ตอนที่ 2 เลิกชอบมันไม่ง่าย
"มาหาใครคะ"
น้ำเสียงอ่อนโยน รอยยิ้มหวานเยิ้ม ผิวพรรณเรียบเนียน ดวงตาเป็ประกาย จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางสีชมพู...
ไม่สิ ไม่ใช่เวลามาชื่นชมผู้หญิงคนนี้สักหน่อย
อาติรีบเดินเข้ามาดันหญิงสาวคนนั้นเข้าไปในห้อง ก่อนจะออกมาแล้วปิดประตู
"มีอะไร" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าพลางขมวดคิ้วแน่น
"เมื่อกี้...เมื่อกี้ใครเหรอคะ"
"ไม่ใช่เื่ของเธอ"
จุก! จุกเสียดเลยค่ะ! ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า คนรอบข้างของอาติจะมีผู้หญิงหน้าตาสวยหุ่นดีแบบนั้นอยู่ด้วย รู้จักกันมาตั้งนานทำไมไม่เคยเห็น
"..."
"ตกลงมีอะไร ถ้าไม่มีก็กลับห้องไป"
"เธอ…เธอเป็แฟนอาเหรอ"
"แล้วแต่จะคิด"
"..."
"ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม"
เขาเปิดประตูกลับเข้าไปในห้องโดยที่ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูเขาเดินจากไป
เดี๋ยวนะ หล่อนเป็ใคร ทำไมมาอยู่ที่ห้องของอาติได้ แล้วผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ในห้องกันสองต่อสอง มันไม่ดีนี่นา
ไม่ได้!!
ปัง ปัง ปัง
“อา!! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!! อาติ!!” ไม่ได้ๆ ฉันจะปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันไม่ได้
"อาขา…หนูซื้อพิซซ่ามาค่ะ!! อามากินด้วยกันน่ะ!! อาจีบอกว่าให้เอามากินกับอาค่ะ!! อาจะทิ้งให้หนูนั่งกินคนเดียวจริงๆเหรอคะ!!"
ฉันพยายามออกแรงเคาะประตูให้ดังที่สุด แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา แค่นี้ฉันไม่ยอมหรอก!! คิดว่าฉันจะถอยทัพหรือไง ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้อาแน่นอน!!
"อาติ!! ถ้าอาไม่ยอมเปิดประตู หนูจะ...หนูจะ..." จะอะไรดีวะ นึกไม่ออก เอาไงดี จะฆ่าตัวตายก็ไม่ได้ จะขู่อะไรดี…"หนูจะ..."
ขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูของห้องด้านข้าง เป็ผู้หญิงอุ้มเด็กน้อยน่ารักยืนขมวดคิ้วอยู่หน้าห้อง โดยที่เด็กในอ้อมกอด ยังคงมีคราบน้ำตาติดอยู่ที่หางตา...
"หนูจะร้องไห้แล้วนะ ฮือๆๆ พี่มาทำหนูท้องแล้วไม่รับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้นะ!! แล้วพาผู้หญิงมาอยู่ในห้องแบบนี้ ไม่นึกถึงจิตใจของหนูเลยเหรอคะ!!" กลายเป็ละครไปแล้วค่ะ ตามจีบเขามาสิบปี จะมาตกม้าตายเพราะมีผู้หญิงในห้องไม่ได้
ฉันโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้าห้องจนมีห้องอื่นๆ ให้ความสนใจจนต้องเปิดประตูมาดูหน้าคนใจร้าย ที่กล้าทิ้งเมียที่กำลังท้อง แล้วหันไปกกผู้หญิงอื่นแทน
"พี่!! ถ้าพี่ไม่เปิด หนูจะไปฆ่าตัว.."
แกร๊ก
"..." คิ้วขมวดของเขาทำให้รู้เลยว่าเขากำลังหงุดหงิดมากแค่ไหน
"พี่คะ..."
หมับ!
ปัง!
อาติจับแขนฉันแล้วดึงเข้าไปในห้องก่อนจะสะบัดมือออกอย่างไวคล้ายรังเกียจ
"ติ ทำไมต้องรุนแรงกับน้องด้วย...” ผู้หญิงคนนั้นส่งเสียงดุใส่อาติก่อนจะหันมามองฉัน “ขอโทษนะคะ ที่เมื่อกี้ไม่ได้ชวนเข้าห้อง"
อย่ามาพูดเสียงหวานใส่ฉันนะ นี่มันห้องของอาไม่ใช่ห้องของหล่อนสักหน่อย ฉันเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเดินตามอาติเข้าไปในครัว
"อาติกินอะไรหรือยัง หนูซื้อพิซซ่ามา มากินด้วยกันนะ...หรืออาไม่อยากกินพิซซ่าแต่อยากกินอย่างอื่นแทน หนูก็ไม่ติดนะคะ"
"หลีก" อาติเดินเลี่ยงฉันออกไปที่ห้องรับแขก
"อาติ กำลังทำอะไรอยู่เหรอ" ฉันเดินตามไปนั่งที่โซฟาตัวยาวก่อนจะวางพิซซ่าลงบนโต๊ะและรีบนั่งลงข้างๆเขาพลางกอดท่อนแขนที่มีกล้ามเนื้อเป็มัดๆไว้แน่น
แปลกแฮะ ทำไมรู้สึกเหมือนจะใหญ่ขึ้น
"ไม่เจอกันแค่อาทิตย์กว่า อาไปเล่นกล้ามมาด้วยเหรอ"
"..." ไร้เสียงตอบรับใดๆ
"เหงาเพราะไม่มีหนูมาป่วนล่ะสิ ถึงได้ไปฟิตเนตแทนทั้งที่ปกติไม่ชอบไป"
"..."
"อาจะไม่ถามหนูหน่อยเหรอว่าหนูหายไปไหนมา"
"..."
"อาไม่ถามหนูบอกเองก็ได้ หนูไปเข้าค่ายบายเนียร์มา ความจริงลืมไปแล้วด้วยซ้ำ รู้ตัวตอนที่มิกมาที่บ้านถึงได้รู้ว่ามีไปเข้าค่ายก็เลยไม่ได้บอกอา” ฉันซบไปที่ท่อนแขนอาแล้วทำเสียงออดอ้อน “อาไม่โกรธหนูใช่ไหมคะ..." เมื่อเห็นเขาไม่ได้ห้ามหรือขัดขืนอะไร ฉันก็เลยพูดต่อ "ไป 3 วันกลับมาก็ต้องไปค้างที่คอนโดมิกเพราะต้องทำงานส่งก่อนจบอีกตั้งอาทิตย์ ไม่ได้นอนเลยนะคะ…"
"มิก เพื่อนผู้ชาย?"
"ใช่ค่ะ คนนั้นแหละ แต่ไม่ได้นอนกันสองคนนะ มีดรีมอยู่ด้วย กว่าเราจะปั่นงานเสร็จก็เกือบจะส่งไม่ทัน"
"คนี้เีก็สมควร"
"ไม่ได้ี้เีสักหน่อย ก็แค่ยังไม่มีอารมณ์จะทำเฉยๆ พอไม่มีอารมณ์จะทำงาน มันก็จะทำออกมาได้ไม่ดี งั้นก็ต้องรอให้หนูมีอารมณ์ทำงานก่อนสิ ถึงจะทำออกมาได้ดี"
"...เลอะเทอะ"
ฉันยิ้มหวานก่อนจะถูไถใบหน้าไปที่ท่อนแขนแกร่ง
"หนูไม่อยู่ตั้งหลายวัน อาไม่คิดถึงหนูบ้างเหรอคะ ตอนแรกว่าจะโทรหาอาด้วยนะ แต่ที่นั่นมันเป็เขา ก็เลยไม่มีสัญญาณ ทำให้ติดต่อใครไม่ได้เลย"
"..."
"หนูได้ไปดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยนะ สวยมากเลย ไว้จะส่งรูปไปให้ในไลน์นะคะ ตอนกลางคืนยุงก็กัด เวลาจะนอนก็น่ากลัวมีแต่เสียงจิ้งจกตุ๊กแก ยังดีที่มิกเอาที่ปิดหูไปด้วย ไม่งั้นหนูคงนอนไม่หลับ อารู้ไหมว่ามิกมันนอนละเมอมาเตะหนูตั้งหลายรอบด้วย”
"นอนกับมิก?"
"ค่ะ เต็นท์มันใหญ่นอนรวมกันได้ตั้งห้าคน"
"ไม่แยกชายหญิง?"
"ก็เพราะปี 4 แล้วไง จะไปแยกทำไมล่ะ อีกอย่างไม่มีใครทำอะไรหรอกค่ะเพราะมียามเฝ้าทั้งคืน"
"จะรู้ได้ยังไง ว่าไม่มีคนทำอะไร"
"โธ่ อาขา คนที่มีอะไรกันมันต้องมีเสียงด้วยสิ จริงไหมคะ"
ฉันเงยหน้าสบสายตากับอาติพอดี คือก็ไม่ได้อยากคิดอะไรหรอกนะ แต่สายตาแบบนี้คงไม่ใช่ว่าอาไม่เคยหรอกใช่ไหม...
บ้าน่า! ตอนอาติกลับมาจากต่างประเทศ่อายุ 23 ตอนนั้นอาโคตรพ่อโคตรแม่หล่อ ก็คงต้องเคยมีแฟนมาก่อนบ้างแหละ ไม่มีทางที่รอดเงื้อมมือมารยาหญิงแน่นอน
"จริงด้วย น้องพูดถูก คนที่มีอะไรกันต้องเสียงดังอยู่แล้ว จริงไหมคะติ"
อาติมีสีหน้านิ่งเฉย ไม่ได้ตอบอะไรยกเว้นเสียแต่ว่าสายตา ล่อกแล่กนั้น มันดูแปลกๆ
"แฮ่ม...เื่พวกนี้เด็กอย่างเธอไม่ต้องรู้หรอก"
"ใครว่าหนูเด็ก หนูอายุ 21 แล้วนะ ร่างกายหนูโตทุกอย่างเลยนะคะอา” ฉันใช้มือลูบท่อนแขนแกร่งของเขาช้าๆ “อาอยากรู้ไหมล่ะ…ว่าอะไรโตบ้าง…"
“เจียวเจียว!!”
“แกล้ง…” ฉันกะพริบตาปริบๆพลางใช้มือบางตบหน้าอกอาติเบาๆ และยิ้มให้อย่างไร้เดียงสา “แค่แกล้ง ไม่มีอะไรค่ะ”
ดูสายตาสิ ทำไมต้องมองด้วยแววตากรุ่นโกรธขนาดนั้น ฉันก็แค่แกล้งเล่นเฉยๆ
"พีชว่า พีชขอตัวเข้าห้องก่อนดีกว่า" ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้น ทำท่าทางแอบอมยิ้มเหมือนกำลังนั่งมองเื่ตลกอย่างนั้นแหละ
"เดี๋ยวค่ะ"
"ว่าไงคะ"
"คุณเป็ใคร อย่าบอกว่าเป็แฟนอาตินะ ฉันไม่เชื่อหรอก" ฉันลุกขึ้นกอดอกเชิดหน้ามองผู้หญิงคนนั้นอย่างหาเื่
"เปล่า ฉันเป็เพื่อนของติจ๊ะ"
"เพื่อน? ทำไมไม่เคยเห็นหน้า"
"ฉันเป็เพื่อนติตอนเรียนไฮสคูลที่อังกฤษน่ะ เธอก็คงไม่เคยเห็นอยู่แล้ว"
โฮ เพื่อนั้แ่สมัยเรียน รู้จักมานานกว่าฉันอีก สวยก็สวย ผิวก็ขาว ตาก็โต ปากก็เล็ก คงไม่ใช่แฟนเก่าหรอกใช่ไหม
แฟนเก่าแล้วไง เพราะฉันคือคนปัจจุบันต่างหาก
"แล้ว...แล้วทำไมต้องมาค้างที่คอนโดอาติด้วยคะ"
"ก็ฉันไม่รู้นี่นาว่าจะไปไหน ก็เลยมาอยู่กับติที่นี่ดีกว่า"
"แต่ผู้หญิงกับผู้ชายไม่ควรอยู่ด้วยกันในห้องสองต่อสองคนอื่นจะมองไม่ดี"
"แต่เราเป็เพื่อนสนิทกัน ฉันไม่สนเื่พวกนั้นหรอก อีกอย่างเราไม่ได้นอนด้วยกันสักหน่อย ห้องก็แยกกัน ติเองก็คงไม่สนเหมือนกัน ใช่ไหม"
อาติจะสนหรือไม่สน ฉันไม่รู้ เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ยอม!!
"ยังไงหนูก็ไม่ยอม!"
"อย่ามางอแง" อาติส่งเสียงเข้มเป็การตำหนิอย่างเห็นได้ชัด
"อาว่าหนูทำไม! ผู้หญิงผู้ชายไม่ควรอยู่ในห้องสองต่อสองจริงๆนี่นา!"
"กลับไปที่ห้องได้แล้ว"
"ไม่เอา!!" ฉันรีบนั่งลงแล้วกอดแขนเขาไว้แน่นคล้ายเป็หมีโคอาล่าที่จะไม่มีทางเสียสละต้นไม้ต้นนี้ไปเป็อันขาด
ยังไงก็ไม่มีทางไป!!
"ถ้าเธออยู่ได้ หนูเองก็อยู่ได้เหมือนกัน"
"..."
"ไม่ต้องมองหนูด้วยหางตาหรอกค่ะ ยังไงหนูก็จะไม่ยอมให้อาอยู่กับผู้หญิงคนนี้ในห้องสองต่อสองเด็ดขาด!!"
"งั้น ไปนอนด้วยกันเลยดีไหม"
นี่…นี่เธอชวนฉันไปนอนด้วยงั้นเหรอ ถ้าฉันมานอนที่นี่ ก็จะได้ขัดขวางการไปมาหาสู่ของสองคนนี้ได้
"ไปสิ!!" คิดว่ากลัวหรือไง อาเจียวคนนี้ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว
23.20 น.
ตอนนี้ฉันนอนหงายอยู่บนเตียง ข้างๆคือผู้หญิงหน้าสวยคนนั้น ระหว่างกลางถูกกั้นด้วยหมอนข้างอันยาว สายตาจ้องมองเพดานที่มืดสนิท ฝ่ามือประสานกันอยู่ตรงหน้าท้องด้วยความเกร็ง
"น้องชื่ออะไรเหรอคะ"
"ชื่ออาเจียว” จะตอบแบบไม่มีหางเสียงก็คงจะดูไม่ดี “…ค่ะ"
"เจียวเจียว?"
"ห้ามเรียกชื่อนั้นเด็ดขาด! หนูให้อาติเรียกได้คนเดียว!"
"อ่อ...แล้วอาเจียวกับติรู้จักกันมานานหรือยังคะ"
"รู้จักกันั้แ่ตอนหนู 7 ขวบ รู้จักผ่านอาจีค่ะ”
"แล้วชอบติั้แ่ตอนไหนเหรอ"
"ชอบตอนที่อาติกลับมาที่ไทย ตอนนั้นอาจีพาหนูไปเที่ยวพร้อมกับอาติ เราก็ได้เจอกัน เขาเป็ผู้ชายที่อ่อนโยนมาก ช่วยเช็ดปากที่เปื้อนไอศกรีมให้หนู คุณต้องไม่เชื่อแน่ ว่าตอนนั้นเขามีแสงสว่างเจิดจ้ามากจนหนูไม่สามารถมองใครได้อีกเลย เขาคือรักแรกของหนูแล้วจะเป็รักเดียวด้วย"
"แล้ว่ที่ติกลับไปเรียนต่อล่ะ น้องทำยังไง"
"หนูก็บินไปอยู่ด้วย อาทิตย์ละสองวันก็กลับ"
"แล้วไปนอนที่ไหนคะ ในเมื่อตินอนกับจี"
"หนูก็นอนห้องอาจีนั้นแหละ เพียงแต่นอนเตียงอาติเท่านั้นเอง"
"ดูท่า น้องจะชอบติมากเลยนะคะ"
"แน่นอนค่ะ หนูชอบอามาก ตามจีบมาตั้ง 10 ปี ไม่มีใครมีความอดทนได้เท่าหนูอีกแล้วค่ะ"
"อาเจียวเป็ผู้หญิงสวยมากนะ ทำไมถึงไม่ลองมองหาคนอื่นดูบ้าง แบบลองคบใครอะไรแบบนี้"
"ก็เพราะหนูรักอาติคนเดียว" ไม่ใช่ว่าไม่มีใครมาจีบนะ แต่ก็ยังไม่เจอคนที่สามารถทำให้ฉันไขว้เขวความรู้สึกได้เท่าเขาเลยสักคน ก็เลยกลายเป็โสดมาจนถึงปัจจุบัน
"แต่ติเขาดูไม่ค่อยสนใจผู้หญิงเลยนะ ตอนเรียนมหาลัยมีคนเข้าหาเขาเยอะมาก แต่ก็โดนปฏิเสธไปหมด พี่เคยถามว่าเป็เพราะอะไร เขาบอกว่าไม่อยากมีภาระ"
"แสดงว่าอาติไม่เคยคบใครเลยเหรอคะ" ฉันหันไปมองผู้หญิงข้างๆ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"คือ...เท่าที่ดูก็ไม่เห็นนะ แต่เขาเคยเก็บจดหมายรักของใครไว้ก็ไม่รู้ ตั้ง 20 ฉบับ เก็บไว้อย่างดีในกล่องเก่าๆ แล้วก็มีพวกแหวนพลาสติก เหมือนพวกของเด็กเล่น"
"ว่าไงนะ!!" ประโยคบอกเล่าของผู้หญิงข้างกายทำให้ฉันเด้งตัวขึ้นมานั่งโดยอัตโนมัติก่อนจะลุกลงจากเตียงไปเปิดไฟ "เมื่อกี้ พี่บอกว่า เขาเก็บจดหมายรักของใครก็ไม่รู้เหรอ!!"
"ใช่ มีอะไรหรือเปล่า" มีสิ มีผลต่อใจมากด้วย
"เขามีคนที่ชอบแล้วเหรอคะ…" ฉันพูดเสียงอ่อนพลางหลุบสายตาลงมองพื้น ที่น่าเศร้าก็ตรงที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน ว่าอามีคนที่ชอบอยู่แล้ว และดูเหมือนจะมีมานานแล้วด้วย
"..."
"แสดงว่าคนที่เขาชอบ คงส่งจดหมายเพื่อให้เก็บไว้ดูต่างหน้า จากนั้นก็กลายเป็ความคิดถึงเพราะต้องอยู่ไกลกัน คนที่เขาชอบ คงไม่ได้เป็สาวผมทองหรอกมั้ง...หึ้ย!!"
ฉันขี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด ก็แหงสิ เคยคิดว่าเขาเป็เกย์ด้วยซ้ำ เพราะเขาแทบไม่สนใจฉัน ที่คอยตามตื๊อทุกวี่ทุกวัน อุตส่าห์หวังคิดว่า ตื๊อไปนานๆเดี๋ยวอาก็คงใจอ่อนเอง ที่ไหนได้…
"อาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้นะ พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน"
ตอนนี้มีความรู้สึกว่าสมองว่างเปล่ามาก หายใจติดขัด คล้ายแสบร้อนในโพรงจมูก หัวใจเหมือนถูกดึงกระชากออกไปแล้วทำให้ใกล้จะหมดลม...
"เอ่อ…น้องอาเจียว จะไปไหน"
หูของฉันอื้ออึงไปหมดแล้ว ไม่ได้ยินเสียงรอบข้างนอกจากเสียงหัวใจแตกสลาย เดินออกไปจากห้องอย่างเหม่อลอย โดยไม่ได้สนใจผู้ชายที่ฉันเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อกี้สักนิดเดียว
ทุกอย่างมันเคลื่อนที่ไปเองโดยธรรมชาติของผู้หญิงที่กำลังอกหัก
ปัง!
ฉันเดินกลับเข้ามาในห้องจากนั้นก็ยืนเอาหลังพิงประตูไว้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
"เขามีคนที่ชอบแล้ว...จีบยังไงก็คงหมดหวังแล้ว" ถ้าเขายังไม่มีใครในใจมันก็คงจะง่าย แต่พอเขามีคนในใจแล้ว ทุกอย่างระหว่างเรามันเลยดูมีความเป็ไปไม่ได้ไปเลย...
_____________________________________________
(ฝั่งห้องติสรณ์)
ชายหนุ่มรั้งสายตาที่มองแผ่นหลังหญิงสาวร่างบางที่เพิ่งเดินออกไป กลับมามองพีชที่ยืนกอดอกอยู่หน้าห้องนอน
"เกิดอะไรขึ้น" เขาเอ่ยถามขึ้นแต่เพราะเธอใส่ชุดนอนที่บางมากจนเขาต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
"คือ...เมื่อกี้เราคุยกับน้องเื่ตินั่นแหละ...แต่น้องเขาดูเศร้ามากเลย"
"คุยอะไร" เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ก็เล่าเื่มหาลัย เราบอกว่าติมีผู้หญิงมาจีบเยอะแยะแต่ก็ปฏิเสธไปหมด แล้วก็เื่ที่เราไปเจอจดหมายรักกับแหวนในกล่องด้วย...น้องก็เลยเข้าใจว่าติมีคนที่ชอบแล้ว...เราพูดผิดไปมั้ง" ชายหนุ่มมีสีหน้านิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการว่ากำลังคิดอะไรหรือกำลังรู้สึกอะไร ทำให้เธอดูไม่ออก
เขานิ่งไปสักพักก็ตอบกลับเสียงเ็า
"ช่างเถอะ" พูดจบก็เดินเข้าห้องนอนของตัวเองโดยปล่อยให้หญิงสาวยืนนิ่งอยู่กับคำถามในหัวมากมาย
_________________________________________