59 2-2
ตอนที่ 98 โอสถระงับพิษ?
หึ! เพียงเท่านี้เอง!
นางสูดหายใจเข้าลึก ระดมพลังลมปราณขึ้นต่อต้านกับรัศมีแรงกดดันระลอกนั้นของเฉาเซี่ยหนานที่มุ่งโจมตีเข้าใส่ แล้วค่อยๆยืดตัวตั้งตรงอีกครั้ง
“คิดจะสั่งสอนข้าผู้นี้? มีปัญญารึ?”
เหลิงหยุนเจียวกระตุกยิ้มเยาะเข้ายั่วยวนปั่นประสาทอีกฝ่าย
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใดใหญ่โตมาจากไหน ก็หนีไม่พ้นการลงโทษของข้าผู้นี้ได้แน่! จงสำเหนียกเอาไว้เสียบ้าง!”
เหลิงหยุนเจียวเร่งเร้ารัศมีพลังออกมาขับสู้อย่างเต็มกำลัง สีหน้าแววตาดูหาญกล้าเด็ดเดี่ยวยิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆแม้แต่น้อย
เฉาเซี่ยหนานเลื่อนสายตาชำเลืองมอง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่บริเวณด้านหลังของเหลิงหยุนเจียว
เหลิงหยุนเจียวย่อมตระหนักทราบดีว่า เฉาเซี่ยหนานกำลังหวาดหวั่นในตัวของโม่เฉินหยวนไม่น้อย เพราะเหตุนนั้น จู่ๆนางจึงได้แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา และกล่าวขึ้นว่า
“เฉาเซี่ยหนาน ท่านกำลังมองไปทางใด? มิใช่ว่ามาที่นี่เพื่อสั่งสอนข้าหรอกรึ?”
ขณะเอ่ยกล่าวไปเช่นนั้น นางก็ได้หยิบเอาแส้อสรพิษเพลิงออกมาจากเอว ก่อนจะฟาดลงกับพื้นอย่างแรง ก่อเกิดเสียงดังดุดันขึ้น พร้อมสะบัดจู่โจมใส่อีกฝ่ายด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า
ทว่าทันใดนั้นเอง จู่ๆเหลิงหยวนหลงก็ตบเท้าก้าวออกมาขวางหน้าเฉาเซี่ยหนานไว้ รับจับแส้อสรพิษเพลิงของเหลิงหยุนเจียวไว้ ด้วยมือเปล่า
“เหลิงหยุนเจียว ในเมื่อสถานการณ์กลับกลายมาเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ยอมจำนนแต่โดยดีเสีย มิเช่นนั้น บทลงโทษที่เจ้าได้รับจักต้องทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย!”
เหลิงหงเฟยได้ยินเช่นนั้น ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที แสร้งปั้นสีหน้าเป็นมิตรราว และพยายามกล่าวห้ามปรามมิให้เหลิงหยุนเจียวถลำลึกไปมากกว่านี้
“ถูกต้องแล้วน้องหก ทั้งท่านผู้อาวุโสเฉาและนายหญิงใหญ่ต่างทำเช่นนี้ก็เพราะหวังดีต่อเจ้าทั้งสิ้น!”
เหลิงหยุนเจียวเค้นเสียงหัวเราะเราะเย็นยะเยือกออกมา ร่องรอยความเย็นชาที่ปรากฏในดวงตาของนางยิ่งทวีความหนาวเหน็บยิ่งขึ้น
“แสร้งทำเป็นพูดดีกับข้า? หากน้องสาวของเจ้าในนรกมองขึ้นมาเห็นเข้า คงต้องเจ็บแค้นจนอกแตกตายไปอีกรอบกระมัง?”
“....” เหลิงหงเฟยถึงกับพูดไม่ออก
แต่ทันใดนนั้น เหลิงหยวนหลงก็กระชับหมัดกำมืออีกข้างที่ยังเหลือ แล้วพุ่งถลาปราดเข้าใส่เหลิงหยุนเจียวด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมดุร้ายอย่างที่สุด
เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ภายในโถงมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย เหลิงหยุนเจียวจึงตัดสินใจฉับไว กระโดดถอนตัวตีระยะออกไปจากส่วนโถงโดยไว
เปลี่ยนสถานที่สัประยุทธ์ต่อสู้มาเป็นบริเวณลานกว้างหน้าโถงหลัก แลเห็นอีกฝ่าถลาตัวโถมน้ำหนักพุ่งเข้าใส่นางเต็มกำลังเช่นนั้น เหลิงหยุนเจียวจึงออกกำปั้นหนักซัดสวนออกไปอย่างไร้ปราณีเช่นกัน
ใบหน้าของเหลิงหยวนหลงยู่ยับแทบไม่เหลือรูปเดิม เขาหลับตาร้องครวญครางล่าถอยออกมาด้วยความเจ็บปวด ปาดเช็ดน้ำหูน้ำตาเสร็จสรรพ ครานี้มิกล้าผลีผลาม ได้แต่ยืนทิ้งระยะห่างหยั่งเชิงพร้อมใคร่ครวญวางแผนการอยู่ภายในใจเงียบๆ
“เหลิงหยุนเจียว เจ้าคงตกใจกระมังว่าเหตุไฉนข้าจึงเริ่มใช้ลมปราณได้แล้ว? นั่นเพราะข้าเพิ่งจะกินโอสถระงับพิษเข้าไปอย่างไรเล่า!”
“และมิใช่กินไปเพียงแค่เม็ดเดียว แต่กินไปกว่าสิบเม็ด! หึหึ...ต่อให้ครานี้เจ้าจะหยิบใช้ยาพิษที่รุนแรงยิ่งไปกว่าเดิม กลับจะไม่มีผลอันใดกับข้า! ภายในหนึ่งชั่วยามนี้ ร่างกายของข้าจะสามารถต้านทานพิษทุกชนิดได้อย่างสมบูรณ์!”
“โอสถระงับพิษ?”
เหลิงหยุนเจียวเอียงศีรษะจับจ้องไปทางเหลิงหยวนหลงด้วยความสมเพช
“ประมุขเหลิง ไฉนเจ้าจึงได้โง่เขลาถึงเพียงนี้?”
นางยังส่ายหัวไปมาพลางกล่าวต่อว่า
“จบสิ้นแล้ว อีกไม่ช้าเจ้าเตรียมตัวตายได้เลย”
“หากพิษของข้าสามารถบรรเทาได้ด้วยโอสถระงับพิษทั่วไป ข้าจะโง่ใช้กับเจ้าทำไมกันจริงหรือไม่?”
เหลิงหยวนหลงถึงกับตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ และเริ่มนึกทบทวนคำกล่าวของเหลิงหยุนเจียวอย่างละเอียด ก่อนพบว่าสิ่งที่นางเอ่ยออกมาล้วนมีเหตุมีผลยิ่งนัก
“นี่เจ้าหมายความว่าเยี่ยงไร...”
“ข้าผสมยาพิษชนิดหนึ่งลงไป ซึ่งมีฤทธิ์พิฆาตโอสถระงับพิษโดยตรง กล่าวคือหากกินโอสถระงับพิษเข้าไป มันจะยิ่งทำให้พิษภายในร่างของเจ้ากำเริบรุนแรงมากขึ้น”
“และที่สำคัญที่สุด เจ้ายังกินโอสถระงับพิษเข้าไปเป็นจำนวนมาก ยามนี้ ต่อให้เป็นราชาแห่งปรโลก ก็ไม่สามารถช่วยท่านได้แล้ว”
เหลิงหยวนหลงตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที ก้าวย่างถอยหลังออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ “....”
นาง...นางต้องโกหกเขาเป็นแน่!
แลเห็นว่าเหลิงหยวนหลงจ้องหน้าตนเองตาเขม็งราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เหลิงหยุนเจียวได้แต่ยักไหล่พลางถอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางไม่มีความรู้สึกอื่นใดที่จะมอบให้แก่เขาแล้ว นอกเสียจากความเห็นใจสงสาร
“ในเมื่อเจ้าอยากสู้กับข้ามากนัก เช่นนั้นข้าจะสานฝันให้เจ้าก่อนตายก็แล้วกัน”
“....” เหลิงหยวนหลงใจสั่นกระวนกระวายแทบคลั่ง ยิ่งได้เห็นสีหน้าท่าทาง และได้ฟังคำพูดเช่นนั้นของนาง นั่นยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำว่า ทุกอย่างล้วนเป็นความจริง แต่...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถิด พลังความแข็งแกร่งของเขาในยามนี้ ก็ได้ฟื้นฟูกลับสู่ขอบเขตปราณถ่องแท้แล้ว นังเหลิงหยุนเจียวเป็นเพียงแค่นักสู้ขอบเขตปราณจิตขั้นกลางเท่านั้น มันจะมีทุนรอนอะไรมาสู้กับเขาได้?
แต่ทันใดนั้นเอง เหลิงหยวนหลงก็ต้องตกใจจนตาแทบถลน เมื่อพินิจสำรวจอีกคราและพบว่า รากฐานพลังลมปราณของสตรีนางนี้ได้พัฒนาก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว! และยามนี้ยังมีระดับสูงถึงขอบเขตปราณจิตขั้นสุด!
ต่อให้กินเคี้ยวโอสถเล่นเป็นขนม ก็ไม่มีวันที่จะก้าวหน้าได้รวดเร็วเช่นนี้! หรือว่านางฝึกปรือวิชานอกรีต?
“ท่านพ่อ! พวกเรามาลงมือพร้อมกันเถิด!”
เสียงร้องตะโกนของเหลิงหงเฟยแผดดังขึ้นจากด้านหลังของเหลิงหยุนเจียว
สองพ่อลูกได้ทำการล้อมหน้าล้อมหลังนางไว้โดยสมบูรณ์แล้ว ทว่าสิ่งเดียวที่ฉายปรากฏอยู่ในดวงตาของเหลิงหยุนเจียวยามนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงแววตาดูถูกดูแคลนปรากฏเท่านั้น