าที่ยังเยาว์วัยนั้นเผยรอยยิ้มอย่างปลงตก
นึกไม่ถึงเลยว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าคือผู้ที่ถูกลิขิตให้มีอายุขัยสั้น!
“ท่านอวิ๋นหลง ตัวท่านเองที่ฝีมือถึงขั้นนี้ยังจนปัญญา ข้าเกรงว่า...” กู้หลานพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพ
ไม่ใช่ว่าเขาใจดำ แต่เขากลัวเหลือเกินว่า หากให้ความหวังแล้วต้องพบกับความผิดหวังซ้ำซ้อน ความเ็ปนั้นย่อมไม่อาจประเมินได้
“สหายเต๋า ในโลกนี้ผู้ที่ช่วยศิษย์อาตมาได้มีเพียงไม่กี่คน และท่านก็คือหนึ่งในนั้น และไม่ใช่เพราะระดับพลัง แต่เป็เพราะ ‘โชคชะตา’ ที่ท่านต่างหาก”
นักพรตเฒ่าส่ายหน้าอธิบาย
“จงเหรินมีกายาพิเศษ เป็ทายาทเพียงหนึ่งเดียวที่จะสืบทอดวิชาของอาตมาได้ แต่การคำนวณฟ้าดินมักถูก์อิจฉา หากไม่มีผู้ที่มีโชคชะตายิ่งใหญ่คอยเคียงข้าง อายุขัยของเขาจะไม่มีวันเกินสิบห้าปี”
เมื่อฟังจบ กู้หลานก็เข้าใจทันที
เขานึกได้ว่า่ก่อนหน้านี้ หลังจากหลอมรวมกายาเซียนฉีหยาง เขาก็ได้รับโชคชะตาเพิ่มขึ้นมาอีกตั้งหนึ่งพันแต้ม
ส่งผลให้โชคชะตาของเขาเปลี่ยนจากระดับสีขาวของมนุษย์ธรรมดา กลายเป็ระดับสีเขียวในทันที
ซึ่งโชคชะตาอันแรงกล้าและพลังฝึกตนที่ไร้เทียมทานนี้ สามารถปกป้องผู้ที่ถูก์ลงทัณฑ์ และช่วยปกปิดเคราะห์กรรมแห่งโชคชะตาได้
“เป็เพราะเหตุนี้เองสินะ”
กู้หลานพยักหน้า
เมื่อเห็นเขาคิดทบทวน อวิ๋นหลงที่คิดว่าเขากำลังลังเลจึงรีบเสริมว่า “จริง ๆ แล้วท่านไม่ต้องเสียอะไรเลย เพียงแค่ปีหน้าตอนที่ท่านเข้าเมืองหลวงไปสอบรอบฤดูใบไม้ผลิ ขอเพียงพาจงเหรินไปด้วยก็พอ”
“อาศัยโชคชะตาของท่าน ประกอบกับพลังัในเมืองหลวง โทษทัณฑ์์ย่อมถูกปกปิดได้ เพียงแค่ท่านตกลง วันหน้าหอเทียนจีจะเป็กำลังสนับสนุนท่านตลอดไป สิ่งใดที่ท่านปรารถนา หอเทียนจีก็จะหามาให้...”
แม้จะเป็ข้อเสนอที่ใครทั่วโลกต่างเฝ้าฝันหา แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดจบ กู้หลานก็รีบโบกมือปฏิเสธทันที
“ท่านเ้าหอ ท่านอาจจะเข้าใจอะไรผิด ข้าไม่มีวันสอบผ่าน และจะไม่ไปสอบฤดูใบไม้ผลิปีหน้าแน่นอน”
กู้หลานมั่นใจว่าตนเองจะไม่มีวันสอบผ่าน เพราะการสอบฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ เขาตั้งใจจะส่งกระดาษเปล่า!
เพียงเท่านี้ก็ปลอดภัยที่สุดแล้ว...
ไม่ต้องเข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายในเมืองหลวง ทั้งยังช่วยลดโอกาสที่จะได้พบกับตัวเอกจนเกิดเื่ยุ่งยาก
สอบตกทุกปี แล้วใช้ชีวิตอยู่กับฮูหยินอย่างสงบสุขในเมืองหลางโจวเล็ก ๆ แห่งนี้ย่อมดีที่สุด
อวิ๋นหลงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาใช้นิ้วดีดคำนวณโชคชะตา ครู่ต่อมาก็หยุดมือลง พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง ซึ่งกู้หลานไม่เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใด
“สหายเต๋า ลิขิต์มิอาจฝ่าฝืน...”
“...?”
กู้หลานฟังแล้วยิ่งงุนงง
ลิขิต์มิอาจฝ่าฝืนคืออะไร?
หมายความว่า์้าให้เขาสอบผ่านงั้นหรือ?
“ท่านเ้าหอพอจะอธิบายให้ละเอียดกว่านี้ได้หรือไม่?”
ใครจะไปคิดว่านักพรตเฒ่าคนนี้กลับส่ายหน้าแล้วกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
“สหายเต๋า ลิขิตฟ้าไม่ควรเปิดเผย”
หอเทียนจีทำหน้าที่ส่องดูวิถีแห่ง์และคำนวณชะตาชีวิตของมวลมนุษย์
การหยั่งรู้ชะตาคนธรรมดาย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่หากไปล่วงละเมิดชะตาของผู้ที่แข็งแกร่ง ผู้ที่แอบดูล่วงหน้าย่อมต้องเผชิญกับผลสะท้อนกลับ
ด้วยเหตุนี้อวิ๋นหลงจึงทำได้เพียงคำนวณชะตาของกู้หลานในระยะใกล้ ๆ เท่านั้น ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาให้มากกว่านี้
กฎเกณฑ์ของโลกนี้ถือว่ารัดกุมดีอยู่หรอก แต่การมาพูดจาครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ มันน่าหงุดหงิดเสียจริง!
กู้หลานพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย
“ข้าตกลงช่วยท่าน แต่ข้าก็มีเื่อยากให้ท่านช่วยเช่นกัน” กู้หลานกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ในเมื่อตัดสินใจจะช่วย และอีกฝ่ายเป็ถึงขุมอำนาจที่น่าเกรงขาม การรับคำสัญญาปากเปล่าเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ
ทำแบบนี้อีกฝ่ายจะได้สบายใจด้วย
“สหายเต๋าโปรดว่ามา!”
อวิ๋นหลงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก เขาลูบผมศิษย์ตัวน้อยอย่างใจดี “ตราบใดที่ท่านช่วยศิษย์ของอาตมาได้ แม้แต่เกล็ดับูรพา อาตมาก็จะไปถอนมาให้!”
ดูออกเลยว่านักพรตเฒ่าคนนี้รักศิษย์คนนี้มากจริง ๆ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
กู้หลานยิ้ม “ข้ามีสูตรโอสถอยู่ตัวหนึ่ง ได้ยินมาว่าหอเทียนจีเป็แหล่งรวมยอดฝีมือด้านปรุงยา เลยอยากจะรบกวนท่าน...”
“เื่ง่าย ๆ !” อวิ๋นหลงพยักหน้า “สหายเต๋า อาตมาจะหลอมให้ท่านด้วยตนเอง"
หอเทียนจีนั้นฝึกทั้งวิถีฟ้าดินและวิถีปรุงยา เ้าหอแต่ละรุ่นล้วนมีฝีมือด้านการปรุงยาที่ลึกล้ำจนหาผู้เปรียบได้ยาก
เพียงแต่เพราะในใต้หล้านี้มีน้อยคนนักที่มีบารมีพอจะร้องขอได้ ดังนั้นจึงน้อยครั้งนักที่จะได้เห็นเ้าหอลงมือปรุงยาด้วยตนเอง
เ้าหอปรุงยาเอง...
ฝีมือย่อมเหนือกว่าพวกนักปรุงยาตามสำนักย่อย ๆ ไปไกลโข!