บทที่ 1 กลับบ้าน
หน้าโรงเรียนมัธยมที่3 ของเมืองแห่งการศึกษา ชายหนุ่มร่างอวบยืนโบกมือลา ‘แฟนสาว’ แสนสวยของตัวเองด้วยรอยยิ้มแปลกๆสายตาของ ‘ยูเมะ’ มองไปยัง ‘เมโลดี้’ แฟนสาวแสนสวยที่เพิ่งตกลงคบหากันเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมาด้วยความสับสนราวกับไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะเป็เื่จริง
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจขณะที่โบกมือลาแฟนสาวจนกระทั่งเธอหายเข้าไปในรถสุดหรูที่มีราคาไม่ต่ำกว่าแปดหลักจนกระทั่งรถสุดหรูของแฟนสาวหายไปจากสายตา
ยูเมะจึงเดินออกไปอีกครั้ง เดินไปตามทางเดินด้วยสติที่เหลือไม่ถึงครึ่งโดยอาศัยเพียงความเคยชินจากการเดินมาโรงเรียนเป็ประจำนำทางตัวเองไปยังท่ารถประจำทาง
ตลอดเส้นทางที่เดินไปชายหนุ่มััได้ถึงสายตาไม่พอใจได้อย่างเลือนราง แต่เพราะความสับสนและสงสัยทำให้ชายหนุ่มเมินสายตาของผู้คนเ่าั้ไปโดยไม่รู้ตัว
‘เื่จริงหรือเนี่ย..นี่เรากลายเป็แฟนกับเมโลดี้แล้วจริงๆ หรือ’
คำถามที่ถามตัวเองซ้ำเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบนับจากเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา ในคาบโฮมรูมสุดท้ายของปีการศึกษาระดับมัธยม
เมโลดี้หญิงสาวที่สวยที่สุดในชั้นปี ฐานะดี มารยาทงาม เป็หญิงสาวที่ได้ชื่อว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโรงเรียนมัธยมที่3 แห่งนี้เลยทีเดียว
กลับกันยูเมะกลับเป็ชายหนุ่มที่มีน้ำหนักตัวมากที่สุดในโรงเรียนมัธยมที่ 3 แห่งนี้ฐานะธรรมดา มารยาทก็พูดได้เพียงแค่เหมาะสมจนไม่มีความโดดเด่นอะไรเลยนอกจากน้ำหนักตัวที่มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เื่ดีนักในสายตาของคนทั่วไป
‘นี่..เราอ้วนที่สุดในโรงเรียนเลยงั้นหรือ ไม่ใช่ว่ามีอีกคนหรอกหรือที่อ้วนกว่า’
ยูเมะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะสลัดความคิดทิ้งไปด้วยรอยยิ้มฝืนๆและยอมรับว่าตนเองนั้นอ้วนที่สุดในโรงเรียนมัธยมที่ 3 แห่งนี้จริงๆ
คิดแล้วยูเมะก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งด้วยความสับสนก่อนจะสังเกตเห็นสายตาของเด็กนักเรียนคนอื่นๆในท่ารถที่มองมาทางตนด้วยสายตาที่หลากหลาย
เห็นแบบนั้นยูเมะก็ฝืนยิ้มออกมาอย่างเป็มิตรทำให้สายตาเ่าั้เบนจากไป
ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเสียงกระซิบก็ดังแว่วมาให้ได้ยินซึ่งเื่ที่ได้ยินก็ไม่พ้นเื่ของเขากับเมโลดี้ที่กลายมาเป็แฟนกัน
เื่ใหญ่ขนาดนี้ไม่แปลกเลยที่จะลือกันไปอย่างรวดเร็วเผลอๆ ในเครือข่ายสื่อสารของโรงเรียนมัธยมที่ 3 คงจะเอาเื่นี้ไปทำข่าวแล้ว
คิดถึงตอนนี้ยูเมะก็ยกมือขึ้นมาแล้วเปิดมายด์เบรนของตัวเองขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายของโรงเรียน
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้กดลงบนไอคอนโปรแกรมสายตาของยูเมะก็เหลือบไปเห็น ‘ปัญหา’ที่เขาลืมไปก่อนหน้านี้เพราะคำสารภาพรักของเมโลดี้
สัญลักษณ์ของไอคอนโปรแกรมที่ไม่เคยเห็นปรากฏอยู่ในสายตาทำให้ยูเมะเริ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อีกครั้ง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้ในคาบโฮมรูมสุดท้ายของปีการศึกษา ยูเมะจำได้ว่าเขาคุยอยู่กับเพื่อนตามปกติทุกคนกำลังรออาจารย์ ‘หลุยส์’ เข้ามาแนะแนวเป็ครั้งสุดท้าย
แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างกลับไม่มีใครจำได้เลยแต่ทุกคนรวมไปถึงยูเมะได้หมดสติไปโดยไม่ทราบสาเหตุเพราะแสงสว่างลึกลับที่ปรากฏขึ้น
ทว่าไม่มีใครเลยในหมู่นักเรียนที่ได้เห็นแสงสว่างมีเพียงอาจารย์หลุยและกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินเท่านั้นที่จับภาพแสงสว่างที่เกิดขึ้นได้
สิ่งเดียวที่ยูเมะจำได้คือหลังจากเขารู้สึกตัวได้ไม่นาน เขาก็สังเกตเห็นโปรแกรมแปลกๆที่ไม่คุ้นตาปรากฏอยู่ในมายด์เบรนของเขาซึ่งเขาจำได้ว่าไม่เคยติดตั้งโปรแกรมนี้เอาไว้
‘ไวรัสงั้นหรือ แปลกจริง! ก็จำได้ว่าไม่เคยเข้าเว็บไซต์แปลกๆนี่นา ช่วยไม่ได้นะ’
แม้จะสงสัยถึงที่มาของโปรแกรมแปลกๆ ที่ชื่อและหน้าตาไม่คุ้นเคยนี้แต่ยูเมะก็ไม่คิดมากนักเพราะในยุคนี้การจะพบเจอกับโปรแกรมแปลกๆที่ติดมาในมายด์เบรนซึ่งเป็คอมพิวเตอร์พกพานั้นก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
สำหรับยูเมะที่โตมากับมายด์เบรนแล้วของพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรจาก ‘ป๊อปอัพโฆษณา’ ในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าสักเท่าไหร่
จะต่างกันก็เพียงแค่พวกมันไม่รบกวนสายตาเท่ากับป๊อปอัพโฆษณาในอดีตเท่านั้นเนื่องจากระบบป้องกันในด้านนี้ของมายด์เบรนนั้นมีประสิทธิภาพอย่างมาก
ทั้งนี้ก็เพราะมายด์เบรนใช้ระบบแสดงผลผ่านคลื่นสมองด้วยการส่งภาพไปยังสมองโดยตรง ทำให้ผู้ใช้มองเห็นจอภาพผ่านมุมมองสายตาของตัวเองการป้องกันในด้านนี้จึงมีประสิทธิภาพมากเพราะถ้าเกิดมีโปรแกรมขยะที่ส่งภาพขึ้นมารบกวนสายตาของผู้ใช้ก็อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้
ด้วยเหตุนี้แม้จะมีไวรัสหรือโปรแกรมขยะติดมาแต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง มากสุดก็ทำได้เพียงสร้างความรำคาญใจเท่านั้น
ยูเมะเองก็ชำนาญในด้านนี้พอสมควรในฐานะของเด็กหนุ่มที่คร่ำหวอดในวงการเกมออนไลน์ความสามารถในการป้องกันมายด์เบรนของตัวเองนับเป็ความสามารถพื้นฐานที่ทุกคนในวงการเกมต้องมี
จึงไม่ใช่เื่แปลกที่ยูเมะจะเฉยชาต่อโปรแกรมแปลกๆนี้และจัดการลบมันได้อย่างชำนาญ
ทว่าอึดใจเดียวสีหน้าของยูเมะก็เปลี่ยนไปเมื่อโปรแกรมกำจัดไวรัสที่ใช้อยู่ไม่สามารถหาโปรแกรมเ้าปัญหาเจอ
“หาไม่เจองั้นหรือ..ไวรัสตัวใหม่เลยสินะ”
แม้จะใเล็กน้อยที่โปรแกรมกำจัดไวรัสที่ใช้ประจำหาโปรแกรมเ้าปัญหาไม่เจอทว่ายูเมะก็ไม่ได้กังวลหากแต่ใช่ทักษะส่วนตัวจัดการกับตัวโปรแกรมโดยด้วยการตรวจสอบระบบโดยตรง
ยูเมะหมกมุ่นอยู่กับโปรแกรมจนลืมทุกอย่างแต่เขาก็ยังก้าวขึ้นรถประจำทางได้โดยไม่หกล้มและยังสามารถลงรถได้ถูกป้ายโดยไม่เกิดปัญหาเพราะความชำนาญส่วนตัวและการแจ้งเตือนของมายด์เบรน
ภาพของยูเมะในตอนนี้แม้จะดูเหมือนแปลกแต่ก็ไม่ใช่เื่แปลกตาอะไรสำหรับเด็กวัยรุ่นในสมัยนี้ที่ใช้มายด์เบรนได้อย่างชำนาญ
เนื่องจากจอภาพของมายด์เบรนนั้นมีความโปร่งใสทำให้ถึงจะมองหน้าจออยู่ตลอดเวลา แต่ก็สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เช่นกันจึงไม่แปลกหากเด็กวัยรุ่นที่โตมาพร้อมกับมายด์เบรนจะมีทักษะในการเดินทางพร้อมกับการดูหน้าจออยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงจะไม่ใช่เื่แปลกมันก็ไม่ใช่มารยาทที่ดีนักทำให้ทันทีที่กลับมาถึงบ้านและได้รับการแจ้งเตือนผ่านมายด์เบรนยูเมะจึงหยุดสิ่งที่ทำอยู่ในทันทีแล้วยิ้มออกมาบางๆ ขณะที่เดินเข้าไปในบ้าน
“กลับมาแล้วครับ!”
“ยินดีต้อนรับกลับค่า!!”
เสียงหวานใสตอบรับกลับมาในทันทีตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังระรัวก่อนที่เ้าของเสียงจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใสตามประสาเด็กสาว
การต้อนรับที่อบอุ่นนี้ทำให้ยูเมะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวภายในใจบังเกิดเป็ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เขารู้สึกราวกับไม่ได้พบเจอน้องสาวมานานมากทั้งที่พวกเขาเพิ่งจะเจอหน้าครั้งสุดท้ายเมื่อตอนเช้า
โดยไม่รู้ตัวยูเมะดึงตัวน้องสาวเข้ามากอดแน่นด้วยความคิดถึงทำเอาเด็กสาวถึงกับใจนกรีดร้องออกมาด้วยความใ
“อ๊า! พี่บ้า ปล่อยนะ!! ทำอะไรเนี่ย!!”
เด็กสาวดิ้นรนด้วยความใ แต่สุดท้ายเธอก็เหมือนกับััได้ถึงความผิดปกติของพี่ชายจนยอมปล่อยให้พี่ชายกอดเธออยู่แบบนั้นอีกครู่ใหญ่
ยูเมะเองก็เหมือนจะรู้สึกตัวว่าทำแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะนักแต่เขาก็หักห้ามความรู้สึกในจิตใจไม่ได้แม้จะสับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้ แต่เขาก็บอกตัวเองให้รีบปล่อยมือ
ทว่าร่างกายมันเหมือนกับไม่ฟังคำสั่งทำให้เขากอดน้องสาวแน่นอยู่นานหลายนาที กว่าจะยอมปล่อย
เด็กสาวที่ถูกกอดหน้าแดงน้อยๆด้วยความขัดเขิน เธอมองดูพี่ชายด้วยสายตาแปลกๆ แต่ก็มองไม่เห็นอะไรผิดปกติสุดท้ายก็เลยบ่นออกมาด้วยความขัดเขินแล้ววิ่งหนีไปในทันที
ยูเมะเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มแล้วเดินตามเข้าไปด้วยความสับสนเล็กๆแต่ที่มากกว่าคือความสุขที่เหมือนจะเอ่อล้นออกมาจากภายในใจจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
พอเข้าไปในห้องนั่งเล่นยูเมะก็เห็นน้องสาวนั่งอยู่หน้าจอทีวีด้วยใบหน้าแดงระเรื่อเธอกอดตุ๊กตาตัวโตเอาไว้แน่นขณะที่สองตาจ้องมองไปยังหน้าจอที่กำลังฉายภาพโฆษณาอยู่
ยูเมะเดินเข้ามายิ้มๆโดยไม่ได้พูดอะไร เขาเดินผ่านไปยังห้องครัว หยิบเอาน้ำออกมาดื่มเล็กน้อยก่อนจะย้อนกลับมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกับน้องสาวโดยเว้นระยะห่างเอาไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้เธอต้องลำบากใจ
สองพี่น้องนั่งอยู่แบบนั้นครู่ใหญ่จนในที่สุด ฝ่ายน้องสาวก็เหมือนจะทนความเงียบไม่ไหวและดูเหมือนว่าเธอจะนึกถึงสิ่งที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ได้จึงหันมามองพี่ชายด้วยสายตาที่วาววับ
“พี่! วันนี้หนูได้ยินมานะเื่จริงหรอที่พี่ได้แฟนแล้ว!”
ยูเมะได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มฝืนๆแล้วส่ายหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
เด็กสาวเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาคล้ายกับดีใจที่รู้ว่าข่าวลือนั้นไม่ใช่เื่จริงแต่อึดใจเดียวเธอก็ต้องเบ้ปากเพราะสังเกตเห็นท่าทีที่ดูขัดเขินของพี่ชาย
“อ..อืม พี่คบกับเมโลดี้แล้วจริงๆ”
คำตอบนี้ทำให้เด็กสาวนิ่งอึ้งไปนานราวกับไม่สามารถยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้เธอจ้องมองพี่ชายอยู่นาน มองดูท่าทีขัดเขินแต่ก็ดูพึงพอใจด้วยความหมั่นไส้เล็กๆก่อนจะส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมาเบาๆ
หลังจากนั้นสองพี่น้องก็นั่งเงียบไปอีกครู่ใหญ่จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่งยูเมะก็เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาและเห็นว่าเวลานี้เย็นมากแล้ว
เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆก็คล้ายกับรู้ทัน เธอจึงพูดออกมาตามความเคยชิน
“ยังไม่ออกมาหรอก เห็นแม่บอกว่าวันนี้ต้องปั่นต้นฉบับให้ได้2 ชุดนะ คงจะสัก 2 ทุ่มละมั้งถึงจะออกมา”
“งั้นหรือ..อีกแล้วสินะ งั้นวันนี้จะสั่งอะไรมากินดีละ”
“หนูขอเหมือนทุกที!”
“โอเค เหมือนทุกที..ซีซ่าร์สลัดกับอกไก่บาร์บีคิวสินะ กินไม่เบื่อเลยนะ”
“เื่ของหนูน่า! พี่เองก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ!”
“ก็นั่นสินะ..”
ยูเมะยิ้มน้อยๆ แล้วเริ่มสั่งอาหารอย่างที่เคยทำทว่าภายในจิตใจกลับมีความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิมเขามองเห็นรายการอาหารจากร้านค้าที่คุ้นเคย มองดูรายการที่ตนเองสั่งเป็ประจำจนทางร้านบันทึกไว้เป็รายการประจำที่ทำให้ง่ายต่อการสั่ง
ทว่าครั้งนี้ยูเมะกลับมีความคิดที่ต่างไปจากเดิมเขาเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจจนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังรายการโปรดที่นานๆครั้งเขาถึงจะสั่งมากินเนื่องจากโรคประจำตัว
‘นานๆทีกินสักครั้งก็แล้วกัน..ถือว่าฉลองที่เราได้เป็แฟนกับเมโลดี้ก็ดีเหมือนกัน’
คิดแล้วยูเมะก็ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากทำให้น้องสาวที่แอบมองอยู่แอบเบ้ปากน้อยๆ ด้วยความหมั่นไส้แต่ก็แอบยิ้มด้วยความยินดีที่ในที่สุดพี่ชายของเธอก็หาแฟนได้สำเร็จ
หลังจากนั้นไม่นานอาหารที่สั่งก็มาส่งยูเมะก็ออกไปรับอาหารอย่างที่เคย ก่อนจะนำมาทานกับน้องสาวในห้องนั่งเล่นหน้าทีวีเหมือนทุกครั้ง
แต่ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะเริ่มทานอาหารของตัวเองเธอก็หยุดชะงักไปเมื่อได้กลิ่นหอมจากจานของพี่ชาย
“พี่!!”
เสียงร้องด้วยความไม่พอใจของน้องสาวทำให้ยูเมะยิ้มขำก่อนจะปรายตาบอกใบ้ไปทางห้องครัว ทำให้เด็กสาวยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดีแล้ววิ่งออกไปทันที
ไม่นานนักเด็กสาวก็กลับมาพร้อมกับปีกไก่ย่างบาร์บีคิวของโปรดที่นานๆทีเธอถึงจะสั่งมาทาน เช่นเดียวกับยูเมะที่กำลังหั่นสเต๊กเนื้อพริกไทยดำของชอบทานคู่กับสลัดด้วยความสุขสำราญ
สองพี่น้องทานอาหารอย่างมีความสุข จนกระทั่งผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมงประตูห้องทำงานที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่นก็ถูกเปิดออกจากด้านในก่อนที่หญิงสาวแสนสวยจะเดินออกมาในสภาพเหนื่อยอ่อนจนตาปิดไปครึ่งหนึ่ง
ขอบตาของหญิงสาวมีรอยคล้ำที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนรวมกับการแต่งกายที่เรียบง่ายราวกับชุดนอนด้วยเสื้อยืดกางเกงขาสั้นที่เผยให้เห็นผิวกายที่ขาวซีดเพราะไม่ค่อยได้ออกแดด
“ยูเมะจัง โนโซมิจัง..คุณแม่หิวมากเลยค่ะ มีอะไรให้คุณแม่ทานไหมคะ”
น้ำเสียงของหญิงสาวแฝงไว้ด้วยความออดอ้อนที่ไม่สมวัยหากแต่ดูน่ารักและมีเสน่ห์เป็พิเศษแต่สำหรับสองพี่น้องที่ชินแล้วกับภาพนี้ย่อมไม่คิดอะไร
เด็กสาวลุกขึ้นมาตามความเคยชินแล้วหันไปทางพี่ชายพลางส่งยิ้มให้เหมือนทุกครั้งทว่าครั้งนี้เด็กสาวต้องประหลาดใจเมื่อท่าทีของพี่ชายนั้นผิดปกติไปอย่างเห็นได้ชัด
สีหน้าของยูเมะนั้นผิดปกติไปจริงๆแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกว่าตัวเองนั้นผิดปกติวินาทีที่ได้ยินเสียงของผู้เป็แม่ ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยามที่ได้เห็นหน้าน้องสาวก็เกิดขึ้นอีกครั้งมันทำให้ร่างกายไม่ฟังคำสั่งและเดินตรงไปหาแม่ที่มองกลับมาด้วยความประหลาดใจ
ทว่าอึดใจเดียวหญิงสาวก็คล้ายกับมองเห็นความผิดปกติของลูกชายเธอจึงสลัดท่าทีเหนื่อยอ่อนที่แสร้งทำเพื่อออดอ้อนลูกๆออกไปแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะอ้าแขนทั้งสองข้างออกแล้วสวมกอดลูกชายที่ตรงเข้ามากอดตนเองแน่น
“เป็อะไรไปคะยูเมะจัง มีใครรังแกยูเมะจังหรือคะ”
น้ำเสียงที่อ่อนโยนและความอบอุ่นจากอ้อมกอดทำให้หัวใจของยูเมะสงบลงอย่างช้าๆแต่ความโหยหาที่ประดังขึ้นมานั้นกลับไม่ยอมลดลงไปง่ายๆ ทำให้เขารู้สึกว่าไม่อยากแยกจากอ้อมกอดที่โหยหานี้
ความตื้นตันที่เอ่อล้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกจึงทำได้เพียงส่ายหน้าอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็แม่ราวกับเด็กน้อยที่ฝืนปฏิเสธเพราะไม่อยากให้แม่เป็ห่วง
ท่าทางที่ผิดปกติไปของยูเมะทำให้หญิงสาวประหลาดใจน้อยๆเธอจึงไม่ถามอะไรอีกและค่อยๆ ลูบหัวของลูกชายด้วยความรักและเอ็นดู
ขณะเดียวกันนั้นทางด้านน้องสาวก็ตระหนักว่าพี่ชายของเธอผิดปกติไปจริงๆจนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เธอจึงตัดสินใจไม่เข้าไปรบกวนทั้งสองแต่เลือกที่จะเดินไปทางห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็นให้กับแม่แทนพี่ชาย
่เวลาที่แสนประหลาดผ่านไปอย่างช้าๆยูเมะอยู่ในอ้อมกอดของแม่มานานหลายสิบนาที จนกระทั่งหัวใจของเขาสงบลงอย่างแท้จริงคำถามมากมายก็ปรากฏขึ้นในใจทำให้เขาเริ่มตระหนักว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเขา
บางสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้เกิดขึ้นกับเขาทำให้เขาบังเกิดความรู้สึกโหยหาความอบอุ่นของครอบครัวโหยหาผู้เป็แม่และน้องสาวจนกระทั่งไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ความผิดปกตินี้เด่นชัดมากในจิตใจเด่นชัดจนยูเมะไม่อาจมองข้ามไปได้เหมือนเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นในคาบโฮมรูม
‘มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเราจริงๆ’
ขณะที่ยูเมะกำลังคิดด้วยความสับสน เสียงท้องร้องอันแ่เบาก็ดังแว่วมาให้ได้ยินทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตระหนักได้ว่าตนเองอยู่ในสภาพไหน
วินาทีนั้นยูเมะก็กลับมาควบคุมร่างกายได้เหมือนเดิมอีกครั้งเขาปล่อยมือแล้วออกมาจากอ้อมกอดของแม่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำเพราะความขัดเขิน
หญิงสาวเองก็หน้าแดงระเรื่อด้วยความขัดเขินเพราะเสียงร้องที่ทำให้ลูกชายได้สตินั้นเป็เสียงที่มาจากท้องของเธอเอง ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดเขินนิดๆ
“ข..ขอโทษครับคุณแม่”
“ยูเมะจังไม่เป็อะไรแล้วใช่ไหมคะ”
“ครับ..ผมไม่เป็อะไรแล้ว”
ยูเมะยิ้มออกมาด้วยความขัดเขินก่อนจะเดินหลบออกไปด้านข้างเพราะเขาในตอนนี้ไม่กล้าสู่หน้าแม่กับน้องสาวแล้วจริงๆเขาจึงตัดสินใจหนีเข้าไปในห้องแทน
ฝ่ายน้องสาวพอเห็นแบบนั้นก็หัวเราะเสียงใสเช่นเดียวกับผู้เป็แม่ที่ยิ้มออกมาบางๆก่อนจะหันไปถามหามื้อเย็นจากลูกสาวเพราะตอนนี้เธอหิวมากทีเดียว
ส่วนยูเมะนั้นพอกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเองเขาก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เหมือนจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่เบาบางกว่ามากทำให้เขาไม่สูญเสียการควบคุมไปเหมือนก่อนหน้านี้
ยูเมะเดินไปรอบๆห้อง ัักับข้าวของส่วนตัวของตนเอง ชั้นวางของที่มีโล่รางวัลวางอยู่มากมายซึ่งทั้งหมดเป็ผลงานจากชัยชนะในเกมการแข่งขันที่เกิดขึ้นในอดีต
“แปลกจริงๆ ความรู้สึกของเราไม่เหมือนเดิมแล้ว..มันเปลี่ยนไปได้ยังไงกัน”
ความภาคภูมิใจยามที่ได้เห็นโล่รางวัลในอดีตคล้ายกับกลายเป็เื่ราวในอดีตที่แสนห่างไกลจนแทบไม่ทำให้ชายหนุ่มเกิดความภาคภูมิใจได้อีกต่อไป จะมีก็เพียงแค่ความรู้สึกหวนรำลึกราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็อดีตที่ไกลแสนไกล
ความผิดปกตินี้มากพอที่จะทำให้ยูเมะเชื่อว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นเพราะมันไม่มีทางเลยที่เขาจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
‘มันผิดปกติเกินไป..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่!!’
สีหน้าของยูเมะเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดก่อนจะเปิดมายด์เบรนขึ้นมาเพื่อตรวจสอบบันทึกสุขภาพของตัวเองเพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น
แต่ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงให้เห็นก็ไม่มีส่วนไหนเลยที่ผิดปกติเส้นกราฟที่เห็นจนคุ้นเคยเป็ปกติดีทุกอย่างเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับบันทึกทางการแพทย์ก็ปรากฏว่าข้อมูลตรงกันทุกอย่าง
‘ไม่สิมันผิดปกติไปนิดหน่อยตรงจุดนี้..มันเป็่เวลาหลังจากที่เราได้สติกลับมาหรือเป็เพราะแสงสว่างลึกลับนั่น’
เมื่อคิดถึงแสงสว่างลึกลับที่ปรากฏขึ้นในคาบโฮมรูมสุดท้ายยูเมะก็อดนึกไปถึงโปรแกรมแปลกๆ ที่ปรากฏขึ้นในมายด์เบรนของตัวเองไม่ได้เช่นกัน
เขาจึงหันกลับไปมองดูไอคอนของโปรแกรมจากนั้นก็เริ่มทำสิ่งที่ทำค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้อีกครั้ง
ยูเมะจัดการตรวจสอบมายด์เบรนของตัวเองอย่างละเอียดอยู่นานหลายชั่วโมงเขาไม่ได้หยุดแม้ตอนที่อาบน้ำ
แต่หลังจากใช้เวลาอยู่ร่วมค่อนคืนเขาก็ตระหนักว่าเขาไม่สามารถหาโปรแกรมแปลกๆ ในมายด์เบรนพบราวกับว่านอกจากไอคอนที่ปรากฏแล้ว โปรแกรมนี้ไม่มีฐานข้อมูลใดๆ อยู่ในมายด์เบรนเลย
“เป็ไปได้ยังไง! มันจะเป็แบบนี้ได้ยังไงนี่มันเื่ล้อเล่นอะไรกัน!!”
ยูเมะะโออกมาด้วยความตื่นตระหนกเพราะเขาไม่พบข้อมูลใดๆเกี่ยวกับโปรแกรมนี้เลย แม้กระทั่งข้อมูลของไอคอนก็ยังไม่ปรากฏราวกับว่าโปรแกรมนี้ไม่มีอยู่จริง
เื่แบบนี้เป็เื่ที่ไม่น่าจะเป็ไปได้อย่างน้อยก็ด้วยเทคโนโลยีที่เขารู้จัก
“แบบนี้ก็มีแค่ทางเดียว ต้องเปลี่ยน..”