ณ ห้องจัดงานเลี้ยงน้ำชา
คุณหญิงเฟื่องทองที่ควงแขนพาดาริกามาให้คุณหญิงทุกคนที่มาในงานวันนี้ได้รู้จักเธอ คาดหวังว่าจะให้ทุกคนชอบใจในตัวของดาริกามากกว่าพนิตพร
"สวัสดีค่ะคุณหญิงเฟื่องทอง นั่นพาใครมาด้วยคะเนี่ย ควงแขนกันมากะหนุงกะหนิงเชียวค่ะ"
ดาริกาที่ไม่ต้องรอให้คุณหญิงเฟื่องทองบอก ยกมือขึ้นสวัสดีกับทุกคน
"สวัสดีคุณหญิงทุกท่านค่ะ"
นั่นทำให้คุณหญิงเฟื่องทองพึงพอใจในความมีมารยาทของดาริกาเป็อย่างมาก ซึ่งเมื่อดาริกากล่าวทักทาย คุณหญิงทุกคนที่นั่งอยู่ก็ยิ้มตอบด้วยหน้าตาแจ่มใส คุณหญิงเฟื่องทอง เห็นดังนั้นจึงแนะนำตัวของดาริกาเพื่อให้เป็ที่รู้จัก
"นี่คือหนูดาริกาค่ะ หนูดากับฉันถือว่าพวกเรามีวาสนาต่อกันมาก โชคดีที่ว่าวันนั้นตอนเกิดเื่ขึ้นที่งานเลี้ยงประชุมผู้ถือหุ้นของโรงแรม หนูดาอยู่ในที่เกิดเหตุพอดีค่ะ ฉันกำลังไม่สบาย จู่ๆ ก็วูบไป เคราะห์ดีที่หนูดามางานนี้พอดี แล้วช่วยฉันไว้ได้ทัน ไม่งั้นฉันคงแย่แน่ๆ ค่ะ งานเลี้ยงน้ำชาวันนี้ก็อาจจะไม่ได้จัดขึ้น เพราะทุกท่านอาจจะต้องไปเยี่ยมฉันที่โรงพยาบาลแทน"
พูดจบคุณหญิงเฟื่องทองก็หัวเราะด้วยอารมณ์ขัน ทำให้คุณหญิงทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ยิ้มแย้มเช่นกัน
"พูดอะไรแบบนั้นคะคุณป้า ดาด้าดีใจมากนะคะที่ได้ช่วยเหลือและรู้จักกับคุณป้า"
"หนูดา หนูน่ารักซะแบบนี้ ป้าจะไม่ชอบหนูได้ยังไง"
"เอาล่ะค่ะ ชักช้ากันพอสมควรแล้ววันนี้ เรามาเริ่มจิบน้ำชาไปสนทนาสัพเพเหระกันไปดีกว่าค่ะ มาหนูดาหนูมานั่งข้างๆ ป้าตรงนี้"
เมื่อเพนนีมาถึง ก็พบว่าแขกมากันได้เกือบครบแล้ว หญิงสาวที่ควงแขนมาพร้อมกับคุณสร้อยสิรินทร์และคุณเอมิกา นับได้ว่าเป็จุดเด่นที่น่าสนใจไม่น้อย
คุณหญิงอัญชันเมื่อเห็นแบบนั้นจึงกล่าวทักทายเพนนีขึ้นว่า
"นั่น แม่หนูเพนนีมาแล้ว วันนี้ใส่ชุดซะสวยเชียวนะลูก สีขาวบริสุทธิ์ เห็นแล้วป้าก็คิดถึงยัยลิสา อยู่ตั้งเมืองนอกเมืองนา ป่านนี้เป็ยังไงบ้างไม่รู้"
เพนนีเมื่อเห็นคุณหญิงอัญชันทักทาย จึงตอบกลับด้วยความราบรื่น
"ขอบคุณนะคะคุณหญิงป้า วันนี้เพนนีตั้งใจแต่งตัวมาให้ดูสวยเป็พิเศษน่ะค่ะ แล้วนี่น้องลิสาเป็ยังไงบ้างคะ ส่งข่าวมาว่ายังไงบ้าง"
"โถ ถ้ายัยลิสาน่ารักได้สักครึ่งของแม่หนูเพนนี ป้าก็คงสบายใจ ยัยเด็กคนนั้นไม่รู้นึกอะไร เรียนสถาปัตย์ในเมืองไทยก็พอแล้ว ดั้นด้นไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ อีกหลายปีกว่าจะจบ เห็นว่าอยากจะไปเรียนมาแล้วปรับปรุงบ้านที่เชียงใหม่ที่ป้ามอบให้ เห็นเขาว่าจะเอาซะให้ทันสมัยเชียวละ"
ดาริกาที่ได้ยินชื่อลิสาก็รู้สึกสะดุ้งในใจหลายครั้ง แน่ล่ะบ้านที่เธออาศัยอยู่ก็ขอยืมมาจากอลิสาโดยให้เงินค่าเช่าแลกเปลี่ยนระยะเวลาแค่เพียง 1 เดือนแถม อลิสาลูกของคุณหญิงอัญชันยังจะเป็ไปเรียนเมืองนอกเหมือนกันอีก เธอไม่อยากจะคิดว่าถ้าเกิดอลิสาที่เธอกับคุณหญิงอัญชันรู้จักเป็คนเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้น ความลับอาจจะแตกได้ แต่ตอนนี้อลิสาไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นเธอจึงยังรอดตัว ต้องรีบหาทางเข้ามาเป็ลูกสะใภ้ของคุณหญิงเฟื่องทองให้เร็วที่สุด
ด้านคุณหญิงเฟื่องทองเมื่อเห็นว่าพนิตพรได้รับความสนใจเช่นเคย จึงเริ่มไม่พอใจ งานวันนี้เธอ้าให้ดาริกาเป็ดาวเด่น ไม่ใช่พนิตพร เธอจึงเริ่มปฏิบัติการหักหน้า
"แม่พนิตพร มาแล้วรึ ช้าซะจริงๆ นั่งเลยสิ กว่าจะมาได้ ยืนค้ำหัวผู้หลักผู้ใหญ่"
เพนนีก็ไม่น้อยหน้าตอบกลับว่า
"โถ คุณแม่ขา เพนนีมาช้าที่ไหนกันละคะ เพนนีมาตั้งนานแล้วนะคะ เมื่อกี้คุณแม่ขาก็เห็น เพนนียืนคุยกับคุณดาริกาอยู่น่ะค่ะ มาตรงเวลาจริงๆ นะคะ"
คุณสร้อยสิรินทร์รีบเสริม
"ใช่จ่ะ หนูเพนนีน่ะมาไวนะ ออกจะรีบร้อนมาด้วยซ้ำ แต่เผอิญต้องมาเสียเวลากับคุณดาริกาเข้าน่ะ เห็นว่าคุณดาริกาเธอมาเข้าห้องน้ำหลงทางแล้วไปไหนไม่ถูก ได้แต่ยืนป้ำๆ เป๋อๆ แต่ยืนหลงทางอีท่าไหนไม่รู้นะคุณเอมคุณก็เห็นใช่มั้ย"
"เห็นค่ะคุณสิรินทร์ ยืนหลงทางแบบจ้องถ้วยโบราณ แจกันโบราณที่วางประดับไว้ตามมุมข้างๆ ตาไม่กะพริบเชียวหล่ะค่ะ"
คุณหญิงเฟื่องทองได้ยินก็กล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจ
"พอเถอะค่ะคุณเอม คุณสิรินทร์ ต่อให้หนูดาเธอจะหลงทาง หรืออะไรยังไงก็ชั่งเถอะค่ะ"
"แหม่! คุณแม่ขา ก็เื่นี้น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยนะคะ แถมคุณดาริกาเธอยังบอกอีกนะคะว่าที่มาวันนี้เนี่ยคุณหญิงส่งรถไปรับเธอถึงหน้าบ้าน เอ๋! ว่าแต่บ้านคุณดาริกานี่อยู่ตรงไหนหรอคะ บอกเพนนีได้เลยนะคะ เผื่อเวลาเพนนีเหงาๆ เพนนีจะได้ไปพูดคุย ไปเยี่ยมคุณดาริกา ได้ถึงหน้าบ้านเลย"
คุณหญิงเฟื่องทองได้ยินเพนนีกล่าวแบบนี้จึงไม่พอใจ เธอเลยเอามือของตนจับมือของดาริกาเอาไว้ เป็เชิงว่าให้ปฏิเสธห้ามอย่าบอกที่อยู่ของดาริกาแก่เพนนี เพราะกลัวว่าเพนนีจะไปรบกวนและรังแกเธอเข้า ดาริกาที่เข้าใจความหมายโดยนัยของคุณหญิงจึงปฏิเสธออกมา
"ดาด้าบอกคุณเพนนีไม่ได้หรอกค่ะ บ้านดาด้าไม่ได้ใหญ่โตมาก กลัวว่าพอคุณเพนนีไปถึงจะรองรับคุณได้ไม่ดีพอ"
คุณหญิงเฟื่องทองกำลังจะตัดบท แต่เพนนีดันพูดขึ้นมาก่อนว่า
"งั้นไม่เป็ไรค่ะคุณดาริกา ถ้าเื่บ้านคุณไม่สะดวกไม่ต้องบอกเพนนีก็ได้ค่ะ เพนนีไม่ได้ซีเรียสอะไร แค่อยากมีเพื่อนคุยเล่นเท่านั้นเอง"
เพนนีจึงแสดงละครตีหน้าเศร้า การพูดคุยของหญิงสาวทั้งสองคนนับว่าเป็ที่สนใจของบรรดาคุณหญิงคนอื่นเป็อย่างมาก คุณหญิงคนหนึ่งจึงกล่าวปลอบเพนนี
"เอาน่า หนูเพนนีอย่าเสียใจไปเลย วันหลังหนูเพนนีเหงามาบ้านป้าก็ได้นะลูก พูดคุยกับป้าให้หายเครียด ไม่เป็ไรนะลูก"
คุณสร้อยสิรินทร์ สบโอกาสจึงกล่าวขอบคุณก่อนที่เื่จะเลยเถิด
"ขอบคุณแทนหนูเพนนีด้วยนะคะ เพนนีอย่าไปรบกวนคุณหญิงเธอเลย มาคอยพูดคุยกับป้าสองคนนี่แหล่ะ หนูก็รู้ว่าพวกป้ารักหนูไม่ต่างจากลูก จริงมั้ยคะคุณเอม คุณเฟื่อง"
คุณเอมิการับคำทันที "จริงสิจ๊ะ ป้าเอ็นดูหนูมากๆ เลยนะ"
คุณหญิงเฟื่องทองรู้สึกว่าตนกำลังถูกบังคับให้ตอบปฏิเสธไม่ได้ ตอบรับก็ไม่เชิง จึงกล่าวเป็กลางๆ ว่า
"จ่ะ"
เธอไม่อยากจะเสวนาด้วยสักเท่าไหร่ เห็นได้ชัดว่าคุณสร้อยสิรินทร์กับคุณเอมิกา พยายามทำให้ดาริกาเสียหน้า
ด้านทั้งสามสาวที่ร่วมมือกันหักหน้าดาริกาด้วยการใช้ความน่าเอ็นดูของเพนนี ซึ่งประสบความสำเร็จก็สะใจอย่างมาก พวกเธอจึงเริ่มรุกคืบหน้ามากยิ่งขึ้น
คุณเอมิกา กล่าวกับดาริกาว่า
"คุณดาริกา คุณอย่าเครียดไปเลยนะคะ หนูเพนนีเธอแค่หาเพื่อนคุยเท่านั้น เห็นคุณคงจะอายุเท่าๆ กัน ปีนี้คุณอายุเท่าไหร่คะเนี่ย ดูอายุใกล้ๆ หนูเพนนีเลย"
ดาริกากลั้นใจตอบ "24 ค่ะคุณป้า"
"เอ๋!คุณเอมเหมือนเราเพิ่งคุยกันไปเองนะคะ ไอ้เื่ตีสนิทอะไรนี่ พูดไปไม่ถึงชั่วโมง ลืมกันซะแล้วหรอเนี่ย แย่จังเลย เด็กสมัยนี้" คุณสร้อยสิรินทร์แกล้งแขวะด้วยความไม่ชอบใจ
คุณหญิงเฟื่องทองที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพยายามบอกดาริกาไม่ให้ถือสาแม่พวกนี้
"ขออภัยค่ะ ปีนี้ดาด้าอายุ 24 ค่ะคุณเอมิกา คุณสร้อยสิรินทร์"
"ยังดีนะคะที่พูดแล้วไม่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เด็กสมัยนี้ สู้หนูเพนนีไม่ได้สักคน"
"อ้าว คุณดาริกาอายุแค่ 24 เองหรอคะ เห็นวัยเห็นการแต่งตัว เพนนีก็นึกว่าคุณอายุ 29 เท่ากันซะอีก แหม่! แบบนี้คงต้องเรียกน้องดาริกาสินะคะ"
ดาริกาหน้าเจื่อนลง ถึงเธอจะสวยจะงามขนาดไหน แต่หน้าของเธอก็นำอายุไปหลายปีนี่นับว่า เป็จุดอ่อนของเธอเลยทีเดียวต่างกับกน้าเด็กของเพนนี ที่ตอนนี้ใครๆ ก็คงคิดว่าเพนนีอายุไม่เกิน 25 ปีแน่นอน
"แล้วนี่คุณดาริกา เป็ลูกใครหรอคะ เห็นวันนั้นตาธันเล่าว่าคุณมางานเลี้ยงประชุมผู้ถือหุ้น" คุณเอมิกากล่าวขึ้น
ด้วยความสงสัยข้อนี้ของคุณเอมิกานับว่าตรงกับใจของคุณหญิงเฟื่องทองอยู่พอดี เธอไม่ได้พยายามหาคำตอบ เพราะคิดว่า เมื่อถึงเวลาคำตอบก็คงจะมาเอง
ดาริกาเมื่อได้ยินคำถามก็หน้าซีดลง ต้องรีบหาทางกลบเกลื่อนคำตอบด้วยการโกหกไม่ให้มีพิรุธ บางครั้งการโกหกที่ดีที่สุดคือการเอาความจริงผสมกับคำพูดโกหกไปด้วยกัน
"ดาด้า ได้บัตรเชิญจากเพื่อนสนิทที่เมืองนอกน่ะค่ะ พอดีคุณพ่อเพื่อนสนิทของดาด้าส่งบัตรให้มา เพราะเห็นว่าเป็งานเลี้ยงสำคัญประจำปี แต่เพื่อนดาด้าไม่สามารถมาได้ เลยบอกให้ดาด้าลองมาเข้างานสังคมแทนดูน่ะค่ะ เห็นว่างานนี้เป็งานใหญ่ ตัวดาด้าก็สมควรที่จะลองเข้าร่วมดู เผื่อในอนาคตจะได้มีคอนเนคชั่นไปตอนสมัครงาน"
คุณหญิงเฟื่องทองได้ฟังก็รู้สึกหมดความสงสัยในตัวดาริกา ด้านเพนนีเมื่อเห็นได้ชัดเจนว่าดาริกากำลังโกหก เธอจึงเริ่มปฏิบัติการ ต้อนให้ดาริกาจนมุม เพราะเพนนีถือคติในใจไว้ว่า
"คงเคยได้ยินกันสินะที่ว่า คนโกหก เมื่อโกหกหนึ่งครั้ง ก็จะต้องโกหกไปเรื่อยๆ สุดท้ายโกหกไปโกหกมา เื่ราวกันไม่ตรงกันเอง ยัยน้ำกรด เธอโดนแน่"