ตอนที่ 11 ปริศนาแห่งหุบเขาหมอกมายา
หลังจากจัดการกับหมาป่าเงามายาได้แล้ว พวกหลี่เฉิน ซูหยาง และหวังเทียนหลงก็ได้แต่ยืนหอบเหนื่อยอยู่กลางป่า
“เฮ้อ...เกือบไปแล้ว” ซูหยางพึมพำพลางใช้ผ้าเช็ดเืที่เปื้อนใบหน้าของตนเอง
หวังเทียนหลงนั่งลงกับพื้น ขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่เพิ่งจะเป็แค่ด่านแรกของหุบเขาหมอกมายาเท่านั้น ข้าไม่อยากคิดเลยว่าเราจะต้องเจอกับอะไรอีก”
หลี่เฉินมองไปรอบๆ แม้ว่าหมาป่าเงามายาจะถูกกำจัดไปหมดแล้ว แต่ความรู้สึกแปลกๆ กลับยังไม่หายไป
มันเหมือนกับว่า...มีใครบางคนกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
———
ร่องรอยของค่ายกลโบราณ
หลี่เฉินกวาดตามองพื้นที่รอบๆ ก่อนจะสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติ
“พวกเ้าเห็นรอยสลักบนพื้นพวกนี้ไหม?” เขากล่าวขณะชี้ไปที่หินก้อนหนึ่ง
ซูหยางเดินเข้ามาดู ก่อนจะขมวดคิ้ว “นี่มัน...อักขระค่ายกลโบราณ!”
หวังเทียนหลงใ “เ้าหมายความว่า...ที่นี่เป็ส่วนหนึ่งของค่ายกลโบราณงั้นหรือ?”
หลี่เฉินพยักหน้า “ถ้าข้าคาดไม่ผิด หมอกที่ปกคลุมอยู่ทั่วหุบเขานี้อาจไม่ใช่หมอกธรรมชาติ แต่มันเป็ผลจากค่ายกลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อนบางสิ่ง”
ซูหยางหรี่ตาลง “หมายความว่าถ้าเราหาทางทำลายค่ายกลนี้ได้ เราอาจจะพบอะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนอยู่?”
———
เสียงกระซิบจากอดีตกาล
ในขณะที่ทั้งสามกำลังครุ่นคิด เสียงกระซิบแ่เบาก็ดังขึ้นจากในหมอก
"เ้าทั้งสาม...จงกลับไปเสีย..."
ทันใดนั้น หมอกที่อยู่รอบตัวพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
วูมมมมม!
แรงกดดันบางอย่างพุ่งเข้าหาพวกเขา ทำให้ซูหยางและหวังเทียนหลงต้องถอยหลังไปสองสามก้าว
หลี่เฉินเองก็ต้องยกกระบี่ขึ้นตั้งรับ
“ใครกัน!?” เขาะโถาม
แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงเงาร่างจางๆ ที่ปรากฏขึ้นกลางสายหมอก มันดูคล้ายกับเป็ร่างิญญาที่แฝงตัวอยู่ในค่ายกลแห่งนี้
ซูหยางจับด้ามมีดของตนเองแน่น “ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้รับการต้อนรับสักเท่าไหร่”
———
บททดสอบของผู้พิทักษ์โบราณ
ทันใดนั้น เงาร่างปริศนาก็ขยับตัว ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาหลี่เฉินด้วยความเร็วเหนืุ์
เคร้ง!
หลี่เฉินยกกระบี่ขึ้นรับการโจมตี แต่แรงปะทะกลับทำให้เขาถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าว
หวังเทียนหลงรีบเข้ามาช่วย แต่เงานั้นกลับแยกร่างออกเป็สองและพุ่งเข้าโจมตีเขากับซูหยางพร้อมกัน
ฉัวะ!
ซูหยางใช้มีดของนางปัดป้องการโจมตี ขณะที่หวังเทียนหลงต้องใช้กระบี่ตั้งรับอย่างยากลำบาก
“เ้านี่มันอะไรกันแน่!?” หวังเทียนหลงกัดฟันกล่าว
หลี่เฉินหรี่ตามอง ก่อนจะพยายามโฟกัสไปที่พลังของอีกฝ่าย
และทันใดนั้น...เขาก็เข้าใจแล้วว่าเงาพวกนี้คืออะไร
“พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต” เขากล่าวเสียงเรียบ “มันเป็ส่วนหนึ่งของค่ายกลนี้—เป็บททดสอบของผู้ที่้าจะผ่านไป”
ซูหยางและหวังเทียนหลงหันมองหน้ากัน
“ถ้าเป็เช่นนั้น” ซูหยางกล่าว “เราต้องหาทางทำลายค่ายกลนี้ซะ!”
———
การทำลายค่ายกล
หลี่เฉินใช้กระบี่ปัดป้องการโจมตีของเงาปริศนา ก่อนจะหันไปสำรวจรอบๆ
“พวกเ้าถ่วงเวลาพวกมันไว้ ข้าจะหาจุดศูนย์กลางของค่ายกลนี้”
หวังเทียนหลงพยักหน้า “เข้าใจแล้ว!”
เขากับซูหยางพุ่งเข้าโจมตีเงาปริศนาอย่างไม่ลดละ ขณะที่หลี่เฉินพยายามเคลื่อนที่ไปรอบๆ เพื่อหาจุดที่เป็หัวใจของค่ายกล
และแล้ว...เขาก็พบมัน
บนหินก้อนหนึ่ง มีอักขระเรืองแสงปรากฏอยู่
“นี่ล่ะ จุดศูนย์กลางของค่ายกล!”
———
ฝ่ามายาคาถา
หลี่เฉินไม่รอช้า เขารวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่กระบี่ ก่อนจะฟาดมันลงไปยังหินก้อนนั้น
ตูมมมมม!
เสียงะเิดังสนั่น หมอกที่ปกคลุมอยู่รอบๆ พลันสลายหายไป เงาปริศนาทั้งหมดจางหายไปในพริบตา
ซูหยางและหวังเทียนหลงรีบวิ่งเข้ามาหาหลี่เฉิน
“สำเร็จแล้ว!” ซูหยางกล่าวด้วยความดีใจ
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พักหายใจ ผืนดินใต้เท้าก็เริ่มสั่นไหว
———
ทางเข้าสู่มิติเร้นลับ
รอยแยกปรากฏขึ้นบนพื้น ก่อนที่ดินด้านล่างจะพังทลาย
“ระวัง!!” หวังเทียนหลงะโ แต่ก็สายไปเสียแล้ว
ร่างของพวกเขาทั้งสามร่วงลงไปในหลุมลึกเบื้องล่าง
ฟิ้ววววววววว!
พวกเขาหล่นลงไปสู่ความมืดมิด
ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
———
ไฮไลท์ของตอนที่ 11:
หลี่เฉินค้นพบว่าหุบเขาหมอกมายาถูกสร้างขึ้นด้วย ค่ายกลโบราณ
พวกเขาถูกโจมตีโดย เงาพิทักษ์ค่ายกล
หลี่เฉินทำลายค่ายกลได้สำเร็จ
พวกเขาพบ รอยแยกของมิติเร้นลับ และถูกดูดเข้าไป
———
ตอนต่อไป:
พวกเขาจะพบอะไรในมิติเร้นลับ? และตำราทัณฑ์์จะอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่?