เลยยืนรอดู ว่าเ้าของรถที่ชนจะลงมาให้ความช่วยเหลือบ้างไหม แต่ปรากฏว่าขับหนีหน้าตาเฉย รถคันอื่นๆ เมตตาหมาเคราะห์ร้าย ด้วยการขับอ้อมตัวมันไป ผู้คนแถวนั้นเพียงแค่ยืนมองมันกำลังทุรนทุรายเพราะความเ็ปอยู่
ความที่เป็คนจิตใจอ่อนโยน รักและสงสารสุนัขเคราะห์ร้าย ทำให้มัทรีตัดสินใจวางถุงข้าวของลงตรงริมบาทวิถี แล้วข้ามถนนไปอีกฟาก อุ้มสุนัขสีหม่นๆ เนื้อตัวสกปรกๆ มีเืไหลออกจากขา กับกระดูกโผล่ออกมาให้เห็น
รถหลายคันหยุดให้อุ้มสุนัขโชคร้ายตัวนั้น กลับไปหาข้าวของที่วางกองไว้ มัทรีรู้ดีว่า เมื่อยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว ก็หมายถึงเงินเก็บ จะต้องถูกควักออกมาแน่ และค่าใช้จ่ายคงจะหลายพัน แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อตัวเองไม่อาจจะทนเห็นมันเ็ป หรืออาจจะถึงขนาดถูกรถคันใดคันหนึ่ง ชนซ้ำเข้าให้อีกจนไม่อาจจะมีชีวิตรอด
“จะไปส่งรถ!”
แท็กซี่คันแรกปฏิเสธเสียงดัง ตอนมัทรีพยายามใช้แขนที่ยังอุ้มสุนัขโชคร้ายอยู่โบกด้วยความยากลำบาก เสื้อเชิ้ตสีขาวก็เต็มไปด้วยเื คันสองก็ไม่รับ คันสามและสี่ก็ไม่รับ เลยตัดสินใจเดินกลับไปวางมันลงข้างถุงข้าวของที่กองอยู่กับพื้น
ของกินสำหรับฝากยายถูกยัดใส่กระเป๋าใบใหญ่ เพราะเผื่อไว้ใส่ของที่จะซื้ออยู่แล้ว ส่วนถุงเสื้อผ้า ถูกเอาไปผูกไว้กับสายกระเป๋าทั้งสองข้าง และอย่างพะรุงพะรัง มีผู้คนต่างมองมา แต่ไม่มีใครอยากยื่นมือเข้าช่วย และมัทรีก็ไม่แคร์
พอจัดการกับข้าวของได้แล้ว ก็อุ้มเ้าสีหม่นขึ้น หมายจะพาเดินไปหาวินมอเตอร์ไซคล์รับจ้าง หรือไม่ก็อาจจะมีตุ๊กๆ ใจดี ไม่เกี่ยงเื่โชคลางที่มีหมาขึ้นรถบ้าง
น้ำหนักเ้าสีหม่นกับข้าวของรวมๆ กันแล้วไม่หนียี่สิบกิโลกรัม ทำให้เดินได้ช้ากว่าที่คิดไว้ ใจนั้นก็อยากให้มีคลินิกสัตว์อยู่แถวนี้บ้าง มันจะได้หายเ็ปสักที มัทรีดีใจที่มันไม่ร้องครวญคราง เหมือนตอนนอนอยู่บนถนนอีกแล้ว มันคงรู้ว่าอีกไม่นานจะถูกเยียวยาเป็แน่
‘ปริ๊นๆ ๆ ๆ’
หญิงสาวมองไปยังต้นเสียง ก็เห็นรถคันคุ้นตาขับเลยไป แล้วตอกไฟฉุกเฉินจอดอยู่ตรงข้างทาง จากนั้นความหนักจากเ้าสีหม่นและข้าวของทั้งหลายก็มลายหายสิ้นไป เพียงแค่เห็นคนเปิดประตูรถแล้วเดินตรงมาหาด้วยท่าทีรีบร้อน
“อ้าว! มัทเองเหรอครับ ผมนึกว่าใคร มาๆ ผมช่วย”
มัทรีมองเ้าสีหม่น ถูกผู้บริหารหนุ่มอุ้มไปจากสองวงแขนด้วยความงุนงงสงสัยนิดๆ
“คุณมัทขึ้นรถเลยครับ ผมช่วยถือให้”
กระเป๋าก็ถูกคนรถของเขามาแย่งไปถือ แถมดันให้เธอเดินไปนั่งเบาะหลัง รวมกับเขาและเ้าสีหม่นด้วย และเขาก็ไม่ได้สนใจ ว่าเืจะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า หรือรถราคาหลายสิบล้านด้วยซ้ำ
“ไปคลินิกใกล้สุดนะมวน”
รถเคลื่อนออกทันทีหลังจากเขาสั่งด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ มัทรีแก้มัดถุงเสื้อใหม่ของตัวเองที่เพิ่งซื้อมาออก แล้วส่งไปให้เขาใช้ซับเืเ้าสี่หม่นที่เปื้อนตามมือและแขน แต่เขากลับส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วหันมายิ้มน้อยๆ ให้
“ผมเห็นมันถูกชนั้แ่รถติดไฟแดงอยู่อีกฟากแล้ว กำลังจะออกมาช่วย แต่ถูกรถคันหลังกดแตรไล่ก่อน เลยต้องอ้อมไปกลับรถไกลหน่อย ยังห่วงมันอยู่เลย กลัวจะถูกรถชนซ้ำอีก ดีนะที่มัทไปอุ้มมาก่อน”
“มัทก็กลัวเหมือนกันค่ะ”
มัทรีเอ่ยแค่นี้ เพราะไม่อยากบอกเล่าอะไรให้มากความ ด้วยห่วงเ้าสีหม่นและอยากให้รถไปถึงคลินิกเร็วๆ แต่ก็ใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงกว่าจะหาเจอ
“ขาหักกับกระดูกขาอีกข้างร้าวครับ ต้องผ่าตัดและพักให้หมอดูอาการสองสามวันก่อนครับ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร น้องหมาปลอดภัยแน่นอนครับ”
เมื่อได้ยินดังนี้ มัทรีก็โล่งอก อยากจะอ้าปากถามถึงค่าใช้จ่ายเหมือนกัน แต่ไม่กล้า กลัวจะกลายเป็ว่าบีบให้เขาต้องควักทางอ้อม เลยได้แต่นั่งนิ่งๆ รอ ส่วนผู้บริหารหนุ่มก็นั่งเช็กไลน์อยู่เก้าอี้ติดกัน โดยไม่สนใจ ว่าเสื้อกับกางเกงจะเปื้อนเืด้วยซ้ำ สักพักเขาก็ลุกขึ้นตรงไปหาเ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์
“เอ่อ! พอดีผมมีธุระต้องไปแล้วครับ ผมให้นามบัตรไว้ มีอะไรหรือค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ติดต่อผมได้เลยครับ”
จากนั้นเขาก็เดินกลับมาพยักหน้าเรียก มัทรีก็ลุกตามออกไป โดยไม่รู้ว่าทำไมจะต้องไปด้วย
“คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ สบายใจหายห่วงได้ครับ ผมจะไปส่งมัทที่บ้านก่อน แล้วถึงจะไปธุระต่อนะ เชิญครับ!”
พอเขาผายมือไปหารถด้วยท่าทีจริงจัง มัทรีเลยกลืนความตั้งใจจะปฏิเสธเอาไว้ แล้วเดินตามไปนั่งในรถโดยไม่ได้คิดนานด้วยซ้ำ เขากรุณาเปิดประตูให้ ด้วยความเป็สุภาพบุรุษ และการได้นั่งรถคู่กับเขา ก็เป็เื่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเช่นกัน นี่คงเป็ผลบุญจากการช่วยเ้าสีหม่นกระมัง
“สวัสดีครับคุณรดา ผมโทรมาบอกว่า คงจะไปช้าสักชั่วโมงนะครับ พอดีมีเื่ฉุกเฉินนิดหน่อยครับ แต่ตอนนี้เคลียร์จบแล้ว...”
มัทรีไม่กล้าเดา ว่าคนที่เขาโทรแจกแจงอยู่นั้นเป็ใคร เพราะได้ยินน้ำเสียงนุ่มๆ ที่เขาคุยเท่านั้น หัวใจก็เจ็บหนึบหนับขึ้นแล้ว แม้จะพยายามท่องเอาไว้เสมอว่า เขาเป็ใคร อยู่สูงกว่าตัวเองมากแค่ไหน
แต่ใจก็ไม่เคยเชื่อฟัง วันๆ มันเอาแต่เฝ้าหลงรักเขาอยู่ร่ำไป จนเดาไม่ออกว่าชีวิตนี้จะสลัดเขาไปจากใจได้ยังไง พอวางสายจากคนหนึ่ง ก็มีเสียงเรียกเข้ามาในมือถือเขาอีก
เป็แบบนี้ไปจนถึงบ้านหลังน้อยๆ ของตัวเองเลยก็ว่าได้ อยากจะเอ่ยชวนเขาเข้าไปล้างมือไม้แทบแย่ แต่ไม่คิดว่าเขาจะอยากเหยียบย่างเข้าไปในอาณาบริเวณแค่สิบแปดตารางวาเลยด้วยซ้ำ และถ้าให้เทียบกับคฤหาสน์ของเขานั้น ก็ต่างกันไม่รู้กี่ร้อยเท่าแล้ว
“เดี๋ยวผมขอเข้าไปเปลี่ยนชุดในบ้านของมัทได้มั้ยครับ ไม่ทราบสะดวกหรือเปล่าครับ มีใครอยู่ในบ้านอีกมั้ยครับ” แต่จู่ๆ เขากลับเอ่ยขึ้นมา
“เอ่อ! ได้ค่ะ มัทอยู่กับยายแค่สองคนค่ะ”
มัทรีเอ่ยด้วยอาการงงนิดๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะถาม แบบไม่ถือเนื้อถือตัวด้วยการก้าวเข้าบ้านเท่ารูหนูของตัวเองอย่างนี้
“ยัยมัท! เกิดอะไรขึ้นลูก ทำไม! แล้วนี่ใคร! ...”
จักรภัทรหันไปหาเ้าของเสียง ซึ่งกำลังเดินออกจากบ้านมา แล้วเปิดประตูรั้วให้ พร้อมสีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด มีเ้าสี่ขาสองตัวออกมาทำหน้าสงสัยให้เขาเห็นด้วย เขารีบยกมือไหว้อย่างรวดเร็ว เพราะเดาได้ว่าคงเป็ยาย และเดาว่านั่นคงเป็น้องหมาที่เลี้ยงไว้เป็แน่
“สวัสดีครับคุณยาย...”
“เอ่อๆ สวัสดีค่ะ แล้วคุณเป็...”
ยายบุญมียกมือรับไหว้หนุ่มใหญ่ท่าทางภูมิฐาน ติดแต่ตรงเสื้อผ้ามีรอยเืเปรอะเปื้อน ไม่ต่างจากหลานตัวเองนัก เลยใไม่น้อย
“คุณเกียร์เป็เ้านายของมัทเองจ้ะยาย เสื้อผ้าเปื้อนเลยจะขอเข้าไปเปลี่ยนหน่อย แล้วจะไปธุระต่อจ้ะ” คนเป็หลานเองก็รีบเดินไปยืนข้างๆ ยาย
“ได้ค่ะ เชิญๆ ค่ะ ว่าแต่เปื้อนอะไรมาล่ะมัท...”
“ยายเข้าบ้านก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวมัทจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ให้คุณเกียร์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจ้ะ เดี๋ยวจะไปธุระไม่ทัน”
“จ้ะๆ ๆ มัทพาไปเลย เดี๋ยวยายจะปิดประตูเอง”
มัทรียิ้มให้ยาย แล้วรีบเดินนำเ้านายหลังรับชุดจากคนรถ ที่เอาออกจากกระโปรงหลังมาส่งให้แล้ว เพื่อรอให้เ้าของบ้านบอกว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหน
“คุณเกียร์ไม่ต้องถอดรองเท้าก็ได้ค่ะ” มัทรีหันมาบอก เพราะเห็นว่ามือเขาไม่ว่าง
“ไม่เป็ไรครับ ผมถือ! เวลาเข้าบ้านใครใส่รองเท้าจะไม่ดี งั้นฝากแป๊บนะครับ”
มือบางรับชุดจากเขามาถือไว้ เมื่อเขายื่นมาให้ นี่ก็ไม่เคยคาดคิด ว่าจะได้ััเสื้อผ้าราคาเรือนหมื่นเรือนแสนของเขาเลยในชีวิต ส่วนการมีเขามาเยี่ยมเยือนบ้านหลังน้อยนั้น เป็อะไรที่ไกลเกินจินตนาการมากมายอยู่แล้ว
จากนั้นก็เดินนำเขาไปห้องน้ำเล็กๆ แม้จะรักษาความสะอาดอยู่เสมอ แต่ก็ขอเข้าไปสำรวจความเรียบร้อย และเปิดไฟไว้ ก่อนจะยอมให้เขาพาไป
“มีอะไรหรือเปล่ามัท เล่าให้ยายฟังหน่อย ยายร้อนใจ”
ยายบุญมีไม่คิดจะรอ เพราะความห่วงหลาน กลัวว่าจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้น เลยมาซักไซ้ั้แ่แขกยังไม่ออกจากบ้านด้วยซ้ำ เ้าสองตัวก็อยากรู้ด้วย มันยืนมองเ้านายทั้งสองด้วยสายตาใสซื่อ
“พอดีว่ามัทบังเอิญไปเห็น...”
ส่วนหลานก็รู้ว่ายายห่วง เลยรีบเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบังทันที มือก็รินน้ำจากขวดใส่แก้วสองใบ หนึ่งสำหรับคนขับรถ ที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน สองสำหรับคนเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ
“เฮ้อ! ค่อยโล่งอกหน่อย ยายนึกว่ามีอะไรหนักกว่านั้น...”
ยายบุญมีต้องหยุดพูด เมื่อเห็นเ้านายของหลานเปิดประตูห้องน้ำออกมา
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับคุณยาย แล้วก็ขอบคุณมากนะครับ ที่ให้ผมเข้ามาเปลี่ยนชุด”
“ไม่เป็ไรค่ะ ดื่มน้ำตะไคร้เย็นๆ ก่อนนะคะ จะได้ชื่นใจ”
ยายบุญมียื่นแก้วให้ ส่วนมัทรียกอีกแก้วออกไปให้อีกคน ยังไม่ทันได้กลับเข้ามา จักรภัทรก็เดินถือแก้วตามออกไปเพราะความรีบ เขาดื่มจนหมด แล้วยื่นแก้วเปล่าให้เ้าของมือบางพร้อมกับยิ้มให้
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณยาย เดี๋ยวจะไม่ทันนัด”
“เสียดายจังเลยนะคะ ยายเตรียมทำแกงเลียงไว้หม้อเบ้อเร่อ ถ้ารู้ว่าเ้านายมัทมาด้วย จะได้รีบแกงแล้วจะได้ตักให้ไปกินบ้านหน่อย ยายทำอร่อยนะจะบอกให้”
เป็นิสัยประจำของยายบุญมี ที่มักจะมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนรอบข้าง ยิ่งรู้ว่าเป็เ้านายของหลานด้วยแล้ว ยิ่งเต็มใจจะทำให้ใหญ่
“บ้านคุณเกียร์มีอาหารเยอะแยะแล้วจ้ะยาย”
คนเป็หลานเลยรีบออกตัว เพราะกลัวยายจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน ก็ในเมื่อบ้านเขานั้น อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ราวกับโรงแรมห้าดาว คงไม่สนแกงบ้านๆ ของยายอย่างแน่นอน
“แกงเลียงผมชอบกินครับคุณยาย ที่บ้านจะทำเป็มื้อเย็นบ่อย ไว้โอกาสหน้าผมจะมาขอฝากท้องนะครับ แต่ตอนนี้คงต้องขอตัวก่อนครับ ต้องไปแล้วจริงๆ เดี๋ยวไม่ทันนัดครับ”
จักรภัทรรีบยกมือไหว้ยาย แล้วหันมารับไหว้หลานยาย ก่อนจะเดินออกประตูรั้วไปหารถ มีเ้าของบ้านทั้งสอง เดินไปยืนส่งอย่างคนมีมารยาท กับเ้าสี่ขาก็ทำตามเ้านายไม่แพ้กัน
“เ้านายมัทนี่หล่อจังเลยนะ ว่าแต่มีลูกมีเมียหรือยัง”
ยายบุญมีหันมาหาหลานสาว ขณะก้าวผ่านประตูรั้วบ้าน หลังเ้านายหลานกลับไปแล้ว
“อืม! ไม่รู้สิจ๊ะยาย ไม่เคยมีใครพูดถึงเื่นี้เลย”
จากคำถามของยาย ทำให้คนเป็หลานอดสงสัยไม่ได้เช่นกัน ว่าจนป่านนี้ทำไมเขายังไม่มีใคร หรืออาจจะแต่งงานแล้ว แต่คนในบริษัทไม่รู้ก็เป็ได้ แล้วก็ไม่รู้ทำไมถึงเกลียดข้อสันนิษฐานนี้นัก
“ถ้าไม่มีใครพูดถึง ก็แปลว่ายังไม่แต่งงานน่ะสิ คนรวยๆ ไม่แต่งงานเร็วหรอก กว่าจะหาเมียได้ ก็ต้องเลือกแล้วเลือกอีกนั่นล่ะ อยากรู้จังว่าจะสวยแค่ไหน นี่ขนาดยายปูนนี้แล้วยังเห็นว่าเขาหล่อเลย สาวๆ ไม่ตาค้างกันเป็แถวเหรอมัท”
“ก็มีเหมือนกันจ้ะ อ้อ! มัทซื้อขนมจีนน้ำยากุ้งเ้าประจำมาฝากยายด้วยนะ” มัทรีเดินไปเปิดกระเป๋าสะพาย เอาขนมจีนน้ำกับสตรอว์เบอร์รี่รีลูกใหญ่ๆ ออกมา ส่วนตัวเองมีสลัดทูน่า
“ยายเตรียมจะแกงเลียงไว้ รอมัทมาก่อนถึงจะทำ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเหอะ เดี๋ยวยายทำเสร็จแล้วจะได้ให้เอาตักไปส่งแถวนี้หน่อย ทำหม้อใหญ่เผื่อตักบาตรพรุ่งนี้ด้วย”
“จ้ะ”
แม้หลานจะรับปากไปอย่างนั้น แต่ยายคงไม่รู้หรอกว่า อาหารฝีมือยาย คนเป็หลานแทบไม่รู้สึกถึงรสชาติอะไรเลย เพราะหัวใจกำลังอิ่มเอมกับความบังเอิญ ที่ทำให้ได้ใกล้ชิดกับชายในฝันอีกครั้ง และเชื่อแน่ว่า ไม่มีหญิงใดในบริษัท ประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เป็แน่ ไม่งั้นคงจะต้องมีข่าวคราวออกมาให้ได้ยินแล้ว ในเมื่อสาวๆ ต่างพาคอยเกทับกันเป็ทิวแถว
กับเื่ที่บังเอิญได้ใช้ลิฟต์ร่วมกับผู้บริหารหนุ่ม หรือบางครั้ง เกิดบังเอิญได้พบเจอเขาเดินไปกินมื้อเที่ยงในแคนทีน ซึ่งนานทีปีหนจะมีสักครั้ง และมัทรีก็ไม่เคยประสบพบเจอเลย เพราะคิวการกินของตัวเอง จะล่าช้ากว่าคนอื่น หรือต่อให้มีเหตุต้องให้ได้พบเจอเขาแบบบังเอิญมากกว่านี้ มัทรีก็ไม่คิดจะเอาไปโพนทะนาบอกใคร รังแต่จะเป็ผลเสียตามมามากกว่าผลดี
หนึ่งคือไม่มีใครจะเชื่อ สองคือถ้ามีคนเชื่อ อาจจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้มากกว่า การอยู่เงียบๆ และถือคติที่ว่า ‘พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง’ มาแต่ไหนแต่ไรนั้น ก็ยังใช้ได้ผลดีเสมอ จึงจะขอเก็บเขาเข้ามาไว้ในความทรงจำเพียงเงียบๆ คนเดียว มีความสุขคนเดียวและฝ่ายเดียวเท่านั้น
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































