ณ หน้าโรงแรม ซึ่งเป็สถานที่ที่ข้อความปริศนาระบุมา
“ลืมตาได้”
ลิดาลืมตาก็เห็นว่าตอนนี้เธอไปปรากฏอยู่ที่หน้าโรงแรมดังกล่าวจริงๆ
“แล้ววันเวลาล่ะ บางทีนายอาจแค่พาฉันมาแค่ปรากฏตัวที่สถานที่แห่งนี้แต่วันเวลาก็คือปัจจุบัน” ลิดายังไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อก็ถามคนรอบข้างสิ เธอเป็คน ยังไงพวกเขาก็มองเห็นเธออยู่แล้ว”
ลิดารู้สึกลังเล แต่เธอก็เดินมุ่งหน้าไปถามรปภ.ที่อยู่ในป้อมยาม
“เอ่อ ขอโทษค่ะ ไม่ทราบวันนี้คือวันที่เท่าไหร่ และเวลาอะไรคะ โทษทีค่ะฉันลืมพกมือถือมา” ลิดากล่าวอ้าง
“วันนี้เป็วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 เวลาสามทุ่มครับ” รปภ.ดูปฏิทินที่แขวนในป้อมยามและดูนาฬิกาที่ข้อมือ
“ขอบคุณมากค่ะ” ดาจึงรีบเดินออกมาทันที และคิดในใจว่า“นี่นายสามารถพาฉันย้อนอดีตได้จริงๆงั้นหรือ”
ดาเดินไปหาผีตนนั้นด้วยความทึ่งแต่ก็แฝงด้วยความระแวงสงสัย
“ขนาดนี้แล้ว ยังไม่เชื่ออีกหรอว่าย้อนเวลามาได้แล้ว จะรีบไปที่ห้อง 411 เลยมั้ย”
“ไปสิ แต่นายห้ามชวนฉันคุยเด็ดขาด ไม่งั้นคนอื่นต้องหาว่าฉันบ้าพูดคนเดียว”ดากล่าว
“เอาเป็ว่าเธออยากคุยกับฉันเมื่อไหร่ ก็ยกมือถือแสร้งคุยก็แล้วกัน”
“งั้นรีบไปกันเถอะ” ดาคลำไปที่เสื้อคลุมก็พบว่ามีมือถืออยู่ในกระเป๋าเสื้อ
ลิดาเดินไปหาห้องเป้าหมายด้วยความดีใจ และคิดในใจว่า “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาหลอกลวงฉันได้อีกแล้ว พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะนนท์รับรองว่าฉันจะรักษาความรักระหว่างเราให้ยาวนานที่สุด”
ลิดาหยุดเดิน แล้วไปหลบมุมเพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์
“ทำไมไม่ไปที่ห้อง 411 ล่ะ”
“ฉันอยากรู้ว่าหากฉันไม่ไปพบตามข้อความ ผู้หญิงคนนั้นจะทำยังไง” ลิดาอยากเห็นยามผู้หญิงคนนั้นเสียแผน
“แล้วจะเฝ้าดูเหตุการณ์แบบนี้ทั้งคืนงั้นหรือ”
“ฉันอยากรอให้นนท์ตื่นขึ้นมาก่อนน่ะ” ลิดาไม่อยากให้ศัตรูสมใจเธอ้าดูว่าหากแผนการล้มเหลว ผู้หญิงคนนั้นจะทำยังไงต่อไป
“ฉันเบื่อแล้ว ขอไปที่อื่นดีกว่า เธอรออยู่นี่คนเดียวได้มั้ย”
“นายไปเถอะ ขอบใจมาก” ดาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเธอ้าคืนดีกับนนท์เท่านั้น
ดายืนเฝ้ามองห้องดังกล่าวที่นิ่งเงียบไม่มีใครเปิดประตูออกมา และคิดในใจว่า “บางทีพวกเขาอาจนอนด้วยกันถึงเช้าไม่ได้การแล้วฉันรีบไปปลุกดีกว่า จะได้รีบพานนท์กลับบ้านด้วย”
ดากำลังจะเดินเข้าไป แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก เพราะอยู่ดีๆก็มีหญิงสาววัย 19 ปีเดินมุ่งหน้าไปเคาะประตูห้อง 411จนดาต้องรีบแอบอยู่จุดเดิมเพื่อดูเหตุการณ์ก่อน
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาววัยละอ่อนเคาะประตูเสียงดังมากด้วยความโมโห
หญิงสาวที่ถูกจักรกฤติจ้างวานก็เปิดประตูออกมาเพราะเข้าใจว่าคนที่เคาะประตูคือ ลิดา
“เสี่ยนนท์อยู่ไหน” หญิงสาวอ่อนวัยรีบถาม
“เธอเป็ใคร ลิดางั้นหรือ”
“ฉันชื่อนาตยา เป็แฟนของเสี่ยนนท์เพื่อนของฉันแอบเห็นเธอจ้างผู้ชายสองคนหิ้วเสี่ยนนท์ในสภาพสลบไสลไม่ได้สติมาที่ห้องนี้ฉันก็เลยคาดการณ์ว่าเธอต้องทำมิดีมิร้ายเสี่ยนนท์หรือจัดฉากมีอะไรกันกับเสี่ยนนท์เพื่อจับเขา” นาตยากล่าว
“แล้วยังไง”
“ฉันจะพาเสี่ยนนท์กลับคอนโดน่ะสิ” นาตยาแสดงความเป็เ้าของเสี่ยนนท์
“เธอรู้มั้ยว่าเสี่ยนนท์มีแฟนอยู่แล้ว เธอชื่อลิดา”
“เสี่ยนนท์บอกว่าจะเลิกกับผู้หญิงเฉิ่มคนนั้นในไม่ช้านี้เขาไม่ได้จริงจังอะไรกับผู้หญิงคนนั้นเลยสักนิด เขาก็แค่เห็นเธอเป็ศาลาพักใจที่คอยดามอกให้เขาเฉยๆ”นาตยาเชื่อใจเสี่ยนนท์
“อย่างนี่เอง”
“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ”ตอนนี้ธนนท์ได้สวมเสื้อผ้าเป็ที่เรียบร้อย แล้วเดินมาที่ประตู
“เสี่ยนนท์เป็อะไรหรือเปล่าคะ” นาตยาเดินเข้าไปควงแขนเสี่ยนนท์เพื่อแสดงความเป็เ้าของ
“นาตเองงั้นหรือ อย่าเข้าใจผิดนะ เสี่ยไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้เลยด้วยซ้ำ”นนท์รีบแก้ตัว
“นาตเชื่อเสี่ยค่ะ พวกเรากลับกันเถอะนะคะ” นาตยารู้แผนการจัดฉากของหญิงสาวแปลกหน้าเธอจึงเชื่อใจเสี่ยนนท์
“แหม! ไม่คิดว่าคุณนั้นสวมเขาให้ลิดาอยู่” หญิงสาวที่นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวตัวเดียวกล่าว
“ผมกำลังจะบอกเลิกลิดาวันพรุ่งนี้แล้ว” เสี่ยนนท์ตั้งใจไว้แล้ว
“หรอนนท์ แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร” ดารีบปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสามทันที
“ดา! คุณอยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ” ธนนท์ใเพราะเขายังไม่ทันตั้งตัว
“อย่าทำร้ายเสี่ยนนท์นะ” นาตออกมาปกป้องแฟนด้วยการเอาตัวเข้ามาขวางไว้
ผู้หญิงรับจ้างเห็นท่าไม่ดีเธอก็เลยรีบกลับเข้าไปแต่งตัวดีๆ เพื่อเผ่นไปจากที่นี่เพราะกลัวลูกหลง
“พวกเราคุยกันให้เคลียร์ดีมั้ย” ลิดาพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
“นาตครับ รอเสี่ยข้างล่างนะ เดี๋ยวเสี่ยตามไปขอเสี่ยเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนนะครับ” เสี่ยจับไปที่ไหล่ของหญิงสาววัย19 ปีด้วยความสนิทสนม
นาตยา้าแสดงว่าตนอยู่เหนือกว่าลิดา เธอก็เลยโอบกอดฝ่ายชายพร้อมกับจูบกับเสี่ยนนท์ต่อหน้าต่อตาลิดา
ลิดารู้สึกะเืใจเธอมีน้ำตาคลอ แต่ก็รีบปาดน้ำตา
หญิงสาวที่อยู่ในห้องก็รีบวิ่งออกมาจากห้องพักแล้วไปที่ลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่างพร้อมกับนาตยา
“พวกเราอยู่ตามลำพังแล้ว ไปคุยกันในห้องเถอะครับนนท์ไม่อยากให้คนอื่นใกับเสียงคุณ” นนท์ตัดสินใจตัดสัมพันธ์
ลิดาจึงเดินตามนนท์เข้าไปในห้องพัก และเดินไปนั่งที่เก้าอี้ส่วนนนท์นั่งอยู่บนเตียง
“คุณแอบคบกับนาตยามานานแค่ไหนแล้ว” ดาอยากรู้
“สองเดือนแล้วครับ คืนนั้นผมไปเที่ยวผับกับเพื่อนและเมามาก ผมก็เลยเผลอล่วงเกินนาตยาโดยมีอะไรกันกับเธอซึ่งผมก็เป็คนแรกของเธอเสียด้วย”
“เงินที่ยืมดาไป คุณไม่ได้นำไปทำธุรกิจขายของออนไลน์ใช่มั้ยคะ” ดาพอเดาออก
“ครับ ผมนำไปใช้หนี้ให้กับนาต เพื่อให้นาตเลิกทำงานกลางคืน นนท์ เอ่อนนท์หวงเธอมาก” นนท์กล่าวอย่างรู้สึกผิด
“นนท์เคยรักดาบ้างหรือเปล่า” ดาอยากรู้
“ความจริงแล้วนนท์ก็รู้สึกดีกับดานะ แต่นนท์ไม่อาจรักดาได้” ธนนท์ยอมสารภาพ
“ดาไม่ดีต่อนนท์งั้นหรือ นนท์ถึงกล้าทรยศดาแบบนี้” ดารู้สึกเ็ปใจอย่างมากเหมือนมีคนนำเข็มพันเล่มมาปักที่หัวใจของเธอ
“ดาเองก็รู้ว่าความรักมันไม่มีเหตุผล และความดีของดาก็ไม่อาจช่วยให้นนท์รักดามากขึ้นได้”นนท์ยอมบอก
“และทำไมไม่บอกดาตรงๆ หลอกดาทำไม” ดาคาดคั้นเอาคำตอบ
“พวกเราเป็เพื่อนกันมานาน นนท์ไม่อยากเสียดาไป แม้กระทั่งความเป็เพื่อนก็เป็ไม่ได้” นนท์อยากรักษามิตรภาพระหว่างเธอกับเขาไว้
“จากเหตุการณ์นี้ พวกเรายังเป็เพื่อนกันได้อีกงั้นหรอเอาเป็ว่าดายอมเลิกกันนนท์ พวกเราไม่หลงเหลือแม้กระทั่งความเป็เพื่อน เพราะถ้าเป็เพื่อนกันจริงๆเขาไม่ทำร้ายกันแบบนี้พวกเราจะเป็แค่คนรู้จักกันเท่านั้น ส่วนเื่หนี้สิน ขอให้คืนเงินให้แม่ของดาให้ครบด้วยดาไม่คิดดอกเบี้ย แต่ต้องคืนภายในห้าเดือนเท่านั้น ไม่เช่นนั้นดาจะฟ้องร้อง”ดากล่าวเสียงแข็ง
“อย่างนั้นก็ได้” นนท์จำใจต้องรับข้อเสนอของดา
“ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัว” ดารีบเดินออกไปจากห้องทันทีเพราะเธอไม่อยากเห็นหน้าคนทรยศอีก
ลิดาเข้าไปในลิฟท์ในสภาพเบลอๆเธอเผลอกดไปที่ปุ่มชั้นดาดฟ้า และเดินไปที่ดาดฟ้าอย่างคนไร้สติ
ดามองไปข้างล่างของตึกและพูดพึมพำว่า“ฉันน่าจะเจียมตัวว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงสะสวยอะไรใครกันจะมารักและจริงใจกับฉัน และฉันทำอะไรผิดนักหนาทำไมฉันจะต้องมาเจอเื่อะไรแย่ๆแบบนี้ด้วย”
“ก็ไหนว่าถ้าฉันพาเธอย้อนอดีตได้ เธอจะไม่คิดฆ่าตัวตายไง” ผีชายวัย 40 ปีปรากฏตัว
“จริงสิ มันอาจเป็ฝีมือนายก็ได้ นายอาจเสกให้ชีวิตของฉันเป็เช่นนี้พวกเรามีความแค้นอะไรกัน ทำไมนายต้องทำลายชีวิตฉันด้วย” ดากล่าวอย่างเอาเื่
“ฉันไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์มากมายขนาดนั้นหรอก”
“ฉันไม่เชื่อ นายยังพาฉันย้อนอดีตมาได้เลย นับภาษาอะไรกับการกำหนดเหตุการณ์”ดาไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันไปล่ะ”
“ช้าก่อน นายต้องบอกมา ว่าแท้จริงแล้วนายเป็ใครกันแน่ และมีวัตถุประสงค์อะไรบอกมาเดี๋ยวนี้”ดาถามอย่างเอาเื่
“ถ้าฉันไม่บอกล่ะ”
“ฉันจะสาปแช่งให้นายไม่ได้ผุดได้เกิด และขอให้นายตกนรกหมกไหม้ไปเลยคอยดู”ดารู้สึกแค้นใจ
“ก็ได้! งั้นไปนั่งสมาธิสิ เธอจะรู้เอง”
ลิดาปาดน้ำตาแล้วเดินไปนั่งสมาธิตรงกลางดาดฟ้าในยามค่ำคืนความเ็ปใจมันทำให้เธอไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆทั้งสิ้น
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงลิดาก็เข้าสู่ภวังค์ สักพักภาพนิมิตก็ปรากฏในตอนที่…