ฮาคุโตะ บุตรแห่งอาร์ค

    มุ่งหน้าสู่อาณาจักร ราโด

    ผมกับ คิมิสุเกะ เราสองคนได้สวมชุดชาวทะเลทรายเป็๲ครั้งแรก มันสวมสบายอย่างบอกไม่ถูก มีลมปลิวไสวในสายลม พวกเราเดินทางโดยขี่อูฐ มา ดูเหมือนว่าพวกเราเป็๲ นักท่องเที่ยวจำพวกหนึ่ง ซึ่งมีกระตังค์เยอะแยะ


    ตามแผนการที่เราได้มา คือ เราจะไปพบองค์หญิง ธีโอ ที่กำลังไว้อาลัย ข่านคนเก่าอยู่ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี และส่งสาร์ส แสดงความเสียใจของข่านที่ได้จากไปอย่างกระทันหัน
    ทว่า.......
    น้ำ น....... น้ำ หิวน้ำเหลือเกิน ทำไมแถบนี้ ถึงไม่มีคารวานพ่อค้าผ่านมาบ้างเลย คิมิสุเกะ นายเห็นคนอื่นบ้างไหม
    คิมิสุเกะส่ายหน้า ตลอดทางที่ผ่านมาไม่มีคารวานขนสินค้ามาแต่อย่างใด และไม่มีทางถนนด้วย
    ทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้นะ.......
    แต่แล้วเหมือนโชคช่วยเราพบโอเอซิส กลางทางที่จะเดินทางไปอาณาจักรราโด เราคงต้อง ใช้เงิน กับเวลาสร้างถนน มาที่นี่ สงสัยจะนานโขเลย
    ในขณะที่ผมสงสัยเรื่องอะไรหลายอย่าง
    " ฮาคุโตะ ถ้ำละ มีถ้ำด้วย เราเข้าไปหลบแดดกันก่อนมะ" คิมิสุเกะถามผมด้วยความหวังดี
    พวกเราสองคนเข้าไปหลบแดดกันในนั้น
    ทว่า........
    ในถ้ำ กลับมีแสงทองระยิบระยับเต็มไป หมด สมบัติ มันเป็นกองสมบัติ มหาศาลเลย พวกเราสองคนมองไปรอบๆห้องในถ้ำแห่งนี้ มันเป็นคลังสมบัติ เลยนี่นา
    คิมิสุเกะ หยิบเหรียญทองขึ้นมากัด เพื่อให้รู้แน่ว่ามันไม่ใช่ภาพลวงตา
    " ฮะฮะ ฮะ " ชอบสมบัติของข้า จอมโจรบาซีร์ไหมล่ะ
    ผมกับคิมิสุเกะ ชักอาวุธขึ้นมา เพื่อเตรียมต่อสู้กับเจ้าของห้องนี้ เพราะเสียงอันเยียบเย็นของเขาไม่ใช่เสียงของมนุษย์
    อมนุษย์ ชัดๆเลยคงเป็นอสูรที่ล่อลวง กลุ่มคารวานการค้าที่มาค้าขายแถวนี้ ให้มาตกตายที่นี่ และทิ้งสมบัติไว้อย่างมากมาย
    " หากพวกเจ้าต้องการข้าจะให้ เหรียญทอง มากเท่ามากที่เจ้าต้องการ " จอมโจรบาร์ซี บอก
    " ปรากฏ กายของเจ้าออกมาสิ จอมโจรบาร์ซี " ผมร้องบอกออกไป
    และแล้ว......
    จอมโจรบาร์ซีก็ออกมา เขาเป็นอมนุษย์ ครึ่งคนครึ่งงู นัยต์ตาของเขาเปล่งตาวาว เหมือนจะกลืนกิน นักผจญภัยทั้งสองคน คือ ผม กับคิมิสุเกะ
    " เจ้าไม่ต้องการสมบัติหรือไง พ่อหนุ่มน้อยทั้งสอง " จอมโจรบาร์ซีพูด ราวกับศพไร้ชีวิต
    " ถ้าสมบัตินะเรามีมากเท่าที่ต้องการแล้ว " คิมิสุเกะตอบออกไป
    " หุหุ คงไม่รวมถึงกระบี่เล่มนี้ด้วยหรอกนะ " จอมโจรบาร์ซี เอาหางพันกระบี่สีทองอร่ามเล่มหนึ่ง มันเป็นกระบี่ประจำตัวของอูซาร์ส มีชื่อว่า กระบี่ ซานิค มันสามารถฟันเหล็กขาดได้เหมือนฟันหยวกกล้วย ที่ตกทอดมาในตระกูลของข่าน จากรุ่นสู่รุ่น มันได้ถูกขโมยมาเมื่อข่านคนปัจจุบันเสียชีวิตลง
    คิมิสุเกะเห็นแล้วตาโต ด้วยความอยากได้ ใคร่มี
    " คิมิสุเกะ อย่าหลงในกลล่อลวงของมันนะ " ผมเขย่าตัวคิมิสุเกะให้เขาได้สติ
    " ขอบใจ ฮาคุโตะ ตะกี้เกือบไป " คิมิสุเกะได้สติ จึงชักดาบตามเดิม
    " เหอๆ มีคนมากมายมาที่นี่ พ่อฆ่าลูก พี่ฆ่าน้อง เพื่อนฆ่าเพื่อนก็ด้วยสมบัติเหล่านี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะล่อลวงพวกเจ้าไม่สำเร็จ " จอมโจรบาร์ซีกล่าว
    ข้าจะเล่าเรื่องตอนเป็นมนุษย์ให้ฟัง ข้า จอมโจร บาร์ซี เคยเป็นมนุษย์ที่ภาคภูมิใจในฝีมือการปล้น ไม่ว่าข้าจะไปปล้นที่ไหน ข้าจะส่งใบเตือนไปก่อนเสมอ หลังจากที่ข้าปล้นแล้ว ก็จะนำสมบัติมาเก็บไว้ในถ้ำนี้่
    ทว่า อยู่มาวันหนึ่งเมื่อ 10ปีก่อน.......
    ข้ากำลังนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ ได้ถูกอสูรงูตัวหนึ่งกลืนกิน ขณะที่ข้ากำลังจะตาย ก็ถูก อสูรตาวาว ชอนไชร่าง มันมีชื่อว่า ไบโต หลังจากนั้นข้าก็ กำเนิดใหม่ในฐานะอมนุษย์ แต่ข้าก็ไม่หยุดสะสมเงินทอง ข้าล่อลวงคารวานสินค้าแล้ว คารวานสินค้าเล่าให้ผู้คนมาตกตายกันที่นี่ ด้วยความโลภ ข้าสะสมมันจนมันเพิ่มพูนเป็นภูเขาพวกเจ้าจงดูสิ
    ผมกับคิมิสุเกะ รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นด้วยความกลัว จอมโจรบาร์ซีคนนี้
    " คิมิสุเกะ เราต้องออกไปจากถ้ำนี้ก่อนมืด "
    " ว่าไงก็ว่าตามกัน "
    ผมร่ายเวทมนต์เพลิง บทแล้วบทเล่า ยิงถล่มใส่จอมโจรบาร์ซี ก่อนที่คิมิสุเกะจะเข้าประชิดตัวจอมโจรบาร์ซีได้ และฟันจอมโจรบาร์ซีเข้าอย่างจัง มัน กรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะสะบัด กระบี่ซานิค กระเด็นออกไป
    " ม่ายยยยยยย กระบี่ ซานิคคคคคค สมบัติของข้า " มันเลื้อยตามกระบี่ซานิคไป 
    พวกเรารีบใช้โอกาสนี้รีบเผ่นออกมาจากถ้ำ แต่แล้วก็มีซอมบี้ลุกออกมาขวางทาง ซึ่งคิมิสุเกะก็ฟันไม่เลี้ยงก่อนจะหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
    " พวกนั้นคงเป็นคนที่ถูกล่อลวงมาตายในถ้ำ แล้วต้องตกเป็นทาสของอมนุษย์ บาร์ซี แน่ๆเลย"
    " พวกเราต้องรีบไปแจ้งความเรื่องนี้ให้ทางการ ราโดส่งกำลังทหารมาปราบ" ผมบอกคิมิสุเกะ
    " แต่เราอยากได้กระบี่ ซานิค สีทองเล่มนั้นอะ อยากได้ อยากได้" คิมิสุเกะร้องออกมาว่า อยากได้ เหมือนเด็กๆ
    เราไปที่เมืองหลวง ซานิค ของอาณาจักรราโดกันก่อนก็แล้วกัน (ชื่อเมืองหลวงของอาณาจักร ราโด ตั้งตามชื่อ กระบี่ของ วีรบุรุษ อูซาร์ส) 
    หลายวันต่อมา.......
    พวกเราเดินทางระหกระเหินมาจนถึง เมือง ซานิค ของอาณาจักรราโด ได้แล้ว ที่นี่มีวิทยาการที่ดี คือ พวกเขาเอาถุงพลาสติค ไปรองดินเอาไว้สำหรับปลูกต้นไม้ เพื่อไม่ให้น้ำไหลออกจากดินที่ปลูก
    พวกเราเอาป้ายของ คณะทูตของอาณาจักรโปปุรอนให้ ดู และส่งสาร์สแสดงความเสียใจต่อ ว่าที่ราชินีข่าน ธีโอ เรื่องที่ข่านองค์ก่อนสิ้นพระชนต์
    " ขอต้อนรับ คณะทูตจากอาณาจักรโปปุรอน หวังว่า อาณาจักรของข้า จะให้ความสุขสบาย แด่ท่าน " องค์หญิง ธีโอกล่าว
    พวกเราตอนนี้ ผิวกลายเป็นผิวสีแทนไปแล้ว ด้วยบรรยากาศที่ร้อนแรงของอาณาจักร ราโด ไม่นานก็มีหญิงรับใช้เข้ามาปรนนิบัติพัดวีพวกเรา
    " เอ่อ พวกเรามีเรื่องที่จะต้องรายงานท่าน เกี่ยวกับ อมนุษย์ จอมโจรบาร์ซี " ผมกล่าวแก่องค์หญิง ธีโอ
    " ไหนเจ้าลองเล่ามาสิ ท่านทูต ฮาคุโตะ " องค์หญิง ธีโอ รับฟังอย่างสนใจ