บทที่ 6 ผู้ล่าที่แท้จริง
หลังจากที่รู้ว่าตัวเองกำลังโดนหมายหัว ลุคก็ล้มเลิกเื่เดินตลาดแล้วกลับบ้านทันที เขาล็อกประตูพร้อมสำรวจดูในห้องว่ามีใครหรือไม่ เมื่อยืนยันว่าไม่มีใครซ่อนอยู่เขาก็ทิ้งตัวนั่งเก้าอี้ในห้องครัวแล้วถอนหายใจ
ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นซ่อนหากับเ้าตัวประหลานั้น ต่างกันตรงที่มันเป็ผู้หาแต่เขาเป็ผู้ซ่อน เ้าตัวประหลาดนั้นมันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขามันถึงเลือกลงมือกับตำรวจผู้เคราะร้ายที่รูปร่างคล้ายกัน
ลุคพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นอย่างละเอียด ตัวประหลาดนั้นถึงรูปร่างของมันจะไม่ใช่มนุษย์ แต่คืนนั้นที่เขาหยิบปืนขึ้นมายิงมัน มันดูเหมือนจะรู้ถึงจำนวนะุปืนที่ยิงออกไป เพราะอย่างนั้นมันจึงรู้ว่าะุเขาหมด อีกทั้งคำพูดที่มันทิ้งไว้ ถึงเขาจะเพิ่งมาโลกนี้ไม่นานนักก็ค่อนข้างมั่นใจว่าสัตว์ประหลาดคงไม่ได้ใช้ภาษาเดียวกันแน่
และสุดท้ายไอเวอร์เรนเป็เมืองที่ประชากรหนาแน่น เส้นทางทั้งหลายตอนนี้ก็ถูกตำรวจเฝ้าระวังไว้ตลอด และยังมีหน่วยลาดตระเวนที่คอยตามล่ามัน ไม่มีทางที่ตัวประหลาดแบบนั้นจะฆ่าตำรวจอีกนายแล้วหลบหนีไปได้โดยไม่มีใครเห็น เว้นซะแต่ว่ามันจะลบร่องรอยและปลอมตัวได้
เมื่อนำทุกอย่างมารวมกันแล้ว ลุคคิดว่าสิ่งมีชีวิตเดียวที่รู้เื่ปืน ภาษานอร์ติช และลบร่องรอยของที่เกิดเหตุก่อนจะหลบหนีได้ มีเพียงมนุษย์เท่านั้น
ตอนนี้ลุคมั่นใจมากกว่าเก้าส่วนว่าสัตว์ประหลาดที่เขาพบนั้นเป็มนุษย์ หมายความว่ามันมีความสามารถในการกลายร่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาด เพียงแต่เขาไม่รู้เงื่อนไขในการกลายร่างของมัน
เมื่อรู้ถึงตัวตนของสัตว์ประหลาดแล้ว ลุคก็รู้สึกว่าหมอกดำที่คอยปกคลุมจิตใจอยู่เริ่มจางหายไป ยิ่งเปิดเผยความลึกลับของมันได้ ความกลัวที่มีอยู่ในจิตใจก็เริ่มลดลง กลายเป็ความตื่นเต้นขนานนึงที่เข้ามาแทน ราวกับตัวเขาได้เริ่มเล่นในอีบทบาทหนึ่ง
บทบาทของผู้ล่า!
หากอยากจะรอดต้องพลิกสถานการณ์นี้ให้ได้ เขาจะไม่ยอมให้มันเล่นเป็ผู้ล่าอยู่ฝ่ายเดียวแน่!
ลุคกำมือแน่น แววตาฉายความแน่วแน่บางส่วน เขาตัดสินใจแล้วว่าจะกระชากตัวจริงของสัตว์ประหลาดนั้นออกมา
ปึง!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ลุคมีสีหน้าใ เขาเข้าไปหยิบปืนที่เก็บไว้ในห้อง เมื่อปืนถูกบรรจุะุเรียบร้อยเขาจึงเดินมาที่หน้าประตู
“ใคร” เสียงเขาสั่นเล็กน้อย เวลานี้ไม่ควรมีใครกลับมาที่บ้าน
“ผมเอง” มีเสียงที่ดูเฉยเมยตอบกลับมา
ผมเอง?
คำตอบบ้าอะไร! แล้วฉันจะรู้ไหมว่านายเป็ใคร นายจะพูดชื่อตัวเองออกมาไม่ได้หรือไงกัน!
เมื่อเห็นว่าไม่มีการตอบกลับมาจากในห้อง ชายที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็ทำสีหน้านึกอะไรบางอย่างออก
“ผมเองรีมัส·อาเบกัส”
ลุคเมื่อได้ยินก็โล่งใจขึ้นมา ถึงเ้าสัตว์ประหลาดจะเป็มนุษย์แต่ไม่มีทางใช่เ้าหมอนี่แน่ ไม่อย่างนั้นเขาคงตายไปแล้ว
“นายมาที่นี่ทำไม” ลุคชะโงกศรีษะจากช่องประตู ถึงเขาจะรู้ว่าชายคนนี้ไม่มีอันตราย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไว้ใจได้
“ดูจากท่าทาง คุณคงอ่านหนังสือพิมพ์แล้วสินะ ผมจะมาเตือนคุณเื่นี้พอดี แต่ดูเหมือนว่าคงไม่จำเป็” รีมัสพูดพลางหยิบเอกสารบางอย่างออกมา
“ผมนำเอกสารคำให้การของคุณมาอ่านดูอีกครั้งก็พบว่ามันไม่สอดคล้องกัน ตอนสอบปากคำคุณบอกว่าเพราะมันมืดคุณจึงมองไม่เห็นหน้าของคนร้าย แต่คุณกลับสามารถยิงโดนมัน และยังระบุตำแหน่งที่ยิงโดนได้อีกด้วย คุณไม่คิดว่ามันแปลกรึไง”
“ถ้าถามว่ามันแปลกไหม ผมว่าการที่คุณมาสงสัยผู้เสียหายอย่างผมนั้นน่าแปลกว่า” ลุคไม่ยอมเผยพิรุธให้เห็นแม้แต่น้อย เขาพูดราวกับกำลังถูกใส่ร้าย
“เอาเถอะ ผมไม่ได้สงสัยคุณ แค่รู้สึกว่ามีบางอย่างที่คุณปิดบังไว้” รีมัสรู้ว่าคาดคั้นไปก็คงไม่ได้คำตอบอะไร เขาจึงลุกขึ้นและกล่าวลา
“ระวังตัวไว้ด้วย ไปพบผมได้ที่สถานีหาก้าความช่วยเหลือ”
ลุคมองดูจนแน่ใจว่าคนจากไปแน่แล้วจึงค่อยหยิบเสื้อคลุมมาใส่ เขาตั้งใจจะสืบหาคนร้ายด้วยตนเองก่อน หากได้เบาะแสที่แน่นอนแล้วเขาถึงจะลองขอความช่วยเหลือดู
ถนนเอวเวอรี่ เป็เส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีตำรวจเขตกลางกับที่พักอาศัยของเหล่าชนชั้นสูง ทางเดินเท้าของถนนบริเวณนี้ถูกปูด้วยอิฐสีแดงอ่อน หรูหรากว่าทางเท้าที่อื่นมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีคนสัญจรเท่าไรอันเนื่องจากสองสาเหตุ หนึ่งคือคนรวยมักจะโดยสารรถม้า สองคือหากคนรวยเ่าั้เลือกที่จะเดิน พวกเขาก็จะพบกับโจรที่รอคอยห่านทองคำ
เนื่องจากเพิ่งมีตำรวจถูกฆ่าตายไปบนถนนเส้นนี้ไม่นาน จึงไม่มีตำรวจคนอื่นกล้ามาเดินลาดตระเวนแถวนี้แม้แต่คนเดียว ยกเว้นก็แต่ลุคที่รู้ว่าเ้าสัตว์ประหลาดที่รูปร่างสะดุดตา ไม่มีทางปรากฏตัวตอนกลางวันแบบนี้ เขาจึงมาตรวจสอบที่นี่ดูแต่ก็น่าเสียดายที่ไม่พบอะไร
หากสัตว์ประหลาดนั้นอยากหาตัวเขา มันจะต้องไปที่ไหนกัน ลุคพยายามคิดว่าถ้าเป็ตัวเขาเองจะทำยังไง ทันใดนั้นประกายความคิดนึงก็ปรากฏขึ้น
ใช่แล้ว! สถานีตำรวจไง!
ลุคคิดได้ดังนั้นก็หันหลังกลับแล้วมุ่งไปยังทิศทางที่ใกล้สถานีที่สุดทันที เขารีบร้อนจนไม่ทันดูว่าด้านหลังเขามีคนอยู่
ตุ้บ! ร่างของคนสองคนกระแทกกัน หนึ่งในนั้นโดนกระแทกออกมาจนล้มลงไป ส่วนอีกฝ่ายเป็ร่างกายแทบไม่เขยื้อนแม้แต่น้อย
ลุคที่ล้มทิ่มพื้นพยายามลุกขึ้นเพื่อจะกล่าวขอโทษต่อชายตรงหน้า แต่สายตาเขาหันไปเห็นเครื่องหมายกางเขนสีเงินเสียก่อน
ผู้รับใช้กางเขน!
ขณะที่ลุคกำลังใที่เจอกับผู้รับใช้กางเขน อยู่ๆเขารู้สึกว่าบริเวณนี้มีอุณหภูมิสูงขึ้นฉับพลัน ผิวหน้าเขาร้อนเหมือนอุ่นเตาผิง
“หยุดซะคลาร์ก!”
ความร้อนในอากาศหายไปในฉับพลัน ราวกับมันตอบสนองต่อเสียงะโนั้น
เมื่อกี้มันอะไรกัน! รู้สึกเหมือนกับตัวเองเพิ่งจะรอดตายมาแบบหวุดหวิด หากมองไม่ผิดมือของผู้ชายคนนี้เหมือนมีไฟลุกขึ้นมาครู่นึง ลุครู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก
“คุณไม่เป็อะไรใช่ไหมครับ”
อ่า… ถ้าบอกว่าความจริงเกรงว่าพวกนายก็จัดการฉันนะสิ
“ผมไม่เป็ไรครับ” ลุคพูด
นอกจากผู้รับใช้กางเขนที่พูดกับเขา อีกหกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังดูเหมือนจะไม่แยแสเลย แววตาที่พวกเขามองมาไม่ต่างจากพวกชั้นชั้นสูงมองเหยียดชนชั้นล่าง
“โปรดอภัยให้พวกเขาด้วย พวกเรามีธุระสำคัญคงต้องขอตัวก่อน ขอให้องค์เทพคุ้มครอง”
พูดจบพวกเขาก็เดินจากไป
เ้าพวกนี้..เหมือนกับที่ร็อดบอกไม่มีผิด ขนาดเดินชนยังเกือบจะเป็เื่ได้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนงานที่ท่าเรือจะไม่ชอบพวกเขา
ลุคทิ้งเื่นี้ไว้ก่อน ตอนนี้เขาต้องรีบไปที่สถานีตำรวจ
อีกด้านหนึ่งของถนน เหล่าผู้รับใช้กางเขนกำลังหารือกันอยู่
“หัวหน้า ทำไมเราไม่จัดการผู้ชายคนเมื้อกี้ เขาไม่ใช่เป้าหมายเราหรือไง” ชายชื่อคลาร์กที่ถูกห้ามไว้เมื่อกี้พูดด้วยอารมณ์
“เขาไม่ใช่เป้าหมาย ที่อยู่บนร่างเขานั้นเป็แค่พลังที่หลงเหลืออยู่จากมัน บางทีเขาอาจเผชิญหน้ากับมันก็แค่นั้น”
“แล้วเราต้องจับตาเขาไว้ไหม” ชายคนนึงถาม
“ไม่จำเป็ เ้านี่มันเพิ่งจะฆ่าคนไปอีกคน ดูเหมือนมันจะไม่ได้สนใจเหยื่อตัวเก่า”
สถานีตำรวจไอเวอร์เรน สถานที่ที่เหล่าอาชญกรพยายามหลีกเลี่ยง อาคารสองชั้นที่เต็มไปด้วยเหล่าตำรวจ ขณะนี้กำลังตกอยู่ในความวุ่นวายเนื่องจากคดีของฆาตกรต่อเนื่อง นับตำรวจตายไปเมื่อคืนก็เป็รายที่แปดแล้ว เบื้องบนจึงมีคำสั่งกดดันลงมาให้หาตัวฆาตกรให้ได้ ไม่เช่นนั้นประชาชนในไอเวอร์เรนจะตกอยู่ในความหวาดกลัว
ลุคอยู่ในชุดเสื้อโค้ทพร้อมหมวกปิดบังหน้า ของเหล่านี้เขาเพิ่งจะซื้อมาในราคาห้าชิลลิ่งกับสองเพนนี เขายืนสังเกตหน้าสถานีอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะจ้างเด็กคนนึงด้วยเงินสองเพนนีให้นำข้อความไปส่งให้คนรู้จักในสถานี
รออยู่ไม่นานคนที่เขารอก็ออกมา…
รีมัส·อาเบกัส
“ทางนี้” เนื่องจากเขาดึงปีกหมวกมาบังหน้าไว้ รีมัสจึงหาเขาไม่เจอ
“้าให้ช่วยอะไร”
ลุคโน้มตัวกระซิบให้เขาฟัง อีกฝ่ายดูประหลาดใจเล็กน้อย
“คุณรู้ตัวคนร้ายแล้ว?”
“ยังไม่แน่ใจ” ลุคยักไหล่
“คุณ...เอาเถอะ ผมจะจัดการให้”
ลุคหาที่นั่งในร้านอาหารละแวกใกล้เคียง เขาได้แต่หวังให้เ้านั้นติดกับเขา