บทที่ 86 ความโกรธของผู้คน
หลี่ชิงหมินไหนเลยจะเข้าในสายตาเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายของหวงซีเฉิง เขาเพียงหันมาสนใจขวดยาของตนเอง ในเมื่อผู้ประเมินไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มได้ อย่างนั้นก็ควรจะเป็นเขาใช่ไหมที่ต้องอธิบาย
“นี่คือยายกระดับพลังธาตุน้ำ ทำมาจากสมุนไพรหลักคือสมุนไพรหัวใจนางเงือกวารีพิสุทธิ์ระดับ 10 ข้าได้พยายามปรับแต่งให้มันสามารถเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์และดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้...ปริมาณยาอาจจะช่วยหรือไม่ช่วยยกระดับพลังธาตุได้อย่างก้าวกระโดด ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย”
ชิงหมินไม่ได้แสดงความมั่นใจเกินไป ยกตัวอย่าง...หากบุรุษอย่างซีเฉิงที่มีระดับพลังสูงมากใช้ยานี้ เขาคงจะรู้สึกแค่ว่าธาตุในร่างกายมีการพัฒนาขึ้น แต่ไม่ถึงกับยกระดับอย่างก้าวกระโดดและสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ในขณะที่...ถ้าฝูเซ่าเป็นคนใช้ยานี้ เขาอาจจะรู้สึกว่าเขากำลังจะกลายเป็นเทพเจ้า นี่เป็นเพราะเขารู้สึกได้ถึงการเลื่อนไปอยู่ในระดับที่สูงกว่าอย่างกะทันหันนั่นเอง
“เด็กน้อย เจ้าแน่ใจหรือว่ายานี้ไม่มีผลกระทบอื่นๆ แม้ว่าผู้ใช้ธาตุน้ำจะมีจำนวนไม่มากนัก ทว่า...พวกเขาก็เป็นกำลังหลักของกองทัพเช่นกัน” ชายชราไม่เหมือนซีเฉิงที่เชื่อทุกคำพูดและไร้ข้อสงสัยใดๆ
เมื่อเขารู้ว่าเด็กคนนี้ได้รับสมุนไพรระดับ 10 ที่อุตส่าห์เก็บเอาไว้อย่างดีในคลังโรงหมอ หัวใจของเขาก็เหมือนกับถูกทำลายซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คิดเลยว่าหัวหน้ากองทัพจะให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มากเกินไป
แม้จะเอาตนเองไปเสี่ยง เจอกับความยากลำบากและอาจจะเอาชีวิตไม่รอด แต่นั่นก็เป็นแค่การเสียสละของเขาเพื่อคนที่ตนเองพึงใจ ชายชราผู้นี้ยังยอมรับได้ ทว่า....การที่หัวหน้านำของส่วนกลางออกไปให้เด็กน้อยผู้นั้น ทั้งๆที่ที่ผ่านมา หัวหน้าไม่เคยจะเอาเปรียบสมาชิกในกองทัพอิสระเลย มันทำให้เขากลัว....
หากหัวหน้าหลงใหลบุรุษผู้นี้เกินไป แล้วเจ้าเด็กนี่เป็นคนไม่รู้ความ กองทัพอิสระของพวกเขาอาจจะถูกทำลายเพราะความโง่เขลานี้หรือไม่?
“ท่านผู้อาวุโส ข้ามั่นใจว่ายานี้ไม่มีปัญหาขอรับ” ชิงหมินกล่าวอย่างจริงจัง
“ก่อนหน้านี้เจ้ายังพูดว่าตนเองไม่รู้จักสมุนไพรนี้อยู่เลย จู่ๆก็มาปรุงยาขึ้น แล้วคาดหวังจะมอบมันให้กับทหารธาตุน้ำทุกคน ไม่คิดว่ามันขัดแย้งกันหรอกหรือ?” ชายชราเปิดเผยใบหน้าของชิงหมินอย่างไม่เกรงใจ
หากเป็นในเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตและความตายของสมาชิกในกองทัพ ชายชราผู้นี้จะไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ ทุกชีวิตที่นี่เป็นเขาที่ช่วยรักษาเอาไว้ หากต้องเสียไปเพราะการเล่นสนุกของเด็กคนหนึ่งล่ะก็....เขาก็ยากที่จะยอมรับจริงๆ
ในกรณีที่ใช้ชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นเครื่องมือสนองความสุขของตนเอง หากหัวหน้าเป็นแบบนั้นไปอีกคน เขาก็คร้านที่จะขออยู่ร่วมค่ายนี้ต่อ...
“ถ้าอย่างนั้น...ท่านผู้อาวุโสจะปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไปหรือไม่ขอรับ” ชิงหมินไม่โต้เถียงกับเขา
เวลาที่ผ่านมา เขาทำงานร่วมกับชายชราผู้นี้และเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีจิตใจชั่วช้าอันใด ยาที่ผู้ประเมินของทั้งค่ายไม่อาจจะให้คำอธิบายดีๆได้ สมควรแล้วที่พวกเขาจะไม่วางใจ
และแน่นอนว่าชิงหมินไม่คิดจะฝืนใจพวกเขา หากมีคนไม่ต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขาเอง ชิงหมินแค่จะมียาเก็บไว้ที่ตัวและขายออกได้เพิ่มขึ้นก็เท่านั้น
ที่เขาทำงานหนักเช่นนี้ ก็เพื่อตอบแทนให้กับกองทัพอิสระที่ต้องสูญเสียสมุนไพรระดับ 10 ไปก็เท่านั้นเอง คิดว่าเป็นการแบ่งผลประโยชน์ให้พวกเขา ยิ่งแบ่งเร็วมากเท่าไร พลังของพวกเขาก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ด้วยความช่วยเหลือนี้...สิ่งที่ติดค้างในใจของชิงหมินก็จะเบาบางลง
“.................” เมื่อเห็นว่าชิงหมินไม่ได้ดื้อรั้น แถมยังปล่อยเรื่องนี้ให้เขาเป็นคนตัดสินใจเองด้วย ชายชราหมอเทวดาก็เริ่มลังเล
หากที่ผ่านมาเขาได้เห็นผลงานของชิงหมินบ้าง เขาก็อาจจะเชื่อถืออีกฝ่ายได้มากกว่านี้ แต่...ทุกๆวันที่ชิงหมินมาทำงาน เจ้าตัวเพียงแค่มายืนยันว่าการตรวจสอบนี้ถูกต้องเท่านั้น หรือก็คือ...เขาแทบจะไม่ได้ทำอันใดเลย นอกจากช่วยยืนยันให้สบายใจเพิ่มขึ้น
ดังนั้นความสามารถของชิงหมินจึงไม่ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์ เขาจึงลังเลอยู่เช่นนี้
“ให้พวกเขาเลือกเอง” ในขณะที่ความคิดของชายชรากำลังตีกันสับสนวุ่นวาย เสียงทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านหน้าของเขา
เป็นเสียงของหัวหน้านั่นเองที่พูดขึ้นมา เขาหาทางออกของเรื่องนี้โดยมอบให้กับเจ้าของชีวิตที่แท้จริงเป็นคนตัดสินใจ จะเลือกเสี่ยงเพื่อก้าวหน้า หรือจะละทิ้งแล้วย่ำอยู่ที่เดิม นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาจะต้องตัดสินใจ
เดิมทีซีเฉิงกังวลว่าชิงหมินอาจจะน้อยใจ เนื่องจากเขาพยายามอยู่หลายวันเพื่อยาหม้อนี้ แต่หลังจากที่เห็นสีหน้ามีความสุขของเจ้าเด็กน้อย ซีเฉิงก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวแสบคนนี้กำลังคาดหวังสิ่งใดอยู่
หากไม่ใช่เพราะเจตนาเดิมของชิงหมินถูกประกาศออกมาโดยตัวของเขาแล้ว ซีเฉิงคงจะบอกให้เขานำยาเหล่านี้กลับไปแล้วทำกำไรให้มากเท่าที่เจ้าต้องการเถอะ สายตาที่เต็มไปด้วยเหรียญของชิงหมินนั้นชัดเจนเกินไป
“ให้เลือกเองหรือ?” ชายชราเกือบจะหัวเราะออกมา
ทหารในกองทัพนี้ ถ้ามีโอกาสเลือกที่จะเสี่ยงเพื่อแข็งแกร่ง พวกเขาจะไม่เลือกแล้วเดินหนีหรือ? พวกเขาถูกฝึกฝนมาอย่างไรใครบ้างไม่รู้ หัวหน้าเป็นตัวบ้าเลือด ลูกน้องทั้งหมดก็ไม่ได้ต่างกันเลย ในฐานะผู้รักษา เขาอยากจะทุบหัวเจ้าคนพวกนี้จริงๆ หลายต่อหลายครั้งที่อยากจะบอกให้ถนอมร่างกายเอาไว้บ้าง กระนั้นก็ไม่มีใครฟังความคิดของตาแก่คนนี้หรอก
เหมือนกับที่ชายชราคิด เมื่อหัวหน้าบอกให้พวกเขาเลือกว่าจะรับยาหรือไม่ ทุกคนก็เดินไปต่อแถวโดยพร้อมเพรียง ไม่มีแม้เพียงคนเดียวที่จะหันหลังกลับ ซึ่งเดิมทีแล้วพวกเขาเข้าใจว่าหัวหน้าเห็นภาพนี้จะต้องชื่นชมแน่ๆ แม้แต่หมอเทวดาก็ยังรอดูรอยยิ้มของทั้งสองคนคู่รักเอาแต่ใจ
ทว่า...เขาไม่ได้คิดเช่นกันว่าจะเห็นสีหน้าผิดหวังจากทั้งสอง สิ่งนี้...หมายความว่าอย่างไร?
ชิงหมินคอยดูแลการมอบยาให้กับพวกเขา เพียงแค่คนละ 1 ถ้วยเล็กที่ชิงหมินเตรียมเอาไว้ให้เท่านั้น ก็เพียงพอแล้วที่จะกระตุ้นความสามารถของพวกเขาให้เติบโตขึ้น
เมื่อทุกคนได้ดื่มยาระดับ 10 นี้ พวกหมอเทวดาและเหล่าผู้รักษารีบเข้ามาตรวจสอบทันที เริ่มแรกยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่หลังจากที่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง...ในที่สุดคนแรกๆก็เริ่มที่จะทรุดลงไปนั่งกับพื้น
“อึก” ความเจ็บปวดที่ถาโถมทำให้เขาต้องกัดฟันกรอด พลังงานที่เคยเสถียรและคุ้นเคยในร่างกายกำลังปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด มันราวกับว่าต้องการแหวกออกมาจากร่างกายของเขา ฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
อาการเจ็บปวดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน บางคนเพียงรู้สึกอึดอัดและเข้าใจว่าเขาควรจะต้องนั่งในท่าที่สบายที่สุดเพื่อจัดการกับพลังที่ปั่นป่วน แต่บางคน...
“เร็วเข้า รีบพาไปโรงหมอ พวกเขากำลังจะระเบิด!!” เนื่องจากอุณภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้รักษาบางคนรีบส่งเสียงออกมาทันทีด้วยความหวาดกลัว
ระเบิดหรือ? แค่ดื่มยานี้ก็จะทำให้ร่างกายระเบิดออกหรือ? นี่มันยาแบบไหนกันแน่!
สายตาของทุกคนมองไปยังหลี่ชิงหมิน พวกเขาอยากจะรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้คิดอะไรอยู่ ไหนจะหัวหน้าของพวกเขาที่ยังยืนอยู่อย่างเฉยเมยด้วย ทำไมทั้งสองคนจึงแสดงความมั่นใจขนาดนั้น แม้ว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วกันล่ะ หรือว่า...ในสายตาของหัวหน้า ชีวิตของพวกเขาไม่มีค่าเลยหรือ?
ไม่! เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาจะมีความคิดประหลาดนี้ได้อย่างไร หัวหน้าของพวกเขาเพื่อปกป้องชีวิตของพวกเขาให้มากที่สุด สั่งสอนวิชาการต่อสู้ คอยชี้แนะข้อบกพร่องเพื่อให้พัฒนา แถมในสนามการต่อสู้...ถ้ามีโอกาส หัวหน้าก็จะช่วยชีวิตของพวกเขาก่อนเสมอ
แต่ความคิดนี้เกิดขึ้นเพราะหัวหน้าของพวกเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไป เมื่อมีบุรุษผู้งดงามคนนั้นข้างกาย หัวหน้าของพวกเขาก็เชื่อเด็กคนนั้นมากจนถึงตอนนี้
แม้แต่สมาชิกในกองทัพกระอักเลือดออกมา สีหน้าของหัวหน้าก็ยังคงนิ่งเรียบ หลายต่อหลายครั้งลอบมองไปที่เด็กหนุ่มข้างกาย ทำเหมือนกับว่าความสำคัญของบุรุษผู้นั้นมีมากกว่าชีวิตน้อยๆของพวกเขา
จริงอยู่ที่ชีวิตนี้มอบให้หัวหน้า ต่อให้หัวหน้าจะสั่งให้ตายตอนนี้พวกเขาก็ทำได้ กระนั้น...พวกเขาก็กลัวแค่ว่าหัวหน้าจะเสียใจในภายหลังเมื่อเชื่อมั่นในบุรุษแปลกหน้าผู้นี้เกินไป
“หัวหน้า ให้ทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ ตอนนี้มีผู้ที่หมดสติไปแล้ว 7 คน และคนที่ดิ้นทรมานเกือบ 10 คน...” หรือก็คือ มีคนที่ควบคุมตนเองได้ไม่กี่สิบคนเท่านั้น ที่เหลือล้วนแต่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
“พยายามเช็ดตัวให้พวกเขา อย่าให้กินยาอะไรเข้าไปเพิ่ม ข้าเกรงว่าจะไปขัดขวางการพัฒนาของพวกเขาน่ะ”
“อะไร?” ผู้รักษาคนหนึ่งเกือบจะตะคอกใส่ชิงหมินอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะเขายังมีสติควบคุมตนเองได้ เขาคงจะด่าทอเด็กหนุ่มผู้นี้สักหลายๆคำ
ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ยังพูดออกมาแบบนี้อีกหรือ? ไม่ให้พวกเขากินยาใดๆ .... นี่ก็คือการปล่อยให้พวกเขาตายหรือไม่?
“ทำตามที่เขาบอก เขาคือเจ้าของยา หากเกิดอะไรผิดพลาด คนที่ทำนอกเหนือจากนั้นจะต้องรับผิดชอบ”
“หัวหน้า....” เมื่อได้ยินคำสั่งนี้ แม้แต่หมอเทวดาก็ยังกัดฟันกรอด ตอนนี้ความคิดของพวกเขาเกือบจะทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่เด็กหนุ่มชิงหมินเพียงคนเดียวเท่านั้น
ในสายตาของพวกเขา หากชิงหมินไม่ได้อยู่ตรงนี้ สถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจก็จะไม่เกิด ซึ่งแน่นอนว่าชิงหมินที่ได้รับสายตาเกลียดชังจากพวกเขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เรื่องนี้เขาอธิบายไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี เขาคือผู้มาใหม่ที่ไม่เคยต่อสู้เป็นตายกับคนในกองทัพอิสระเลย จะถามหาความเชื่อใจก็เป็นไปได้ยาก ดังนั้นมีแต่ต้องปล่อยให้ความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป
ถึงอย่างนั้น ชิงหมินก็ประหลาดใจกับความแน่วแน่ของซีเฉิงอยู่บ้าง เจ้าพระเอกผู้นี้เชื่อใจเขามากขนาดนั้นได้อย่างไร? ไม่กลัวว่าเขาจะก่อกวนจนทำให้ต้องเสียคนแข็งแกร่งไปหรอกหรือ?
ความเชื่อมั่นเช่นนี้อดที่จะทำให้ชิงหมินรู้สึกอบอุ่นไม่ได้ ตอนนี้....ชิงหมินเห็นภาพของซีเฉิงเหมือนกับบิดาของเขาเลย แม้ว่าเขาจะดื้อรั้นและคอยทำให้กวนใจ แต่บิดาของเขาก็ยังเชื่อมั่นเขามากที่สุด
เมื่อครั้งที่เกือบต้องตายเพราะชาที่คุณหนูสวี่ดื่ม ชิงหมินเองก็กลายเป็นผูกพันกับครอบครัวของเขามากขึ้น ครั้งนี้...แม้ว่าซีเฉิงจะไม่ได้บอกว่าต้องการตายแทนเขา ทว่า...ภูเขาที่ใหญ่โตนี้คอยบังแสงแดดและพายุให้ ชิงหมินจะบอกว่ารังเกียจก็ไม่ได้เช่นกัน
“เจ้าคอยดูผู้ที่ปรับตัวได้สำเร็จเป็นคนแรกๆ อาจจะมีความไม่เสถียรเกิดขึ้น หลังจากนั้นคงต้องให้ยาปรับสมดุลหรือยาฟื้นฟูกับพวกเขาเพื่อช่วยเหลือ” ชิงหมินหันไปบอกซีเฉิงโดยตรง
“เข้าใจแล้ว” คนตัวใหญ่พยักหน้ารับ
เมื่อบอกสิ่งที่ควรจะบอก มอบสิ่งที่ควรจะมอบแล้ว ชิงหมินก็พาฝูเซ่าที่กำลังหวาดหวั่นกลับไปพัก แน่นอนว่าฝูเซ่ากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจคุณชายของเขา แต่...คุณชายที่มีทักษะประเมินลงมือปรุงยาเป็นครั้งแรก ฝูเซ่าสบายใจก็คงเป็นเรื่องแปลกแล้ว
“คะ คุณชาย พวกเขา...จะไม่เกิดเรื่องใช่หรือไม่ขอรับ”
“หืม? เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ?” ชิงหมินหยอกเย้า
“จะไม่เชื่อได้อย่างไรขอรับ แต่ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา...”
“พวกเราก็อาจจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตเท่านั้น”
“ชะ ชดใช้ด้วยชีวิตหรือขอรับ นี่มัน...” ฝูเซ่าหน้าถอดสี เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณชายจะพูดเช่นนี้กับตนเอง ฝูเซ่าไม่ได้กลัวตาย แต่เขากลัวว่าจะช่วยเหลือคุณชายให้รอดพ้นไม่ได้มากกว่า
หากคนเหล่านั้นมีปัญหาจริงๆ คุณชายของเขาจะหนีพ้นได้อย่างไร ฝูเซ่าไม่มีปัญญาที่จะขึ้นลงเขาด้วยตนเองด้วยซ้ำ แล้วจะสามารถช่วยเหลือคุณชายได้หรือ?
ชิงหมินพ่นลมหายใจพร้อมกับคลี่ยิ้มจางๆ ยิ่งเปรียบเทียบ...ท่าทางของฝูเซ่าที่ติดตามเขามาเป็นเวลานานกับซีเฉิงที่เพิ่งเจอ ความแตกต่างนี้ทำให้เขาหวั่นไหว...
“ช่างน่าแปลกจริงๆ” คนตัวเล็กแตะไปที่กลางอก หัวใจของเขาสั่นไหวกับเรื่องแบบนี้หรือ? ทั้งๆที่ซีเฉิงเป็นพระเอกของเรื่อง และไม่ใช่คนที่จะมาสนใจเขาเลย
ชิงหมินรู้ว่าตนเองกำลังหวั่นไหวกับเขาเข้าแล้ว ถึงอีกฝ่ายจะแสดงสีหน้าดุร้ายอยู่ตลอด แต่ภายใต้ความโหดร้ายนั้นกลับมีความอบอุ่นมากกว่าที่คิด น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เหมาะสมกัน...หากติดตามซีเฉิงไปมากกว่านี้ ชีวิตอันสุขสบายที่เขาแสวงหาก็คงจะไม่ได้อีก
รอบตัวของพระเอกตัวร้ายนั้นมีแต่เรื่องให้ลำบากใจ ต้องสู้และฝ่าฟันเท่านั้นจึงจะมีชีวิตรอด ต่อให้ชิงหมินอยู่กับซีเฉิงในฐานะสหาย เขาก็เกรงว่าหายนะจะแผ่กระจายมาถึงตัวเขาด้วย
“คงต้องเว้นระยะอีกหน่อย...”
…………………………………………