ตอนที่ 5
หยางอวี่สวน
นายน้อยนายน้อย !!!
“เ้าเด็กอัปลักษณ์มันออกจากเรือนไปแล้วดูท่าเ้าเด็กนั่นกำลังจะไปที่ป่าริมเชิงเขาขอรับ” บ่าวรับใช้ของหยางอวี่สวน...บุตรชายของหยางอวี่ถงซึ่งถูกใช้ให้คอยจับตาดูหยางอี้เอาไว้ วิ่งกระหืดหระหอบรุดมารายงานนายน้อยของมัน
“รับไป”หยางอวี่สวนวัยสิบเอ็ดปี เอ่ยพลางโยนเศษเงินให้บ่าวคนสนิทวัยไล่เลี่ยกับตนเอง“เ้ารีบไปตามพรรคพวกขอเ้ามา ข้าจะไปจัดการลูกของเ้าหัวขโมยให้มันได้หลาบจำ” หยางอวี่สวนถืออำนาจบาตรใหญ่ด้วยมีปู่เป็ผู้นำตระกูล และพ่อเป็ผู้คุมคลังทรัพย์สิน แถมบัดนี้ บิดาตนเองยังเป็ว่าที่ผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูลหยางชนิดไร้คู่แข่งแต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บิดาตนมักเอ่ยถ้อยคำริษยาและเคืองแค้นต่อหยางเฉิง ที่หยางตงฉวนมักจะเอ่ยชมและเข้าข้างหยางเฉิงมากกว่าตนเองพลอยทำให้หยางอวี่สวน บุตรชายมีจิตอาฆาตแค้นต่อหยางอี้ไปด้วย กระทั่งหยางเฉิงถูกแผนร้ายของหยางอวี่ถงกำจัดพ้นทางเื่ราวยักยอกที่ถูกใส่ไฟเพิ่มเติม...ว่าหยางเฉิงขโมยทั้งโอสถและเงินทองของตระกูลไปมอบให้หยางอี้ใช้ฝึกตนจึงกลายเป็การเติมเชื้อไฟอาฆาตในใจของหยางอวี่สวนให้โหมลุก และคิดหาทางลงมือสั่งสอนหยางอี้ด้วยตนเอง
“ขอรับนายน้อย”บ่าวคนเดิมตอบคำ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปตามคำสั่งของหยางอวี่สวน
.
.
ลมเอื้อยเย็นไม่หนาวจนเกินไปแสงแดดทแยงเฉียงสาดมาไม่ถึงกับร้อน ด้านหน้ามองไกล เห็นท้องทะเลกว้างเนินเขาเตี้ยลูกนี้ หยางอี้ใช้เวลาเดินสำรวจรอบร่วมครึ่งชั่วยามจึงค่อยตัดสินใจเลือกไว้เป็สถานที่ฝึกตนของตัวเอง
“เอาละใต้ต้นไม้ใหญ่นั่นดูจะเหมาะที่สุด” หยางอี้พึมพำกับตนเองพลางเดินตรงไปหยุดยืนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ กล่องใส่โอสถกำเนิดปราณชั้นต้นถูกหยิบออกมาตระเตรียม แววตาใสทอประกายเจิดจ้าไปด้วยความหวังเม็ดยาสีดำเรียบถูกสองนิ้วคีบหยิบขึ้นมาอย่างระมัดระวังหยางอี้มองดูเม็ดยาด้วยใจจดจ่อ แต่ไม่ทันที่จะหยิบเม็ดยายัดใส่เข้าปากกลับมีของแข็งบางอย่างลอยมากระทบเข้ากับศีรษะตนเองอย่างแรงเสียก่อน
โอ๊ยยยย!!!
เม็ดยาหล่นกลิ้งลงพื้น แม้เ็ป แต่เด็กน้อยยังฝืนทน รีบกระโจนลงต่ำหมายตะครุบไม่ให้เม็ดยาไหลกลิ้งไปไกลหากแต่กลุ่มผู้ที่ปาก้อนหินเข้าใส่ตนกลับมิยินยอม
ไอ้อัปลักษณ์ไร้ค่าโอสถนั่นมันไม่เหมาะกับแกหรอก !!!
หยางอวี่สวนฝึกฝนอยู่ในขั้นพื้นฐานลมปราณขั้นที่สองไม่เพียงกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง แต่แรงะโยังเหนือล้ำ กระโจนลอยข้ามระยะกว่าสามจั้งเข้ามาเหยียบมือของหยางอี้ได้ทันก่อนที่จะคว้าถูกเม็ดยาซึ่งยังคงไหลกลิ้งต่อไป
“โอ๊ยท่านพี่อวี่สวน ท่านจะทำอะไรข้า” หยางอี้เจ็บจนน้ำตาเล็ด แต่ยังคงเอ่ยคำไร้เดียงสาด้วยความคิดว่าตนเองไม่เคยไปทำให้หยางอวี่สวนแค้นเคืองมาก่อน
“ทำอะไรอย่างงั้นรึเ้ามันเป็หัวขโมย และข้าก็จะทวงความยุติธรรมให้กับตระกูลหยางของข้ายังไงละ” หยางอวี่ฉวนแยกเขี้ยวยิงฟันเอ่ยคำก่อนจะหันไปสั่งลูกสมุนที่ติดตามตนมาอีกสามคนให้จัดการเก็บเม็ดยาที่กลิ้งตกอยู่บนพื้นมาส่งให้กับตนเอง “อืมโอสถชั้นดีเช่นนี้ไม่เหมาะกับสวะขี้ขโมยอย่างแกหรอก” หยางอวี่สวนไม่พูดเปล่ายัดโอสถที่เก็บได้เข้าปาก ก่อนจะสั่งให้สมุนติดตามจับตัวของหยางอี้ไปมัดเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่และสั่งให้พวกมันทำการซ้อมหยางอี้ โดยสั่งให้ละเว้นส่วนใบหน้าเอาไว้ส่วนตนเองหันหลังกลับไปนั่งฝึกฝนย่อยสลายโอสถที่เพิ่งกลืนลงไปอย่างหน้าตาเฉย
หนึ่งเค่อผ่านพ้นร่างของหยางอี้ปรากฏรอยฟกช้ำไปทั่ว กล่องไม้หรูถูกรื้อค้นมาวางไว้ตรงหน้าหยางอวี่สวนแผนการชั่วร้ายของนายน้อยอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหยาง ดูเหมือนจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นแถมยังได้กำไรติดไม้ติดมือเป็โอสถกำเนิดปราณชั้นต้นถึงสามเม็ดแต่แล้วพลันปรากฏเสียงล้อไม้บดเบียดพื้นดิน เคลื่อนมาแต่ไกลหยางอวี่ฉวนที่นั่งสมาธิฝึกฝน ตื่นใลืมตาพร้อมถลึงตัวลุกพรวดขึ้นยืน “เฮ้ยพวกเ้าอยู่นิ่ง ๆ เอาไว้ก่อน มีคนกำลังมาทางนี้ แล้วก็จัดการอุดปากเ้าเด็กเวรนั่นด้วย”
ไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงล้อบดพื้นดังก็ค่อย ๆ เคลื่อนห่างไกลออก สมุนของหยางอวี่สวนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยคิดว่าเื่ราวผ่านพ้น แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
“นั่นพวกเ้ากำลังทำอะไรกัน”เสียงหวานแว่วมาจากบนกิ่งไม้สูง ทำเอาสมุนทั้งสามของหยางอวี่สวนหน้าตาซีดเซียวด้วยกลัวความผิด มีเพียงหยางอวี่สวนนายน้อยของพวกมันที่ยังทำใจดีสู้เสือหันมองไปยังที่มาของเสียง
“แม่นางน้อยเื่นี้เป็การสะสางความกันในตระกูลของข้า มันไม่เกี่ยวอะไรกับคนนอกเช่นเ้า”หยางอวี่สวนจดจำใบหน้าผู้คนในตระกูลหยางได้ เห็นว่าเด็กสาวผู้นี้ตนไม่รู้จัก จึงเอ่ยเช่นนี้ด้วยหวังให้อีกฝ่ายเร่งจากไป
“ข้าไม่ยักรู้มาก่อนว่ามีตระกูลใดสะสางเื่ราวกัน โดยการรังแกเด็กผอมแห้งผู้หนึ่งเช่นนี้ส่วนเื่นี้จะเกี่ยวรึไม่เกี่ยว ที่นี้เป็เนินเขาไร้การปกครอง ข้าคงไม่ต้องให้เ้ามาสอน”เด็กสาวเอ่ยคำ พลางกระโจนลงมายืนบนพื้น ณ จุดใกล้ ๆ กับหยางอี้ถูกมัดอยู่
“เ้านั่นมันเป็หัวขโมยพวกข้าจึงต้องสั่งสอน ให้หลาบจำ” หยางอวี่สวนเอ่ยคำเสียงดัง
“ขโมย...”เด็กสาวย้ำก่อนจะเดินเข้าไปเลียบเคียงใกล้ ๆ หยางอี้ โดยไม่คิดใส่ใจสมุนทั้งสามของหยางอวี่สวนซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ในบริเวณเดียวกัน
“รู้เช่นนี้แล้วเ้าก็จงไปเสีย อย่าให้เื่ราวต้องกลายเป็ยุ่งยาก” หยางอวี่สวนรีบร้อนพ่นคำกลายเป็เผยนิสัยดุร้าย คิดข่มขู่ผู้คน
“ยุ่งยาก”เด็กสาวหันขวับกลับมามองไปที่หยางอวี่ฉวน “เ้าขู่ข้ารึ”
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”หยางอวี่ฉวนยกมือ สมุนทั้งสามก็แยกเขี้ยวยิงฟันรับคำ
แต่ดูเหมือนเด็กสาวจะไม่ได้ใส่ใจกลุ่มบ่าวรับใช้ของหยางอวี่สวนแม้แต่น้อย ยังคงก้ม ๆ เงย ๆ มองดูใบหน้าที่งุดลงต่ำพยายามเอียงคอหลบสายตาตนเอง ของหยางอี้อยู่หลายครา
...เด็กน้อยผู้นี้มีปานนูนแดงใหญ่บนใบหน้าแปลกประหลาดยิ่งนัก
เมื่อเกิดความสงสัยเด็กสาวจึงยื่นมือเข้าไป หมายดึงผ้าที่อุดปากของหยางอี้ออกเพื่อให้อีกฝ่ายมีโอกาสได้เอ่ยคำบ้าง
“นายน้อย!!! ยัยเด็กนี่ คิดจะดึงผ้าปิดปากเ้าอัปลักษณ์ออกแล้วขอ...อุ๊ก!!!” สมุนผู้หนึ่งของหยางอวี่สวนเร่งพ่นคำรายงาน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่มันเอ่ยจะไม่เข้าหูของเด็กสาวผู้นี้จึงโดนหมัดไวอัดเข้าที่ลิ้นปี่ จนลิ้นจุกปาก ลำตัวงองุ้มล้มกองลงกับพื้น
หยางอวี่สวนดวงตาร้อนผ่าวไม่คิดว่าเด็กสาวผู้นี้ จู่ ๆ จะกลายเป็ดุร้าย แถมยังกล้าทำร้ายสมุนของตนต่อหน้าเช่นนี้สำหรับมันถือเป็การดูถูกยิ่งนัก เมื่อนั้นจึงตัดสินใจ เลือกใช้กำลังแก้ไขปัญหา “ลงมือ!!!”
สุนัขจิ้งจอกหางโผล่เสียแล้ว!!!
เด็กสาวไม่ทันที่จะดึงผ้าอุดปากของหยางอี้ออกก็เปลี่ยนเป็ชักมือกลับมากำเป็กำปั้น ตอบโต้สมุนทั้งสองของหยางอวี่สวนอย่างเผ็ดร้อนแรกเคลื่อนไหวก็อาศัยการสะบัดร่างไวกลับหลัง เพิ่มแรงหมุนกวาดเท้ากระทุ้งเหยียดเข้าใส่ชายโครงของผู้หนึ่งที่เหลืออีกหนึ่ง กระโจนเข้าหาเด็กสาวพร้อมง้างกำปั้นโถมใส่ เด็กสาวไม่คิดหลบ ด้วยอาศัยท่าร่างว่องไวโยกออกเพียงเล็กน้อยพร้อมก้มตัวย่อลงต่ำ ก่อนยืดร่างขึ้นทันที กำปั้นขวาที่กำแน่นอยู่ก่อน จึงลอยสวนจากล่างขึ้นบนกระแทกเข้าตรงบริเวณข้อพับใต้ศอกอย่างแม่นยำ จนแขนของสมุนผู้นี้บิดงอผิดรูปร้องโอดโอยล้มกลิ้งโหวกเหวกเสียงดังด้วยความเ็ป
บัดซบ!!!
หยางอวี่สวนสบถคำพร้อมท่าเท้าที่พุ่งทะยานเข้าหาเด็กสาว ซึ่งกำลังหันกลับมา
เสียง...ตุบ!!! ดังทึบเมื่อเด็กสาวชักหมัดฟาดกลับหลัง พอดีปะทะเข้าท่าเท้า ได้ก่อนที่จะถูกกระแทกเข้าถึงตัวแต่เพราะลมปราณที่ส่งไหลเข้ามาทำให้เด้กสาวแตกตื่น ชักสีหน้า “เ้าเป็ผู้ฝึกตน…” เด็กสาวเอ่ยโต้ ทั้งที่ท่อนแขนยังชาหนึบ แรงปะทะที่ดีดตามหลังส่งร่างเด็กสาวให้ทรุดไถลจนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น
“รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว”หยางอวี่สวนเห็นฝ่ายตรงข้ามเซถลาเสียหลัก จึงกระโจนเข้าใส่หมายมั่นจู่โจมซ้ำเติม ถ้าหากเด็กสาวผู้นี้เป็เพียงนักบู๊ผ่านทางทั่วไปการกระทำของมันก็ถือว่าสมด้วยเหตุผล แต่ดูเหมือนว่าหมากตานี้ของหยางอวี่สวนจะผิดพลาดเสียแล้ว
หึ...ลมหายใจพ่นทิ้ง มุมปากบางของเด็กสาวยกยิ้มฉีกขึ้นร่างยังคงอยู่ในท่าเดิมไม่ไหวติง แต่ลมปราณที่ไหลเวียนในธรรมชาติรอบข้างเด็กสาวกลับสั่นกระเพื่อมแม้แต่หยางอี้ก็รับรู้ถึงความผิดปกตินี้ ถึงกับฝืนอาการเจ็บจุกที่ถูกซ้อม พยายามเงยคอขึ้นยกตั้งขึ้นเพื่อชมดูการปะทะที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยใจระทึก