ในเวลาเช้ามืดขณะที่ผู้คนในบ้านยังคงหลับสนิทกับปรากฏร่างอรชรสามร่างกำลังเดินอย่างเร่งรีบไปที่ท้ายบ้านโดยมีคนหนึ่งในกลุ่มคอยมองเหลียวหลังอยู่ตลอดเวลาราวกับกลัวว่าจะมีผู้ใดมาเห็นเข้า
“ฟารีฮา...ทางนี้” เสียงเรียกเบาๆจากทางพุ่มไม้หนาดังขึ้นผู้เป็เ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะจูงมือของแฝดผู้พี่วิ่งไปทางนั้นด้วยกันอย่างรวดเร็ว
“พี่คามิน...คอยพวกข้านานไหม”ท่านหญิงฟารีฮาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้ใบหน้าเพราะสิ่งที่พวกเธอกำลังทำอยู่นั้นมันจะกลายเป็เื่ใหญ่ขึ้นมาทันทีถ้าถูกจับได้
“ไม่นานหรอก พี่ก็เพิ่งจะมาเหมือนกัน”คามินตอบก่อนหันไปมองฟารีดาที่บัดนี้ถูกแปลงโฉมให้อยู่ในคราบของเด็กผู้ชายเรียบร้อยแล้วด้วยความหนักใจระคนเห็นใจ
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งอยากเตะตัวเองนักที่ใจอ่อนยอมช่วยเหลือสองสาว ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นมันผิด และเป็เื่ใหญ่ถึงขนาดที่ว่าอาจต้องโทษปะาชีวิตกันได้เลยถ้าถูกจับได้ขึ้นมาคามินมองหน้าสองพี่น้องแล้วถามย้ำอีกครั้ง
“พวกเ้าแน่ใจกันแล้วหรือที่จะทำแบบนี้ พวกเ้ารู้ดีใช่ไหมว่าโทษของการหลอกลวงเบื้องสูงนั้นอาจถึงขั้นปะาชีวิตเลยทีเดียวข้าอยากให้พวกเ้าไตร่ตรองดูใหม่กันอีกครั้งหนึ่ง”
ฝาแฝดทั้งสองนิ่งเงียบอยู่อึดใจใหญ่ก่อนที่แฝดผู้น้องจะกล่าวเสียงหนักแน่นว่า
“พวกข้าตัดสินใจดีแล้วพี่คามิน พี่อย่าพูดอะไรอีกเลย ทำตามแผนที่ข้าบอกเถอะข้าเชื่อว่าข้าจะทำสำเร็จ”
“แต่ถ้าเ้าถูกจับได้ขึ้นมา โทษ...”
“พี่คามินวางใจเถอะ ข้าไม่ยอมให้ถูกจับง่ายๆ หรอก นี่ก็จวนจะสว่างแล้วนะ ข้าว่าพี่รีบพาพี่ฟารีดาไปเถอะขืนชักช้าเดี๋ยวก็มีคนออกมาเห็นเข้าพอดีหรอก” หญิงสาวตัดบทและเอ่ยเร่งให้ทั้งสองรีบไป
“ฟารีฮาพี่ว่า...” ท่านหญิงฟารีดาชักเริ่มลังเลใจขึ้นมาเสียแล้วเพราะกลัวว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นอาจส่งผลร้ายแรงต่อน้องสาวและบิดาได้
“อย่าพูดอะไรอีกเลยท่านพี่ ทำตามที่ข้าบอกเถอะท่านพี่อย่าเป็ห่วงข้ากับท่านพ่อเลย พวกเราเอาตัวรอดได้ ท่านพี่เองนั่นแหละดูแลตัวเองให้ดีๆเถอะ อย่าให้ใครจับได้ว่าท่านเป็สตรีเด็ดขาด และถ้าข้าสามารถทำให้เ้าชายยกเลิกการแต่งงานได้เมื่อไหร่ข้าจะรีบส่งคนไปบอกกับท่านทันทีเลย”
“เ้าก็ต้องระวังตัวเองให้ดีนะฟารีฮา”
“เชื่อมือข้าเถอะน่า เื่แค่นี้น่ะสบายมาก”ท่านหญิงฟารีฮาบอกด้วยน้ำเสียงสดใส ไม่มีความกังวลในแววตาสักนิดเพราะไม่อยากให้พี่สาวเป็ห่วง
“ถ้าพวกเ้าไม่เปลี่ยนใจก็รีบไปกันเถอะ ก่อนที่คนอื่นจะมาเห็นเข้า” คามินเตือนพลางมองสตรีในดวงใจด้วยความเป็ห่วง “เ้าดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะขอให้รู้เอาไว้ว่าพี่เป็ห่วงเ้ามากเหลือเกิน”
ท่านหญิงฟารีฮายิ้มรับในความห่วงใยของคามินหัวใจอิ่มเอมอย่างคนที่มีความรู้สึกดีๆ มอบให้กันเสมอมาหญิงสาวโบกมือลาแฝดผู้พี่ที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกใจหาย เพราะไม่เคยต้องแยกจากกันไปไหนไกลเลย
ฟารีฮายืนมองจนร่างของทั้งสองคนหายลับสายตาไปแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้กับตนเอง เพราะนับจากนี้เป็ต้นไปเธอมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ต้องทำให้สำเร็จให้จงได้ซึ่งถ้าทำสำเร็จทุกคนก็จะมีความสุขกันถ้วนหน้า แต่ถ้าไม่...เธอก็พร้อมที่จะยอมรับโทษทัณฑ์นั้นแต่เพียงผู้เดียว!
หญิงสาวหันหลังกลับแล้วสาวเท้าออกจากบริเวณนั้นอย่างเร่งรีบมานาห์สาวใช้คนสนิทที่เข้าร่วมแผนการนี้ด้วย ซึ่งคอยดูต้นทางให้เดินตามหลังผู้เป็นายมาเงียบๆแต่ในใจนั้นภาวนาขอให้แผนการนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีด้วยเถิด
ขณะที่ฟารีฮากับสาวใช้กำลังจะเดินเข้าบ้านนั้นทั้งสองก็ต้องสะดุ้งโหยงด้วยความใกับเสียงทักที่ดังขึ้น
“นั่นฟารีดาหรือเปล่าลูก” เสนาบดีฮัจจาจ์ร้องถามพลางเดินเข้าไปหาบุตรสาวที่ตนเข้าใจว่าเป็ลูกคนโตเนื่องจากฟารีดามักจะตื่นเช้าเช่นนี้เป็ประจำทุกวัน ตรงข้ามกับฟารีฮาบุตรสาวคนเล็กที่ชอบนอนตื่นสายกว่าพี่สาวตลอด
ท่านหญิงฟารีฮากับมานาห์มองหน้ากันก่อนที่หญิงสาวจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ แล้วถึงหันไปยิ้มอ่อนหวานให้กับบิดาอย่างที่พี่สาวมักทำเสมอวาจาที่เปล่งออกไปเธอก็ปรับให้มันช้าลงเล็กน้อย น้ำเสียงนั้นพยายามให้อ่อนหวานตามบุคลิกของฟารีดาอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“ท่านพ่อนั่นเอง ลูกฟารีดาเองเ้าค่ะท่านพ่อ”
“พ่อก็แน่ใจว่าต้องเป็เ้า เพราะเวลาเช้าตรู่แบบนี้น้องสาวของเ้าคงยังไม่ตื่นหรอก” เสนาบดีเฒ่าพูดเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะหยุดชะงักพลางหรี่ตาลงมองบุตรสาวนิ่งเพราะประกายตาสดใสในดวงตาคู่งามนี้ทำให้ท่านรู้สึกเอะใจจนอดเอ่ยออกมาอย่างไม่แน่ใจไม่ได้ว่า “เอ...หรือเ้าจะตื่นเช้าก็เป็ฮึฟารีฮา”
ท่านหญิงฟารีฮานิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้บิดาแล้วตอบกลับเสียงนุ่มๆ ตามแบบฉบับของพี่สาวว่า “ท่านพ่อกำลังล้อลูกเล่นหรือเ้าคะ ถึงได้เรียกชื่อลูกผิดเป็ชื่อน้อง”
“พ่อไม่ได้เรียกชื่อเ้าผิด แต่พ่อคิดว่าเ้าคือฟารีฮาต่างหากล่ะ”
“ทำไมท่านพ่อถึงคิดเช่นนั้นล่ะเ้าคะ”
“ก็ดวงตาของเ้าสดใสแทนที่จะโศกเศร้าน่ะสิ ฟารีฮา...นี่เ้ากำลังหยอกล้อพ่อเล่นอย่างนั้นรึ”
“โธ่...ลูกคือฟารีดาจริงๆ เ้าค่ะท่านพ่อ แต่ที่เห็นลูกดูสดใสขึ้นเพราะลูกปลงตกได้แล้วว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยงเื่นี้ได้จริงๆลูกก็เลยพยายามทำใจยอมรับมันเ้าค่ะ เพราะลูกไม่อยากให้ท่านพ่อต้องเป็ทุกข์ไปกับลูกด้วยอีกอย่างสวนดอกไม้ยามเช้าก็ให้ความรู้สึกสดชื่นเหลือเกิน ลูกเห็นแล้วก็เลยรู้สึกสดชื่นขึ้นเ้าค่ะ”
“พ่อดีใจนะที่เ้าคิดได้เช่นนี้” ได้ฟังคำของบุตรสาวแล้วความคลางแคลงใจก็หมดไปมีแต่ความเห็นใจและสงสารเท่านั้น
“สีหน้าของท่านพ่อดูซีดเซียวเหลือเกิน ไม่สบายหรือเปล่าเ้าคะ” ฟารีฮาถามด้วยความเป็ห่วง
“เปล่าหรอก กายพ่อน่ะสบายดีแต่ใจนี่สิ เฮ้อ...”ท่านถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางเดินเข้ามาโอบไหล่ของบุตรสาวแล้วพาเดินเข้าไปในบ้านด้วยกันส่วนมานาห์นั้นก็แยกไปทำงานตามหน้าที่ของตนเองต่อ “พ่อเป็ห่วงเ้าเหลือเกินฟารีดาพ่อรู้ว่าลูกทุกข์ใจกับเื่แต่งงาน พ่อเสียใจที่ไม่อาจช่วยเหลือเ้าได้เลย”
“อย่าคิดมากเลยเ้าค่ะ ตอนนี้ลูกทำใจได้แล้วจริงๆ” หญิงสาวพูดเพื่อให้ท่านสบายใจ
“ได้ยินเ้าพูดแบบนี้พ่อก็สบายใจขึ้น พ่อว่าเ้าไปเตรียมตัวเถอะ อีกเดี๋ยวทหารคงมารับเ้าเข้าวังตามรับสั่งขององค์รานีแล้ว”
“เ้าค่ะ”
“เดี๋ยวลูก...” เสนาบดีฮัจจาจ์เรียกไว้ฟารีฮาซึ่งกำลังเดินจากไปจึงหยุดชะงัก “เื่เ้ากับซามินน่ะถ้าเ้าตกลงใจแต่งงานกับเ้าชายแล้วพ่อก็อยากให้เ้าตัดใจจากซามินให้เด็ดขาดพ่ออยากให้เ้าเปิดใจให้กับเ้าชายฮาซิมแทน เพราะไหนๆ ก็ต้องแต่งงานกันแล้ว ถ้าเ้ารักเ้าชายได้เ้าก็จะมีความสุขนะลูกพ่ออยากเห็นเ้ามีความสุข”
“ลูกจะพยายามค่ะท่านพ่อ ถ้าได้แต่งงานขึ้นมาจริงๆ” ท่านหญิงฟารีฮาพูดทิ้งท้ายให้บิดาสงสัยเล่นก่อนจะเอ่ยขอตัวกลับห้องพักไป
เสนาบดีเฒ่ามองตามบุตรสาวที่เข้าใจว่าเป็แฝดคนพี่ไปด้วยความสงสารสุดหัวใจแม้จะเอะใจในคำพูดของลูกอยู่บ้าง แต่เพราะรู้นิสัยของฟารีดาดีจึงไม่ติดใจอะไรมากนัก
“ฟารีดา...พ่อเชื่อว่าเ้าจะรักเ้าชายฮาซิมได้หมดหัวใจในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน” ฮัจจาจ์พึมพำออกมาอย่างมีความหวัง